High Human

    HH 64

    ยานิกและพลโทจากเขตชายแดน 2-8 กำลังฉลองให้กับชัยชนะในครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงเขตเล็กๆไม่กี่เขตแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี หลายปีแล้วที่พวกเขาทำได้เพียงป้องกันแต่ครั้งพวกเขาสามารถยึดครองเขตทั้งแปดได้อย่างราบรื่น พวกเขาได้แต่นึกขอบคุณเผ่าพันธุ์มนุษย์และยกความดีความชอบให้กับมนุษย์

    อย่างไรก็ตาม พวกมายด์ไม่ได้ฉลองแบบพวกหัวหน้าเขตชายแดนทั้งแปด พวกมายด์เพียงแค่พักผ่อนนานกว่าครั้งอื่นๆ 

    4 ปีที่ผ่านมาพวกมายด์ได้ผ่านการต่อสู้ดุเดือดนับไม่ถ้วน ตอนนี้พวกเขาต่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บางคนที่ค่อนข้างขี้กลัวแต่ตอนนี้กลับไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นอีก บางคนที่เคยอ่อนโยนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

    แม้แต่มายด์ เธอก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ในตอนนี้เธอราวกับมีรัศมีของความเป็นผู้นำ หากใครเดินผ่านเป็นต้องรู้สึกว่าตนนั้นเหมือนเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ

    รินในตอนนี้กลายเป็นคนเงียบๆ เธอมักจะปลีกวิเวกไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

    พวกเขาแทบทุกคนต่างคิดว่าโจอาจจะตายไปแล้วก็ได้ แม้ในใจลึกๆไม่อยากยอมรับก็ตาม อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนที่คิดว่าโจยังมีชีวิตอยู่

    ไม่ว่าอย่างไหนพวกเขาก็ชินกับการใช้ชีวิตท่ามกลางสงครามไปแล้ว 4 ปีที่พวกเขาต่อสู้และบาดเจ็บมันทำให้พวกเขาเติบโตขึ้น ไม่ว่าโจจะมีชีวิตหรือไม่พวกเขาก็จะต่อสู้กับพวกสเปคและยึดครองเขตทั้งหมดให้ได้และกำจัดพวกสเปคให้สิ้นซาก!!

    นี่ก็เพื่อเผ่าพันธุ์ของพวกเขา ต่อสู้เพื่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอดต่อไป

    ……

    ……

    เมรีเดินไปตามแนวเขา ได้พบกับสัตว์ป่าบ้างเป็นบางครั้ง หากเป็นสัตว์ร้ายที่เข้ามาจู่โจมใส่เธอ เธอเพียงแค่ชกมันเพียงหมัดเดียวก็สิ้นใจตาย

    ดาวดวงนี้ค่อนข้างใหญ่ การจะหาคนๆนึงให้เจอแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เคยคิดยอมแพ้ ค้นหาบนดาวเคราะห์ดวงนี้ยังง่ายกว่าการค้นหาเมื่อก่อนซะอีก เพราะจะอย่างไรเธอก็รู้ว่าโจอยู่ที่ไหนสักแห่งบนดาวดวงนี้

    ไม่รู้ว่าทำไมหญิงสาวบอบบางคนหนึ่งออกตามหาชายคนหนึ่งอย่างไม่ย่อท้อต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณเกือบสิบปีที่แล้ว ตอนที่เธออายุได้ 13-14 ปี

    ในตอนนั้นเธอถูกส่งไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ถูกปกครองโดยพวกสเปคเพื่อฝึกฝน อย่างไรก็ตามดาวดวงนั้นมีเพียงพวกสเปคระดับไพร่เท่านั้น 

    ในทุกๆวันเธอจะใช้ชีวิตหลบซ่อนและตามล่าพวกมัน ทว่ามีอยู่มาวันหนึ่งขณะที่เธอกำลังต่อสู้กับสเปคระดับไพร่ตัวหนึ่ง หลังจากที่เธอชนะและกำลังจะจากไปนั้นก็ได้มีสเปคระดับทหารเข้ามาขวางเอาไว้ 

    ตามปกติแล้วดาวดวงนี้ควรจะมีแค่พวกระดับไพร่อาจเป็นไปได้ว่าสเปคระดับทหารตัวนี้จะเพิ่งวิวัฒนาการเมื่อไม่นานมานี้

    ในทันทีเธอวิ่งหนีด้วยความรวดเร็ว ทว่าความแข็งแกร่งของเธอในตอนนั้นยังห่างชั้นจากสเปคระดับทหารอยู่มากโข 

    แต่ว่าด้วยความฉลาด เธอเลือกที่จะวิ่งซิกแซกหรือไม่ก็ไปยังที่ที่มีต้นไม้เยอะเพื่อให้สเปคระดับทหารตัวนั้นลำบากในการตามล่าเธอ 

    ในที่สุดเธอก็กลับมาถึงยานอวกาศที่กำลังลงจอด ทว่าก่อนที่เธอจะไปถึง ลำแสงจากสเปคตัวนั้นได้ระเบิดยานอวกาศของเธอเป็นชิ้นๆ

    เธอในตอนนั้นหน้าซีดเผือด แต่เพราะถูกฝึกมาอย่างดีเธอจึงไม่เกิดความวิตกและวิ่งหนีไปอีกทางทันที

    เธอใช้ทักษะหนีเอาตัวรอดที่ฝึกมาอย่างดี สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของสเปคตัวนั้นได้ตลอด 

    อย่างไรก็ตามหลังจากวิ่งหนีมาเกือบครึ่งวันเธอก็หมดแรง เธอเป็นเพียงเด็กสาวบอบบางคนหนึ่งการที่เธอหนีมาได้ขนาดนี้ถือว่าน่าชื่นชมมากแล้ว

    สเปคระดับทหารตัวนั้นในที่สุดก็มายืนอยู่ตรงหน้าเมรีวัยเด็กที่กำลังหมดแรง สเปคตัวนั้นก็อ้าปากขนาดใหญ่ของมันและคิดที่จะกลืนกินเด็กสาวในคำเดียว

    ในตอนนั้นเมรีคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆจึงได้หลับตาลงเพื่อยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น และนึกถึงใบหน้าของซีสผู้เป็นพ่อและหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของเธอแต่ได้จากไปแล้ว

    เธอพูดพึมพำอยู่คำหนึ่งที่คิดว่ามันจะเป็นคำสุดท้ายในชีวิตว่า “แม่…หนูกำลังจะไปหาแม่แล้วนะคะ”

    ตูม!

    เสียงระเบิดดังขึ้น แต่เมรีที่หลับตาอยู่กลับประหลาดใจเพราะตัวเองรู้สึกเพียงแค่แรงกระแทกเล็กน้อย

    เมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่ตายจึงลืมตาขึ้นและเธอก็เลิกคิ้วงดงามของเธอด้วยความตกใจ เพราะตรงหน้าเธอมีเด็กหนุ่มอายุใกล้เคียงกับเธอกำลังควบแน่นพลังงานเป็นไฟและเผาร่างของสเปคที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

    เธออ้าปากกว้างยัดไข่ได้ใบหนึ่งด้วยความตกใจอีกครั้ง เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถควบแน่นพลังงานให้เป็นธาตุไฟได้ แม้แต่เธอที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะยังไม่สามารถทำได้ เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าแข็งแกร่งกว่าเธอเสียอีก

    “ไม่เป็นอะไรนะ” โจในวัยเด็กหันไปยิ้มให้กับเด็กสาวอย่างอบอุ่น 

    เมรีวัยเด็กส่ายใบหน้าเล็กๆของเธอ “ไม่เป็นอะไร แต่ขอบคุณนะที่ช่วยฉันไว้”

    เมรีในวัยเด็กแม้จะถูกฝึกให้เยือกเย็นอยู่เสมอแต่เพราะยังอายุน้อยจึงยังคงหลงเหลือความไร้เดียงสาอยู่บ้างดังนั้นเธอในวัยนี้ยังไม่เย็นชาสักเท่าใด

    โจยิ้มและยื่นมือไปหาเธอพร้อมกับพูดว่า “ลุกขึ้นไหวไหม? ให้ผมช่วยนะ” 

    นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับความอบอุ่นจากคนแปลกหน้า เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปจับมือของโจและลุกขึ้นยืน

    “ผมเห็นยานอวกาศระเบิด นั่นใช่ยานของเธอหรือเปล่า?” โจเอ่ยถาม

    เมรีพยักหน้า “ใช่แล้วค่ะ ยานของฉันถูกสเปคตัวเมื่อกี้ทำลาย” 

    พอพูดเธอก็นึกขึ้นได้ว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเธอ แม้จะมีลักษณะคล้ายๆกันแต่ก็ไม่ใช่เพราะผิวของเขาค่อนข้างคล้ำ เนื่องจากเผ่าพันธุ์ของเธอจะมีผิวขาวละเอียดอ่อน มีผมสีเงินและดวงตามรกต แต่เด็กหนุ่มคนนี้มีผมสีดำและดวงตาสีดำ เธอไม่เคยได้ยินว่ามีเผ่าพันธุ์ไหนคล้ายกับเด็กหนุ่มตรงหน้า

    “คุณเป็นเผ่าพันธุ์ไหนเหรอคะ?” เมรีเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “มนุษย์น่ะ” โจตอบด้วยรอยยิ้ม

    เมรีเอียงคอนึกอยู่ตั้งนานก็นึกไม่ออกว่าเป็นเผ่าพันธุ์แบบไหน สุดท้ายเธอก็เลิกสนใจเพราะยังไงเธอก็ถูกเขาช่วยเอาไว้

    “เธอบอกผมแล้วกันว่าบ้านอยู่ไหนผมจะไปส่งเอง” โจยิ้มและกล่าว 

    หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นยานอวกาศของโจและเขาก็ไปส่งเธอที่ดาวบ้านเกิด ตั้งแต่นั้นมาทั้งคู่ก็รู้จักกันและค่อยๆเริ่มสนิทสนมกันจนรู้ตัวอีกทีเธอก็หลงรักเขาไปแล้ว