ยานิกและพลโทจากเขตชายแดน 2-8 กำลังฉลองให้กับชัยชนะในครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงเขตเล็กๆไม่กี่เขตแต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี หลายปีแล้วที่พวกเขาทำได้เพียงป้องกันแต่ครั้งพวกเขาสามารถยึดครองเขตทั้งแปดได้อย่างราบรื่น พวกเขาได้แต่นึกขอบคุณเผ่าพันธุ์มนุษย์และยกความดีความชอบให้กับมนุษย์
อย่างไรก็ตาม พวกมายด์ไม่ได้ฉลองแบบพวกหัวหน้าเขตชายแดนทั้งแปด พวกมายด์เพียงแค่พักผ่อนนานกว่าครั้งอื่นๆ
4 ปีที่ผ่านมาพวกมายด์ได้ผ่านการต่อสู้ดุเดือดนับไม่ถ้วน ตอนนี้พวกเขาต่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บางคนที่ค่อนข้างขี้กลัวแต่ตอนนี้กลับไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นอีก บางคนที่เคยอ่อนโยนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
แม้แต่มายด์ เธอก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ในตอนนี้เธอราวกับมีรัศมีของความเป็นผู้นำ หากใครเดินผ่านเป็นต้องรู้สึกว่าตนนั้นเหมือนเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ
รินในตอนนี้กลายเป็นคนเงียบๆ เธอมักจะปลีกวิเวกไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
พวกเขาแทบทุกคนต่างคิดว่าโจอาจจะตายไปแล้วก็ได้ แม้ในใจลึกๆไม่อยากยอมรับก็ตาม อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนที่คิดว่าโจยังมีชีวิตอยู่
ไม่ว่าอย่างไหนพวกเขาก็ชินกับการใช้ชีวิตท่ามกลางสงครามไปแล้ว 4 ปีที่พวกเขาต่อสู้และบาดเจ็บมันทำให้พวกเขาเติบโตขึ้น ไม่ว่าโจจะมีชีวิตหรือไม่พวกเขาก็จะต่อสู้กับพวกสเปคและยึดครองเขตทั้งหมดให้ได้และกำจัดพวกสเปคให้สิ้นซาก!!
นี่ก็เพื่อเผ่าพันธุ์ของพวกเขา ต่อสู้เพื่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอดต่อไป
……
……
เมรีเดินไปตามแนวเขา ได้พบกับสัตว์ป่าบ้างเป็นบางครั้ง หากเป็นสัตว์ร้ายที่เข้ามาจู่โจมใส่เธอ เธอเพียงแค่ชกมันเพียงหมัดเดียวก็สิ้นใจตาย
ดาวดวงนี้ค่อนข้างใหญ่ การจะหาคนๆนึงให้เจอแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เคยคิดยอมแพ้ ค้นหาบนดาวเคราะห์ดวงนี้ยังง่ายกว่าการค้นหาเมื่อก่อนซะอีก เพราะจะอย่างไรเธอก็รู้ว่าโจอยู่ที่ไหนสักแห่งบนดาวดวงนี้
ไม่รู้ว่าทำไมหญิงสาวบอบบางคนหนึ่งออกตามหาชายคนหนึ่งอย่างไม่ย่อท้อต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณเกือบสิบปีที่แล้ว ตอนที่เธออายุได้ 13-14 ปี
ในตอนนั้นเธอถูกส่งไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ถูกปกครองโดยพวกสเปคเพื่อฝึกฝน อย่างไรก็ตามดาวดวงนั้นมีเพียงพวกสเปคระดับไพร่เท่านั้น
ในทุกๆวันเธอจะใช้ชีวิตหลบซ่อนและตามล่าพวกมัน ทว่ามีอยู่มาวันหนึ่งขณะที่เธอกำลังต่อสู้กับสเปคระดับไพร่ตัวหนึ่ง หลังจากที่เธอชนะและกำลังจะจากไปนั้นก็ได้มีสเปคระดับทหารเข้ามาขวางเอาไว้
ตามปกติแล้วดาวดวงนี้ควรจะมีแค่พวกระดับไพร่อาจเป็นไปได้ว่าสเปคระดับทหารตัวนี้จะเพิ่งวิวัฒนาการเมื่อไม่นานมานี้
ในทันทีเธอวิ่งหนีด้วยความรวดเร็ว ทว่าความแข็งแกร่งของเธอในตอนนั้นยังห่างชั้นจากสเปคระดับทหารอยู่มากโข
แต่ว่าด้วยความฉลาด เธอเลือกที่จะวิ่งซิกแซกหรือไม่ก็ไปยังที่ที่มีต้นไม้เยอะเพื่อให้สเปคระดับทหารตัวนั้นลำบากในการตามล่าเธอ
ในที่สุดเธอก็กลับมาถึงยานอวกาศที่กำลังลงจอด ทว่าก่อนที่เธอจะไปถึง ลำแสงจากสเปคตัวนั้นได้ระเบิดยานอวกาศของเธอเป็นชิ้นๆ
เธอในตอนนั้นหน้าซีดเผือด แต่เพราะถูกฝึกมาอย่างดีเธอจึงไม่เกิดความวิตกและวิ่งหนีไปอีกทางทันที
เธอใช้ทักษะหนีเอาตัวรอดที่ฝึกมาอย่างดี สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของสเปคตัวนั้นได้ตลอด
อย่างไรก็ตามหลังจากวิ่งหนีมาเกือบครึ่งวันเธอก็หมดแรง เธอเป็นเพียงเด็กสาวบอบบางคนหนึ่งการที่เธอหนีมาได้ขนาดนี้ถือว่าน่าชื่นชมมากแล้ว
สเปคระดับทหารตัวนั้นในที่สุดก็มายืนอยู่ตรงหน้าเมรีวัยเด็กที่กำลังหมดแรง สเปคตัวนั้นก็อ้าปากขนาดใหญ่ของมันและคิดที่จะกลืนกินเด็กสาวในคำเดียว
ในตอนนั้นเมรีคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆจึงได้หลับตาลงเพื่อยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น และนึกถึงใบหน้าของซีสผู้เป็นพ่อและหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของเธอแต่ได้จากไปแล้ว
เธอพูดพึมพำอยู่คำหนึ่งที่คิดว่ามันจะเป็นคำสุดท้ายในชีวิตว่า “แม่…หนูกำลังจะไปหาแม่แล้วนะคะ”
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้น แต่เมรีที่หลับตาอยู่กลับประหลาดใจเพราะตัวเองรู้สึกเพียงแค่แรงกระแทกเล็กน้อย
เมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่ตายจึงลืมตาขึ้นและเธอก็เลิกคิ้วงดงามของเธอด้วยความตกใจ เพราะตรงหน้าเธอมีเด็กหนุ่มอายุใกล้เคียงกับเธอกำลังควบแน่นพลังงานเป็นไฟและเผาร่างของสเปคที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
เธออ้าปากกว้างยัดไข่ได้ใบหนึ่งด้วยความตกใจอีกครั้ง เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถควบแน่นพลังงานให้เป็นธาตุไฟได้ แม้แต่เธอที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะยังไม่สามารถทำได้ เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าแข็งแกร่งกว่าเธอเสียอีก
“ไม่เป็นอะไรนะ” โจในวัยเด็กหันไปยิ้มให้กับเด็กสาวอย่างอบอุ่น
เมรีวัยเด็กส่ายใบหน้าเล็กๆของเธอ “ไม่เป็นอะไร แต่ขอบคุณนะที่ช่วยฉันไว้”
เมรีในวัยเด็กแม้จะถูกฝึกให้เยือกเย็นอยู่เสมอแต่เพราะยังอายุน้อยจึงยังคงหลงเหลือความไร้เดียงสาอยู่บ้างดังนั้นเธอในวัยนี้ยังไม่เย็นชาสักเท่าใด
โจยิ้มและยื่นมือไปหาเธอพร้อมกับพูดว่า “ลุกขึ้นไหวไหม? ให้ผมช่วยนะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับความอบอุ่นจากคนแปลกหน้า เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปจับมือของโจและลุกขึ้นยืน
“ผมเห็นยานอวกาศระเบิด นั่นใช่ยานของเธอหรือเปล่า?” โจเอ่ยถาม
เมรีพยักหน้า “ใช่แล้วค่ะ ยานของฉันถูกสเปคตัวเมื่อกี้ทำลาย”
พอพูดเธอก็นึกขึ้นได้ว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเธอ แม้จะมีลักษณะคล้ายๆกันแต่ก็ไม่ใช่เพราะผิวของเขาค่อนข้างคล้ำ เนื่องจากเผ่าพันธุ์ของเธอจะมีผิวขาวละเอียดอ่อน มีผมสีเงินและดวงตามรกต แต่เด็กหนุ่มคนนี้มีผมสีดำและดวงตาสีดำ เธอไม่เคยได้ยินว่ามีเผ่าพันธุ์ไหนคล้ายกับเด็กหนุ่มตรงหน้า
“คุณเป็นเผ่าพันธุ์ไหนเหรอคะ?” เมรีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มนุษย์น่ะ” โจตอบด้วยรอยยิ้ม
เมรีเอียงคอนึกอยู่ตั้งนานก็นึกไม่ออกว่าเป็นเผ่าพันธุ์แบบไหน สุดท้ายเธอก็เลิกสนใจเพราะยังไงเธอก็ถูกเขาช่วยเอาไว้
“เธอบอกผมแล้วกันว่าบ้านอยู่ไหนผมจะไปส่งเอง” โจยิ้มและกล่าว
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นยานอวกาศของโจและเขาก็ไปส่งเธอที่ดาวบ้านเกิด ตั้งแต่นั้นมาทั้งคู่ก็รู้จักกันและค่อยๆเริ่มสนิทสนมกันจนรู้ตัวอีกทีเธอก็หลงรักเขาไปแล้ว