Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 424 ปิดประตูฝึกตน

ปิดประตูฝึกตน

 

            เมื่อข้ามประตูมิติมากัสก็หยุดนิ่งไปชั่วครู่แล้วมองออกไปรอบๆ มองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยและแปลกตา ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

            “ข้ากลับมาแล้ว..”

            กัสพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายราวกับได้กลับมายังบ้านของตัวเอง ความรู้สึกนี้ทำให้ความเคร่งเครียดที่สะสมมาตลอดผ่อนคลายลงจนเกิดความอ่อนล้าเล็กๆ ในหัวใจพร้อมกับความรู้สึกเบาสบายที่ชวนให้เขาอยากนอนหลับไปสักงีบ

            ขณะเดียวกันนั้นข้ารับใช้ที่มารอรับอยู่แล้วก็พากันแย้มยิ้มและกล่าวคำทักทายออกมาอย่างพร้อมเพรียง

            “ยินดีต้อนรับค่ะท่านกัส!”

            “อืม..ข้ากลับมาแล้ว! ขอบใจพวกเจ้ามากนะที่พยายามทำเพื่อข้ามาโดยตลอด”

            กัสตอบรับด้วยความขอบคุณขณะที่มองดูข้ารับใช้ที่หน้าแดงน้ำตาซึมไปเล็กน้อยด้วยความปลาบปลื้มยินดีใจที่เขาเห็นคุณค่าในความพยายามของพวกเธอ

            หลังจากนั้นกัสก็มองไปยังอิจิโกะที่เขาคิดถึงที่สุด ความผูกพันสองชีวิตนั้นทำให้เขารู้สึกผูกพันกับเธอมากที่สุด การที่เขาไม่ได้เห็นเธอมานานทำให้เขารู้สึกเหมือนชีวิตของเขาขาดอะไรไปสักอย่าง

            และตอนนี้เขาก็ได้พบกับเธออีกครั้งและยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดี

            “ข้ากลับมาแล้ว..”

            “ยินดีต้อนรับค่ะท่านกัส..”

            ทั้งสองกอดกันแน่นด้วยความคิดถึง ก่อนที่กัสจะผละออกแล้วมองดูแองจี้กับมิโดริที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว จากนั้นเดินเข้าไปหาพวกเธอทันทีแล้วกอดมิโดริแน่น

            ต่อจากนั้นกัสก็หันไปหาแองจี้และไม่พูดอะไรทั้งสิ้นนอกจากโอบกอดเธอแน่นจนทำให้ใบหน้าของแองจี้แดงขึ้นมาด้วยความขัดเขินเพราะเธอไม่คุ้นเคยกับความสนิทสนมที่ใกล้ชิดแบบนี้

            “ขอบใจเจ้ามากนะแองจี้..ขอบใจมาก”

            “ค..ค่ะ ท่านกัส..ข้ายินดีค่ะ”

            กัสยิ้มน้อยๆ ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดของแองจี้แล้วมองไปยังเด็กสาวทั้ง 7 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังของมิโดริ ก่อนจะอ้าแขนออกและทำให้เด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าสุดวิ่งเข้ามาหาเขาทันที

            “ท่านพ่อ!”

            ลูกสาวคนแรกของมิโดริ เด็กสาวที่มีร่างต้นเป็นดอกไม้หมอกพิษ เด็กสาวในวันนั้น ตอนนี้เติบโตขึ้นมากทีเดียว เธอดูสูงขึ้น น่ารักขึ้นและดูหนักแน่นมากขึ้น

            แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นยามที่เธอเรียกเขาว่าท่านพ่อ กัสก็ยังรู้สึกเหมือนวันที่เขาได้พบกับเธอวันแรกจนอดไม่ได้ที่จะลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน

            จากนั้นจึงมองไปยังลูกสาวอีก 6 คนที่จ้องมองเขาด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เขามองเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของพวกเธอ จากนั้นก็อ้าแขนออกแล้วดึงพวกเธอเข้ามากอดทีละคนๆ

            เด็กสาวทุกคนตัวสั่นน้อยๆ ตอนที่ถูกเขากอด จากนั้นพวกเธอก็ผ่อนคลายลงและพยายามเบียดตัวเองเข้ามาในอ้อมกอดของกัสให้มากที่สุด

            กัสเองก็พยายามกอดพวกเธอและทำความรู้จักกับพวกเธอไปพร้อมกัน

            ลูกสาวคนที่สองนั้นมีร่างต้นเป็นดอกไม้หยดพิษ ดอกไม้ที่สร้างน้ำพิษออกมาซึ่งเป็นดอกไม้หมอกพิษสายพันธุ์พิเศษ

            ลูกสาวคนที่สามเป็นดอกไม้เถาวัลย์หนามที่เขาเคยเห็นมาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง แม้จะไม่คุ้นตาแต่ก็จำเธอได้อย่างรวดเร็ว

            ลูกสาวคนที่สี่เป็นดอกไม้ที่แปลกนิดหน่อย เธอดูไม่เหมือนดอกไม้ทั่วไป แต่ดูเหมือนดอกฝ้ายเพราะเขาสัมผัสได้ถึงเส้นใยที่อ่อนนุ่มที่ปกคลุมเส้นผมของเธอจนอดคิดไม่ได้ว่ากำลังลูบเส้นไหมอยู่จริงๆ

            ลูกสาวคนที่ห้านั้นให้ความรู้สึกที่พิเศษสำหรับกัสมากเพราะเธออวบกว่าลูกสาวคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพอเขารู้ว่าร่างต้นของเธอคืออะไร เขาก็ไม่นึกแปลกใจอีกเพราะว่าร่างต้นของเธอคือดอกไม้กินแมลงยักษ์

            สุดท้ายคือลูกสาวสองคนที่เป็นฝาแฝดซึ่งมีใบหน้าเหมือนกันไม่มีผิด ต่างกันตรงที่ดวงตาและสีผมของพวกเธอนั้นแตกต่างกัน

            คนหนึ่งเป็นสีแดงสดใสราวกับทับทิมเลือด ส่วนอีกคนมีสีเงินขาวที่ทอประกายราวกับโอปอล์แสงจันทร์ พวกเธอสองคนค่อนข้างจะต่างจากพี่น้องของเธอมากเป็นพิเศษ ตรงที่มีกลิ่นอายสังหารที่เข้มข้นปกคลุมอยู่

            กลิ่นอายนี้ทำให้พวกเธอดูน่ากลัวเล็กน้อย แต่กัสก็มองข้ามมันไปในทันทีและกอดพวกเธอแน่นจนทำให้สองสาวตัวเกร็งไปชั่วขณะก่อนจะผ่อนคลายลงอย่างมีความสุขจนทำให้กลิ่นอายที่แผ่ขยายออกมาจากร่างกายของพวกเธอสลายหายไปอย่าช้าๆ

            กัสอมยิ้มก่อนจะมองไปยังข้ารับใช้คนอื่นๆ ก่อนจะดึงพวกเธอมากอดทีละคนๆ พลางทักทายอย่างสนิทสนมและขอบคุณพวกเธออีกครั้งที่พยายามทำงานหนักเพื่อเขามาโดยตลอด

            ช่วงเวลาของการทักทายกินเวลานานไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ทุกคนต้องทำงาน

            หลังจากการทักทายจบลง ก็มาถึงมื้อเย็นที่ทำให้กัสมีความสุขที่สุดในครึ่งปีที่ผ่านมา เขากินมากเป็นพิเศษ ฉลองอย่างมีความสุข ดื่มจนเมาหลับไปตอนไหนเขาก็ไม่ทราบ

            พอตื่นขึ้นมาอีกทีเขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในบ้านที่แสนอบอุ่น เขามองดูข้างกายของเขาที่มีน้องสาวทั้งสอง มีอิจิโกะ นิโกะและซันโกะ ทุกคนอยู่กันครบและทำให้กัสผ่อนคลายลงก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

            เมื่อเช้าของวันใหม่มาถึง กัสก็ตื่นขึ้นมาอย่างมีพลัง เขาเริ่มตรวจสอบความสำเร็จในปัจจุบันแล้วไปยังคลังเก็บของพร้อมกับอิจิโกะเพื่อดูผลึกพลังชีวิตและพลังวิญญาณที่สะสมเอาไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

            ภายในคลังเก็บของ กัสได้เห็นชั้นวางจำนวนมากที่อัดแน่นไปด้วยกล่องเก็บผลผลิตระดับ 5 ที่วางเรียงรายอยู่เต็มชั้น

            กัสหยิบเอากล่องมาใบหนึ่งแล้วเปิดออก เขาก็ได้เห็นผลึกพลังชีวิตสีแดงที่เรียงอยู่ภายในกล่อง

            “นี่เก็บจนเต็มทุกกล่องเลยงั้นหรือ”

            “ค่ะท่านกัส! กล่องไหนที่ยังไม่เต็มจะถูกนำไปเก็บไว้ที่อื่นค่ะ ส่วนที่นี่จะเก็บไว้เฉพาะกล่องที่บรรจุจนเต็มแล้วเท่านั้นเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ค่ะ”

            กัสพยักหน้ารับโดยไม่แปลกใจนักเพราะคลังเก็บของระดับสูงนี้ไม่ได้เพิ่มระดับกันได้ง่ายๆ ทำให้พวกเธอต้องประหยัดพื้นที่กันหน่อย

            จากนั้นกัสก็หยิบเอาผลึกพลังชีวิตออกมาชิ้นหนึ่งแล้วยัดใส่ปากไปก่อนจะกินมันราวกับขนมหวานแล้วดูดซับพลังของมันอย่างใจเย็น

            “ไม่เลว..กล่องนี้น่าจะใช้เวลาสักนาทีได้”

            พูดจบกัสก็เรียกหัวสิงโตสีดำออกมาหัวหนึ่งแล้วเทผลึกพลังชีวิตทั้งหมดใส่ปากของมันแล้วใช้มันเคี้ยวกินแทนเขา

            จากนั้นกัสก็ทำกับกล่องต่อๆ ไปและใช้หัวสิงโตสีดำกินแทนซึ่งมันเร็วกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่ากันมากเนื่องจากเขาไม่ต้องใช้ร่างกายในการย่อยและดูดกลืนพลังชีวิต หากแต่ใช้หัวสิงโตสีดำดูดกลืนพลังชีวิตจากผลึกพลังชีวิตได้โดยตรง

            กัสหยิบกล่องต่อๆ ไปแล้วเทใส่ปากสิงโตอย่างต่อเนื่อง จากผลึกพลังชีวิตก็กลายเป็นผลึกพลังวิญญาณ เขาเทไปโดยไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว อึดใจเดียวพื้นที่ส่วนหนึ่งก็ถูกเก็บกวาดไป

            หลังจากนั้นเพียง 3 ชั่วโมงคลังเก็บของก็ว่างเปล่าและมีหัวสิงโตนับพันลอยอยู่รอบๆ เพื่อดูดซับพลังชีวิตและพลังวิญญาณจากผลึกพลังที่อยู่ในปากของพวกมัน

            หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจพวกมันก็หายไปหลังจากดูดกลืนพลังทั้งหมดเข้าไปได้จนทำให้ช่องว่างวิญญาณของเขาเกิดเป็นทะเลสาบพลังชีวิตและพลังวิญญาณขึ้นมาภายใน

            กัสมองดูภาพนี้แล้วสูดลมหายใจเข้าไปด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะกลับไปเพื่อพักผ่อนและค่อยๆ ดูดซับพลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ พร้อมกันกลั่นพวกมัน

            ผลึกวิญญาณของเขาขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีละน้อยๆ จากการกลั่นพลังวิญญาณด้วยหัวสิงโตสีดำที่ช่วยเร่งกระบวนการที่ยาวนานให้สั้นลงจนถึงขีดสุด รวมกับเพลิงวิญญาณที่ช่วยหลอมพลังวิญญาณให้ผสานเป็นหนึ่งกับผลึกวิญญาณในเวลาอันสั้น

            พร้อมกันนั้นดวงธาตุพลังชีวิตที่อยู่ในหัวใจก็ถูกเพลิงแห่งชีวิตหลอมอยู่ตลอด จนทำให้มันใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องและอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุด

            กัสอยู่ในสภาพนี้อยู่ตลอดทั้งวัน ก่อนจะหยุดพักในตอนเย็นและใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย เขาตระเวนไปหาข้ารับใช้คนอื่นๆ มอบความรักความเอ็นดูให้กับพวกเธอตามหน้าที่ของนายท่าน

            ข้ารับใช้ทีละคนๆ ได้รับความรัก ได้รับคำปลอบโยน พวกเธอก็ฟื้นฟูความมีชีวิตชีวาและกำลังใจกลับมาจนเต็มเปี่ยม

            ด้วยเหตุนี้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ตกลงอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนก็กระโดดขึ้นมาอีกครั้งจนทำให้บลูอายที่ได้รับรายงานอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มน้อยๆ และแอบแซวกัสจนทำให้เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะจัดหนักกับเธอในห้องทำงานด้วยข้ออ้างว่าจะช่วยเพิ่มพลังให้กับเธอ

            สุดท้ายกัสก็เล่นสนุกจนเลยเวลาไปบ้าง ก่อนจะกลับไปทานมื้อเย็นแล้ววิ่งวนไปมาอยู่เกือบครึ่งคืนเพื่อหาความสุขกับสาวๆ ที่เขาสนิทสนมด้วย

            หลังจากทุกคนหมดแรงและหมดสติไป กัสก็พาตัวเองไปยังห้องฝึกแล้วเริ่มกลั่นพลังต่ออีกครั้งจนกระทั่งเช้าของวันใหม่มาถึง

            กัสออกไปทานมื้อเช้า จากนั้นกลับมากลั่นพลังต่อ รับพลังเพิ่มบางส่วนที่ถูกส่งเข้ามา รับการปรนนิบัติของไลท์บลูมในห้องฝึกอย่างเร่าร้อนและอ่อนโยนและกลั่นพลังต่ออีกครั้ง

            ด้วยการที่มีไลท์บลูมอยู่ข้างกาย การฟื้นฟูความอ่อนล้าทางจิตใจของกัสจึงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

            กัสรักษากิจวัตรประจำวันแบบนี้ไว้เกือบ 1 อาทิตย์ จนกระทั่งเขาตระเวนไปปลอบโยนข้ารับใช้ทุกคน สาวๆ ทุกคนของเขา ภรรยาที่รักจนพวกเธอพึงพอใจ เขาก็เริ่มเก็บตัวฝึกฝนหนักอย่างจริงจังเพื่อเร่งความเร็วในการกลั่นพลังให้มากยิ่งขึ้น

            เมื่อกัสเริ่มกลั่นพลังอย่างจริงจัง เขาก็หยุดกิจกรรมอื่นทั้งหมด นอกจากการทานมื้อเช้าและเย็นในแต่ละวัน เขาก็จะใช้เวลาที่เหลือไปกับการกลั่นพลังทั้งหมด

            พลังงานที่อัดแน่นอยู่ในช่องว่างวิญญาณค่อยๆ ถูกดูดซับเข้าไปอย่างรวดเร็วด้วยการสนับสนุนของปราณลึกลับ เพลิงแห่งชีวิตและเพลิงวิญญาณ

            ทุกขั้นตอนทุกกระบวนการถูกเร่งจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิตหรือพลังวิญญาณ ล้วนแต่เพิ่มความหนาแน่นขึ้นอย่างก้าวกระโดด

            พลังชีวิตนั้นมีปราณลึกลับช่วยสนับสนุนจึงสามารถดูดซับมันได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมเข้ากับเคล็ดวิชาของวิชาร่างวชิระในขั้นสูงด้วยแล้ว การกลั่นดวงธาตุก็ยิ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก

            ในสภาพที่ร่างกายเดือดพล่านอยู่ตลอด พลังชีวิตจึงหลอมรวมเข้ากับดวงธาตุพลังได้เร็วกว่าปกติมาก ทั้งยังรักษาความหนาแน่นและความบริสุทธิ์เอาไว้ในจุดสูงสุดตลอดเวลาอีกด้วย

            การเตรียมตัวที่รวดเร็วนี้เพียงพอที่จะได้รับการบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของตระกูลว่าเป็นการกลั่นพลังชีวิตที่รวดเร็วที่สุดแล้ว

            ในขณะเดียวกันนั้นพลังวิญญาณของกัสก็ถูกกลั่นด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กันเลย ด้วยการอัดหัวสิงโตที่มีขนาดเท่ากับเม็ดทรายเข้าไปในทะเลสาบวิญญาณ การกลั่นพลังวิญญาณของเขาก็บรรลุถึงระดับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

            จากหมอกควันกลายเป็นของเหลว จากของเหลวกลั่นตัวเป็นผลึก กระบวนการที่จำต้องอาศัยระยะเวลาเพียงอย่างเดียวนั้น ถูกกัสเร่งด้วยการสนับสนุนของหัวสิงโตสีดำ ด้วยพลังที่ได้มาจากโกลเด้นเทลและเพลิงวิญญาณที่ช่วยผสานวิญญาณที่ก่อตัวเป็นผลึกเข้ากับผลึกวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว

            วิธีนี้แม้จะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปบ้าง แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่กัสสามารถทำได้เขาจึงจำต้องทำ

            ระยะเวลาที่ใช้ในการกลั่นพลังนั้นนานมากทีเดียว แต่เมื่อกัสเร่งเต็มที่เขาก็สามารถกลั่นพลังทั้งหมดได้ใน 20 วัน

            หลังจากกลั่นพลังทั้งหมดจนรวมเป็นหนึ่งกับร่างกายได้สำเร็จ กัสก็ผ่อนคลายลง เขาพักผ่อนอยู่ราว 1 อาทิตย์ จากนั้นเก็บตัวด้วยรูปแบบที่เรียกว่า ‘ปิดประตูฝึกตน’ นานถึง 1 เดือนเต็ม

            นี่คือช่วงเวลาสำคัญก่อนการก้าวข้ามของเขา มันเป็นช่วงเวลาที่กัสต้องรวบรวมสมาธิและขัดเกลาแกนพลังของเขาให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น

            กัสใช้เวลานี้หลอมพลังวิญญาณให้มั่นคง หลอมดวงธาตุพลังชีวิตให้เข้มแข็ง เขาทำมันอย่างช้าๆ โดยไม่พึ่งพาตัวช่วยใดๆ นอกจากเพลิงแห่งชีวิตและเพลิงวิญญาณที่ใช้ออกมาเพียงวันละ 1 ครั้งและครั้งละ 1 นาทีเศษๆ

            ระยะเวลาสั้นๆ นี้เขาทำไปเพื่อให้มั่นใจว่าผลึกวิญญาณของเขาผสานเป็นหนึ่งแล้วจริง รวมกับการใช้วิธีการทั่วไปในการหลอมผลึกวิญญาณด้วยจิตสำนึกที่แม้จะสู้เพลิงวิญญาณไม่ได้

        แต่มันก็เป็นวิธีที่ทุกคนใช้กันและที่สำคัญคือ มันไม่ทำให้เขาสูญเสียพลังวิญญาณ

            ในขณะที่กัสปิดประตูฝึกตนอยู่นั้น แองจี้และเหล่าภรรยาของกัสก็เริ่มเตรียมการขั้นสุดท้ายให้กับเขา พวกเธอติดต่อกลับไปยังตระกูลเพื่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือ ซื้อวัตถุดิบหายากหลายชนิดเพื่อสร้างข่ายอาคมสำคัญที่ต้องใช้ในการลดความเสี่ยงขณะที่ก้าวผ่าน

            ช่วงเวลาของการเตรียมการในครั้งนี้ ยาวนานพอๆ กับการปิดประตูฝึกตนของกัสเลย

            มันยาวถึง 1 เดือนเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ เตรียมอุปกรณ์ เตรียมข่ายอาคม การศึกษาทำความเข้าใจกับข่ายอาคม รวมไปถึงการซักซ้อมด้วยแบบจำลองในโลกวิญญาณ

            ทุกคนที่ต้องการสนับสนุนในพิธีล้วนเข้าสู่การฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นเพื่อให้มั่นใจว่าหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น พวกเธอจะมีความสามารถมากพอที่จะช่วยเหลือได้ ไม่ว่าจะน้อยขนาดไหนก็ตาม

            หัวหน้านักบวชสาวสกายเบรดที่มาในฐานะของผู้เชี่ยวชาญนั้นทำหน้าที่ของเธออย่างเคร่งเครียดและตั้งใจมากจนทุกคนสัมผัสได้

            บรรยากาศรอบตัวเธอค่อนข้างจริงจังจนผิดปกติ ซึ่งทำให้บลูอายแอบสังเกตเห็นสีสันของความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินคำว่าหน้าที่จากเธอ จนแอบประหลาดใจและเริ่มนำเรื่องนี้ไปพูดกับทุกคน

            ถึงตอนนั้นบรรยากาศภายในดินแดนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงจะมีความเคร่งเครียดและหนักอึ้งไปบ้าง แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ชวนสนิทสนม จนหัวหน้านักบวชสาวแอบประหลาดใจ

            แต่ถึงจะสงสัยหัวหน้านักบวชสาวก็ไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องนี้เพราะเธอจริงจังมากกับพิธีของกัสในครั้งนี้ เนื่องจากเธอรู้ดีว่ามันสำคัญกับเขามากขนาดไหน

            โดยเฉพาะสำหรับอัจฉริยะอย่างกัส

            สำหรับคนทั่วไป ความผิดพลาด 1 – 2 ครั้งอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรง แต่สำหรับอัจฉริยะ ความผิดพลาดคือสิ่งที่ไม่ควรเกิดเพราะทันทีที่เกิด มันจะทำให้ความสำเร็จของเขาลดระดับลงมาขั้นหนึ่งทันที

            หากการก้าวข้ามผิดพลาด กัสก็จำต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสามารถฟื้นฟูพลังกลับมาได้ เขาต้องเสียเวลาปรับปรุงรากฐานใหม่ เสียเวลาสะสมพลังใหม่ ซึ่งการเสียเวลาอย่างมากนั้นจะทำให้เขาเสียเวลาที่มีค่าที่สุดไป

            ถึงตอนนั้นต่อให้สำเร็จได้ในครั้งที่ 2 หรือ 3 ความสำเร็จของเขาก็ไม่อาจเทียบได้กับครั้งแรกเพราะมันทำให้ศักยภาพของเขาถดถอยดังนั้นหัวหน้านักบวชสาวสกายเบรดจึงจริงจังมากเป็นพิเศษ

            ในจุดนี้เหล่าภรรยาของกัสจึงพลอยรู้สึกดีๆ กับเธอไปด้วยและพากันชื่นชม ทั้งยังนึกขอบคุณเธอที่ยอมสละเวลามาช่วยสามีของพวกเธอแบบนี้

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอึดใจเดียว 1 เดือนก็ผ่านไป

            ในที่สุดกัสก็ออกมาจากการปิดประตูฝึกฝนด้วยสภาพจิตใจที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ปราศจากคลื่นลมใดๆ จิตใจของเขาผ่านการชำระล้างจนใสกระจ่างยิ่งกว่าเดิม

            สภาวะจิตใจของเขาสมบูรณ์พร้อม ทั้งกายและใจอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด

            เช่นเดียวกับข่ายอาคมที่ถูกตรวจสอบซ้ำไม่ต่ำกว่า 10 รอบ ทุกครั้งที่ตรวจสอบจะมีการเปิดระบบตรวจสอบอย่างละเอียดครั้งแล้วครั้งเล่า ตรวจสอบด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของหัวหน้านักบวชสาวซ้ำในทุกๆ ครั้ง

            จนกระทั่งมั่นใจว่าไม่มีความผิดพลาดใดๆ กับข่ายอาคมแม้แต่เศษเสี้ยว พวกเธอถึงได้ผ่อนคลายลง จากนั้นจึงปิดผนึกพื้นที่เอาไว้เพื่อป้องกันความผิดพลาดด้วยเวทมนตร์ระดับมหาเวทที่ร่ายโดยหัวหน้านักบวชสาว

            เมื่อกัสออกมาจากการปิดประตูฝึกตน เขาก็นึกแปลกใจน้อยๆ เมื่อได้เห็นหัวหน้านักบวชสาวอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวขอบคุณเธอโดยไม่ต้องถามเพราะการที่เธออยู่ที่นี่ในเวลานี้หมายความว่ายังไงนั้นเขาเข้าใจดี

            “ไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้ให้ความสำคัญกับพิธีของเจ้าก็พอ”

            “ครับ..ขอบคุณมากครับท่านหัวหน้านักบวช..”

            “ไม่เป็นไร..เอาละมาเถอะข้าจะใช้มหาเวทชำระใจให้เจ้าอีกครั้ง!”

            พูดจบหัวหน้านักบวชสาวก็หลับตาลงตั้งสมาธิ สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ส่งออกไปโอบล้อมกัสเอาไว้ทุกด้าน ก่อนจะใช้มหาเวทชำระใจออกมาเพื่อทำให้จิตใจของเขาสงบนิ่งมากยิ่งขึ้นและช่วยปกป้องจิตมารที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่ก้าวข้ามความเป็นตาย

            ทุกอย่างเตรียมพร้อมจนเสร็จ กัสก็ก้าวเข้าไปยังใจกลางของข่ายอาคมและนั่งลงอย่างช้าๆ จากนั้นหลับตาเพื่อทำสมาธิจนกระทั่งพลังชีวิตและพลังวิญญาณสงบลงถึงขีดสุด

            ถึงตอนนั้นข่ายอาคมก็ถูกขับเคลื่อน แสงสว่างปรากฏขึ้นโอบล้อมร่างกายของกัสเอาไว้เป็นชั้นๆ จนเกิดเป็นม่านแสงที่อ่อนจางปกคลุมพื้นที่โดยรอบเอาไว้จนหมด

            วินาทีต่อจากนั้นเสียงลมหายใจก็ขาดหายไปชั่วขณะ ทุกคนพร้อมใจกันหยุดลมหายใจไปโดยไม่รู้ตัวเพราะความตื่นเต้น

            “ข่ายอาคมพิทักษ์ชีพทำงาน!!”

            “ข่ายอาคมตรึงวิญญาณทำงาน!!”

            “ข่ายอาคมโลกแห่งพิสุทธิ์ทำงาน!!”

            “ข่ายอาคมทั้งสามทำงานแล้วค่ะ ระดับความสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ! ความเสถียรของพลังอยู่ในจุดสูงสุด!! ทั้งหมดพร้อม!!”

            “ดี!! กัสเริ่มได้!!”

           

 

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน