ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 50 อสูรร้ายในคราบมนุษย์

              “โอ้โห—ลงมือได้หมดจดเหมือนเดิมเลยนะบอส”


              เสียงรื่นเริงของอินูอิดังขึ้นโดยไม่อ่านบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดเขาเดินเข้ามาในโรงยิมพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในนั้นมีชายชื่อมิชิม่ารวมอยู่ด้วย ซึ่งกำลังจ้องเรย์ราวกับต้องการกระโจนเข้าใส่ เพื่อคิดบัญชีเรื่องในอดีต


              หมอคัตสึรางิพยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับมัตสึบาระโดยใช้ผ้าก๊อซพันบริเวณส่วนที่ขาดเพื่อห้ามเลือด


              “ทำไมพวกคุณถึงโหดร้ายกันได้ขนาดนี้!?”


              หญิงสาวตะเบ็งถามอย่างเลือดอดเธอไม่อาจทนมองภาพพวกพ้อง ค่อย ๆ สิ้นลมหายใจจากไปได้อีกแล้ว


              “หากไม่ใช่เพราะความสามารถของคุณยังมีประโยชน์อยู่ละก็...พวกเราโหดร้ายได้มากกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นอยู่เฉย ๆ ไว้จะดีกว่านะครับคุณหมอ”


              อินูอิกล่าวขณะล็อกตัวหญิงสาวไว้จากด้านหลังยื่นหน้ามาประชิดกับอีกฝ่าย ใช้ลิ้นเรียวเลียแผล็บลากยาวลงบนแก้มของเธออย่างกักขฬะ


              “หึหึ...น้ำตาของคุณหมอมีรสหวานจังเลยนะครับหลังจบเรื่องคงต้องรบกวนช่วยวัดปริมาณน้ำตาลให้ผมเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”


              คัตสึรางิสะบัดหน้าหนีอย่างรังเกียจเดียดฉันท์


              ทางด้านฟุรุคาว่ามองสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยความมึนงงราวกับสมองประมวลผลไม่ทัน


              “นะ...นี่แก จริง ๆ แล้วแกคือใครกันแน่โมนิมูระ!?”


              ฟุรุคาว่าถามอย่างร้อนรนเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คิด ทั้งที่ยังมีสาวกยืนล้อมกรอบอยู่มากมายแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าหวาดหวั่นแสดงให้เห็นออกมาเลยสักนิด


              “คือคนที่ทำให้คุณมีทุกอย่างในวันนี้ได้ยังไงล่ะครับ”


              “แกหมายความว่ายังไง!?”


              “อย่าบอกนะ...ตัวคุณหลงเชื่อว่าผีดิบเหล่านั้นไม่กล้าเข้าใกล้เป็นเพราะปาฏิหาริย์อันเกิดขึ้นจากตัวคุณจริงๆ น่ะครับ?”


              ฮิราตะกล่าวขณะก้าวเดินเข้าไปหาฟุรุคาว่าบริเวณหน้าเวทีเขาต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อเห็นสีหน้าอันโง่งมของอีกฝ่าย


              “คุณหลีกหนีจากการต่อสู้ในสนามรบกักขังตัวเองในความสงบสุขจอมปลอมที่ผมสร้างให้ ผลักไสการต่อสู้ทั้งหมดให้คนอื่นจนท้ายที่สุดก็หลงลืมกระทั่งวิธีปกป้องตัวเองการดำรงอยู่แบบนั้นช่างน่าสมเพชทั้งในฐานะมนุษย์และสิ่งมีชีวิตจริง ๆ”


              ฟุรุคาว่าเบิกตาโพล่งใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเริ่มเชื่อมโยงทุกอย่างได้


              “เป็นแกเองงั้นสินะ! ที่คอยบงการพวกผีดิบนั่น? ให้คนปล่อยข่าวเรื่องที่คิดจะปฏิวัติหรือแม้แต่ที่อยู่ของกุญแจพวกนี้...นี่แกยอมสละพวกพ้องที่ร่วมสู้กันมาเพื่อตบตาเล่นละครเท่านั้นเนี่ยนะ?”


              ฮิราตะเพียงขยับยิ้ม


              ทว่ารอยยิ้มอันไม่น่าพิสมัยนั่นเฉลยคำตอบทุกสิ่งอย่าง


              ถูกต้อง... นั่นคือรอยยิ้มแห่งการรอคอย


              รอคอยให้เหยื่อค่อย ๆเดินไปตามหมากที่วางเอาไว้ รอคอยให้เหยื่อเหล่านั้นขุดหลุมฝังตัวเองมีเพียงวิธีนี้ถึงจะทำให้คนอย่างฮิราตะสัมผัสได้ถึงความสนุก


              สำหรับฟุรุคาว่าแล้วรอยยิ้มนั่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความประสงค์ร้ายดังนั้นจึงไม่รู้สึกถึงการยิ้มแย้มอยู่ในรอยยิ้มนั้นเลยแต่มันกลับทำให้ฟุรุคาว่ารู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจ


              “ฮ่าฮ่าถึงไอ้หมอนี่จะเป็นคนโง่ แต่ยังพอมีหัวคิดอยู่บ้างงี่เง่าแค่ไหนก็ควรมีขอบเขตงั้นสินะ”


              มิชิม่าหัวเราะเยาะ ก่อนจะได้ยินฮิราตะพูดต่อ


            “โลกนี้มีเพียงอุดมคติเดียวนั่นคือการเหยียบย่ำอุดมคติของผู้อื่น อุดมคติใด ๆ จะสามารถเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเหยียบย่ำอุดมคติของผู้อื่น หากคุณไม่ยอมรับนั่นเป็นเพราะคุณไม่ได้ตระหนักถึงมัน และไม่ต้องห่วงไปหรอกนะครับชีวิตเหล่านั้นล้วนไม่สูญเปล่าพวกเขาจะได้รับโอกาสที่สองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอันเกรียงไกรและพิชิตดินแดนแห่งนี้ไปด้วยกัน”


            “แกเสียสติไปแล้วรึไงโมนิมูระ!?”


            “ใช่แล้วล่ะ... ผมมันคนเสียสติโลกทั้งใบมันก็บ้าคลั่งเหมือนกันหมดนั่นแหละมีปีศาจเดินป้วนเปี้ยนไปมาอยู่ในคราบของมนุษย์เต็มไปหมดผู้คนก็แค่เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ พระเจ้าได้ทอดทิ้งพวกเราไปแล้วไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่ละเมิดบัญญัติสิบประการ โลกแบบนี้น่ะ เหมาะกับคนอย่างฉันที่สุดแล้วเพราะสิ่งที่โลกใบนี้ต้องการ ก็คือปีศาจตัวจริงยังไงล่ะ!”


              “—ฉันจะไม่ทนฟังเรื่องเหลวไหลของแกอีกต่อไปเหล่าสาวกจงจัดการฆ่าพวกมันทุกคนให้หมด!”


              สิ้นสุดเสียงคำสั่งของฟุรุคาว่า


              ชายคนหนึ่งซึ่งแฝงตัวอยู่ท่ามกลางหมู่สาวกใช้ดาบห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง ฟันใส่ผู้คนโดยรอบจนขาดเป็นชิ้น ๆ


              “เฮ้อ...พอจะสูญเสียอำนาจไป ก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาคุณนี่ไม่ได้เข้าใจสถานะของตัวเองในตอนนี้เลยสินะครับ”


              ฮิราตะส่ายศีรษะ ถอดถอนหายใจ


              เสียงดาบในตอนแรกนั้นเป็นเหมือนสัญญาณให้กลุ่มคนของฮิราตะซึ่งปะปนแฝงตัวในกลุ่มสาวกเริ่มลงมือพร้อมกันบริเวณอัฒจันทร์ปะทะกัน เสียงร้องโหยหวนดังระงม แขนขาและเครื่องในกระจัดกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นฉุนฟุ้งไปทั่ว


              ช่างเหมือนฝูงชนคลั่งศาสนาที่ยอมให้ชีวิตถูกเหยียบคร่าต่อหน้าเทวรูป


              มันคือความบ้าคลั่งเช่นนั้น


              สถานการณ์กลับตาลปัตรเห็น ๆ อยู่ว่าเหล่าสาวกได้เปรียบเรื่องจำนวนแต่พวกเขาล้วนไม่อาจต่อต้านได้เมื่อคุราเบะกระโดดเข้าร่วมวงต่อสู้


              “หึหึ ไม่มีสรวงสวรรค์ในที่ที่พระเจ้ามองไม่เห็นหรอกนะครับคุณฟุรุคาว่า”

     



              “เรย์คุง...ฉันรู้ว่าคำขอร้องนี้มันโหดร้าย แต่ได้โปรดอย่าขยับ”


              โยซึรุแสดงตัวบ้างเธอใช้ปืนจ่อศีรษะของเรย์ เมื่อเห็นเขาเริ่มขยับกำดาบในมือแน่น


              “ทำไมถึงไปเข้าร่วมกับพวกมันทำไมรุ่นพี่ทำแบบนี้”


              เขาปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้เกือบทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยถามอะไรให้มากความ ทั้งเรื่องทาดาชิได้อังเอิญเจอกับฮิราตะหรือความลับที่ซ่อนของกุญแจ ถูกฮิราตะนำมาใช้ประโยชน์แสร้งส่งข่าวลวงล่อให้ฟุรุคาว่าออกมาติดกับ


              คนทรยศที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวทั้งหมดของพวกเขาก็คือเธอนี่เอง


              ความจริงข้อนั้นทำให้ตัวเขาสั่นสะท้าน


              "'นิสัยของคนคนหนึ่ง'ก็คือโชคชะตาของคนคนหนึ่ง...เธอลองทำความเข้าใจประโยคนี้จากความหมายตรง ๆ ของมันดู ยกตัวอย่างเช่นสำหรับวันสิ้นโลกแล้ว ถ้าเป็นเคนจิเขาจะเลือกใช้พลังทั้งหมดที่เขามีอยู่ไปหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้น ...สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับผลลัพธ์ มันคือทัศนคติในการใช้ชีวิตของคนแบบหนึ่งก็เหมือนกับฉัน ซึ่งสามารถทรยศคนทั้งโลกได้เพื่อตัวเอง"


              ในคำพูดของโยซึรุแสดงความรู้สึกได้ถึงส่วนที่ถลำตัวออกไปอย่างยากจะยั้งเธอทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด แม้จะต้องทรยศคนทั้งโลกก็ตามสิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับศีลธรรมที่เธอให้ความสำคัญ...มันเป็นแค่กฎของธรรมชาติก็เท่านั้น


              โยซึรุเหลือบมองไปยังชิโฮะเธอไม่ได้เป็นคนยิงหล่อน ดังนั้นเธอจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆให้รู้สึกผิดทั้งสิ้น และการที่ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ ล้วนไม่ใช่ความผิดเธอ


              หรืออันที่จริงอาจไม่ใช่ความรู้สึกผิดส่วนหนึ่งในใจกระซิบบอก เธออาจแค่สงสารที่หล่อนจะไม่รอดถึงอย่างไรชิโฮะก็เป็นคนที่ร่วมทุกร่วมสุขกันมา แต่กลับต้องมาตายลงที่นี่


              ‘หยุดคิดซะที’


              โยซึรุตัดบทในใจเกิดอารมณ์อันซับซ้อนอย่างยิ่งยวดนี่ไม่ใช่เวลาเหมาะเลยที่จะมาครุ่นคิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นผิดหรือไม่อย่างไร


              คนเราเกิดมาต้องตาย โลกมันก็เป็นแบบนี้สิ่งที่เธอเรียนรู้จากการใช้ชีวิตก็คือการจมปลักอยู่กับเรื่องนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย กว่าเธอจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นนักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่ได้นั้นเธอต้องเสียสละอะไรไปมากมาย เพราะงั้นเธอจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่เป็นอันขาด


              หากวันนั้นเธอไม่ได้สัมผัสฮิราตะโดยบังเอิญและได้รับรู้เกี่ยวกับอัตลักษณ์ของเขา จนเชื่อมโยงเรื่องราวทุกอย่างได้ป่านนี้เธอคงมีชะตากรรมไม่ต่างจากชิโฮะ


              เธอใช้ทั้งร่างกายและวาทศิลป์ที่ฝึกมาอย่างช่ำชอง ซื้อใจอีกฝ่ายเธอเชื่อว่าแผนของฮิราตะสามารถจบทุกอย่างลงได้ อยู่กับเรย์ต่อไปไม่มีความหวังเมื่อเขาเริ่มเอาใจออกห่างเพราะความรู้สึกผิด ยิ่งทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


              แต่ว่าทำไมกันเมื่อมองไปยังแววตาของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีนับแต่ครั้งเยาว์วัยที่โยซึรุอยากร้องไห้เธอเกลียดเขาขึ้นมาติดหมัด เกลียดเขาซึ่งทำให้เธอเกลียดตัวเอง แม้รู้ดีว่าเธอในตอนนี้ไม่มีคุณสมบัติเห็นใจใครทั้งนั้น


              แววตาเธอเก็บซ่อนความหวั่นไหวไว้อย่างมิดชิดจนดูแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ผลักความคลางแคลงในตัวเองออกไป การทำให้เขาต้องเจ็บปวดนั่นคือสิ่งที่เธอไม่อยากรู้ตัว


              “เรย์... มากับฉันเถอะแล้วฉันจะคุยกับพวกเขาเพื่อให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ตัวเอง ...อย่าทำให้ฉันต้องเหนี่ยวไกเลยนะ”


              เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นใบหน้าของเรย์พลันนิ่งงัน จ้องเธอนิ่งสนิทผ่านแววตาอันว่างเปล่า


              “…”

             



              ทางด้านอินูอิที่กำลังยิ้มยียวนมองมัตสึบาระนั่งคุกเข่ากุมแขนข้างที่ขาดอย่างเย้ยหยันเบื้องล่างสายตาแม้ร่างกายจะระโหยโรยแรง แต่แววตาของเธอยังคงจ้องเขม็งกลับมาอย่างอาฆาตประหนึ่งหวังแผดเผาตนให้มอดไหม้


              ดังนั้นหากฆ่าเขาได้ด้วยเพียงการจ้องมองล่ะก็อินูอิเชื่อว่าตนคงตายไปนับร้อยนับพันครั้งแล้ว


              “โทชิโร่ยอมสละตัวเองเพื่อให้พวกอ่อนแอมีชีวิตรอดเพราะแบบนั้นตอนท้ายสิ่งที่ทำมาเลยพลอยล่มสลายไปด้วย เห่ยเป็นบ้าเลยว่ะ...เธอว่างั้นไหมมัตสึบาระ”


              อินูอิชื่นชอบการเยาะเย้ยและทำให้คนอื่นเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจใครจะมองว่าโรคจิตก็ช่าง เพราะเขาไม่ต้องไปใส่ใจกับรรทัดฐานทางสังคมอีกแล้ว


              “หุบปากไปซะไอ้สารเลว…แกไม่มีสิทธิ์เอ่ยถึงชื่อนั้น”


              มัตสึบาระเค้นเสียงลอดไรฟันสติสัมปชัญญะลดลงทุกขณะเพราะสูญเสียเลือด


              “ฮะฮ้า อย่าโมโหแบบนั้นสิเดียวได้ช็อกตายเพราะเสียเลือดกันพอดี...เอาเถอะไม่ใช่ว่าฉันไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนั้นหรอกนะ การพึ่งพาคนอื่นการที่ทุกคนคอยช่วยเหลือกันและกันโดยทั่วไปแล้วถือเป็นเรื่องถูกต้องไม่มีอะไรจะถูกไปกว่านี้อีกแล้วแต่นั่นมันในทางอุดมคติ เพราะจิตใจมนุษย์น่ะไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้นหรอกนะจำเอาไว้เป็นบทเรียนให้ดีล่ะ”


              ทาดาชิซึ่งนอนคว่ำหน้าคลานกับพื้นมองภาพเพื่อนของตนอีกสองคนซึ่งหมดลมหายใจไปก่อนเขาแล้วอย่างเจ็บแค้นอวัยวะภายในหลายแห่งถูกแทงจนสาหัสเลือดออกภายใน ระบบหายใจขัดข้องอีกไม่นานตัวเขาคงตามทุกคนไป... แต่ช่วยรออีกนิด


              ‘อย่างน้อยก่อนตายฉันขอ—'


              อินูอิซึ่งไม่ทันระวังตัวถูกทาดาชิในสภาพปางตายเค้นแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งขึ้นมาจับล็อคคอจากด้านหลัง


              “อย่าขยับไม่งั้นได้ระเบิดเป็นจุณกันทั้งหมดนี่แน่!”


              ทาดาชิโชว์ระเบิดในมือพร้อมกับสลักซึ่งถูกปลายนิ้วเกี่ยวเอาไว้เพียงแค่ขยับแรง ๆ ก็สามารถพรากชีวิตคนในบริเวณได้ทันที


              เหล่าลูกน้องของอินูอิต่างกระเถิบออกไม่กล้าเข้าใกล้


              “เรย์... คุณหมอ—รีบพามัตสึบาระหนีไปเร็วเข้า”


              “แต่ว่า...”


              คัตสึรางิเกิดก้าวขาอย่างลังเลขณะกำลังพยุงมัตสึบาระในสภาพร่อแร่ใกล้สิ้นสติเต็มทน


              “จงเลือกชีวิตที่สมควรช่วยด้วยตัวเองซะนี่คือสิ่งซึ่งเรียกว่าความรับผิดชอบ คุณก็รู้ดีใช่ไหมคุณหมอ...”


              ทาดาชิแค่นยิ้มไม่รู้สึกเสียดายชีวิตเลยสักนิด


              สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องเลือกเธอไม่อาจปล่อยโอกาสที่ทาดิชิเสียสละหยิบยื่นให้ครั้งนี้สูญเปล่าจำต้องกัดฟันก้าวเดินจากไป


              “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ...คุณทาดาชิ”


              เรย์กล่าวหลังจากมองใบหน้าฮารุโตะเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับช้อนอุ้มชิโฮะเดินผ่านโยซึรุออกไปโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใดทั้งสิ้นไม่สนว่าเธอจะยิงเขาหรือไม่ป่านนี้แล้วการพูดคุยรังแต่จะทำให้เขารู้สึกเกลียดเธอมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่


              “พวกแกบ้าไปแล้วรึไงเดียวได้ระเบิดตูมตามตายด้วยกันหมดนี่หรอก”


              อินูอิตะโกนด่าลูกน้องส่วนหนึ่งซึ่งพยายามขัดขวางไม่ปล่อยให้กลุ่มของเรย์ผ่านออกไป


              ทาดาชิคลี่ยิ้มขื่นสบายใจมากขึ้นเมื่อเห็นพรรคพวก และคนที่ตนรักหนีรอดออกไปได้จากสถานการณ์นี้บาดแผลของเขาสาหัสเกินเยียวยา ในเมื่อยังไงก็ต้องตายอย่างน้อยเขาอยากลากไอ้คนทรยศนี่ไปด้วยกัน แค่นี้รู้สึกว่าชีวิตมันคุ้มค่าแล้ว


              “ทาดาชิฉันสามารถไว้ชีวิตแกกับเจ้าพวกนั้นได้นะ เพราะสิ่งที่ต้องการพวกเราล้วนได้มาครบแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไล่ล่าพวกแกอีกต่อไป”


              เสียงหัวเราะของคนใกล้ตายดังขึ้นแผ่วเบาแฝงด้วยความเย้ยหยัน


              “แค่กๆ ... งั้นเหรอ แต่โทษทีนะ เพราะสิ่งที่แกติดค้างฉันมีมากมายจนนับไม่ไหวเลยว่ะ”


              “อย่าคิดทำบ้าๆ นะโว้ย!”


              อินูอิหน้าเผือดสีเกิดความกลัวพุ่งขึ้นมาในจิตใจ เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายเอาจริง


              “สิ่งที่คุณโทชิโร่ทำมันเห่ยมากเลยใช่ไหมล่ะเพราะฉะนั้น— ฉันจะทำแบบเดียวกันให้แกดู!”


              ในช่วงเสี้ยวสุดท้ายของชีวิตทาดาชิพลันนึกถึงการตัดสินใจของรุ่นพี่ที่เคารพขึ้นมา


              ‘ความรู้สึกที่ได้ใช้นาฬิกาชีวิตของตัวเอง ต่อเวลาให้กับผู้อื่น...มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับคุณโทชิโร่’


              ตู้ม!!

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984