แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านผ้าไหมสีทองอร่ามเข้ามาภายในห้องนอนอันหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่กว้างขวางพอจะจุคนได้นับสิบ ร่องรอยของมหาศึกลงทัณฑ์ความหึงหวงเมื่อคืนยังคงปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด ผ้าปูเตียงยับยู่ยี่ หมอนกระจัดกระจาย และกลิ่นอายแห่งความเย้ายวนที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศบ่งบอกถึงความดุเดือดของการประสานสวาทที่เพิ่งผ่านพ้นไป
หลีเฮงนอนแผ่หราอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่แทบจะเรียกได้ว่าหมดสภาพ ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนยักษ์ทับเอาไว้ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนปวดร้าวราวกับถูกฉีกกระชาก ทว่าในความเหนื่อยล้าแทบขาดใจนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงความสดชื่นอันน่าประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ภายในจุดตันเถียน พลังปราณของเขาดูเหมือนจะเสถียรและหนักแน่นขึ้นอย่างก้าวกระโดด นี่คือผลพลอยได้จากการบำเพ็ญคู่กับสตรีระดับสูงถึงสามคนพร้อมกัน
ข้างกายของเขาคือสามสาวงามที่ยังคงหลับสนิท หลินเสวี่ยเหยา องค์หญิงนักดาบน้ำแข็งระดับ Rank SSS นอนหันหลังให้เขา แผ่นหลังขาวเนียนดุจหิมะของเธอมีรอยแดงจางๆ ปรากฏอยู่ประปราย ลมหายใจของเธอสม่ำเสมอ ทว่าไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกลับรุนแรงกว่าปกติจนทำให้ผ้าห่มบางส่วนเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
อีกด้านหนึ่งคือ เยี่ยหลัวอิน จอมมารสาวสายความมืดระดับ Rank SSS เธอนอนก่ายกอดแขนของหลีเฮงเอาไว้แน่น ใบหน้างดงามที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มยั่วยวนบัดนี้ดูผ่อนคลายและไร้เดียงสาราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ทว่ากลิ่นอายแห่งความมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับปั่นป่วนและรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และที่ปลายเตียงคือ จ้าวฉินซวง ลูกพี่เสือสาวเพลิงทมิฬระดับ Rank SS เธอนอนคุดคู้ด้วยท่าทีที่ดูระแวดระวัง แม้ในยามหลับ เปลวไฟสีดำจางๆ ที่ลุกโชนอยู่รอบตัวเธอก็บ่งบอกถึงพลังที่กำลังจะปะทุออกมา
หลีเฮงลอบถอนหายใจยาว พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หากไม่ใช่เพราะระบบเทพแมงดาของเขาช่วยปรับสมดุลพลังหยินหยางให้ ป่านนี้เขาคงถูกพลังธาตุทั้งสามขั้วบดขยี้จนวิญญาณแหลกสลายไปแล้ว
[ติ๊ง!]
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยของระบบหยินหยางเย้ยสวรรค์ดังขึ้นในหัวของหลีเฮง ปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์
[รายรับประจำวันจากหุ่นเทพจำแลงที่วังเหมันต์: บวก 3,000 แต้ม]
[ระบบขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ยังมีชีวิตรอดจากสมรภูมิเตียงนอนมาได้ แม้สภาพของโฮสต์ในตอนนี้จะดูไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำที่ถูกบีบจนแห้งเหือดก็ตาม]
หลีเฮงกลอกตาบน "ขอบใจสำหรับคำชมนะระบบ เอ็งไม่พูดประโยคหลังฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก"
ทันใดนั้น หลินเสวี่ยเหยาก็ขยับตัว เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าครามของเธอมีประกายความกังวลพาดผ่าน เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างเปลือยเปล่าของตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"พลังของข้า..." หลินเสวี่ยเหยาพึมพำ น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความตื่นตระหนก "พลังธาตุน้ำแข็งของข้ากำลังจะทะลวงขีดจำกัด มันปั่นป่วนเกินกว่าที่ข้าจะควบคุมได้แล้ว"
คำพูดของเธอปลุกให้เยี่ยหลัวอินและจ้าวฉินซวงตื่นขึ้นมาเช่นกัน ทั้งสองคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน
"พลังแห่งความมืดของข้าก็เช่นกัน" เยี่ยหลัวอินกล่าว พลางลูบหน้าอกของตนเอง "มันกำลังจะปะทุ หากข้าไม่รีบสกัดกั้นเอาไว้ เกรงว่ามันจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของข้าจนหมดสิ้น"
"ไฟเพลิงทมิฬของข้าก็แทบจะเผาไหม้ชีพจรข้าอยู่แล้ว!" จ้าวฉินซวงเสริม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
หลีเฮงขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้น? เมื่อคืนข้าก็ช่วยปรับสมดุลให้พวกเจ้าแล้วนี่นา"
หลินเสวี่ยเหยาหันมามองหลีเฮงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "เป็นเพราะการประสานสวาทเมื่อคืน... พลังหยินของพวกเราทั้งสามคนเมื่อผสานเข้ากับพลังหยางของเจ้า มันก่อให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่รุนแรงเกินคาด พลังของพวกเรากำลังก้าวกระโดดขึ้นสู่ระดับปราณนักสู้พร้อมกัน หากไม่รีบเข้าปิดด่านฝึกตนเพื่อควบคุมพลังธาตุสามขั้วนี้ มันจะย้อนกลับมาทำลายวิญญาณของพวกเราเอง"
"หมายความว่าพวกเจ้าต้องไปปิดด่านฝึกตนงั้นรึ?" หลีเฮงถามด้วยความตกใจ
"ใช่" หลินเสวี่ยเหยาพยักหน้า "พวกเราต้องรีบเดินทางไปยังห้องศิลาลับปิดตายของตระกูลหลินและสำนักเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ทันที ที่นั่นมีค่ายกลที่จะช่วยสะกดและปรับสมดุลพลังของพวกเราได้"
เยี่ยหลัวอินยิ้มบางๆ ให้หลีเฮง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจุมพิตที่แก้มของเขาเบาๆ "ขอโทษด้วยนะสามีสุดที่รัก ดูเหมือนว่าพวกเราคงไม่ได้อยู่ปรนนิบัติเจ้าไปอีกสักพักใหญ่ๆ เจ้าอย่าเผลอไปก่อเรื่องหรือแอบไปมีหญิงอื่นตอนที่พวกข้าไม่อยู่ล่ะ"
จ้าวฉินซวงมองหลีเฮงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาวรณ์ "ดูแลตัวเองด้วยนะหลีเฮง หากข้าออกมาเมื่อไหร่ ข้าจะชดเชยให้เจ้าอย่างสาสมเลย"
หลีเฮงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ "พวกเจ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอก รีบไปจัดการเรื่องพลังของพวกเจ้าเถอะ หากเกิดอะไรขึ้นมา ข้าคงทนรับไม่ไหว"
"ส่วนเรื่องไป๋ซือหนิง" หลินเสวี่ยเหยากล่าวเสริม "เมื่อเช้านางส่งข้อความปราณมาบอกว่า ต้องคอยสแตนบายควบคุมและเยียวยาฟื้นฟูผลกระทบจากยาพิษที่หลงเหลืออยู่ในสมาคมแพทย์หลงเหมิน นางคงปลีกตัวมาหาเจ้าไม่ได้เช่นกัน"
หลีเฮงพยักหน้ารับรู้ แม้ในใจจะรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ แต่เขาก็เข้าใจถึงความจำเป็นของสถานการณ์
หลังจากที่สามสาวงามแต่งตัวและจากไปอย่างเร่งรีบ คฤหาสน์ตระกูลหลินก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง หลีเฮงลุกขึ้นจากเตียง จัดการทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหรา
"เอาล่ะ" หลีเฮงพึมพำกับตัวเอง "ในเมื่อไม่มีเมียคอยหนุนหลังแล้ว วันนี้ข้าก็คงต้องออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองสินะ"
เป้าหมายของเขาในวันนี้คือการเดินทางเข้าสู่ย่านกลางของเมืองหลวงหลงเหมิน เพื่อไปจัดการธุระบางอย่างเกี่ยวกับสมาคมหมอนวด และตรวจสอบความเคลื่อนไหวของขั้วอำนาจต่างๆ ในเมืองหลวง
แต่สิ่งที่หลีเฮงกังวลที่สุดคือ ในตอนนี้เขาปราศจากบัฟเกราะป้องกันเมียรัก และไม่มีสตรีระดับสูงคอยคุ้มครองอยู่เคียงข้าง เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์ระดับ Rank F ที่มีดีแค่เรื่องการนวดและระบบเทพแมงดาเท่านั้น หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น เขาคงเอาตัวรอดได้ลำบาก
หลีเฮงก้าวเดินออกจากเขตปลอดภัยของคฤหาสน์ตระกูลหลินด้วยความระมัดระวัง บรรยากาศยามเช้าของเมืองหลวงหลงเหมินคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย พ่อค้าแม่ค้าต่างตะโกนร้องขายสินค้า เสียงรถม้าและผู้คนเดินขวักไขว่สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับเมืองแห่งนี้
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น หลีเฮงกลับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตบางอย่างที่พุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง ร่างกายของเขาสะท้านเฮือก สัญชาตญาณเอาตัวรอดที่ถูกขัดเกลามาจากการเผชิญหน้ากับอันตรายนับครั้งไม่ถ้วนร้องเตือนว่าเขากำลังถูกหมายหัว!
เมื่อก้าวพ้นเขตถนนสายหลักและเลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กๆ ที่เป็นทางลัดไปยังย่านกลางเมือง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามสายลม
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
เงาดำสามสายพุ่งลงมาจากหลังคาตึกรอบด้าน ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทปิดบังใบหน้า ทั้งสามคนแผ่รังสีอำมหิตอันเข้มข้นออกมา พลังปราณที่แฝงอยู่ในตัวบ่งบอกว่าพวกเขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับสูง!
"พวกเจ้าเป็นใคร?!" หลีเฮงตะโกนถาม แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่เขาก็พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด
หนึ่งในชายชุดดำหัวเราะเยาะ "ขยะระดับ Rank F อย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อของพวกเราหรอก รู้แค่ว่าวันนี้คือวันตายของเจ้าก็พอ!"
หลีเฮงสมองแล่นปรู๊ด เขารู้ทันทีว่าคนพวกนี้ต้องเป็นสายลับหรือนักฆ่าที่ถูกส่งมาโดยขั้วอำนาจที่เป็นศัตรูกับคฤหาสน์ตระกูลหลิน และตระกูลที่น่าสงสัยที่สุดในตอนนี้ก็คือตระกูลฉู่!
"ตระกูลฉู่ส่งพวกเจ้ามาสินะ" หลีเฮงพยายามถ่วงเวลา "พวกเจ้ารู้หรือเปล่าว่าข้าเป็นใคร? หากข้าเป็นอะไรไป พวกเมียๆ ของข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่!"
"ฮ่าๆๆ!" นักฆ่าอีกคนหัวเราะลั่น "พวกเรารู้ดีว่าเจ้าคือแมงดาที่คอยเกาะผู้หญิงกิน แต่ตอนนี้พวกผู้หญิงของเจ้าล้วนแต่ยุ่งอยู่กับการปิดด่านฝึกตนและจัดการปัญหาของตัวเอง ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก! วันนี้แหละที่พวกเราจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ เพื่อล้างแค้นให้กับคุณชายฉู่!"
หลีเฮงหน้าซีดเผือด สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก ลำพังแค่ฝีมือของเขาในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะต่อกรกับนักฆ่าระดับสูงถึงสามคนได้เลย
'ระบบ! ช่วยด้วย! มีไอเทมอะไรที่พอจะช่วยข้าได้บ้างไหม!?' หลีเฮงตะโกนเรียกหน้าต่างระบบในใจอย่างบ้าคลั่ง
หน้าต่างระบบโฮโลแกรมสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา พร้อมกับเสียงระบบที่ตอบกลับมาอย่างยียวน
[ติ๊ง! ระบบขอแนะนำให้โฮสต์สวดมนต์ขอพรต่อสวรรค์ หรือไม่ก็ยอมรับชะตากรรมของตัวเองแต่โดยดี เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่เทพเซียนก็คงช่วยอะไรโฮสต์ไม่ได้]
'ไอ้ระบบบัดซบ! หยุดกวนประสาทแล้วเปิดร้านค้าเดี๋ยวนี้!' หลีเฮงสบถด่า
[ติ๊ง! เปิดระบบร้านค้าตามคำขอของโฮสต์ ขอให้โฮสต์สนุกกับการช็อปปิ้งในวาระสุดท้ายของชีวิต]
หลีเฮงรีบกวาดสายตามองหาสินค้าในร้านค้าของระบบอย่างรวดเร็ว เขามีแต้มแมงดาสะสมอยู่จำนวนหนึ่งจากการทำภารกิจและการปรนนิบัติเหล่าภรรยา แต่ไอเทมส่วนใหญ่ที่พอจะช่วยให้เขาเอาชนะนักฆ่าเหล่านี้ได้ล้วนแต่มีราคาแพงหูฉี่เกินกว่าที่เขาจะจ่ายไหว
สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับไอเทมชิ้นหนึ่งที่อยู่มุมหลืบของร้านค้า
[ใบไม้พรางตัวสุนัขลอบกัด]
[รายละเอียด: ไอเทมวิเศษที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพรางตัวกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นเวลา 10 นาที ทว่ามีข้อเสียคือ ผู้ใช้จะต้องแสดงท่าทีอ่อนแอ ไร้ทางสู้ และน่าสมเพชราวกับสุนัขตกน้ำที่ถูกทอดทิ้ง เพื่อให้ไอเทมแสดงผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ]
[ราคา: 2,000 แต้มแมงดา]
หลีเฮงเห็นราคาและเงื่อนไขการใช้แล้วแทบจะกระอักเลือด 'ใบไม้พรางตัวสุนัขลอบกัด!? ชื่อบ้าบออะไรเนี่ย! แล้วไอ้เงื่อนไขที่ต้องทำตัวเหมือนหมาตกน้ำนี่มันอะไรกัน! ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของข้าจะเอาไปไว้ที่ไหน!?'
ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตาย หลีเฮงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นักฆ่าทั้งสามคนกำลังชักดาบที่เปล่งประกายความเย็นยะเยือกออกมา และค่อยๆ ต้อนเขาให้จนมุม
"ตายซะเถอะไอ้สวะ!" นักฆ่าคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับตวัดดาบหมายจะบั่นคอ
'ซื้อ! ข้าซื้อ!' หลีเฮงตัดสินใจกดซื้อไอเทมในทันที
[ติ๊ง! หักแต้มแมงดา 2,000 แต้ม ได้รับ 'ใบไม้พรางตัวสุนัขลอบกัด']
ทันทีที่ไอเทมปรากฏในมือ หลีเฮงก็สูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมทักษะการแสดงระดับรางวัลออสการ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ชาติก่อน ก่อนจะทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างแรง!
"โอ๊ยยยยยยยย!" หลีเฮงกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับลูกนกที่เปียกปอนท่ามกลางพายุฝน เขายกมือขึ้นกุมหัวเข่า ปากสั่นระริก น้ำตาคลอเบ้า "ได้โปรด! อย่าฆ่าข้าเลย! ข้ามันก็แค่ขยะ ไร้ค่า ไร้ราคา ข้ามันเป็นแค่หมาตัวหนึ่ง! ปล่อยข้าไปเถอะนะ!"
นักฆ่าทั้งสามคนชะงักงัน ดาบที่กำลังจะฟันลงมาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ พวกเขามองภาพชายหนุ่มที่เคยหยิ่งผยองและมีสตรีระดับสูงคอยคุ้มครอง บัดนี้กลับนอนตัวสั่นงันงก ร้องไห้คร่ำครวญและอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพช
"นี่มัน..." นักฆ่าคนหนึ่งถึงกับพูดไม่ออก ความรังเกียจและขยะแขยงผุดขึ้นมาในใจ "ไอ้หมอนี่มันน่าสมเพชกว่าที่คิดไว้อีก"
"ฆ่ามันไปก็รังแต่จะทำให้ดาบของพวกเราแปดเปื้อนเปล่าๆ" นักฆ่าอีกคนกล่าวเสริม พลางถ่มน้ำลายลงพื้น
ในจังหวะที่นักฆ่าทั้งสามคนกำลังลดการป้องกันตัวและมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามสุดขีด หลีเฮงก็รู้ว่าถึงเวลาแล้ว!
เขาแสร้งทำเป็นเกิดอาการชักกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาเหลือกขึ้นบน ปากอ้าค้าง ร่างกายเกร็งกระตุกไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไปราวกับคนตาย
"เฮ้ย! มันเป็นอะไรไปวะ!?" นักฆ่าคนหนึ่งร้องถามด้วยความตกใจ
"สงสัยมันจะกลัวจนหัวใจวายตายไปแล้วมั้ง" นักฆ่าอีกคนตอบ พลางเดินเข้าไปใกล้เพื่อตรวจสอบ
ในเสี้ยววินาทีนั้น หลีเฮงรีบยัดใบไม้พรางตัวสุนัขลอบกัดเข้าปากและกลืนลงไปทันที!
วูบ!
ร่างของหลีเฮงค่อยๆ โปร่งแสงและกลืนกินไปกับสภาพแวดล้อมรอบด้านอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ร่องรอยของลมหายใจหรือคลื่นพลังปราณก็จางหายไปจนหมดสิ้น!
นักฆ่าที่เดินเข้ามาตรวจสอบถึงกับชะงักงันเมื่อพบว่าร่างที่เคยนอนอยู่บนพื้นบัดนี้ได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ผีหลอก! มันหายไปไหนแล้ว!?" นักฆ่าคนนั้นตะโกนลั่น
"เป็นไปไม่ได้! ขยะอย่างมันจะมีวิชาพรางตัวระดับสูงขนาดนี้เชียวรึ!?" นักฆ่าอีกคนกล่าวด้วยความตื่นตระหนก ทั้งสามคนต่างพากันค้นหาไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ของหลีเฮงเลย
ในขณะเดียวกัน หลีเฮงในสถานะล่องหนก็ค่อยๆ ย่องออกจากตรอกอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาเห็นขบวนรถม้าขบวนใหญ่กำลังเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักพอดี รถม้าแต่ละคันถูกประดับประดาอย่างหรูหราด้วยทองคำและอัญมณีล้ำค่า ธงที่โบกสะบัดอยู่บนหลังคารถม้ามีสัญลักษณ์ของหอการค้าตระกูลมู่
นี่คือโอกาสทอง!
หลีเฮงไม่รอช้า เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี กระโดดขึ้นไปเกาะที่ด้านหลังของรถม้าคันที่ใหญ่ที่สุดในขบวน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นรถม้าที่ใช้สำหรับขนส่งสมบัติล้ำค่า เขามุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังกล่องไม้ขนาดใหญ่ได้อย่างหวุดหวิด
ขบวนรถม้าของหอการค้าตระกูลมู่เคลื่อนตัวต่อไปข้างหน้า นำพาหลีเฮงมุ่งหน้าเข้าสู่ย่านกลางเมืองหลวง ทิ้งให้นักฆ่าทั้งสามคนยืนงุนงงและโกรธแค้นอยู่ภายในตรอกแคบๆ โดยไม่รู้เลยว่าเหยื่อของพวกเขาได้หลบหนีไปอย่างลอยนวล
หลีเฮงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้สภาพของเขาในตอนนี้จะดูไม่จืด แต่เขาก็สามารถเอาชีวิตรอดมาได้
[ติ๊ง! ระบบประเมินผลการกระทำของโฮสต์]
[แต้มสะสมแมงดาคงเหลือ: 30,830 แต้ม]
[หักแต้มแมงดาสำหรับการซื้อ 'ใบไม้พรางตัวสุนัขลอบกัด': -2,000 แต้ม]
[ได้รับแต้มแมงดาจากการเอาตัวรอดจากสุนัขจนตรอก (และทำตัวเป็นสุนัขเสียเอง): +500 แต้ม]
[ค่าศักดิ์ศรีลดลง: -20 แต้ม จากการแสดงละครหน้าด้านตบตาแกล้งตายเป็นหมาตกน้ำอย่างไร้ยางอาย]
[แต้มวิบัติสะสม: +2 แต้ม (สะสมรวม 9 แต้ม)]
[ข้อความประเมินจากระบบ: ขอไว้อาลัยให้กับศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของโฮสต์ที่ปลิวหายไปกับสายลมแห่งเมืองหลวงหลงเหมินเรียบร้อยแล้ว ในอนาคตหากโฮสต์จะถูกจดจำในฐานะ 'เทพบุตรหมาตกน้ำ' ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด]
หลีเฮงอ่านข้อความจากระบบแล้วได้แต่กัดฟันกรอด "ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ระบบเวร! สักวันข้าจะเอาคืนเจ้าให้สาสมเลยคอยดู!"
แม้จะเจ็บใจที่ถูกระบบล้อเลียน แต่หลีเฮงก็รู้ดีว่าการเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายแห่งนี้ บางครั้งความหน้าด้านก็เป็นอาวุธที่ดีที่สุด ในเมื่อเขาไม่มีเมียคอยหนุนหลังแล้ว เขาก็ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอดให้ได้!
ขบวนรถม้าของหอการค้าตระกูลมู่ยังคงมุ่งหน้าต่อไป นำพาหลีเฮงเข้าสู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจและความวุ่นวายของเมืองหลวงหลงเหมิน การผจญภัยในฐานะแมงดาหนุ่มที่ไร้คนคุ้มครองเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!