ณ จวนท่านแม่ทัพซูเยี่ยน
“ท่านแม่ขอรับเหตุใดเด็กรับใช้ถึงเคลื่อนย้ายข้าวของในจวนแบบนี้ล่ะขอรับ” ท่านแม่ทัพสงสัย
“เอ่อ แม่อยากปรับฮวงจุ้ยเสียใหม่หมอดูเขาแนะนำว่าหากวางวัตถุมงคลตามหลักฮวงจุ้ยแล้วพวกเราอาจมีโอกาสพบน้องสาวของเ้าที่หายตัวไปเป็สิบปี” ท่านแม่กล่าว
“ท่านแม่ขอรับลูกพยายามออกตามหาซูหลินตามเบาะแส ลูกเชื่อมั่นว่าลูกจะต้องหานางจนเจออย่างแน่นอนอย่างมงายหลงเชื่อหมอดูนักเลย” แม่ทัพกล่าวเตือน
“ลองทำตามก็ไม่เสียหลายนี่ลูกอีกอย่าง ลูกตามหานางเป็สิบปีแล้วนะ ป่านนี้ยังหานางไม่เจอเลยไม่รู้ว่าตอนนี้ซูหลินนั้นจะเป็ตายร้ายดียังไง” ท่านแม่เป็ห่วงลูกสาวอย่างมาก
แม่ทัพซูเยี่ยนไม่อาจเตือนท่านแม่ได้เขาก็เลยเดินไปหาหมอดูเพื่อต่อว่านางแทน
“เ้าใช่มั้ยที่เป็หมอดู”แม่ทัพกล่าวทัก
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจะฟ้องร้องเ้าเ้ากล้าดียังไงถึงกล้าหลอกลวงต้มตุ๋นชาวบ้านเช่นนี้” ท่านแม่ทัพไม่เชื่อเื่ดวง
“ท่านเคยดูดวงกับข้าแล้วอย่างนั้นหรือไม่เคยใช่มั้ย แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าดูแม่นหรือไม่แม่นน่ะ” ท่านหมอดูกล่าว
“ออกไปจากจวนของข้าได้แล้วข้าไม่ต้อนรับหมอเดาอย่างเ้า” ท่านแม่ทัพไล่
“ไม่เอาน่าลูกแม่เป็คนเชิญนางมาที่นี่เองนะ” ท่านแม่เตือน
“การเคลื่อนย้ายเครื่องลายครามโอ่งั กระจกปราบมาร รูปปั้นั และอะไรอีกจิปาถะ มันช่วยทำให้ข้าเจอน้องสาวได้อย่างไรกันทำแค่นี้ น้องสาวของข้าจะกลับมาเองอย่างนั้นหรือ” ท่านแม่ทัพสงสัย
“หากนางไม่กลับมาจริงท่านค่อยย้ายกลับคืนก็ไม่สายนี่” หมอดูกล่าวอย่างมียี่หระ
“ทำไมต้องให้เด็กรับใช้ออกแรงเสียเปล่าด้วยล่ะเ้าจ่ายค่าแรงให้เด็กรับใช้ในจวนข้ามั้ยล่ะ” ท่านแม่ทัพแบมือรอรับอัฐ
“ไม่เอาน่าลูกอย่าพาลใส่ท่านหมอดูเช่นนี้สิ” ท่านแม่ท้วง
“ข้าปรับฮวงจุ้ยในจวนเรียบร้อยแล้วข้าขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ” หมอดูรีบตัดบท
“แล้วอย่ามาเหยียบจวนข้าอีกล่ะที่นี่ไม่ต้อนรับหมอดู จำไว้” ท่านแม่ทัพกล่าวเสียงแข็ง
“ข้าขอโทษแทนลูกชายด้วยนะท่านหมอดู”ท่านแม่รู้สึกผิด
“ข้าขอให้ท่านเจอบุตรสาวของท่านในเร็ววันนะเ้าคะข้าขอตัวก่อน” หมอดูไม่ถือสา
“นี่ อัฐ ขอบใจมากจริงๆท่านหมอดู” ท่านแม่ยื่นอัฐให้
“หน้าตาก็ดีกลับทำอาชีพหลอกลวงชาวบ้านเช่นนี้” ท่านแม่ทัพบ่นเสียงดังเพื่อให้หมอดูได้ยิน
“หมอดูเหวยเหนียงดูดวงแม่นมากจริงๆ นะ ผิงหลางยังยอมรับนับถือนางเลย” ท่านแม่กล่าว
“พวกเราไปทานอาหารกันเถอะขอรับท่านแม่เอาไว้วันพรุ่งนี้ลูกจะขอร้องให้ท่านมือปราบช่วยสืบหาตัวซูหลินอีกแรงนะขอรับ”ท่านแม่ทัพกล่าว
“ลูกต้องหาน้องให้เจอนะ” ท่านแม่รู้สึกมีความหวัง
“ขอรับ” ท่านแม่ทัพรับคำ
ดังนั้นวันถัดมาท่านแม่ทัพจึงไปพบท่านมือปราบที่จวนผู้ว่าเพื่อไหว้วานให้เขาช่วยออกตามหาซูหลินอีกแรง
******************************
ณ จวนท่านผู้ว่า
“ท่านแม่ทัพมาถึงที่นี่มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ” ท่านมือปราบกล่าว
“ข้าอยากให้ท่านช่วยออกตามหาน้องสาวของข้าให้ทีนางมีชื่อว่าซูหลิน นางได้ถูกลักพาตัวไปั้แ่อายุ 7 ขวบแล้วสิบปีมานี้ ข้าพยายามตามหานางจนทั่วหล้า แต่ยังหาตัวนางไม่เจอข้าก็เลยอยากให้ท่านช่วย นี่คือภาพวาดของนางสมัยตอน 7 ขวบ”ท่านแม่ทัพยื่นภาพวาดของน้องสาววัยเด็กให้
“ตอนนี้นางอายุ 17 ปีแล้ว หน้าตาของนางอาจเปลี่ยนไปมาก คงตามหาได้ยาก” ท่านมือปราบกล่าว
“ข้าเชื่อความสามารถของท่านมือปราบรบกวนท่านแล้ว” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าจะพยายามจนสุดความสามารถก็แล้วกันนะขอรับ”ท่านมือปราบรับคำ
******************************
ผ่านไปสามวันท่านมือปราบก็พาหญิงสาวผู้ที่มีหน้าตาหมดจดวัย17 ปี ซึ่งกิริยามารยาทของนางดูเรียบร้อยมาก มาที่จวนท่านแม่ทัพซูเยี่ยน
“แม่นางท่านนี้คือ” ท่านแม่ทัพสงสัย
“พี่ใหญ่ ข้าคือซูหลินไงเ้าคะ”หญิงสาววัยใสแนะนำตัว
“นั่นซูหลินหรอลูกเ้าไปอยู่ไหนมา รู้มั้ยว่าแม่คิดถึงเ้ามากแค่ไหนน่ะซูหลิน” แม่ของซูหลินกอดนางทั้งน้ำตา
“ข้าเองก็คิดถึงท่านมากเ้าค่ะที่ผ่านมาข้าถูกขายในหอโคมเขียว โชคดีที่แม่เล้าให้ข้าทำเพียงดีดพิณเท่านั้น”ซูหลินกล่าวเสียงเศร้า
“พี่ขอโทษ พี่ไร้ความสามารถถึงปล่อยเวลาล่วงเลยไปถึงสิบปี กว่าจะเจอตัวเ้า” ท่านแม่ทัพรู้สึกผิด
“ในเมื่อพวกท่านอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วข้าขอตัวก่อนนะขอรับ” ท่านมือปราบกล่าว
“ช้าก่อนท่านมือปราบพวกเรามาทานอาหารร่วมกันเถิด ข้าอยากตอบแทนท่าน” ท่านแม่ทัพชวน
“เอ่อ แต่ข้ามีงาน” ท่านมือปราบไม่สะดวก
“ถือซะว่าเป็การแสดงความขอบคุณเถิดนะ”ท่านแม่ทัพไม่อยากติดค้าง
“ก็ได้ขอรับ” ท่านมือปราบใจอ่อนยอมกินข้าวด้วย
ระหว่างที่ท่านมือปราบทานอาหารร่วมกับครอบครัวของแม่ทัพพร้อมกับน้องสาวที่พลัดพรากจากกันมานานหลายปี
“เห็นมั้ยขอรับท่านแม่พวกเราสามารถเจอตัวซูหลินได้ โดยไม่จำเป็ต้องอาศัยวิชาโหราศาสตร์เลยสักนิด”ท่านแม่ทัพอวด
“มันอาจเกี่ยวข้องกับการปรับฮวงจุ้ยก็ได้นะพวกเราถึงเจอตัวซูหลินได้อย่างง่ายดายเช่นนี้” ท่านแม่กล่าว
“ท่านมือปราบสืบหาด้วยตัวเองใช่มั้ย”ท่านแม่ทัพหันไปถามท่านมือปราบ
“เอ่อ คือว่าข้าน้อยละอายใจจริงๆ ข้าน้อยไปขอความช่วยเหลือจากท่านหมอดูหยุนฮวาขอรับ” ท่านมือปราบยอมสารภาพ
“เห็นมั้ย!ท่านมือปราบยังพึ่งพาหมอดูเลยลูก” ท่านแม่กล่าว
“แต่หยุนฮวาเป็หมอดูที่มีชื่อเสียงนางมีความน่าเชื่อถือมากกว่าหมอดูชาวบ้านคนนั้นนะขอรับท่านแม่” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ลูกไม่ควรกล่าววาจาดูถูกหมอดูเหวยเหนียงนะลูกนางเองก็เป็หมอดูที่มีความสามารถในการทำนายดวงได้อย่างแม่นยำเช่นกัน” ท่านแม่เตือน
“พวกเราเลิกพูดเื่นี้เถิดขอรับอย่าปล่อยให้บรรยากาศชื่นมื่นกลายเป็การทะเลาะเบาะแว้งกันเลยนะขอรับ” ท่านมือปราบเตือน
“ก็ได้!ในเมื่อพวกเราเจอตัวซูหลินแล้ว งั้น วันพรุ่งนี้พี่จะจัดงานเลี้ยงปลอบขวัญเ้านะซูหลิน”ท่านแม่ทัพกล่าว
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านพี่”
******************************
แม่ของท่านแม่ทัพเป็แม่งานในการจัดงานเลี้ยงต้อนรับซูหลินกลับสู่อ้อมอกดังนั้นปิงปิงซึ่งเป็คู่หมั้นของท่านแม่ทัพก็เลยมาช่วยจัดงานเลี้ยงด้วย
“ข้าช่วยเข้าครัวทำอาหารด้วยนะเ้าคะ”ปิงปิงเสนอ
“อย่าเลย!เ้าไปช่วยซูเยี่ยนต้อนรับแขกดีกว่านะ ปิงปิง” ท่านแม่เกรงใจ
“ก็ได้เ้าค่ะ ท่านป้า” ปิงปิงยอมทำตามอย่างว่าง่าย
ดังนั้นปิงปิงจึงไปช่วยต้อนรับแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วย
“พี่ซูเยี่ยนจะไปไหนหรือเ้าคะ”ปิงปิงสงสัย
“ท่านแม่อยากสร้างกุศลก็เลยมีการแจกอาหารและอัฐให้กับเหล่ายาจกด้วย เ้าไปด้วยกันมั้ย” ท่านแม่ทัพชวน
“เอ่อแล้วใครจะต้อนรับแขกล่ะเ้าคะ” ปิงปิงกังวล
“งั้นฝากเ้าช่วยต้อนรับแขกให้ก็แล้วกัน”ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าประสบเคราะห์ร้ายถูกลักพาตัวไปดังนั้นขอข้าร่วมทำบุญด้วยเถิดนะท่านพี่” ซูหลินกล่าว
“ได้สิ อะนี่ถุงอัฐเ้าคอยแจกอัฐก็แล้วกันนะซูหลิน” ท่านแม่ทัพยื่นถุงอัฐให้
“เ้าค่ะ” ซูหลินรับถุงอัฐมาเก็บไว้ก่อนนำไปใช้แจกยาจก
ดังนั้นเหล่ายาจกั้แ่เด็กยันชราภาพก็เลยกรูกันเข้ามาแย่งอัฐและอาหาร
“จงเข้าแถวเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นข้าจะไม่แจกทาน” ท่านแม่ทัพะโสั่งเสียงดัง
เหล่ายาจกก็เลยเข้าแถวดีๆเพื่อมารอรับของแจกทานทีละคนจนกระทั่งยาจกทุกคนได้รับอัฐและอาหารกันครบกันหมดทุกคน
งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งค่ำมืดดึกดื่น เหล่าขุนนางคนสนิทก็ค่อยๆ พากันทยอยกลับจวน
ท่านแม่ทัพตั้งใจว่าจะเข้าไปไหว้ป้ายิญญาของท่านพ่อเพื่อแจ้งข่าวให้ท่านพ่อทราบว่าได้พบน้องสาวที่หายตัวไปเนิ่นนานเป็สิบปีแล้ว
******************************
ณ ห้องบรรพชน
“เ้าเป็ใครน่ะ!กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาที่นี่ หรือว่าจะมาขโมยของ ห๊า” ท่านแม่ทัพกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าเปล่านะ! พี่ใหญ่ นี่ข้าเองซูหลินไงเ้าคะ ข้าแค่เข้ามาไหว้ท่านพ่อเท่านั้นเอง” ยาจกสาวกล่าวอ้าง
“เ้าโกหก!ข้าพบซูหลินตัวจริงแล้ว อย่ามาสวมรอยเสียให้ยากเลย” ท่านแม่ทัพไม่เชื่อ
“อะไรนะ!ใครกันที่กล้าปลอมเป็ข้า” ยาจกสาวสงสัย
“เ้าฉลาดมาก!ยาจกอย่างเ้าคงคิดละโมบโลภมาก หวังเข้ามาขโมยของ พอข้าจับได้เ้าก็เลยแกล้งแสดงว่าเป็น้องสาวของข้า นี่คงไปอ่านป้ายประกาศมาแล้วสินะถึงแสดงได้เนียนขนาดนี้” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าเปล่านะ! พี่ใหญ่ท่านจำข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ” ยาจกสาวกำลังเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีคนมาขัดจังหวะ
“มีอะไรหรือเ้าคะท่านพี่”ซูหลินสงสัย
“พี่จับโจรได้นางไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังกล้าแอบอ้างเป็เ้าอีก” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าต่างหากที่เป็ซูหลินตัวจริงเ้าเป็ใครกันแน่ เหตุใดถึงกล้าสวมรอยเป็ข้า” ยาจกสาวกล่าวอย่างเอาเื่
“เ้าต่างหากที่ปลอมเป็ข้าเ้ามีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่ บอกมาเดี๋ยวนี้” ซูหลินกล่าว
“เห็นทีข้าคงต้องจับเ้าส่งทางการแล้ว”ท่านแม่ทัพพยักหน้าให้เด็กรับใช้ในบ้านช่วยกันจับกุมตัวโจรสาว
“ไม่นะ! ปล่อยข้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” ยาจกสาวพยายามดิ้นรนขัดขืน
“มีอะไรกันหรือเ้าคะ” ปิงปิง คู่หมั้นของท่านแม่ทัพกล่าว
“นางหวังเข้ามาขโมยของข้าก็เลยจะจับนางส่งทางการ” ท่านแม่ทัพเล่าสั้นๆ
“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้นข้าจะพบท่านแม่” ยาจกสาวกล่าว
“นางยังเด็กนักเอาอย่างนี้ดีมั้ย ให้นางมาอยู่ที่จวนพ่อข้า พ่อข้าเป็อำมาตย์ยังไงท่านก็คงมีเมตตาต่อหญิงสาวยาจกอย่างนาง” ปิงปิงพยายามไกล่เกลี่ย
“เ้าว่ายังไง จะเข้าคุกหรือยอมไปอยู่ที่จวนท่านอำมาตย์” ท่านแม่ทัพหันไปถามยาจกสาว
“ข้าไปอยู่ที่จวนท่านอำมาตย์ก็ได้เ้าค่ะ”ยาจกสาวไม่อยากเข้าคุก
“ขอบคุณเ้ามากนะปิงปิงเ้าช่างมีจิตเมตตายิ่งนัก” ท่านแม่ทัพกล่าวชม
“ข้าเห็นใจที่นางเป็ลูกผู้หญิงเหมือนกันกับข้าน่ะ”ปิงปิงกล่าว
******************************
และแล้วยาจกสาวก็ตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ในจวนท่านอำมาตย์ยาจกสาวได้ไปอยู่ในฐานะสาวใช้ นางคาดหวังว่าปิงปิงจะเป็เ้านายที่มีจิตเมตตาแต่ที่ไหนได้ภายนอกนางดูเป็คุณหนูที่มีกิริยาเรียบร้อยอย่างกับผู้ดีมีชาติตระกูลแต่พอเข้าไปอยู่ในจวนนางกลับกลายเป็นางมารร้ายที่คอยกดขี่ข่มเหงบริวารที่มีฐานะด้อยกว่า
“นังยาจก! เ้าซักผ้าภาษาอะไรทำไมเสื้อผ้าของข้ายังดูสกปรกแบบนี้” ปิงปิงกล่าวอย่างเอาเื่
“เอ่อข้าจะรีบไปซักให้ใหม่เ้าค่ะ” ยาจกสาวรอรับเสื้อผ้า
“ไม่ต้องซักแล้วเ้าไปตัดฟืนแทนก็แล้วกัน ถือเป็การลงโทษ” ปิงปิงเปลี่ยนคำสั่งเพราะโมโห
“เ้าค่ะ” ยาจกสาวรับคำ
สาวน้อยร่างเล็กก็เลยจำต้องจับขวานผ่าฟืนเพียงลำพังพอเสร็จงาน นางไปอาบน้ำ หลังจากนั้นแทนที่นางจะได้พักทานอาหารแต่สาวน้อยกลับโดนปิงปิงใช้ให้ไปนวดเท้าให้นาง
“ข้าขอไปทานอาหารก่อนได้มั้ยเ้าคะ”ยาจกสาวหิวอาหารจนตาลาย
“นี่เ้ากล้าขัดคำสั่งของข้างั้นหรืองั้น คืนนี้ข้าจะลงโทษให้เ้าอดอาหาร” ปิงปิงสั่ง
“ข้าแค่อยากทานอาหารก่อนมานวดเท้าให้ท่านเพื่อข้าจะได้มีเรี่ยวแรงไงเ้าคะ” ยาจกสาวพยายามแก้ตัว
“เ้าไปได้แล้วแล้วอย่าขโมยกินอาหารเด็ดขาด” ปิงปิงไม่เห็นใจ
******************************
ณ ที่พักสาวใช้
ยาจกสาวหิวอาหารจนตาลาย นางนอนไม่หลับก็เลยไปนั่งดูดาว นางคิดในใจว่า “ข้าทำผิดอะไรนักหนาเหตุใด์ต้องลงโทษข้าเช่นนี้ด้วย ข้าโดนลักพาตัว พอหนีมาได้ก็ต้องไปเป็ขอทานและออกเดินทางพเนจรติดตามพรรคยาจกไปข้านึกว่า์จะเห็นใจข้าก็เลยดลบันดาลให้ข้าได้กลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้งข้ารีบมุ่งตรงกลับบ้าน แต่กลับมีใครก็ไม่รู้มาสวมรอยเป็ข้าอีกพี่ใหญ่ไม่ยอมเชื่อข้า แถมยังยกข้าให้มาเป็สาวใช้คู่หมั้นหน้าเนื้อใจเสืออีกต่างหาก”ยาจกสาวกล่าวตัดพ้อพร้อมกับปาดน้ำตา
“เ้าหิวใช่หรือไม่” ชายหนุ่มทัก
“ท่านคือ” ยาจกสาวสงสัย
“ข้าคือบุตรชายคนโตของท่านอำมาตย์นามว่า ปิงเฉิน”
“ข้าหิวจริงๆ เ้าค่ะ” ยาจกสาวยอมรับอย่างไม่อาย
“งั้นตามไปที่ห้องของข้าข้าเก็บอาหารไว้ รีบไปทานซะสิ เดี๋ยวเย็นเสียก่อน” ปิงเฉินกล่าว
“ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ” ยาจกสาวรู้สึกซึ้งใจ
ยาจกสาวก็เลยตามปิงเฉินเข้าไปในห้องนอนของเขา
“ไหนหรือเ้าค่ะ สำรับอาหาร”ยาจกสาวเปิดประตูเข้าไปก็พบเพียงแต่ห้องนอนเปล่าๆไม่เห็นว่าจะมีโต๊ะสำรับอาหารอยู่เลย
ปิงเฉินรีบปิดประตูใส่กลอนแ่า
“ท่านจะทำอะไรน่ะ” ยาจกสาวใ
“ขนาดเ้าเป็ยาจกเ้ายังงดงามเช่นนี้ มาเป็เมียของข้าดีกว่า ข้าจะดูแลประคบประหงมเ้าเป็อย่างดี”ปิงเฉินกล่าวเสียงพร่า
“ไม่นะ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นข้าเรียกให้คนช่วยจริงๆ ด้วย” ยาจกสาวใที่โดนกอดรวบตัว
“ข้าเป็ถึงนายใหญ่ของที่นี่ใครจะกล้ามาหือกับข้า ห๊า” ปิงเฉินอวดอำนาจ
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย” ยาจกสาวะโเสียงดัง
ปิงเฉินใช้กำลังปลุกปล้ำยาจกสาวเขาฉีกเสื้อผ้าของนาง แล้วจูบไซร้ซอกคออย่างไม่เกรงใจ
ยาจกสาวพยายามเอื้อมมือไปคว้าแจกันใบใหญ่ แล้วฟาดไปที่ศีรษะของฝ่ายชายทันที
“โอ๊ย! เ้ากล้าดียังไงถึงทำให้ข้าหัวแตกแบบนี้ นังบ้า” ปิงเฉินจับไปที่หัวและใที่พบว่ามีเืออก
ยาจกสาวไม่รอช้า นางรีบดึงกลอนประตูออกแล้วเปิดประตูหนีไปทันที นางวิ่งมุ่งตรงไปที่ห้องของแม่นางปิงปิงเพื่อไปฟ้องนาง
******************************
ณ ห้องนอนของปิงปิง
“เ้าเข้ามาทำไมน่ะ นังยาจกหรือว่าจะชิงทรัพย์” ปิงปิงใที่เห็นยาจกเข้ามาในห้องนอนของนาง
“ข้าเปล่านะเ้าคะข้าถูกปิงเฉินลวงให้เข้าไปในห้องนอนของเขาโดยอ้างว่าจะมอบอาหารให้ข้าแต่ที่ไหนได้เขากลับใช้กำลังปลุกปล้ำข้า ข้าก็เลยคว้าแจกันฟาดไปที่หัวของเขาเพื่อป้องกันตัวเ้าค่ะ”ยาจกสาวฟ้อง
“แล้วพี่ปิงเฉินเป็อย่างไรบ้าง”ปิงปิงกลับเป็ห่วงพี่ชาย
“เอ่อ เขาหัวแตกเืซิบเ้าค่ะ”ยาจกสาวกล่าวเสียงอ่อน
ปิงปิงโมโห นางก็เลยตบหน้าสาวยาจกทันที
“โอ๊ย! ตบหน้าข้าทำไมพี่ท่านต่างหากที่ทำร้ายข้าก่อน” ยาจกสาวกล่าว
“เ้าเป็เพียงยาจกยังกล้าทำร้ายพี่ชายของข้า ดีแค่ไหนแล้วที่พี่ชายถูกใจเ้า เ้ายอมเขาหน่อยเ้าก็จะได้กลายเป็เมียบำเรอของเขา พี่ชายข้าจะดูแลเ้าเป็อย่างดี” ปิงปิงกล่าวโดยไร้ซึ่งความเห็นใจ
“เ้าเป็ถึงคุณหนูอยู่ในตระกูลผู้ลาภมากดีแต่เหตุไฉนถึงมีความคิดเยี่ยงนี้ ท่านแม่ทัพไม่น่าหลงเสน่ห์ผู้หญิงอย่างเ้าเลยปิงปิง” ยาจกสาวรู้สึกผิดหวัง
“บังอาจ! ใครอยู่ข้างนอกบ้างน่ะเข้ามาจับนังยาจกส่งทางการเดี๋ยวนี้ นางเป็คนทำร้ายพี่ชายของข้า” ปิงปิงะโเรียกเด็กรับใช้ที่อยู่ข้างนอก
“เอาสิ! ข้าเองก็จะฟ้องร้องเช่นกันพี่ชายเ้าข่มเหงรังแกหวังข่มขืนผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้คราวนี้แหละชื่อเสียงของพวกเ้าก็จะได้ฉาวโฉ่ไปทั่วคอยดู” ยาจกสาวไม่ยอมแพ้
“ใครก็ได้จับตัวนางเดี๋ยวนี้”ปิงปิงสั่งเด็กรับใช้
“ขอรับ” เด็กรับใช้รับคำ
ยาจกสาวไม่ยอมอีกต่อไป นางก็เลยรีบวิ่งหลบหลีกกลุ่มเด็กรับใช้อย่างคล่องแคล่วว่องไวจนสามารถวิ่งหนีออกมาจากจวนท่านอำมาตย์ได้สำเร็จ
******************************
ยาจกสาวเดินไปที่โรงเตี๊ยม นางอยากทานอาหารแต่ไม่มีอัฐติดตัวมาเลย
“หิวหรอแม่นาง”
ยาจกสาวพยักหน้าอย่างไว
“เข้าไปทานอาหารด้วยกันสิ”
“ท่านไม่รังเกียจข้าอย่างนั้นหรือ”ยาจกสาวสงสัย
“พวกเราเป็คนเหมือนกันนี่เข้าไปทานในโรงเตี๊ยมกันเถอะ”
“แต่ข้าไม่มีอัฐเลยแม่นาง”ยาจกสาวคลำให้ดู
“มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง” หญิงสาวกล่าว
“เอ่อแล้วข้าต้องทำอะไรเป็สิ่งตอบแทน” ยาจกสาวสงสัย
“ข้าอยากทำบุญน่ะ ข้าไม่หวังสิ่งตอบแทนหรอกสั่งอาหารได้เลย ข้าเลี้ยงเอง” หญิงสาวกล่าวยิ้มๆ
ยาจกสาวก็เลยถือโอกาสสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะและกินอย่างมูมมาม
“ค่อยๆ ทานสิ เดี๋ยวติดคอหรอก”หญิงสาวเตือน
“ท่านเป็ใครทำไมถึงกลับบ้านดึกดื่นเช่นนี้” ยาจกสาวกล่าว
“ข้าเป็หมอดู มีนามว่าเหวยเหนียง แล้วเ้าล่ะชื่ออะไร” เหวยเหนียงถามบ้าง
“ชื่อของข้าถูกใครก็ไม่รู้สวมรอยไปแล้ว” ยาจกสาวไม่อยากบอกเพราะกลัวหาว่านางหลอกลวงว่าตนคือซูหลิน
“แล้วทำไมถึงไม่พิสูจน์ตัวตนล่ะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ลักษณะภายนอกของข้าเป็เพียงยาจกใครเห็นก็ไม่เชื่อถือข้า คิดว่าข้าเป็ขโมย แถมยังจะมาจับตัวข้าส่งทางการอีก”ยาจกสาวมีน้ำตาคลอ
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด เ้าคือซูหลินคนที่ท่านแม่ทัพพยายามออกตามหาอยู่ใช่หรือไม่” เหวยเหนียงคาดเดา
“ท่านรู้ได้ยังไงหรือว่าทำนายจากโหงวเฮ้งของข้า” ซูหลินตัวจริงสงสัย
“เปล่าหรอก!ข้าเคยเห็นเ้าไปชะเง้อมองที่จวนของท่านแม่ทัพ ข้าก็เลยเดาเอาเฉยๆ” เหวยเหนียงกล่าว
“แต่พวกเขาไม่เชื่อข้าแถมยังไปหลงเชื่อผู้หญิงสำอางจอมหลอกลวงคนนั้นอีก” ซูหลินรู้สึกน้อยใจ
“ข้ามองจากโหงวเฮ้งของเ้าแล้ว่นี้เ้ามีเคราะห์หนัก ให้ผ่านสี่วันนี้ไปก่อนแล้วเ้าจะสามารถกลับคืนสู่ตระกูลแม่ทัพได้” เหวยเหนียงทำนายจากโหงวเฮ้งของซูหลิน
“ข้าทำผิดอะไรนักหนาข้าทั้งโดนลักพาตัว พอหนีจากพวกค้ามนุษย์ได้ ก็กลายมาเป็ยาจกอีก” ซูหลินรู้สึกน้อยใจในชะตาชีวิตของตัวเอง
“มันคือชะตากรรมเมื่อเ้าได้ชดใช้กรรมจนหมดแล้ว ต่อไปฟ้าก็จะเปิดทางให้เ้าได้กลับคืนสู่วงศ์ตระกูลเอง”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าขอไปอยู่กับท่านด้วยได้หรือไม่”ซูหลินกลัวว่าตนจะโดนคนของจวนอำมาตย์ตามจับ
“ข้าคงให้เ้าอยู่กับข้าได้คืนนี้คืนเดียวเท่านั้น”เหวยเหนียงกล่าว
“ทำไมล่ะ!หรือว่าท่านรังเกียจยาจกอย่างข้า” ซูหลินสงสัย
“อย่าเข้าใจผิด!เพราะข้า้าให้เ้าไปอยู่กับท่านรองแม่ทัพ ่นี้เ้ามีเคราะห์หากเ้าไปอยู่กับคนดวงดีอย่างผิงหลาง เ้าจะอยู่รอดปลอดภัยน่ะสิ” เหวยเหนียงอธิบาย
“เอ่อ มีอย่างนี้ด้วยงั้นหรือ”ซูหลินไม่เคยได้ยิน
“ถ้ายึดตามหลักความเป็จริงผิงหลางเป็คนมีมโนธรรมและชอบช่วยเหลือผู้ด้อยกว่า นางสามารถปกป้องเ้าได้”เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วท่านผิงหลางจะยอมช่วยข้าอย่างนั้นหรือ”ซูหลินกังวล
“คอยดูก็แล้วกัน” เหวยเหนียงกล่าว
******************************
ณ กระท่อมท้ายหมู่บ้าน
“เ้าอยู่ได้มั้ย ซูหลิน”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าเป็คนนอนกลางดินกินกลางทรายที่ไหนข้าก็อยู่ได้ทั้งนั้น” ซูหลินกล่าว
“เ้าไปนอนบนเตียงนั่นเถิด”เหวยเหนียงชี้
“แล้วเ้าล่ะ ข้าเป็เพียงยาจกให้ข้านอนข้างล่างก็ได้” ซูหลินเกรงใจ
“ข้าจะไปนอนในห้องตำราที่นั่นมีเตียงด้วย ข้าต้องอ่านตำราก่อนนอน ข้าถึงจะหลับ” เหวยเหนียงกล่าว
“ขอบคุณท่านมากเลยนะแม่นางเหวยเหนียง”ซูหลินซาบซึ้งใจ
“อย่าเกรงใจเลย รีบนอนเถิดพรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าไปที่จวนท่านรองแม่ทัพ” เหวยเหนียงกล่าว
“เ้าค่ะ” และแล้วซูหลินก็ได้นอนบนเตียงนิ่มนางไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้เจอคนที่ดีต่อนางเช่นนี้ช่างต่างจากครอบครัวท่านอำมาตย์ที่คอยกดขี่ข่มเหงผู้ที่มีฐานะด้อยกว่ายิ่งนัก
******************************
ท่านหมอดูเหวยเหนียงพาซูหลินไปที่จวนท่านรองแม่ทัพั้แ่เช้า
“ท่านหมอดู มีอะไรอย่างนั้นหรือมาหาข้าแต่เช้าเชียว” ผิงหลางสงสัย
“ข้ามีเื่จะขอร้องท่าน”เหวยเหนียงกล่าว
“ว่ามาได้เลย ข้าพร้อมที่จะช่วยท่านเสมอ”ผิงหลางยินดีช่วย
“แม่นางท่านนี้คือซูหลิน”เหวยเหนียงแนะนำ
“เอ่อเหตุใดชื่อของเ้าถึงเหมือนชื่อของน้องสาวท่านแม่ทัพเลยล่ะ” ผิงหลางสงสัย
“ข้าคือซูหลินตัวจริงส่วนผู้หญิงคนที่แอบอ้างเป็ข้าเป็ตัวปลอม ข้าพยายามบอกพี่ใหญ่แล้วแต่เขาไม่ยอมเชื่อข้า” ซูหลินกล่าว
“เื่ราวเป็ยังไงมายังไงกันล่ะเนี่ย”ผิงหลางใ
“เข้าไปข้างในก่อนเถิดแล้วซูหลินจะเล่าเื่ราวให้ท่านฟังโดยละเอียด” เหวยเหนียงกล่าว
พอเข้าไปในห้องทำงานของท่านรองแม่ทัพซูหลินก็เลยเล่าเื่ราวั้แ่นางถูกนักค้ามนุษย์ลักพาตัว จนหลบหนีพวกเขามาเป็ยาจกร่อนเร่พเนจรไปทั่วหล้า จนวกกลับมาที่เมืองหลวง และได้เข้าไปในจวนท่านแม่ทัพ
“แล้วใครกันที่กล้าบังอาจสวมรอยเป็เ้าน่ะซูหลิน” ผิงหลางสงสัย
“ข้าไม่รู้จริงๆ” ซูหลินส่ายหน้า
“ตอนนี้ถึงนำความไปบอกท่านแม่ทัพเขาก็คงไม่ยอมเชื่ออยู่ดี ข้าก็เลยอยากให้นางอยู่กับท่านไปก่อนน่ะ ผิงหลาง”เหวยเหนียงกล่าว
“ทำไมต้องอยู่กับข้าด้วยล่ะอยู่กับท่านหมอดูไม่ดีกว่าหรือ” ผิงหลางสงสัยอีก
“่สี่วันนี้ซูหลินมีเคราะห์หนักอาจถึงแก่ชีวิตได้ เ้าเป็คนดวงดี ถ้านางอยู่กับเ้านางก็อาจโชคดีรอดพ้นอันตรายได้ และอีกอย่างก็คือ ครอบครัวของท่านอำมาตย์อาจเอาเื่นางเพราะนางกล้าคว้าแจกันฟาดไปที่หัวของปิงเฉินจนเขาหัวแตกเ้าเป็คนเดียวที่ปกป้องนางได้” เหวยเหนียงอธิบาย
“ข้าเข้าใจแล้วข้าจะปกป้องเ้าเองนะซูหลิน ข้าจะไม่ยอมให้ชายชีกอนั่นมารังแกเ้าได้ ข้าสัญญา”ผิงหลางกล่าว
“ขอบคุณมากท่านพี่ผิงหลาง”ซูหลินรู้สึกซึ้งใจ
“ข้าฝากนางด้วยข้าขอตัวไปตั้งซุ้มดูดวงก่อน” เหวยเหนียงขอตัว
“หากมีอะไรให้ข้าช่วยบอกข้าได้ทุกเมื่อนะท่านหมอดู” ผิงหลางกล่าว
“ขอบคุณมากท่านรองแม่ทัพ”เหวยเหนียงเดินจากมาและคิดในใจว่า “หวังว่าเ้าจะพ้นเคราะห์นะซูหลิน”
******************************
และแล้วก็เป็ไปตามคาดปิงเฉินและปิงปิงตามไปเอาเื่ยาจกสาวถึงที่จวนท่านรองแม่ทัพ
“พวกท่านมาถึงที่นี่มีอะไรอย่างนั้นหรือ”ผิงหลางสงสัย
“ส่งตัวยาจกมาให้ข้าข้าจะพานางไปที่ศาล นางต้องรับโทษที่กล้าทำร้ายคุณชายอย่างข้า” ปิงเฉินกล่าว
ผิงหลางรีบเอาตัวไปบังซูหลินไว้ และกล่าวว่า “ท่านต่างหากที่ต้องได้รับโทษท่านกล้าข่มเหงรังแกหวังใช้กำลังปลุกปล้ำย่ำยี่นาง”
“นางใส่ร้ายข้าน่ะสิข้าก็อุตส่าห์มีเมตตาต่อนาง จะให้นางมาทานอาหารที่ห้องของข้าดีๆ” ปิงเฉินแก้ตัว
“แต่ภายในห้องของท่านไม่มีอาหารสักอย่างท่านลวงนางเข้าไปโดยเอาอาหารมาล่อสินะ” ผิงหลางกล่าว
“อย่าปรักปรำพี่ชายของข้านะผิงหลาง”ปิงปิงปกป้องพี่ชาย
“เ้าเองก็ไม่มีเมตตาต่อบริวารสาวใช้ขัดใจเ้าหน่อย เ้าก็ลงโทษให้นางอดข้าว เ้าเองก็ร่วมมือกับพี่ชายรังแกนาง”ผิงหลางกล่าวอย่างเอาเื่
“เ้าเห็นข้าเป็คู่หมั้นของท่านแม่ทัพเ้าคงแอบหลงรักท่านแม่ทัพสินะ ก็เลยหาเื่ปรักปรำข้าเช่นนี้” ปิงปิงกล่าว
“ข้ารู้ธาตุแท้ของเ้าต่างหากปิงปิง”ผิงหลางกล่าวอย่างโมโห
“แล้วจะเอายังไง” ปิงเฉินกล่าว
“เป็ไงเป็กันหากเ้าฟ้องร้องนาง ข้าเองก็จะให้นางฟ้องร้องเ้ากลับ อย่าลืมนะข้าสามารถตามหาอดีตสาวใช้ของเ้าให้ร่วมกันเป็โจทก์ฟ้องร้องฐานที่พี่ชายเ้าข่มเหงพวกนางผู้เสียหายมีหลายคนเช่นนี้ ยังไงศาลก็ยอมเชื่อพวกเราอยู่แล้ว” ผิงหลางขู่
“อย่านะ!” ปิงเฉินเริ่มกลัว
“ให้เลิกแล้วต่อกันหากเ้ายอมปล่อยนางไป ความลับด้านมืดของพวกเ้าก็จะไม่ถูกเปิดเผย เอาไงว่ามา”ผิงหลางต่อรอง
“ก็ได้!พวกเราเลิกแล้วต่อกันก็ได้” ปิงเฉินยอมความ
“งั้นเชิญกลับได้แล้วเ้าค่ะคุณชายปิงเฉิน คุณหนูปิงปิง” ผิงหลางผายมือให้พวกเขาเดินออกไปจากจวนของนาง
“กลับกันเถอะปิงปิง” ปิงเฉินกล่าวกับน้องสาว
“ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านรองแม่ทัพ”ซูหลินรู้สึกซึ้งใจ
“ตราบใดที่เ้ายังอยู่ที่นี่ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเ้าให้ถึงที่สุด” ผิงหลางกล่าว
******************************
สามวันต่อมาท่านรองแม่ทัพรีบวิ่งไปหาท่านหมอดูเหวยเหนียงที่กระท่อมด้วยหน้าตาตื่น
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือผิงหลาง” เหวยเหนียงแปลกใจ
“ข้าขอโทษ!ข้าปกป้องซูหลินไม่ได้ ตอนข้าออกไปลาดตระเวนพร้อมกับลูกน้องมีคนร้ายลอบเข้าไปในจวนของข้า แล้วจับตัวซูหลินไป” ผิงหลางกล่าว
“น่าเสียดาย!นางจะพ้นเคราะห์อยู่แล้วเชียว” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าเสียใจจริงๆ” ผิงหลางรู้สึกผิด
“มันไม่ใช่ความผิดของท่านหรอกท่านทำดีที่สุดแล้ว” เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วจะทำอย่างไรดีซูหลินอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้” ผิงหลางกังวล
“ขอข้าใช้เหรียญเสี่ยงทายก่อนก็แล้วกัน”เหวยเหนียงจำต้องพึ่งพาโหราศาสตร์
“แย่แล้ว! แย่แล้ว!ท่านหมอดูเหวยเหนียงอยู่มั้ย ช่วยข้าด้วย” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพรีบเดินเข้ามาในกระท่อม
“ท่านป้า! มีอะไรหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ลูกชายและลูกสาวของข้าหายตัวไปสองวันแล้วป่านนี้ยังไม่กลับจวนแม่ทัพอีก ท่านต้องช่วยตามหาพวกเขาให้ข้านะเหวยเหนียง”ท่านแม่ของท่านแม่ทัพกล่าวอย่างมีความหวัง
“ขอข้าเสี่ยงทายก่อนก็แล้วกันนะเ้าคะ”เหวยเหนียงพยายามรวบรวมสมาธิ
เหวยเหนียงใช้เหรียญสามเหรียญโยนเสี่ยงทายสองครั้งพบว่าทั้งสองครั้งให้ผลเหมือนกันทุกอย่าง
“พวกเราไปที่ค่ายกลในป่าทางทิศตะวันตกซูหลินตัวปลอมน่าจะแสดงตัวตนที่แท้จริง แล้วจับท่านแม่ทัพไปจากนั้นนางก็สั่งให้พรรคพวกมาจับซูหลินตัวจริงเพื่อต่อรองอะไรบางอย่างกับท่านแม่ทัพ”เหวยเหนียงเล่า
“อะไรกัน!ทำไมถึงมีซูหลินตัวจริงตัวปลอมด้วย” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพสงสัย
“เอ่อ คือ ท่านป้าเ้าคะผู้หญิงที่อยู่ในจวนท่านเป็คนร้ายที่สวมรอยเป็ซูหลินส่วนซูหลินตัวจริงนางเป็ยาจก นางพยายามบอกท่านแม่ทัพแล้วแต่ท่านแม่ทัพไม่ยอมเชื่อนาง ตอนนี้ซูหลินมาอาศัยอยู่กับข้าแต่มีคนร้ายจับตัวนางไป” ผิงหลางเล่า
“ยาจกคนนั้นนั่นเองก็ไหนว่านางไปอยู่กับปิงปิงไง” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพสงสัยอีก
“นางคงไม่ชอบอยู่ที่จวนท่านอำมาตย์เ้าค่ะนางก็เลยหนีออกมา” เหวยเหนียงเลี่ยงที่จะกล่าวหาว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านป้าอย่างปิงปิง
ผิงหลางสงสัยก็เลยกระซิบถามท่านหมอดู “ทำไมท่านไม่บอกตามตรงเลยว่าครอบครัวท่านอำมาตย์รังแกนาง”
เหวยเหนียงกระซิบกลับ “ปิงปิงเป็คู่หมั้นของท่านแม่ทัพนะเ้าอย่าลืมสิ”
“กระซิบกระซาบอะไรกัน” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพอยากรู้
“ข้าจะไปกับท่านรองแม่ทัพเพื่อไปช่วยลูกของท่านเองเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าวตัดบท
“ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าไปกับลูกน้องล่ะท่านหมอดู”ผิงหลางกล่าว
“ข้าว่าค่ายกลนี้ต้องถูกปรับใหม่ถึงท่านไป ท่านคงไปไม่พบตัวท่านแม่ทัพหรอก” เหวยเหนียงคาดการณ์
“รบกวนพวกเ้าแล้ว ได้โปรดช่วยลูกๆของข้าด้วย” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพกล่าวอย่างมีความหวัง
“เ้าค่ะ” เหวยเหนียงรับคำ
และแล้วท่านหมอดูก็เลยขี่ม้านำทางให้กับท่านรองแม่ทัพและพรรคพวกเพื่อพาไปช่วยท่านแม่ทัพกับซูหลิน
******************************
ณ คุกใต้ดินที่ค่ายกลในป่าทิศตะวันตก
“เ้าเป็ใครกันแน่!เหตุใดถึงกล้าสวมรอยเป็น้องสาวของข้า” ท่านแม่ทัพถูกเชือกมัดมือมัดเท้าผูกติดกับเสาไม้
“ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลี้าตัวท่านมากเลยนะท่านแม่ทัพซูเยี่ยน เ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อท่านอ๋องเสียเถิด” หญิงสาวที่ปลอมตนเป็ซูหลินพยายามเกลี้ยกล่อม
“ที่แท้เ้าก็เป็สายลับแคว้นหลีนี่เองข้าเกิดในแผ่นดินฉิน ข้าไม่มีวันคิดคดทรยศแคว้นฉินเด็ดขาด” ท่านแม่ทัพกล่าวคำมั่น
“คิดดีๆชีวิตของน้องสาวเ้าอยู่ในกำมือของข้า” หญิงสาวลึกลับสั่งลูกน้องให้ไปนำตัวซูหลินตัวจริงมาที่นี่
“เ้าจะพาใครมาหลอกลวงข้าอีกไม่ทราบ”ท่านแม่ทัพไม่เชื่อ
“พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วย” ซูหลินตัวจริงกล่าว
“นี่เ้ากล้าให้ยาจกสาวคนนี้มาร่วมแสดงด้วยอย่างนั้นหรือ”ท่านแม่ทัพแปลกใจ
“ท่านแน่ใจนะ ที่จะไม่เชื่อนางงั้นดูนี่” จากนั้นหญิงลึกลับสั่งลูกน้อง “เปิดไหล่นางให้เขาดู”
ลูกน้องของเจินหยีเปิดไหล่ข้างซ้ายของซูหลิน ก็พบปานรูปผีเสื้อ
ท่านแม่ทัพนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวของเขามีเอกลักษณ์คือมีปานรูปผีเสื้ออยู่ที่ไหล่ข้างซ้ายจริงๆ
“ข้าอุตส่าห์แต่งแต้มปานรูปผีเสื้อไว้แล้วแต่ข้ากลัวท่านจับได้ เพราะข้าคิดไม่ออกว่าปานมันมีลักษณะเป็เช่นไรพอข้าจับซูหลินตัวจริงมาดูปานของนาง ไม่คิดว่าปานของซูหลินจะเหมือนผีเสื้อมากเหมือนมีคนวาดผีเสื้อบนิัของนางเลย” เจินหยีกล่าว
“แล้วจะเอายังไง” ท่านแม่ทัพกล่าว
“หากท่านไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านอ๋องท่านก็ฆ่าตัวตายซะ หากแคว้นฉินขาดท่านไปสักคนแคว้นฉินไม่มีทางต่อกรแคว้นหลีได้เป็แน่ ไม่งั้นข้าจะฆ่าน้องสาวของท่าน” เจินหยี้ากำจัดเสี้ยนหนามให้ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลี
ซูเยี่ยนรู้สึกลังเลแต่เขายอมปล่อยให้น้องสาวตายไม่ได้ เขาก็เลยว่า” ปล่อยข้าสิ ข้าจะฆ่าตัวตายเอง”
“ข้าไม่หลงกลท่านหรอกท่านมีวรยุทธ์สูง เด็กๆ กรอกยาพิษใส่ปากท่านแม่ทัพเร็วเข้า” เจินหยีสั่ง
“ไม่น่ะ! อย่าทำร้ายพี่ชายข้านะ”ซูหลินกล่าวห้ามทั้งน้ำตา
“พวกเ้ารีบปิดปากนางซะ” เจินหยีสั่งลูกน้องอีก
“อื้อ อื้อ” ซูหลินพยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้เพราะมีผ้ารัดปาก
“ฝากดูแลท่านแม่ด้วยนะซูหลิน”ท่านแม่ทัพสั่งเสีย
“อื้อ อื้อ” ซูหลินดิ้นรนทั้งน้ำตา
แต่ทว่า สักพักลูกธนูก็ปักไปที่แขนของชายที่กำลังนำถ้วยยาพิษกรอกใส่ปากท่านแม่ทัพ
“พวกเ้าเป็ใครกันน่ะรู้ที่ซ่อนของพวกข้าได้อย่างไร” เจินหยีใ
“ยอมจำนนเสียเถิด ชาวแคว้นหลี”ผิงหลางกล่าว
“อย่าเข้ามา ไม่งั้นนางตาย”เจินหยีหยิบดาบจ่อไปที่คอของซูหลิน
“ปล่อยซูหลินเดี๋ยวนี้” ผิงหลางกล่าว
“ถ้าข้าเดาไม่ผิดท่านอ๋องไม่ได้สั่งให้เ้ากระทำการเช่นนี้ เ้าขัดขืนคำสั่งอยู่ใช่หรือไม่”เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วยังไง! เพื่อท่านอ๋องแล้วข้ายินยอมทำทุกอย่างเพื่อท่าน ในเมื่อท่านแม่ทัพซูเยี่ยนเป็หนามยอกอกท่านอ๋องข้าก็ต้องรีบกำจัดเขาให้กับท่านอ๋องน่ะสิ” เจินหยียอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่นางรัก
ท่านแม่ทัพแอบใช้มีดสั้นตัดเชือกแล้วรีบเข้าจู่โจมสายลับเจินหยีทันทีทำให้ท่านแม่ทัพสามารถจับกุมเจินหยีได้อย่างง่ายดายส่วนซูหลินก็รีบวิ่งหลบไปอยู่หลังผิงหลาง
“เ้าแพ้แล้ว!สั่งทหารแคว้นหลีวางอาวุธเดี๋ยวนี้” ท่านแม่ทัพกล่าว
“555 ถึงข้าตายข้าก็จะเอาเ้าไปลงนรกด้วย ซูเยี่ยน” เจินหยีไม่ยอม
ซูเยี่ยนกำลังจะส่งตัวหญิงสาวให้ทหารฝ่ายฉินจับกุมตัวนางแต่แล้วอยู่ดีๆ ก็มีชายชุดดำปรากฏตัว พร้อมกับฟันไปที่แขนของท่านแม่ทัพตอนเผลอ
“ท่านพี่หยางจู่!ท่านอ๋องใช้ให้ท่านพี่มาช่วยข้าอย่างนั้นหรือ” เจินหยีดีใจ
จอมยุทธ์ผู้องอาจตบหน้าศิษย์น้องเข้าอย่างจัง “เ้ากล้าดียังไงถึงกล้าขัดคำสั่งของท่านอ๋องท่านอ๋องตรัสให้เ้ากลับแคว้นหลีไม่ใช่หรือ เจินหยี”
“ข้าก็แค่อยากช่วย…” เจินหยีกล่าวเสียงอ่อน
“พวกเ้ามีกำลังน้อยกว่าฝ่ายเราพวกเ้าไม่รอดหรอก ไอ้พวกแคว้นฉิน” หยางจู่กล่าว
ผิงหลางจำต้องใช้ะเิควันเพื่อพาพรรคพวกไม่ถึงสิบคนหลบหนีทหารแคว้นหลีเป็ร้อย
พอขึ้นไป้าพวกเขารวมตัวกันอยู่ในกลางป่าใหญ่
“ทหารแคว้นหลีล้อมรอบซะขนาดนี้จะหนีได้อย่างไร” ซูหลินกังวล
“พวกข้าเตรียมรถม้ามาหนึ่งคันน่าจะพอให้ท่านแม่ทัพพักรักษาตัวในนั้นได้” ทหารนายหนึ่งกล่าว
“แล้วจะหนีได้อย่างไร” เหวยเหนียงสงสัย
“ต้องให้ท่านแม่ทัพปลอมเป็ชาวบ้านและให้ผู้หญิงคนนึงปลอมเป็ภรรยาของเขา” ผิงหลางเสนอ
“แล้วใครจะปลอมเป็ภรรยาของเขาล่ะ”เหวยเหนียงสงสัยอีก
“ข้าแสดงไม่เป็” ซูหลินรีบปฏิเสธเพราะกลัวพี่ชาย
“ส่วนข้าก็ห้าวหาญเกินไป”ท่านรองแม่ทัพผิงหลางเองก็กลัวท่านแม่ทัพเช่นกัน
“ข้าก็ไม่เหมือนกันข้ากับท่านแม่ทัพเป็คู่อริกัน” เหวยเหนียงรีบปฏิเสธ
“งั้นจับไม้สั้นไม้ยาวใครได้ไม้ยาวสุดคนนั้นไปกับท่านแม่ทัพ” ผิงหลางเสนอ
“ท่านหมอดูต้องจับเป็คนสุดท้ายท่านอาจใช้วิธีทำนายเสี่ยงไม้” ซูหลินกล่าว
“ก็ได้! พวกเ้ารีบจับซะสิ”เหวยเหนียงกล่าว
ซูหลินจับก่อน และแล้วนางก็ได้ไม้สั้นที่สุดนางแอบดีใจในใจ
ผิงหลางจับเป็คนที่สอง นางได้ไม้ยาวที่สุดแต่เพราะนางเกรงกลัวท่านแม่ทัพมาก นางก็เลยแอบหักไม้ทิ้งอย่างรวดเร็วทำให้คนอื่นสังเกตไม่ทัน
ไม้ที่เหลือจึงตกเป็ของเหวยเหนียง
พอนำไม้ทั้งสามมาเทียบกัน ผิงหลางก็เลยรีบพูด “ท่านหมอดูท่านได้ไม้ยาวที่สุดดังนั้นท่านต้องรีบไปปลอมตัวเป็หญิงชาวบ้าน ส่วนข้าและพรรคพวกจะล่อทหารไปอีกทาง”
“ไม่ต้องล่อหรอกพวกเ้าจงไปทางทิศเหนือ จงดูดาวเหนือไว้ตลอด แล้วเ้าจะไม่ถูกค่ายกลลวงตา” เหวยเหนียงแนะนำ
“ก็ได้ขอบคุณมากนะท่านหมอดู”ผิงหลางแอบคิดในใจว่า “ข้าขอโทษนะที่ใช้เล่ห์กลกับท่าน”
******************************
ทหารนายหนึ่งปลอมเป็หลานชายส่วนท่านแม่ทัพปลอมเป็ชายชรา และหมอดูหญิงปลอมเป็แม่เฒ่า
“ท่านแม่ทัพ!ท่านต้องแกล้งเป็ใบ้รู้มั้ย น้ำเสียงท่านมีอำนาจมาก หากท่านเปล่งเสียงต้องโดนจับได้เป็แน่” เหวยเหนียงกล่าว
“ก็ได้!ข้าจะพยายามเงียบให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน” ท่านแม่ทัพกล่าว
เหวยเหนียงรีบใช้ผ้าพันาแให้กับท่านแม่ทัพแล้วใช้เสื้อคลุมปิดบังไว้และเพื่อไม่ให้ศัตรูเห็นร่องรอยผ้าพันแผลเหวยเหนียงจำต้องหลับหูหลับตานั่งกอดท่านแม่ทัพยามเมื่อทหารแคว้นหลีตรวจค้น
ทหารขี่รถม้าเข้าไปใกล้ด่านทหารแคว้นหลีเรื่อยๆสักพักเขาก็กระซิบบอก “พวกท่านเตรียมตัวนะขอรับ ใกล้ถึงด่านของศัตรูแล้ว”
หมอดูนั่งทำใจอยู่นาน นางลังเลที่จะกอดฝ่ายชาย
ท่านแม่ทัพไม่พูดพร่ำทำเพลงเขารีบดึงตัวหมอดูหญิงเข้ามากอดทันที จนหมอดูสาวใ “ท่านจะทำอะไรน่ะ”
ท่านแม่ทัพไม่พูดอะไร เขาหันหน้าไปทางอื่นทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
หมอดูสาวนึกขึ้นได้ว่าตนสั่งให้ท่านแม่ทัพแกล้งเป็ใบ้นางก็เลยต้องแกล้งแสดงว่าตนคือภรรยาของเขา
“พวกเ้าจะไปไหนกันข้างในเป็ใคร” ทหารแคว้นหลีรีบค้นในรถม้า
“เอ่อข้าจะพาตายายย้ายถิ่นฐานขอรับ” ชายหนุ่มกล่าว
“ไหนดูซิ” ทหารเปิดเข้าไปดูก็พบชายชรากับแม่เฒ่านั่งกอดกันกลมดิก
“แก่ป่านนี้แล้วยังจะหวานกันอีก”ทหารแคว้นหลีบ่น
“พวกท่านเป็ใครกันล่ะเนี่ยพวกเราต้องรีบกลับไปทานอาหารแล้ว ข้าหิวจนไส้กิ่วแล้วนะ” หญิงชราบ่น
“อะอะ แล้วพ่อเฒ่าล่ะทำไมไม่พูดอะไรสักคำ” ทหารแคว้นหลีสงสัย
“สามีข้าเป็ใบ้มาั้แ่เกิดแล้ว”หญิงชราเป็คนตอบ
“แล้วผู้ชายมีอยู่เยอะแยะทำไมแม่เฒ่าไม่เลือกล่ะ” ทหารแคว้นหลีสงสัย
“ก็มีแต่เขาคนเดียวนี่แหละที่ทนฟังข้าบ่นทั้งวี่ทั้งวันได้”หญิงชรากล่าว
“ก็ใช่สินะ! เขาบ่นอะไรไม่ได้นี่เขาเป็ใบ้ ช่างน่าสงสารท่านพ่อเฒ่าเสียจริง” ทหารแคว้นหลีเห็นใจชายชราที่เป็ใบ้
“มีอะไรอีกมั้ย” หญิงชรากล่าว
ทหารกำลังจะหลีกทาง แต่ทว่าเขาสะดุดตาเข้ากับผ้าขาวที่มีรอยแดงๆ “นั่นอะไรน่ะ”
ท่านแม่ทัพรีบดึงตัวท่านแม่เฒ่าเข้ามาจูบ
“นี่พวกท่าน” ทหารแคว้นหลีใ
“ท่านพ่อเฒ่ากับท่านแม่เฒ่าชอบจู๋จี๋กันแบบไม่สนใจใครพวกท่านอย่าถือสาคนแก่นักเลย” ชายหนุ่มแก้ตัวให้
“งั้นรีบไปได้แล้วบอกพ่อเฒ่าให้เบาๆ หน่อย ยังไงเขาก็แก่มากแล้วนะ” ทหารแคว้นหลีเตือน
“ข้าจะพยายามเตือนพวกท่านก็แล้วกันงั้นข้าไปนะ” ชายหนุ่มกล่าว
“ไปได้แล้ว” ทหารแคว้นหลียอมปล่อยรถม้าไป
พอรถม้าวิ่งไปไกลพอสมควรท่านแม่ทัพถึงยอมปล่อยหมอดูสาว
ท่านหมอดูโมโหมากนางก็เลยตบหน้าชายตรงหน้าอย่างแรง
“ท่านกล้าดียังไงถึงล่วงเกินข้าเช่นนี้”หมอดูสาวกล่าวอย่างเอาเื่
“ท่านเองก็รู้ไม่ใช่หรือว่าทหารมองเห็นผ้าพันาแ หากไม่ทำแบบนี้กลบเกลื่อน พวกเราจะรอดตัวได้อย่างไร”ท่านแม่ทัพกล่าวอย่างใจเย็น
หมอดูสาวรีบกระถดตัวหนีออกห่าง แล้วกล่าวว่า “ช่างเถิด!ข้าค่อยคิดบัญชีท่านภายหลัง”
“ถึงแม้ท่านจะมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าในครั้งนี้แต่ข้าก็ไม่มีวันเชื่อเื่ดวง” ท่านแม่ทัพกล่าวจุดยืน
“ตามใจท่านเถิด” สักพักหมอดูหญิงก็ะโบอกทหารว่า “ท่านจอดตรงใต้ต้นไม้ข้างหน้าเถิดข้าจะกลับกระท่อมของข้า”
“ขอรับท่านหมอดู” ทหารหนุ่มกล่าว
พอรถม้าจอด หมอดูสาวรีบลงจากรถม้าทันทีนางไม่กล่าวล่ำลาฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น
ท่านแม่ทัพก็เลยกล่าวกับทหารหนุ่มว่า “ท่านแอบขี่ไปที่ด้านหลังจวนรองแม่ทัพก่อนเถิดศัตรูอาจแอบติดตามมา”
“ขอรับท่านแม่ทัพ” ทหารหนุ่มรับคำ
และแล้วรถม้าของท่านแม่ทัพก็มาหยุดอยู่หลังจวนท่านรองแม่ทัพผิงหลาง
******************************
ณ จวนท่านรองแม่ทัพ
“อ้าวท่านแม่อยู่ที่นี่ด้วยหรือขอรับ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“นี่เ้าาเ็อย่างนั้นหรือซูเยี่ยน”ท่านแม่ของท่านแม่ทัพเป็ห่วง
“นิดหน่อยเท่านั้นขอรับ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“แล้วซูหลินล่ะนางเป็อย่างไรบ้าง” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพกล่าว
“ท่านแม่! ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ”ซูหลินเผยตัว
“ซูหลิน! ลูกแม่!นี่เ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพเดินเข้าไปสวมกอดบุตรสาวด้วยความคิดถึง
“เ้าค่ะ!ต้องขอบคุณท่านหมอดูเหวยเหนียงและท่านพี่ผิงหลางที่ช่วยชีวิตข้าไว้” ซูหลินกล่าว
“แล้วท่านหมอดูล่ะ” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพสงสัย
“นางกลับกระท่อมแล้วขอรับ”ท่านแม่ทัพกล่าว
“ทำไมถึงไม่มาที่นี่ก่อนนะข้าจะได้ขอบคุณนาง ต้องเป็เพราะท่านหมอดูช่วยปรับฮวงจุ้ยจวนของเ้าพวกเราถึงได้เจอซูหลิน” ท่านแม่ของท่านแม่ทัพเชื่อเื่ฮวงจุ้ย
“ท่านแม่อย่างมงายเลยขอรับ”ท่านแม่ทัพเตือน
“แล้วทำไมลูกถึงมาถึงที่จวนแม่ทัพได้ล่ะซูหลิน” ท่านแม่ไม่อยากทะเลาะกับลูกชายนางก็เลยหันไปถามลูกสาว
“เอ่อ คือว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยมาขอทานที่จวนท่านพี่บ่อยๆแต่ข้าจำไม่ได้เลยว่าที่นี่คือจวนตระกูลซู เพราะมันเปลี่ยนไปมากแต่พอจวนถูกปรับฮวงจุ้ยเสียใหม่ ข้าถึงจำได้ว่าที่นี่คือบ้านของข้าเพราะตำแหน่งการจัดวางสิ่งของมันเหมือนเมื่อสิบปีที่แล้วไม่มีผิดเ้าค่ะ” ซูหลินอธิบาย
“หมอดูคนนั้นรู้แผนผังบ้านของพวกเราในอดีตได้อย่างไรหรือว่านางเคยมาที่นี่” ท่านแม่สงสัย
“มันคงเป็เื่บังเอิญอย่าพยายามผูกเื่ราวเลยขอรับ เอาเป็ว่าพวกเรารีบกลับจวนดีกว่า” ท่านแม่ทัพรีบตัดบท
“ท่านควรให้หมอรักษาก่อนนะเ้าคะท่านแม่ทัพ ข้าจะไปตามหมอมาให้” ผิงหลางเสนอ
“ช้าก่อน! อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามไปศัตรูอาจไปดักพวกเราที่ร้านหมอก็เป็ได้” ท่านแม่ทัพกังวล
“แล้วท่านจะทนาเ็แบบนี้อย่างนั้นหรือเ้าคะ”ผิงหลางเป็ห่วง
“อะนี่ ยาสมุนไพรท่านหมอที่อยู่ใกล้บ้านข้าฝากมาให้” ท่านหมอดูปรากฏตัว
“ท่านหมอดู!ท่านยังไม่กลับกระท่อมอย่างนั้นหรือ” ผิงหลางสงสัย
ท่านหมอดูกล่าวว่า “ข้ากลับกระท่อมแล้วแต่พอนึกได้ว่าาแของท่านแม่ทัพยังไม่ใส่ยา ข้าก็เลยนำยาสมุนไพรมาที่นี่ด้วย”จากนั้นท่านหมอดูก็หันไปบอกซูหลิน “ซูหลิน!เ้าจงค้างที่จวนท่านรองแม่ทัพก่อน คืนนี้ข้าจะทำพิธีต่อชะตาให้เ้าให้พ้นคืนนี้ไปก่อน เ้าถึงจะพ้นเคราะห์ไปได้” เหวยเหนียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เ้ายังไม่เลิกงมงายอีกอย่างนั้นหรือ”ท่านแม่ทัพไม่พอใจ
“ลองทำก็ไม่เสียหลายนี่ลูก”ท่านแม่กล่าว
“งั้นข้าจะค้างที่นี่ด้วยเ้าอาจใช้วิชามนตร์ดำกับน้องสาวของข้าก็เป็ได้” ท่านแม่ทัพไม่ไว้ใจเหวยเหนียง
“รู้จักมองคนในแง่ดีบ้างเถิดหรือเ้าเห็นมีแค่ปิงปิงเท่านั้นที่ดูดีในสายตาเ้า” เหวยเหนียงกล่าว
“นี่เ้า!” ท่านแม่ทัพโมโห
“เลิกทะเลาะกันเถอะนะลูกเอาเป็ว่าพวกเราค้างที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน” ท่านแม่พยายามยุติการทะเลาะเบาะแว้ง
“ขอรับท่านแม่” ท่านแม่ทัพกล่าว
เหวยเหนียงจึงตั้งโต๊ะพิธีแล้วสั่งให้ซูหลินนอนราบไปกับพื้น โดยจุดเทียนล้อมรอบร่างของซูหลินไว้ เหวยเหนียงใช้กระบี่ฟาดฟันไปมาพร้อมกับเผายันต์แล้วโยนไปรอบโต๊ะพิธีผ่านไปไม่นานลมพายุก็พัดกระหน่ำจนไฟที่เทียนดับทั้งหมดเหวยเหนียงนำผ้าดิบมาวางทับร่างของซูหลินไว้ นางท่องคาถาบางอย่าง สักพักก็เปิดออกผ่านไปไม่นานเทียนที่อยู่ล้อมรอบตัวซูหลินก็ติดไฟขึ้นมาเองอย่างน่าอัศจรรย์
“ลุกขึ้นได้แล้วซูหลินเดินข้ามเปลวเทียนได้” เหวยเหนียงสั่งซูหลิน
“พิธีเสร็จแล้วอย่างนั้นหรือ”ซูหลินสงสัย
หมอดูสาวพยักหน้าให้
แม่ของซูหลินที่เฝ้ามองลูกสาวมาโดยตลอดนางรีบเดินเข้าไปสวมกอดลูกสาวอย่างโล่งอก “แม่ดีใจจริงๆที่ได้ลูกกลับคืนมา”
“ลูกก็ดีใจเ้าค่ะที่ได้พบท่านแม่อีก” ซูหลินกล่าวทั้งน้ำตา
“หมดเคราะห์หมดโศกแล้วนะลูก”ท่านแม่ลูบหัวลูกสาวเบาๆ
“คืนนี้ไปนอนกับแม่นะพวกเราจะได้คุยกันทั้งคืน” ท่านแม่กล่าว
“พักผ่อนดีกว่านะขอรับยังไงต่อไปก็ต้องคุยกันไปทั้งชีวิต” ท่านแม่ทัพคิดว่าตราบใดที่น้องสาวยังไม่ออกเรือนแม่กับน้องก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดอยู่แล้ว
“แหม!แม่ก็อยากรู้ความเป็มาของลูกสาวบ้างนี่” ท่านแม่กล่าว
“ห้องจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัยนะเ้าคะ” ผิงหลางกล่าวกับทุกคน
“ข้าขอไปนอนกับเ้าด้วยนะผิงหลาง”เหวยเหนียงกล่าว
“งั้น เชิญทางนี้” ผิงหลางผายมือให้หมอดูสาวไปที่ห้องของตน
ท่านแม่ทัพเดินสวนทางกับท่านหมอดูโดยไม่ทักทายใดๆ
“เอ่อพวกท่านผิดใจกันเื่อะไรงั้นหรือ เหตุใดพวกท่านถึงขั้นไม่มองหน้ากันเลยล่ะ”ผิงหลางสังเกตได้
“ช่างเถอะ!ข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก พวกเราไปนอนกันเถอะ ข้าง่วงนอนแล้วหากดึกกว่านี้มีหวังข้าไม่ได้ตั้งโต๊ะดูดวงกันพอดี” เหวยเหนียงรีบตัดบท