หนึ่งฝันพันจักรวาล

    ตอนที่ 34 การรวมตัวของเหล่าผู้สร้าง (The Assembly of Creators)

    สี่วันต่อมา ณ ลานจอดของศูนย์บัญชาการโซเลนเดล ยานขนส่งความเร็วสูงพิเศษของเอจิส อินดัสทรีส์ ก็ได้ร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวล ประตูยานเลื่อนเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของทีมงานที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของพวกเขา

    ดร.อาริสและลีน่าก้าวลงมาก่อนด้วยแววตาที่ตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่ของสถานที่และเทคโนโลยีที่ดูเหมือนจะถูกเตรียมการไว้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยร่างในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทที่ปกปิดทุกสัดส่วนอย่างมิดชิด หมวกเกราะไฮเทคสีดำทมิฬนั้นไร้รอยต่อ มีเพียงกระจกหน้ากากสีแดงเข้มที่สะท้อนภาพของทุกคนที่รออยู่เบื้องหน้า

    "ในที่สุดก็มาถึงจนได้นะ" ซาเรียเอ่ยทักทายก่อนใคร

    ร่างในชุดเกราะพยักหน้าให้เธอน้อยๆ ก่อนจะหันไปทางเซ็น แล้วยกหมัดขึ้นมาช้าๆ เซ็นยิ้มออกมาแล้วชนหมัดตอบเบาๆ...นี่คือการพบกันครั้งแรกจริงๆ ของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันผ่านหน้าจอมาเกือบทั้งชีวิต

    "ขนาดเจอเพื่อนที่รู้จักกันมาเป็นสิบปียังไม่ยอมเปิดหน้าเลยนะ" ซาเรียอดที่จะแซวไม่ได้ "นี่มันตระกูลนินจานักฆ่าชัดๆ"

    "นี่ฉันขอดูหน้าจริงของคุณมาตลอดทาง เขาก็ไม่ยอมเปิดให้ดูเลยค่ะ!" ลีน่าเสริมขึ้นมาอย่างเสียดาย ดร.อาริสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ลองเอื้อมมือไปแตะที่หมวกเกราะของเขาเบาๆ แต่ร่างในชุดดำก็ขยับหลบได้เร็วกว่าความคิด ทำให้ดร.อาริสได้แต่ยกมือขึ้นยอมแพ้

    เสียงที่ลอดผ่านลำโพงของหมวกเกราะดังขึ้น มันคือเสียงของคาเรสแต่ถูกดัดแปลงเล็กน้อยจนฟังดูเรียบและไร้อารมณ์ "การเดินทางในอวกาศมีความเสี่ยงเสมอ...การป้องกันตัวตนคือพื้นฐานของตระกูลผม" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาของเทคโนโลยี "แล้ว... 'สนามเด็กเล่น' ที่นี่ พร้อมให้ฉันไปประกอบ 'ของเล่น' ที่ว่านั่นแล้วรึยัง!?"

    ในขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินเข้าไปในศูนย์บัญชาการ เสียงสัญญาณเตือนการมาถึงของยานอวกาศขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นทั่วทั้งบริเวณ ยาน "Aurora's Path" ที่ใหญ่กว่ายานของซาเรียหลายเท่ากำลังลดระดับลงจอดอย่างสง่างาม

    "คุณแม่มาถึงแล้ว!" ซาเรียร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น "ท่านคงเอา 'ของชิ้นสำคัญ' ที่สุดมาด้วยตัวเอง...ไปกันเถอะ!"

    ประตูยานขนาดมหึมาเปิดออก เผยให้เห็นคุณแม่ลีเซร่า โพลาริส ที่เดินนำลงมาพร้อมกับรอยยิ้ม ด้านหลังของเธอคือทีมคนงานจำนวนมากที่เริ่มลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์นิรภัยที่บรรจุ "Resonexium Dust" เข้าไปยังคลังเก็บวัสดุ

    หลังจากทักทายกันสั้นๆ และแนะนำทีมงานใหม่ให้คุณแม่ของเธอได้รู้จัก ลีเซร่าก็หันมาคุยกับเซ็นและซาเรียระหว่างที่เดินไปยังห้องวิจัยหลัก

    "แม่ได้ยินเรื่องโปรเจกต์ของพวกเธอจากซิลเวสเตอร์แล้วนะ...น่าทึ่งมาก โดยเฉพาะเรื่องแร่ 'เรโซเน็กเซียม ดัสต์' นั่น" เธอเล่าต่อ "ตอนที่ได้รับคำสั่งให้ไปรับแร่นี้จากเขตแอสโฟเดล แม่ยังแปลกใจเลย รายงานเบื้องต้นบอกว่ามันเป็นแค่ฝุ่นผงที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ แต่ลูกค้าระดับ VVIP ยืนกรานหนักแน่น...ไม่คิดเลยว่าลูกค้าคนนั้นจะเป็นลูกสาวของตัวเอง"

    "มันคือหัวใจของทุกอย่างเลยค่ะคุณแม่" ซาเรียอธิบาย "มันคือ 'ตัวกลาง' ที่จะเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน"

    เมื่อมาถึงห้องวิจัยหลัก คาเรสผิวปากเบาๆ ผ่านระบบเสียงของหมวกเกราะ "โห...สนามเด็กเล่นที่นี่ดูใช้ได้เลยนี่...อุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นรุ่นล่าสุดของเอจิสทั้งหมดเลยไม่ใช่รึไง?"

    "คุณพ่อฉันน่ะ...เวลาจะทำอะไรก็ต้องทำให้สุดเสมอแหละ" ซาเรียตอบอย่างภาคภูมิใจ

    ณ ห้องสังเกตการณ์มุมสูงที่ทำจากกระจกอัจฉริยะ ซิลเวสเตอร์และลีเซร่ายืนมองภาพของทีมโซเลนเดลที่กำลังเริ่มการทำงานอย่างขะมักเขม้น

    "ดูพวกเขาทำงานเข้ากันได้ดีนะ" ลีเซร่าเอ่ยขึ้น "คุณเคลเลนคนนั้น...ดูเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ส่วนคาเรสก็มีทักษะที่ไม่ธรรมดา และลูกของเราก็เป็นเหมือนกาวที่เชื่อมทุกคนไว้ด้วยกัน"

    "มันคือทีมที่สมดุล" ซิลเวสเตอร์ตอบเรียบๆ แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสนใจ "แต่เทคโนโลยีที่พวกเขากำลังสร้าง...มันอาจจะเปลี่ยนสมดุลของทั้งจักรวาลได้เลยนะลีเซร่า...เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด"

    ในห้องแล็บเบื้องล่าง การทำงานได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง ดร.อาริสและลีน่าทำการทดลองกับ Resonexium Dust และพบว่ามันมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคลื่นสมองของผู้ทดลองจริงๆ ซึ่งเป็นการยืนยันทฤษฎีของเซ็นด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้

    การค้นพบนี้เป็นเหมือนการจุดประกายให้ทุกคน ทุกคนต่างทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายสัปดาห์ต่อมา ภาพของการทำงานร่วมกันกลายเป็นกิจวัตร เซ็นกับคาเรสใช้เวลาส่วนใหญ่ด้วยกัน เซ็นทำหน้าที่เป็น "ผู้วางทฤษฎี" เขาฉายภาพโฮโลแกรมของโครงสร้างรูน อธิบายความหมายและเจตจำนงที่ซ่อนอยู่ ในขณะที่คาเรสเป็น "ผู้ลงมือ" เขาใช้สมาธิขั้นสูงสุดในการสลักรูนเหล่านั้นลงไปบนแกนกลาง พร้อมกับถ่ายทอด "เจตจำนึง" ของตัวเองลงไปในทุกรอยสลัก ส่วนซาเรียและทีมวิทย์ก็คอยดูแลเรื่องพลังงานและคำนวณความเสถียรอย่างไม่หยุดพัก

    วันเวลาผ่านไป...จากโครงร่างโฮโลแกรม ค่อยๆ กลายเป็นชิ้นส่วนที่จับต้องได้...และในที่สุด ชิ้นส่วนสุดท้ายก็ถูกประกอบเข้าที่

    ระบบวินิจฉัยส่งเสียงยืนยัน... CONSTRUCTION COMPLETE

    ณ ใจกลางห้องวิจัยที่เงียบสงัด บัดนี้มีวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ มันไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่มันคือผลงานศิลปะ โครงสร้างโลหะสีเงินวาววับถูกสลักเสลาด้วยอักขระรูนที่ซับซ้อนและงดงาม เส้นสายของวงจรพลังงานดูเหมือนจะส่องประกายเรืองรองจางๆ จากภายใน แม้ว่ามันจะยังคงนิ่งเงียบและยังไม่ได้ถูกปลุกให้ตื่นก็ตาม

    ทีมโซเลนเดลทั้งห้ายืนมองผลงานชิ้นเอกของพวกเขาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างท่วมท้น

    พวกเขา...ทำสำเร็จแล้ว

     

     

     

     

    จากผู้เขียน:

    การประกอบร่างเสร็จสมบูรณ์! แต่เครื่องจักรที่งดงามนี้ยังคงนิ่งเงียบ...

    การปลุกพลังงานครั้งแรกจะสำเร็จหรือไม่? และ "จิตวิญญาณ" ของ Eidolon ที่กำลังจะถูกหลอมรวมเข้าไป จะนำมาซึ่งปาฏิหาริย์...หรือหายนะกันแน่?

    ตอนต่อไป...จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของทุกสิ่ง! ฝากติดตามด้วยนะครับ