บทที่ 47 ใจของอวิ๋นเคอ
เฉินเถียนเถียนยังคงหลับใหลอยู่ในความฝันอันแสนหวาน นางไม่ทราบเลยว่ามีคนเข้ามาในนี้แล้ว และจ้องมองนางอยู่นานพอสมควร หลินชุนฮวาลองค้นในโรงเก็บฟืนนี้ตามที่ที่สามารถซ่อนของได้ แต่ไม่พบสิ่งใดเลยจึงอุ้มฟืนมัดหนึ่งออกไป
ตามหลักแล้วเฉินเถียนเถียนผู้ที่เคยได้รับมอบหมายให้ติดตามภารกิจ ควรจะนอนหลับอย่างระมัดระวัง แต่วันนี้กลับหลับสนิทอย่างน่าประหลาดใจแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่เช่นนี้ก็ตาม
ที่ผ่านมาเมื่อเฉินผิงอันเรียกเฉินเฉินออกมารับประทานอาหาร หลินชุนฮวามักจะอ้างว่าเด็ก ๆ ควรนอนนานหน่อยจึงจะโตได้ดี วันนี้ก็เช่นกัน เฉินผิงอันไม่ได้ตระหนักเลยว่าหลินชุนฮวากำลังทำอะไรอยู่แล้วก็ออกไปเล่นพนันต่อ
เมื่อก่อนเขายังจะช่วยดูแลงานในทุ่งนาบ้าง ไม่เหมือนยามนี้ตั้งแต่บ่อนพนันในหมู่บ้านเปิดทำการ เขาก็ไม่เคยลงไปทำงานในทุ่งนาอีกเลย สถานที่แห่งนี้ก็น่าสนใจทีเดียว ท่านสามารถนำสิ่งใดก็ได้ไปเดิมพัน ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินเสมอไป และเงินเดิมพันก็ไม่มากชาวบ้านหลายคนก็ชอบไปที่นั่น
ผู้อาวุโสในหมู่บ้านแม้จะไม่ชอบบ่อนพนันเช่นนี้แต่ก็ไม่มีข้ออ้างใด ๆ ที่จะไปปิดมันได้ เมื่อเฉินผิงอันไม่สนใจตอนที่เฉินเฉินตื่นนอนมาก็ไม่มีอาหารเช้าของเขาเหลืออยู่อีกแล้ว
ส่วนมารดาของเขาก็เริ่มนั่งแต่งหน้าทำผมอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งเช่นเคย วันนี้นางตกลงกับเฉินผิงอันตั้งแต่เช้าตรู่ว่าจะไปดูที่ในเมืองไปดูว่ามีอาจารย์ท่านใดเต็มใจรับเฉินเฉิงเยี่ยเป็นศิษย์หรือไม่
เช่นนั้นเรื่องเวลาจึงมีเหลือเฟือแน่นอน นางจึงยังคงแต่งหน้าทำผมอย่างเชื่องช้า เฉินเฉินอายุยังน้อยอยู่นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องกินอาหาร ท้องของเขาหิวแล้ว จึงย่องเข้าไปหามารดาอย่างระมัดระวัง เงยหน้ากล่าวอย่างนอบน้อมระวังตน
“ท่านแม่… ข้าหิวแล้ว” หลินชุนฮวากลับกลอกตาขาวไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเขาเป็นลูกแท้ ๆ ของนาง เฉินเฉินรู้สึกว่ามารดาของตนคงไม่ใจร้ายขนาดนั้น เช่นนั้นเขาจึงเดินเข้าไปดึงชายเสื้อของหลินชุนฮวาแล้วกล่าวเสียงดังขึ้น
“ท่านแม่ข้าหิวแล้ว!” ผู้ใดจะคาดคิดว่าหลินชุนฮวาจะสะบัดมือแรง ๆ ปัดเด็กน้อยออกไปอย่างไม่ไยดี
“ทุกวัน ๆ นอกจากหิวแล้วก็หิว เจ้ายังจะทำอันใดได้อีกหรือไม่ ไปให้พ้นหน้าข้าไป” เฉินเฉินถูกมารดาผู้ไร้เยื่อใยทำให้ตกใจจนล้มลงไปอีกด้านหนึ่งตัวสั่นเทิ้ม!ด้วยความหวาดกลัว
หลินชุนฮวาเห็นสภาพเช่นนี้ใบหน้ากลับฉายแววภาคภูมิใจ นางเดินเข้าไปยิ้มหวานใช้เล็บมือแหลมจิ้มที่คางของเฉินเฉิน แม้จะไม่กล้าแทงทะลุคางของเขาแต่แรงกดขนาดนั้นย่อมทำให้รู้สึกเ๗็บได้อย่างแน่นอน
“ตอนนี้พ่อของเจ้าก็ไม่ลงไปทำงานในทุ่งนาแล้ว ทุกวัน ๆ รู้แต่จะไปเล่นพนัน จะมีเงินที่ไหนไปหาอะไรให้เจ้ากินกันเล่า” หลินชุนฮวาหน้าตาดุร้ายยิ่งนัก เมื่อก่อนเฉินเฉินยังเชื่อคำของนางแต่ตอนนี้กลับไม่กล้าเชื่อแล้วเพราะเมื่อวานนี้ ท่านพ่อของเขายังเรียกเขาไปกินข้าวด้วยกันและบนโต๊ะอาหารยังมีเนื้อ
แต่ในที่สุดเขาก็ยังไม่กล้าโต้แย้งมารดาของตัวเองอยู่ดี ได้แต่ร้องไห้ออกจากห้องนี้ หลินชุนฮวาไม่ใส่ใจลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า แล้วรีบเดินไปยังจุดรวมตัวของเกวียน
นางพบกับชายป่าคนนั้นบนเกวียนคันเดียวในหมู่บ้านตามปกติ ข้างกายยังมีเนื้อหมูครึ่งตัว แม้คนยังคงเป็นคนที่นางรังเกียจแต่เนื้อหมูนั่นกลับทำให้นางน้ำลายไหลไม่น้อย
“อ้าว พ่อหนุ่มอวิ๋นจะเอาเนื้อหมูไปขายที่ตลาดหรือ?” อวิ๋นเคอไม่ได้กล่าวอันใด มีเพียงกลิ่นอายบนตัวเขาที่เย็นชาขึ้นอีกระดับ หลินชุนฮวาแม้จะรับรู้ถึงความเย็นชาบนตัวชายผู้นี้ แต่เสน่ห์ของเนื้อช่างเชิญชวนนางเหลือเกิน
“อวิ๋นเคอข้าเห็นเจ้าอายุมากเพียงนี้แล้ว ยังอยู่คนเดียวในถ้ำ ข้างกายก็ไม่มีคนที่รู้ใจเจ้าอยากให้ข้าส่งลูกสาวข้าไปออกเรือนกับเจ้าหรือไม่ ตัวเด็กนั่นถึงแม้อายุจะน้อยไปหน่อย แต่ข้าก็ฝึกนางมาไม่เลวนัก เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ยังให้กำเนิดลูกให้เจ้าได้อยู่”
อวิ๋นเคอกลอกตา หญิงสาวนั่นตอนนี้อยากจะแต่งงานกับใครก็เป็นเรื่องที่นางต้องตัดสินใจเอง จะให้แม่เลี้ยงตัดสินใจได้ที่ไหนกันเล่า
“ถึงแม้ของหมั้นจะแพงไปหน่อย แต่อย่างไรก็เป็นสตรีนะ ถ้าไม่แต่งงานกับนาง เกรงว่าจะไม่มีหญิงสาวคนไหนอยากออกเรือนไปอยู่ในถ้ำของเจ้าหรอกนะ” หลินชุนฮวาเอ่ยราวกับคุยกับตัวเอง อวิ๋นเคอแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ยามนี้เขากำลังจะอดใจไม่ไหวที่จะลงมือผลักหญิงนางนี้ลงจากเกวียนแล้ว โชคยังดีที่คนบังคับเกวียนเปิดปากขึ้นมาได้จังหวะพอดี คนบังคับเกวียนนั้นก็เป็นคนจากหมู่บ้านเซินหนี่เหมือนพวกเขา
“สะใภ้หลินดูเหมือนเจ้าจะลืมบทเรียนก่อนหน้านี้ไปแล้วสินะ อยากให้ผู้อาวุโสมาหย่าเจ้าจริง ๆ หรือไร ลูกเลี้ยงกำลังจะออกเรือนไปในไม่ช้า จะกินข้าวของเจ้าได้มากเพียงใดกัน จำเป็นต้องรังเกียจนางถึงเพียงนั้นเลยหรือ” คำกล่าวนี้ของคนบังคับเกวียนทำให้หลินชุนฮวา เกรงกลัวจึงไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก
หลังจากนั้นทั้งสองก็ลงจากเกวียนไปคนละทาง อวิ๋นเคอสังเกตเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปในตรอกนั้นเช่นเดิม ส่วนเนื้อหมูครึ่งตัวที่เขาแบกอยู่ก็ถูกนำเข้าไปในร้านเหล้าเช่นเคย
หลังจากขายของให้ร้านเหล้าแล้ว เขาก็ยังซื้อสุราขวดเล็กมาหนึ่งขวด แล้วจึงรีบเดินกลับเขา จู่ ๆ ก็นึกถึงเนื้อหมูอีกครึ่งตัวเมื่อวานนี้ขึ้นมาหญิงสาวตัวเล็ก ๆ นั่นมีแรงมากขนาดนั้นเชียวหรือ แบกจากถ้ำถึงเรือนตัวเองได้
แต่ตอนนี้ท่าทางของแม่เลี้ยงนางดูเหมือนจะยังไม่รู้เรื่อง งั้นเนื้อหมูครึ่งตัวนั่นหญิงสาวนั่นเอาไปซ่อนไว้ที่ใดกันนะ เดิมทีก็เป็นแค่หญิงสาวธรรมดาในหมู่บ้านเซินหนี่ ไม่มีใครสังเกตเห็นด้วยซ้ำแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความลึกลับ อวิ๋นเคอเริ่มจมลึกลงไปในความคิดของตัวเอง
และยังนึกถึงคำของหลินชุนฮวาที่จะยกเด็กสาวนั่นให้ออกเรือนกับตนเองอีก คิดถึงตรงนี้อวิ๋นเคอรีบส่ายหัวไล่ความคิดประหลาดพวกนั้นออกไปจากหัวทันที
ตัวเขาเองนี่ก็บ้าไปแล้วด้วยฐานะของเขาตอนนี้ต่อให้เป็นแค่สาวชาวไร่ธรรมดา เกรงว่าก็จะนำปัญหามาให้พวกนางแล้ว แต่เมล็ดพันธุ์บางอย่างพอปลูกลงไปในสมองแล้วก็จะงอกงามอย่างรวดเร็ว และจะโตเป็นต้นไม้ใหญ่ในไม่ช้า
เฉินเถียนเถียนที่นอนอยู่ในโรงเก็บฟืน นางไม่รู้เลยว่าตัวเองเกือบจะถูกแม่เลี้ยงนั่นขายอีกครา แต่สุดท้ายความฝันดี ๆ ก็อยู่ไม่นาน เฉินเฉินวิ่งมาปลุกนางอีกครั้งด้วยดวงตาที่มีน้ำตาคลอ
เฉินเถียนเถียนเมื่อวานนี้ก็เหนื่อยอยู่แล้ว ตอนนี้เห็นเด็กนี่มายุ่งวุ่นวายไม่หยุดก็อดรำคาญใจไม่ได้
“ร้องไห้เพื่ออันใดอยู่น่ะ ไม่เห็นคนอื่นนอนอยู่หรือไร” เฉินเฉินยื่นปากน้อยใจกุมท้องไว้ เฉินเถียนเถียนมองเด็กนี่ด้วยสายตาง่วงงุนถอนหายใจในใจ ดูเหมือนหลินชุนฮวาหญิงใจร้ายผู้นั่น จะลืมบุตรชายคนนี้อีกแล้ว
“อันใดอีกเล่า แม่เจ้าไม่ให้เจ้ากินข้าวอีกแล้วหรือ?”
เฉินเฉินพยักหน้าไม่หยุดเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น
“พี่สาวท้องข้าหิวมาก แต่ท่านแม่กลับไม่สนใจข้าเลย พี่สาวถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าคงจะอดตายเป็นแน่”
เฉินเถียนเถียนในที่สุดก็ถูกเด็กน่าสงสารนี่กระตุ้นความเห็นใจของตัวเองขึ้นมาจนได้ นางลุกขึ้นอย่างจำใจ จูงมือเด็กน้อยแล้วเดินไปที่ลำธารเล็ก ๆ บนภูเขาอีกครั้ง ระหว่างทางยังหยิบหม้อเหล็กใบหนึ่งใส่เข้าไปในห้วงมิติด้วย รอใช้เสร็จแล้วค่อยเอากลับมาคืนก็แล้วกัน