The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

LV 173 พลังที่แท้จริง

เครดิตภาพจาก https://wallpaperaccess.com


       ลางอัปมงคลเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจของอากิเนะเพราะพอเดาได้ว่าอมนุษย์ตรงหน้าคิดจะทำสิ่งใดซึ่งก็คงไม่พ้นบีบคั้นเธอด้วยการทรมานท่านปู่ ผู้เป็นญาติเพียงหนึ่งเดียว 


“ ไม่นะ ขออย่าให้เป็นแบบนั้น ” 

      


       ทว่าคำภาวนาของอากิเนะไม่ใกล้เคียงกับคำว่าได้ผลเลยเพราะมารร้ายได้ตรงเข้าไปหาเทพศาสตรา พร้อมยกขาขึ้นกระทืบยอดอก 


“ อุ้ก….” เทพศาสตราถึงกับกระอักด้วยจุกเสียดจากน้ำหนักเท้าที่กดทับ 


“ ปล่อยนะ อย่าทำท่านปู่ แกมาลงกับชั้นดีกว่า” น้ำตาของอากิเนะเริ่มไหลพรากอีกครั้ง ปากก็ส่งเสียงวิงวอนด้วยกระแสที่สั่นเครือราวกับถูกทำร้ายซะเองก็ไม่ปาน ทว่าอมนุษย์ไม่สนใจ มันหันกลับมาแสยะยิ้มให้พร้อมตอบกลับอย่างดุเดือด 


“ เชอะ ข้าจะทำร้ายท่านไปทำไมในเมื่อประสงค์ของข้าคือ….ได้สู้กับท่านในร่างที่แท้จริง ” 

       


       อากิเนะสับสนเหลือประมาณความรู้สึกด้านลบที่หลากหลายประดังเข้ามาในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นโศกเศร้า เจ็บปวดสิ้นหวัง ปิดท้ายด้วยความ…..โกรธแค้น 


“ กะ….แก หยุดเดี๋ยวนี้นะ ”โทสะที่รุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ดวงตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอีกวาระแต่มารร้ายกลับเหม่อมองด้วยอาการชื่นชม พร้อมหวดชายโครงซ้ายของเทพศาสตรา 


“ อั้ก….”เทพศาสตรากระอักโลหิตอีกครั้ง และถ้าเดาไม่ผิด ดาเมจในการเตะครั้งนี้น่าจะทำให้กระดูกซี่โครงหักไปหนึ่งซี่ 


“ บ้าที่สุด ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเราคงเป็นเครื่องมือให้มารร้ายใช้กระตุ้นอากิเนะ แต่จะทำยังไง ในเมื่อเราหมดสภาพไปแล้ว” เทพศาสตราได้แต่คับแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในสมองพยายามขบคิดอย่างหนักทว่าก็พบกับคำว่า….สิ้นหนทางอยู่ตลอด 


“ เป็นไงบ้าง ท่านโกรธพอรึยังรีบเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ไม่งั้น เจ้าแก่นี่ได้ตายคาเท้าของข้าแน่ ”มารร้ายพูดจบ ก็หวดเข้าไปอีกหนึ่งดอก 


“ แก……” อากิเนะคำรามในลำคอ ดวงตาแลโกรธเกรี้ยวไม่ต่างจากสัตว์ป่า ใบหน้าที่เคยสดใสบูดบึ้งอย่างรุนแรง ทำให้ดูสวยคมอีกเท่าตัว 

      


      มารร้ายสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทที่เพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อยๆของเด็กสาว ทำให้มันรู้สึกยินดีเพราะใกล้จะได้ประจันกับบุคคลในตำนาน จึงกระทืบลงไปที่หน้าท้องของเทพศาสตราถี่รัวเพื่อเร่งผลงาน 


“ อุ้ก….” คราวนี้เทพศาสตราจุกเสียดจนพูดไม่ออก เขาได้แต่ชำเลืองไปยังหลานสาวที่นั่งตัวสั่นพร้อมอ้อนวอนอยู่ในใจ 


“ อากิเนะอย่าโกรธนะ ไม่ว่าปู่จะเป็นตายร้ายดียังไงก็อย่าปล่อยเธอออกมา ” 

       


       แต่ไม่ว่าเทพศาสตราจะวิงวอนซักเท่าใดอากิเนะก็ไม่มีทีท่าจะคลายจากโทสะแรงโกรธยิ่งผลักดันให้ระดับพลังของเธอพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงขั้นทำให้โซ่เหล็กสีดำที่พันธนาการเริ่มแตกร้าว 


“ แก…ปล่อยท่านปู่เดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้น” อากิเนะพ่นคำขู่เสียงขุ่น ดวงตาแข็งกร้าวเปล่งประกายแวววาว 

        


      มารร้ายยินดีจนเนื้อเต้นเพราะอีกนิดเดียว ก็จะสมหวัง ปีศาจผมขาวรอคอยการต่อสู้แบบนี้มานานนับร้อยปีด้วยที่ผ่านมา แทบไม่เคยมีอมนุษย์ตนใดมีฝีมือใกล้เคียงกับมัน 


“ หึ หึ หึ อีกนิดเดียวเท่านั้นแต่ว่า…ถ้าเราได้เจอท่านผู้นั้น พร้อมกับฆ่าเจ้าเฒ่านี่ไปด้วยมันคงเป็นอะไรที่ดีงามสุดๆ ดังนั้น ก่อนที่จะผจญศึกใหญ่ จงตายซะเถอะ ”มารร้ายนึกทบทวนเสร็จ มันก็ยกแขนขวาขึ้นสูง เพื่อเตรียมเสียบฝ่ามือคมมีดลงไปจุดหมายคืออกข้างซ้ายของเทพศาสตรา 


“ ถึงเวลาแล้วสินะ ”ปรมาจารย์ยอดนักสู้ปิดตาลง ในใจน้อมรับความตายที่กำลังย่างก้าวเข้ามาแต่ไม่ทันที่ฝ่ามือคมมีดจะเสียบทะลุอก อากิเนะก็ตะโกนใส่อย่างดุเดือด 


“ หยุดได้แล้ว ” 


“ เฮ้ย ”มารร้ายรับรู้ได้ถึงแรงลมระดับทอร์นาโด อันพัดให้ร่างบางของอมนุษย์กระเด็นไกลแบบไร้หลักยืนแต่สุดท้าย มันก็กลับมาเหยียบพื้นได้ 


“ นะ…นี่มันบ้าอะไรกันเรากระเด็นได้ไง ” มารร้ายสบถดัง พร้อมหันไปมองสองปู่หลาน แต่พอประจักษ์ก็ตื่นตระหนก 


“ นะ…นั่นมัน…..” 

      


      มารร้ายถึงกับพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่เห็นคืออากิเนะที่กำลังลุกขึ้นยืนโซ่เหล็กดำที่ล่ามสองมือขาดกระจุยไม่เป็นชิ้นดีรอบร่างบางแผ่ซ่านไปด้วยออร่าสีม่วงอมดำ 


“ หึ หึ หึ นะ….นั่นนางมาแล้วยอดเยี่ยมที่สุด ” มารร้ายถึงกับยืนตัวสั่น สีหน้าดูอิ่มเอมแบบสุดฤทธิ์จนกระเดียดไปทางบ้าคลั่งคล้ายพวกแฟนพันธุ์แท้ที่ชอบเกาะติดดาราดัง ส่วนเทพศาสตราที่นอนหงายสิ้นท่าได้แต่ทอดถอนใจ เพราะไร้แม้แต่แรงจะส่งเสียง 


“ เฮ้อ….จบแล้ว โลก The Dark World ถูกทำลายแน่ ” 

       


       อากิเนะในเวอร์ชั่นใหม่เหลือบมองมารร้ายที่ยืนแสยะยิ้ม จากนั้น เธอก็กล่าวสั้นๆว่า….. 


“ ชั้นมาแล้วแกต้องการแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ” 


“ หึ หึ หึ ใช่แล้วนี่แหละสุดยอดปรารถนา ” มารร้ายคำรามในลำคอ แต่ไม่ทันได้พูดคำต่อไปมันก็กระเด็นไกลอีกครั้งด้วยลมประหลาด


“ เฮ้ย! ” มารร้ายพยายามเกร็งกายเพื่อหยุดยั้งการปลิว และเมื่อมันเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าอากิเนะหายไปแล้ว 


“ เอ๊ะ! ท่านผู้นั้นหายไปไหน ” 

       


       ทว่ามารร้ายก็ยืนงงไม่นานก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นประหลาดที่ด้านหลังกระแสนั้นแฝงจิตสังหารอย่างเต็มเปี่ยมจนแม้แต่อมนุษย์ระดับมันยังอดสยองไม่ได้ 


“ นะ…นี่มันอะไรกัน ” 

      


        ขณะที่มารร้ายยืนตัวแข็งเสียงที่หวานใสก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง แต่ในเวลาเดียวกันกระแสนั้นก็ผสมความเยือกเย็นที่แม้แต่น้ำแข็งขั้วโลกยังต้องอาย 


“ แกต้องการพบกับชั้นไม่ใช่เหรอแกก็ได้พบแล้วไง ทำไมไม่รีบหันมา ” 

      


       มารร้ายค่อยๆหันกลับมาตามคำสั่งจึงพบกับอากิเนะเวอร์ชั่นใหม่ แม้รูปลักษณ์จะดูไม่ต่างจากเดิมแต่เธอก็มีดวงตาที่แข็งกร้าว แถมทั่วร่างยังแผ่ออร่าสีม่วงอมดำออกมาจางๆอันชวนให้น่าสะพรึงกลัว 


“ หึ หึ หึนี่ขนาดเรารวมร่างกับไอ้มาวินจนสมบูรณ์ ทำให้พลังสูงขึ้นหลายขั้นแต่ท่านผู้นั้นยังดูเหนือล้ำกว่า เพราะแค่ยืนเฉยๆ ก็ปล่อยจิตสังหารออกมาได้ถึงเพียงนี้” มารร้ายมองขนแขนที่ลุกชูชัน บ่งบอกว่ามันกลัวจากใจจริงแต่ด้วยความเหี้ยมหาญของนักสู้ ผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างยาวนานอมนุษย์จึงเรียกสติกลับมาได้ 


“ ไม่ได้ เราจะกลัวไม่ได้ต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นผู้ใด เราทำแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ ” 

       


       แต่ไม่ทันที่มารร้ายจะปลุกปลอบตัวเองจนเสร็จสรรพอากิเนะก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่มีใครมองทันจากนั้นก็ปล่อยหมัดขวาใส่ใบหน้าของอมนุษย์ 


“ เปรี้ยง ” 

      


      ร่างบางของอมนุษย์กระเด็นไกลแบบไร้แรงต้านไม่นาน ก็ถูกหยุดด้วยต้นไม้ใหญ่ แต่แรงปะทะนั้นหนักหน่วง ส่งผลให้พฤกษาอายุกว่าร้อยปีหักโค่นในทีเดียว 


“ โครม…..” 


“ อุ้…อุก นะ….นี่มัน ความเร็วอะไรกันเหนือกว่าเราชนิดไม่ติดฝุ่น ไหนจะพลังนั่นอีก ” มารร้ายค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนเรี่ยวแรงในกายหดหายไปกว่าครึ่ง ด้วยถูกแรงโจมตีที่หนักหน่วง มือขวาปาดโลหิตสีดำที่ริมฝีปากส่วนในใจนึกช็อค เพราะไม่เคยพ่ายแพ้ใครในด้านความเร็วมาก่อน 

        


        อากิเนะยังคงยืนอยู่ที่เดิมมีเพียงใบหน้าที่หันมามองมารร้าย พอเห็นว่าอริคนสำคัญยังไม่ฟุบเธอก็เดินเข้าไปหาแบบไม่รีบร้อน 

       


        มารร้ายแปลกใจในพลังและความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวีแต่เทพศาสตราเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นอากิเนะต่อยใครซักที 


“ นี่หลานทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ ” 

       


       มารร้ายได้ยืนตัวสั่นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งจนตนเองไม่อาจเทียบได้แต่ด้วยจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อผู้ใด มันจึงข่มความกลัวของตัวเอง


“ ฮึ่ม…..แล้วเราจะกลัวไปทำไมอย่างมากก็แค่ตาย อีกอย่าง เราต้องการดวลกับท่านผู้นั้นไม่ใช่หรือ ”  

       


       ออร่าสีอำพันพวยพุ่งออกมาจากร่างบางของมารร้าย ดูไม่ต่างจากเปลวเพลิงจากเตาแก๊สขนาดใหญ่พริบตาต่อมา อมนุษย์ก็กางฝ่ามือทั้งสองข้าง เพื่อปล่อยแสงเลเซอร์จากสิบนิ้วมือ  

      


       ทว่าอากิเนะก็โยกหลบได้อย่างง่ายดายบ่งบอกถึงความเร็วที่ล้ำไปอีกระดับ ทำให้มารร้ายตื่นตระหนก 


“ ละ…หลบได้หมดเลยเหรอปะ…เป็นไปมะ…ไม่ได้ ” 


“ อันที่จริง ของแค่นี้ไม่ต้องหลบก็ได้ เพราะมันช่างเป็นการโจมตีที่อ่อนแอนจนน่าสมเพช ”อากิเนะสบถคำออกมา ซึ่งเป็นวาจาที่ค้านกับนิสัยของเธอโดยสิ้นเชิงทำให้เทพศาสตราตื่นตกใจ 


“ไม่น่าเชื่อว่าอากิเนะจะพูดคำแบบนี้ออกมาได้ หรือนางคนนั้นจะตื่นโดยสมบูรณ์ ” 

      


       มารร้ายยอมรับว่าแทบไม่เชื่อหูของตัวเองเพราะแสงนั้นจัดเป็นไม้ตายก้นหีบที่ทะลวงได้ทุกอย่างและมันก็ใช้เผด็จศึกมาหลายสมรภูมิ จึงตะโกนท้าทาย 


“ เป็นไปไม่ได้หรอกต่อให้ท่านแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่อาจหยุดพลังของข้า ที่พูดมาก็แค่ราคาคุยเท่านั้น ” 

       


       อากิเนะเวอร์ชั่นใหม่นิ่งตรึกตรองก่อนจะกล่าวท้าทาย 


“ งั้นเจ้าก็ยิงแสงพวกนั้นออกมาข้าจะยืนรับทั้งหมดเอง ” 

       


       มารร้ายแสยะยิ้มมุมปากเพราะตัวมันไม่ได้คิดจะยิงเวทแสงจากนิ้วมือเพียงอย่างเดียวแต่จะจัดสองเวทใหญ่ที่ถนัดเข้าไปด้วย 


“ เสร็จข้าล่ะต่อให้เป็นท่านก็ทนไม่ได้ นี่แหละนาที่เขาเรียกว่า…ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย” มารร้ายขบคิดในใจ ก่อนจะตอบกลับไป 


“ งั้นเตรียมรับพลังของข้าให้ดีอย่าได้ผิดสัญญาเป็นอันขาด ” 


“ ฟู่…..” อากิเนะเป่าปากระบายลมก่อนจะยกสองแขนขึ้นมาตั้งท่าป้องกัน ใบหน้าปล่อยรอยยิ้มที่ดูมั่นใจ



สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter