เทียนให้ฮัวโต๋นำทางไปที่บ้าน พบกับบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง เป็นบ้านก่อสร้างด้วยดิน
มีอยู่สองห้อง ฮัวโต๋พาไปห้องที่น้องสาววัย 14 ปี ที่กำลังนอนทรมาน ด้วยความเจ็บปวด เทียนเข้าไปเห็น ก็รีบทำการจับชีพจร แล้วมองไปที่สมองพร้อมกัน
พบว่ามีเลือดคั่งในด้านใน เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก เพราะมีเส้นเลือดแตกในสมองแตก เทียนรีบปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์ รักษาเส้นเลือด ก่อน แล้วฝังเข็ม แล้วดึงเลือดคั่งออกมาจนผ่านเข็มจนหมด ทำให้อาการน้องสาวของฮูโต๋ดีขึ้นไม่มีอาการเจ็บ อีกต่อไป เทียนให้น้ำทิพย์กับน้องสาวฮัวโต๋ ดื่มไปอีก 1 ขวด ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มแข็งแรง ไม่อยากนอนอีกต่อไป รีบลุกมาคุกเข่า ต่อหน้าเทียนทันที
“ ขอบคุณพี่หมอมากเจ้าค่ะ”
“ ลุกขึ้นเถอะ” เทียนเห็นเด็กคนนี้ดูหน้าตา ต่างจากไปจากฮัวโต๋มากมายนัก
เพราะเด็กสาวดูน่ารัก ผิวพรรณดีงาม สดใส ผิดกับฮัวโต๋ ดูตัวดำ ผอมแห้งหน้าตาธรรมดา
“ พวกเจ้าอยู่กันเพียงสองคนหรือ”
“ ใช่ขอรับ พวกเราอยู่กันแค่สองคนพี่น้อง ข้าเลี้ยงชีพเก็บสมุนไพรไปขายในเมือง” ฮัวโต๋กล่าว
“ ดูท่าท่างเจ้าคงอยากเป็นหมอใช่ไหม” เทียนลองถามฮัวโต๋
“ ใช่แล้ว ขอรับนายท่าน”
“ นี่คือตำราวิธีการรักษาของข้า เจ้าเอาไปศึกษา มีการวินิจฉัยโรค วิธีรักษาโรค และ การปรุงยารักษา ของข้า” เทียนหยิบตำรายาไว้ให้ฮัวโต๋ ซึ่งได้คุกเข่าขอบคุณเทียนเป็นที่สุด
“ ข้าจะขอเป็นทาสรับใช้นายท่านตลอดไป”
“ ไม่ต้องขนาดนั้น จำเอาไว้ เมื่อใด เจ้าได้เป็นหมอ จงรักษาคนไข้ทุกคนด้วยความตั้งใจ ไม่ว่าเขาจะมีหรือจน จะชั่วหรือดี ต้องทำหน้าที่หมอให้เสมอภาคกันทุกๆคนก็พอ” เทียนกล่าวเสร็จก็มอบถุงเงินไว้ให้ 5 ล้านหรียญทองเป็นทุนในการใช้ชีวิต จากนั้น สองคนพี่น้อง ตกใจยิ่งนัก หันมาจะขอบคุณเทียน แต่ว่าไม่เห็นร่างของเทียน เพราะว่าเทียนได้มายืนอยู่ในเมืองเรียบร้อยแล้ว
เทียนมานั่งกินข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เทียนสังเกตเด็กชายคนหนึ่งวัย 13-14ปี
แต่งตัวคล้ายขอทาน เข้ามาขออาหารเทียนโดยเฉพาะ เถ้าแก่พยายามไล่ออกไป เทียนรีบห้ามแล้ว ให้เด็กคนนี้อยากกินอะไร ก็สั่งมาได้เต็มที่
เด็กคนนี้สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ เทียนไม่ได้ว่าอะไร แต่เพียงสงสัยทำไม เด็กสาวผู้นี้ถึงได้ปลอมตัวมาเป็นผู้ชาย แล้วมาขอข้าวอาหารกินกับเทียน ทั้งๆ ที่คนก็มีอยู่เต็มร้าน เด็กสาวกินอาหารทีละนิดละหน่อยไม่หยุด แต่จู่ๆ ก็หยุดกิน แล้วถามเทียนว่า
“ พี่ชาย ท่านชื่ออะไร”
“ หลี่เทียน”
“ ทำไมถึงให้อาหารข้ากิน ข้าสั่งมาตั้งเยอะ ท่านก็ไม่ว่าท่านทำดีกับข้าทำไม”
เทียนสงสัยทำไมเด็กสาวคนนี้ถามอะไรมากมาย
“ ก็เจ้าขอ ข้าก็ให้ ก็แค่นั้น”
“ ไม่เคยมีใครดีกับข้า มีแต่คนกลัวข้า รังเกียจข้า หามีใครดีกับข้าเช่นท่านมาก่อน
ข้าขอเรียกท่านว่า พี่เทียนนะ ข้าชื่อ จื่อซิน ท่านเรียกข้าว่า ซินเอ๋อก็ได้”
ซินเอ๋อเริ่มพูดไปมีน้ำตาไหลออกมา
“ ทำไมคนถึงได้กลัวเจ้า ข้าดูแล้วเจ้าไม่เห็นน่ากลัวเลย เช็ดหน้าเช็ดตาออกหน่อยก็สวยแล้ว”
“ ท่านรู้ด้วยหรือว่าข้าเป็นหญิง”
“ วิชาปลอมแปลงพวกนี้ เป็นแค่แมวสามขาสำหรับข้า ตบตาข้าไม่ได้หรอก”
ทันใดนั้น ก็มีพวกยอดยุทธ์ เข้ามาในโรงเตี๊ยม ที่สองคนกำลังกินอาหาร เกือบ ยี่สิบคน มีชายดูแล้วเป็นผู้นำ อยู่สี่คน แต่งชุดคล้ายนักพรตใส่ชุดแดง เขียว น้ำเงิน เหลือง เดินเข้ามาล้อมโต๊ะที่เทียนนั่งอยู่
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นางมารน้อย คราวนี้ยอมให้จับเสียดีดี เจ้าอุตส่าห์ปลอมตัวมาขนาดนี้
แต่ไม่สามารถ รอดสายตากระจกส่องมารของข้าไปได้” นักพรตชุดแดงถือกระจกสี่เหลี่ยมแปลกประหลาดยืนอยู่ ไม่ห่างเท่าไรนัก
“ ไอ้หนุ่ม เจ้าไม่เกี่ยวข้องกับนางมาร ถอยไปเสีย สำนักหลัวซาน ของข้าไม่อยากทำร้ายคนบริสุทธิ์” นักพรตชุดเขียวเอ่ยเตือน
“ พี่เทียน ท่านไม่ต้องกลัว อยู่ข้างหลังข้าไว้ ข้าจะจัดการเอง” สาวน้อยลุกขึ้นยืนแล้วมีถุงมือคล้ายกับแก้วผลึก ปรากฏขึ้นที่มือของเจี่ยซิน เทียนได้แต่นั่งมองหน้าเจี่ยซิน ด้วยความสงสัย ว่านางจะสามารถสู้พวกนี้ได้อย่างไร เทียนดูแล้วพลังฝีมือของ ซินเอ๋อ มีเพียง ราชันยุทธ์ระดับ 70 เท่านั้นเอง ส่วนนักพรตทั้งสี่ ล้วนเป็นจักรพรรดิยุทธ์ ระดับ 90 ทั้งนั้น แล้วยังมี พวกของสำนักหลัวซานอีก 10 กว่าคน
ซินเอ๋อ ปล่องฝ่ามือออกไปกลายเป็นเส้นใยแมงมุม พิ่งเข้ารัด คนขอสำนักหลัวซานสีห้าคนที่หลบไม่พ้น ร่างกายถูกพิษใยแมงมุม ผิวเนื้อถึงกับละลายอย่างรวดเร็ว ผู้คนเหลือแต่กระดูกขาวโพลน นักพรตทั้ง สี่ ชักกระบี่ช่วยกันรุมเด็กสาวคนเดียว เทียนคิดจะยื่นมือเข้าช่วย แต่ซินเอ๋อ กลับปล่อยเส้นใจไปอีกครั้ง แต่คราวนี้นักพรตสี่คน ใช้คมกระบี่ต้าเอาไว้ได้ แต่ ซินเอ๋อกลับปล่อยออกจากถุงมือนับร้อย เข็มพิษพุ่งเข้า ใส่นักพรตทั้งสี่ มีสองคนหลบไม่ทัน ร่างถูกเข็มปักไปทั่วร่าง เลือดเนื้อละลายเหลือแต่กระดูก
อีกสองคนแยกกันประกบหน้าหลง นักพรตชุดแดงใช้กระจกปล่อยพลังใส่ซินเอ๋อ ทำให้ซินเอ๋อถึงกับหยุดนิ่ง ส่วนนักพรตชุดน้ำเงิน ใช้ ผงพิษเหวี่ยงใส่ ซินเอ๋อทางด้านหลัง แต่เทียนเห็นเสียก่อน เลยสะบัดมือเบา ผงพิษจึงย้อนเข้าใส่ ตัวนักพรตชุด น้ำเงินกับลูกน้องที่เหลือ ทำให้ทั้งหมด ร้องเสียงออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะมันเป็นผงพิษละลายกระดูก ทำให้คนถูกพิษแม้แต่กระดูกยังไม่เหลือเลย
“ ที่นี่ชอบใช้ยาพิษละลายเลือดเนื้อ และกระดูกกันขนาดนี้เลยหรือนี่” เทียนเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ
นักพรตชุดแดงเหลือตัวคนเดียว แล้วส่วน ซินเอ๋อก็สามารถขยับตัวได้แล้ว จึงปล่อยฝ่ามือกระแทกเข้าใส่ร่างนักพรตแดง ถึงกับระเบิดตัวแตกไปในทันที
เทียนยืนมองด้วยความตกใจ ถุงมือที่ซินเอ๋อใช้นี่ คือของวิเศษแท้ๆ เลย ซินเอ๋อ ปัดมือ สองสามที ก็เดินเข้ามาหาเทียน
“ เมื่อสักครู่ ข้าใช้พลังป้องกันด้านหลัง แต่ทำไมพวกมัน ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ”
“ พวกมันคงใช้ผงพิษ ละลายกระดูก แต่บังเอิญเจ้าใส่พลังกระแทกเข้าไปพอดี พวกมันเลยถูกพิษของตัวเอง ละลายไปจนหมด”
“ ฝีมือข้าเก่งไหมพี่เทียน พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอย่างแน่นอน” ซินเอ๋อมั่นใจยิ่งนักว่าตัวเองเก่งกว่าใคร
“ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน ถึงกับต้องเข่นฆ่ากันเยี่ยงนี้”
“ พวกฝ่ายธรรมมะ อ้างว่าข้ากับบรรพบุรุษของข้า เป็นพวกมาร พวกมันเข่นฆ่าคนของเราไปมากมาย ดังนั้นพวกมันเห็นข้า พวกมันจึงลงมือทันที” ซินเอ๋อเอ่ยแบบไม่สบอารมณ์
“ ทำไมพวกเขาถึงเรียกพวกเจ้าว่า พวกมารล่ะ”
“ บรรพบุรุษของข้า เป็นมนุษย์แต่ถูกสาบให้กลายเป็นปีศาจแมงมุมทุกๆ คน ครอบครัวพวกเราจึงได้ย้ายถิ่นฐานเข้าในที่ทวีปแห่งนี้ เพราะว่าที่ทวีปแห่งนี้ มีพลังจากดวงอาฑิตย์ ถึง 10 ดวง มีดวงจันทร์ อีกเก้าดวง ทำให้สามารถช่วยป้องกันคำสาปไม่ให้ พวกเรากลายเป็นแมงมุมได้ แต่เมื่อ สามพันกว่าปีก่อน มีเทพองค์หนึ่ง
มีเรื่องขัดแย้งกับองค์ชายสุริยันทั้งเก้า แล้วได้ยิงธนูวิเศษเข้าใส่ ทำให้ดวงอาฑิตย์ ถูกทำลายไปเก้าดวง ทำให้พวกเรากลับมาถูกคำสาปอีกครั้ง ทำให้พวกเราลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องกลายร่างเป็นปีศาจแมงมุม พอมีแสงอาฑิตย์ขึ้น พวกเราจึงกลับมาเป็นมนุษย์ตามเดิม เป็นเช่นนี้มาสามพันปีแล้ว” ซินเอ๋ออธิบาย
แต่เทียนสะดุ้งไม่คิดว่า เรื่องที่เขายิงธนูยิงตะวันในตอนนั้นกลับมาทำร้ายคนบริสุทธิ์ให้ทรมารกับคำสาบถึงสามพันปี ใครเป็นคนสาบคนพวกนี้นะ?
“ แล้วทำไมเจ้า ไม่ได้เป็นปีศาจแมงมุมเหมือนพวกเขา” เทียนถามเรื่องซินเอ๋อด้วยความสงสัย
“ ข้าไม่ใช่ลูกแท้ๆของพวกเขา ข้าถูกพวกเขาเก็บมาเลี้ยง” ซินเอ๋อเอ่ยเสียงเศร้า
“ แต่ดูเหมือนว่า เจ้าดูห่วงใย พวกเขามากนะ”
“ ใช่แล้ว ท่านพ่อ กับ ท่านแม่รักข้ามาก แต่พี่ใหญ่ พี่รองไม่มีใครรักข้าเลย”
ซินเอ๋อทำเสียงเศร้าอีก
“ ใครเป็นสาบพวกเขาเจ้ารู้หรือไม่”
“ ข้าไม่รู้เรื่องนี้หรอก พวกเขาบางครั้งก็มีความลับไม่ยอมบอกข้า”
“ แล้วใครบอกว่า เข้ามาในทวีปนี้ พระอาฑิตย์ 9 ดวงช่วยแก้คำสาปให้ได้”
“ ข้าจะไม่เคยถามพวกเขา เพราะเรื่องนี้ผ่านมาสามพันกว่าปีแล้วนะ” ซินเอ๋อก็ไม่รู้เช่นกัน แล้วไม่เคยอยากรู้เรื่องนี้มาก่อนด้วย
“ แล้วเจ้ามาในเมืองหลวงนี้ทำไม ไม่กลัวโดนพวกสำนักธรรมะ พวกนั้นจับหรือ”
เทียนยังอยากรู้เรื่องอีก
“ ท่านไม่รู้อะไร เมืองโจ แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสามเมืองที่ใหญ่ที่สุดในทวีปมืด ตอนนี้ได้ข่าวว่า มีทูตจากแคว้นซุน ได้เตรียมตราหยกมังกรฟ้า มามอบให้
กษัตริย์โจว พวกยอดยุทธ์ต่างตื่นตัวกันมาก ต่างคนมุ่งหวังจะแย่งชิงตราหยกมังกรฟ้าอันนี้มาเป็นเจ้าของให้ได้”
“ มันวิเศษอย่างไร ทำไม่ต้องแย่งชิงกันด้วย” เทียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เรื่องนี้มีตำนานเล่ามาตั้งแต่ยุดสามราชาสร้างโลก กับ ห้าจักรพรรดิครองแผ่นดิน ในสามราชานั้นประกอบด้วย ท่านฝูซี พระแม่หนี่วา ท่านเสินหนง หลังจากพวกท่านได้สร้างโลกขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง จึงได้มองหาผู้คนเพื่อมาปกครองโลกใบนี้ ท่านทั้งสามก็ได้มองพลังทั้งหมดใส่ไว้ในหยกชิ้นหนึ่งเรียกว่าหยกมังกรฟ้า แล้วมองหาคนที่เหมาะสมที่จะได้ ปกครองโลกใบนี้ แต่ว่า คนที่ได้ครอบครอง คนแล้วคนเล่า ที่ท่านทั้งสามคนได้มอบหยกไว้ ต่างต้องมาตายด้วยบุญบารมีไม่เพียงพอ
สุดท้ายตกมาอยู่ในมือของ จักรพรรดิเหลืองซึ่งกลายเป็นคนที่ได้รับหยกมังกรฟ้า แล้วยังมีชีวิตอยู่ แล้วสามารถสร้างเมืองเป็นปึกแผ่นได้นานหลายร้อยปี จนกระทั้ง หยกมังกรฟ้า ตกทอดครบห้าจักรพรรดิ จนมาปรากฏอีกครั้งยุคชุนชิว สุดท้ายจิ๋นซีก็ได้หยกมังกรฟ้ามาครอบครอง มหาอำมาตย์หลี่ซือ เสนอแนะ ให้ทำเป็นตราพระราชลัญจกรของกษัตริย์ ด้านใต้เขียนตัวหนังสือว่า ‘ รับโองการสวรรค์ ทรงพระเจริญชั่วนิจนิรันดร์ ’
หลังจากนั้นพระราชลัญจกรของ จิ๋นซีก็ตกมาสู่หลิวปัง ปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์ฮั่น
สุดท้าย ราชวงศ์ฮั่นถูกขันทีชั่ว กับขุนพลโหดร้ายโคนบัลลังก์ไป ตราพระราชลัญจกรไปตรงกับหัวหน้าตระกูลนามว่าซุนเซ็ก สุดท้ายบุญบารมีไม่มากพอ ต้องมาตายก่อนวันอันสมควร จึงต้องแต่งตั้งน้องชายวัย 18ปี ซุนกวนขึ้นเป็นใหญ่แทน
แล้วด้วยความฉลาดอันแยบยลของ ซุนกวน จึงได้ทรงตราอาถรรพ์อันนี้มามอบให้กษัตริย์โจ ซึ่งไม่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ในทางฝ่ายยุทธ์ ทุกคนรู้ดีว่า หยกมังกรฟ้าก้อนนี้เต็มเปี่ยมด้วยพลังเซียน ของทั้งสามราชาผู้สร้างโลกเอาไว้
ใครได้ครอบครองจะได้เป็นหนึ่งในไต้หล้า มีใครบ้างไม่อยากได้ อีกไม่กี่วันคณะทูตจะเข้าเขตเมืองหลวงแล้ว ระหว่างทาง คนที่คิดแย่งชิง หยกมังกรฟ้า ตายภายใต้คมดาบของ 5 ขุนศึกแห่งเมืองซุน ไปหลายร้อยคนแล้ว พี่เทียนสนใจไปเยี่ยมชมดูการแย่งชิง ที่ทางหน้าด่านของเมืองโจไหม” ซินเอ๋อเอ่ยถามเทียน
“ น่าสนใจเหมือนกันนะ หยกมังกรฟ้า...”