“ที.. ตายแล้วหรอครับ”
วสันต์ถามย้ำอีกครั้งน้ำเสียงของเขาสั่นระริกพร้อมดวงตาที่สื่อออกมาว่ากำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ตนได้ยินหมอหันมาหาวสันต์แล้วถามคำถามด้วยความสุภาพ
“คุณเป็ญาติผู้ป่วยใช่มั้ยครับ”วสันต์หันไปมองแม่สาที่เป็ลมก่อนจะผงกหัวแทนคำตอบ หมอพยักหน้ารับรู้ก่อนจะกล่าวถึงสาเหตุการตายของคนไข้
“คุณนทีหัวใจหยุดเต้นจากภาวะโพแทสเซียมคั่งในเืเบื้องต้นหมอคิดว่างูที่ฉกน่าจะอยู่ในเครือจำพวกงูทะเลครับ” วสันต์ขมวดคิ้วเขาหันไปวางแม่ของเพื่อนลงบนเก้าอี้แล้วจึงหันมาถามหมอด้วยความสงสัย
“แต่ว่าคุณหมอครับแถวนั้นไม่มีทะเลนะครับ”
หมอดันแว่นขึ้นก่อนจะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
“จากการวินิจฉัยและผลจากทางแล็บบอกว่างูตัวที่ฉกอยู่ในเครือLaticauda ซึ่งเป็งูทะเล นะครับส่วนใหญ่จะเป็ตัวสีดำลายพาดเป็สีเหลืองครับ”วสันต์มองหมอสลับกับมองเตียงผู้ป่วยที่มีผ้าคลุมร่างของนทีไว้ด้วยความสับสนคราวก่อนที่เขาเห็น มันเป็งูสีดำตัวเขื่องไม่มีลายสีเหลืองแบบที่หมอพูดอยู่เลยหรือเขาจะมองผิดกันนะ?
“ยังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ”เมื่อหมอพูดเสร็จก็หันหลังแล้วเดินไปยังห้องผู้ป่วยห้องถัดไปพร้อมกับที่พยาบาลเข็นเตียงของนทีไปยังห้องดับจิต
เมื่อหมอเดินไปไกลแล้ววสันต์ก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เื่นี้เป็ความจริงใช่มั้ยเขาจะไม่ได้เจอนทีอีกแล้ว แล้วตัวเขาล่ะ ความรู้สึกของเขา.. วสันต์ก้มหน้าพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงบนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด
เขาพยายามยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาแต่เหมือนยิ่งพยายามเช็ดเท่าไหร่น้ำตาก็ยิ่งไหลออกมาถ้าหากเขาบอกนทีเื่งูไวกว่านี้อีกฝ่ายอาจจะไม่ตายถ้าหากเขาห้ามั้แ่ตอนแรกที่นทีอยากจะไปเดินป่า ยิ่งเขาคิดเื่เดิมซ้ำๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ถึงจะถกเถียงกับตัวเองทั้งชีวิตผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิม นทีตายไปแล้วเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามทำใจและยอมรับความจริงเท่านั้น..
ทางฝั่งนทีรู้สึกร้อนไปทั่วร่างกายเหมือนถูกไฟเผาจนในที่สุดเขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้นด้วยความทรมาณ สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานห้องที่มืดสนิทเขาลุกขึ้นมานั่งก่อนจะก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง
ความทรงจำสุดท้ายที่เขาจำได้คืออาการเ็ปจากพิษของงูที่แล่นเข้ามาในกระแสเืแล้วทำไมตอนนี้เขาถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้ วสันต์พาเขามาส่งโรงพยาบาลทันหรอ?
ระหว่างที่นทีกำลังครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ว่าทำไมตนเองมาอยู่ที่นี่ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้นเขาเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะหรี่ตาเมื่อแสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามา
“คุณหมอครับ”นทีเอ่ยเรียกแพทย์หญิงที่เดินเข้ามาแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยินที่เขาพูด นทีหันมองตามแพทย์หญิงที่ตอนนี้กำลังเปิดผ้าสีขาวที่คลุมอยู่บนตัวของผู้ป่วยนทีมองด้วยความสนอกสนใจ ก่อนจะตะลึงเมื่อเห็นว่าร่างภายใต้ผ้าคลุมนั้นคือร่างของเขาเอง
“หมอครับหมอ..” เขาพยายามเรียกแพทย์หญิงคนนั้นอีกครั้ง แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบใดๆราวกับว่าเธอไม่สามารถได้ยินสิ่งที่ตนพูดไปนทียกมือขึ้นมาจับใบหน้าตนเองก่อนจะพบว่าฝ่ามือสามารถทะลุผ่านไปได้ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง
นี่เขาตายแล้วงั้นหรอนทีถามตัวเองอย่างตื่นตะลึง แพทย์หญิงคนนั้นเหมือนจะเข้ามาในห้องนี้เพื่อตรวจสอบศพของเขาเท่านั้นเพราะตอนนี้เธอกำลังจะเดินออกจากห้องไปแล้ว นทีรีบตามไปทันทีพอก้าวเท้าออกจากห้องที่เขาอยู่แล้วก็เห็นวสันต์กับแม่กำลังเดินมาทางเขา
“แม่ครับ”นทีเรียกแม่ตนพร้อมกับวิ่งเข้าไปหา แต่เหมือนเขาจะลืมไปว่าตัวเองในตอนนี้เป็ิญญาที่ไม่มีกายหยาบแม่กับวสันต์ไม่สามารถมองเห็นิญญาได้อย่างแน่นอน ทั้งสองคนเดินผ่านนทีเข้าไปในห้องดับจิตอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
สาหรือสาวิณีแม่ของนทียิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยเมื่อได้เห็นหน้าลูกชายตนอีกครั้งช่างน่าเสียใจที่ครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นลูกชายสายื่นมือไปััใบหน้าซีดเซียวของลูกชายอย่างเบามือ
“ไปสู่สุขคตินะลูกแม่”สาวิณีพูดพร้อมกับลูบหัวทุยอย่างนุ่มนวลวสันต์เองทำได้แค่ฝืนกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมาในสถานการณ์แบบนี้เขาต้องเข้มแข็งอย่างน้อยก็เพื่อแม่สา แม่ของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา
นทียืนมองร่างของตัวเองถูกลูบหัวด้วยสายตาโศกเศร้าเขาเองก็อยากัักับความอบอุ่นจากมือแม่ที่ลูบศีรษะเหลือเกินแต่ในตอนนี้กลับทำได้แค่มอง
ในระหว่างที่นทีกำลังมองภาพข้างหน้าด้วยสายตาละห้อยบนหัวก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา นทีหันหลังกลับไปมองที่มาของความอบอุ่นนี้ด้วยความสงสัย
“เป็ยังไงบ้างเด็กน้อย”ชายชราผมขาวเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลนทีถอยหลังก้าวหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง
“คุณเป็ใครหรอครับทำไมถึงมองเห็นผมได้” ชายชราในชุดที่คุ้นตาทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้เขาก่อนจะหันไปดูร่างกายของนทีที่นอนอยู่บนเตียงนทีเพ่งมองการแต่งกายของชายชราดูๆไปแล้วเหมือนหลุดออกมาจากกองถ่ายหนังกำลังภายในที่เคยนั่งดูข้ามวันข้ามคืน
“ข้าเป็ใครไม่สำคัญหรอกเ้าจะเป็ใครก็ไม่สำคัญสำหรับข้าเช่นกัน” ชายชราเอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบนาบน้ำเสียงเรียบนิ่งและท่าทีจริงจังทำให้นทีรู้สึกเกรงขามชายชราคนนี้ไม่น้อย
“ข้ามาที่นี่เพราะเวลาของเ้าในโลกนี้ได้หมดลงไปแล้วได้เวลาย้อนกลับคืนสู่ที่ที่เ้าจากมา” นทีขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินเื่แบบนี้มันเหมือนกับในหนังที่เคยดูเหลือเกิน
“แล้วผมต้องกลับไปที่ไหนหรอครับแล้วหมายความว่าอะไรที่ว่าเวลาของผมในโลกนี้หมดลงแล้ว”ชายชราไม่ได้เอ่ยตอบในสิ่งที่เขาถาม กลับกันคนตรงหน้ายื่นมือทะลุเข้าไปในศีรษะของร่างนทีที่นอนอยู่ก่อนจะดึงมือกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ดูเหมือนลูกแก้วสีใสขนาดเล็กลูกหนึ่ง
“ข้าจะยังไม่มอบมันให้เ้าเมื่อเ้าพร้อมมันจะกลับไปหาเ้าเอง”ชายชราเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองลูกแก้วสีใสนั้นด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์นทีไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าในหัวของเขาคิดอะไรอยู่
“แต่คุณ..คุณตา! ลูกแก้วนั่นหยิบออกมาจากตัวผมนะครับมันต้องเป็ของผมสิ” นทีเอ่ยเถียงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าชายชราตรงหน้าทำท่าเหมือนกำลังจะเก็บเข้าไปในอกเสื้อของตัวเองเขาเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย
“เพียงแค่เพราะมันออกมาจากร่างกายเ้าไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นจะเป็ของเ้าเสียหน่อย”นทีขมวดคิ้วให้กับแิที่แปลกประหลาดของคนตรงหน้าก่อนจะอ้าปากเอ่ยเถียงอีกครั้งเมื่อชายชราทำท่าจะเก็บมันไว้กับตัวเองอีกครา
“แต่..นั่น.. ของผม!”เหมือนอีกฝ่ายจะรำคาญ ชายชราถอนหายใจออกมาก่อนจะกำลูกแก้วสีใสที่อยู่ในมือไว้แน่นเมื่อแบมือออกมาลูกแก้วลูกนั้นก็หายไปแล้วพร้อมๆกับที่นทีรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณหน้าผากของตัวเอง เขายกมือขึ้นมากุมหน้าผากไว้พร้อมกับร่างกายที่เซไปมา
“ถ้าเ้าอยากได้มันคืนนักข้าก็จะไม่เอามันกลับไป เ้าเองก็ดูแลมันดีๆล่ะ”ชายชราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่ภาพข้างหน้าของนทีจะค่อยๆมืดลงเหมือนสายตาจะเหลือบไปเห็นบุรุษอีกหนึ่งคนใส่ชุดสีขาวยืนมองเขาอยู่ข้างชายชราผู้นั้น
นทีรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางความมืดที่โอบล้อมตัวเขาไว้เขาพยายามจะขยับตัวแต่ก็พบว่าร่างของตัวเองเหมือนติดอยู่กับอะไรบางอย่างภาพสุดท้ายที่เขามองเห็นคือบุรุษอีกคนจ้องมองมาที่เขา ไม่รู้ว่าทำไมแต่เขารู้สึกคุ้นเคยกับสายตานั้นอย่างบอกไม่ถูก
“ฟ่อ!” นทีได้ยินเสียงขู่ดังออกมาจากข้างนอกที่เขาอยู่ก่อนจะรู้สึกเหมือนเสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นทีพยายามอยู่เงียบๆ ไม่ขยับตัวแต่ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงคมเขี้ยวที่ฝังเข้ามากลางลำตัวของตนเอง
พันธะที่ผูกร่างกายเขาไว้เหมือนจะขาดสะบั้นลงเพราะแรงกัดที่ถาโถมเข้ามาร่างกายของนทีไหลออกมาจากเปลือกอันเหนียวนุ่ม ก่อนเขาจะลืมตาขึ้นมา
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเกล็ดบนลำตัวสีดำทมิฬนั้นนทีรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อเ้าของลำตัวนั้นขยับไปมาก่อนจะเผยให้เห็นงูตัวใหญ่ั์สีดำกำลังก้มหัวลงมาจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำดูเหมือนความกลัวในตอนนี้ทำให้ความเ็ปจากแผลที่ถูกกัดกลายเป็เื่เล็กน้อยไปแล้ว
งูตัวนั้นชูคอขึ้นมาก่อนจะมองเขาด้วยสายตามุ่งร้ายทันใดนั้นก็ขยับตัวเข้ามาฉกเขาอย่างรุนแรงอีกทีหนึ่ง นทีแทบจะกระอักเืออกมาเมื่อถูกเหวี่ยงไปติดข้างผนังถ้ำเขาพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแต่กลับไม่รู้สึกถึงแขนและขาทั้งสองข้างของตน
ถึงจะประหลาดใจแค่ไหนแต่ตอนนี้ในหัวของนทีเต็มไปด้วยวิธีหนีเอาตัวรอดจากงูั์ตรงหน้าเขาหลับตาปี๋เมื่องูตัวนั้นตั้งท่าจะฉกเขาอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงขู่ดังขึ้นมาพื้นหินที่เขานอนอยู่ะเืเล็กน้อย นทีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาภาพที่เขาเห็นคืองูสีดำอีกตัวกำลังกัดเข้าไปที่ลำตัวของอีกฝ่าย
ทั้งคู่โรมรันกันอยู่ครู่หนึ่งเหมือนตัวที่ดวงตาสีแดงจะได้เปรียบอยู่ในตอนนี้เพราะขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่าอีกฝ่ายถึงจะเป็อย่างนั้นงูที่เข้ามาต่อสู้ด้วยก็ไม่มีทีท่าว่าจะหนีแต่อย่างใด
นทีค่อยๆขยับพาร่างตัวเองออกไปจากที่ตรงนี้ด้วยความทุลักทุเลเหมือนการพยายามหนีของเขาจะไปสะดุดตาเ้างูตาแดงตัวนั้นเข้ามันขู่ฟ่อแล้วหันคมเขี้ยวมาทางเขาทันที ก่อนจะชะงักกึกเมื่อถูกงูอีกตัวกัดเข้าที่ลำคอ
มันสะบัดตัวไปมาพยายามดิ้นหนีจากคมเขี้ยวของงูที่ลำตัวเล็กกว่าด้วยความยากลำบากทั้งคู่กลิ้งไปมาท่ามกลางกองหิน ก่อนงูตัวที่มีดวงตาสีแดงจะขาดอากาศจนแน่นิ่งไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขยับแล้ว งูตัวนั้นถึงปล่อยให้ลำตัวสีดำร่วงหล่นลงพื้น
นทีมองอีกฝั่งตาไม่กระพริบถึงจะลำตัวสีดำเหมือนกันแต่สิ่งที่แตกต่างกันคือสีของดวงตาและท่าทางที่เป็มิตรเขาจ้องดวงตาสีฟ้าอ่อนของอีกฝ่ายด้วยความสงสัยแต่เหมือนมันจะไม่สนใจตัวเขาสักเท่าไหร่
งูตัวนั้นเลื้อยไปยังจุดที่ตัวนทีไหลออกมาจากเปลือกบางอย่างเขาจึงพยายามไถตัวไปเพื่อมองว่ามันกำลังทำอะไร
ภาพที่เขาเห็นคือเปลือกกลมๆสีไข่หลายฟองที่แหว่งและฉีกขาดจากการกัดของงูตัวเมื่อครู่ข้างๆกันนั้นมีซากลูกงูกระจายอยู่ทั่วรัง นทีพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง
เหมือนเขาจะออกมาจากเปลือกกลมๆ ที่ดูเหมือนไข่พวกนั้นถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่า..
เขามาเกิดใหม่เป็งู?