ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 การจลาจลของนางพญาแมลงเหวลึก

            “หึๆ เทียนอี เธอนี่ยังใสซื่อเกินไปจริงๆ”

            ชายวัยกลางคนส่ายหัวแล้วเอ่ยว่า“โบราณว่าไว้ น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ มนุษย์ย่อมมุ่งสู่ที่สูงจักรวรรดิอินทรีขาวคือประเทศอันดับหนึ่งของดาวสีน้ำเงินอย่างไม่ต้องสงสัยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าทวยเทพประทานพรให้ได้ยินมาว่าแม้แต่อากาศที่นั่นก็ยังหอมหวาน”

            “ส่วนประเทศเสินเซี่ย นอกจากทรัพยากรจะอัตคัดแล้วการแข่งขันยังดุเดือดเลือดพล่านแถมยังต้องทำสงครามระหว่างประเทศกับชาติอื่นเป็นว่าเล่นหลายปีมานี้ผู้ใช้อาชีพในประเทศต่างล้มตายบาดเจ็บสาหัส ในสายตาฉันการล่มสลายของประเทศนี้ในเร็ววันคือเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง พร้อมกับเสริมด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า“อาจารย์น่ะแก่แล้ว แถมพรสวรรค์ก็ไม่ถึงขั้นเลยไม่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอินทรีขาวอันยิ่งใหญ่นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สุดในชีวิตจริงๆ”

            สิ้นเสียงชายวัยกลางคนก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้งเขามองไปยังเด็กหนุ่มแล้วตะเบ็งเสียงด้วยความตื่นเต้นว่า“แต่เธอไม่เหมือนกัน เธอคือ ‘จอมเวทมิติ’ที่หาได้ยากยิ่งในดาวสีน้ำเงินเธอคือผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดตัวจริงเสียงจริงอนาคตข้างหน้ามีโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดรออยู่ เพราะฉะนั้นฉันถึงอยากเตือนเธอสักคำเรื่องบางเรื่อง ยิ่งตัดสินใจเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น”

            “แต่ต่อให้ผมอยากไปจักรวรรดิอินทรีขาว ผมก็ไม่มีช่องทางเลยนะครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมยิ้มเจื่อน

            “ฮ่าฮ่า เรื่องนี้ง่ายมาก ฉันคิดเผื่อเธอไว้หมดแล้ว”

            ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยความตื่นเต้น“ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้สถาบันจิงหลงทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับสากลพวกเขาพยายามสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและมักจะส่งนักเรียนออกไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลในนามของการแลกเปลี่ยนทางวิชาการอยู่บ่อยครั้ง”

            “อะไรนะ? มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอครับ?” เด็กหนุ่มตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน

            “ถูกต้อง”

            ชายวัยกลางคนพยักหน้าแล้วกล่าวต่อ“และสิ่งที่เธอต้องทำก็คือในการสอบระดับชาติที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นนี้ ต้องสอบเข้าสถาบันจิงหลงให้ได้และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของพวกเขา”

            “ด้วยวิธีนี้ เธอจะสามารถใช้สถาบันจิงหลงเป็นสปริงบอร์ดเพื่อเดินทางไปยังจักรวรรดิอินทรีขาวได้อย่างราบรื่น”

            “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

            เมื่อได้ฟังเด็กหนุ่มพลันตาสว่างเข้าอกเข้าใจทันที

            ทว่าเขายังมีอีกเรื่องที่สงสัยจึงเอ่ยปากถามต่อว่า “แต่ต่อให้ผมไปจักรวรรดิอินทรีขาวด้วยวิธีนี้ผมก็ยังเป็นคนของประเทศเสินเซี่ยอยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ?”

            “ฮ่าฮ่า เรื่องนี้เธอยิ่งไม่ต้องกังวลจักรวรรดิอินทรีขาวให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะอัจฉริยะมาแต่ไหนแต่ไรด้วยพรสวรรค์และพละกำลังของเธอ ขอเพียงเธอเต็มใจจะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาพวกเขาก็จะอ้าแขนรับเธอด้วยความยินดีพร้อมมอบสิทธิประโยชน์และสวัสดิการระดับสูงสุดให้”

            ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ“ส่วนประเทศเสินเซี่ย เธอไม่ต้องกังวลไปเลยในเมื่อถึงตอนนั้นตัวเธอไปอยู่ที่อินทรีขาวแล้วต่อให้ประเทศเสินเซี่ยจะโกรธแค้นแค่ไหน จะทำอะไรเธอได้?”

            “อีกอย่าง ฉันได้ยินมาว่าหลายปีมานี้สถาบันจิงหลงมีผู้ใช้อาชีพที่มีพรสวรรค์ระดับท็อปจำนวนไม่น้อยที่อาศัยช่องทางนี้หนีไปต่างประเทศแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย”

            ถ้อยคำแต่ละคำประโยคแต่ละประโยค

            “เข้าใจแล้วครับ”

            ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ละทิ้งความกังวลใจสุดท้ายลงเขาเอ่ยกับชายวัยกลางคนด้วยน้ำหนักเสียงที่มั่นคงว่า“ขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะ ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไงในบรรดาสี่ที่นั่งของสถาบันจิงหลง จะต้องมีชื่อของผม หวังเทียนอี อยู่ในนั้นแน่นอนผมอยากจะรู้นักว่าใครหน้าไหนจะมาขวางผมได้”

            ............

            ......

            ประเทศเสินเซี่ยมณฑลตะวันออกเฉียงใต้ เมืองจงเหยียน สำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าเทียนสิง

            คืนนี้แม้เวลาจะล่วงเลยมาดึกดื่นแล้ว

            แต่อาคารสำนักงานใหญ่ของสมาคมการค้าเทียนสิงยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟและเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกของผู้คน

            จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มคนยืนล้อมหน้าล้อมหลังห้องลับที่มิดชิดห้องหนึ่งด้วยความกระวนกระวายใจราวกับกำลังตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่างอยู่

            ส่วนภายในห้องลับนั้นมีเสียงกรีดร้องที่โหยหวนเจียนตายดังออกมาเป็นระยะๆทำให้ทุกคนที่ได้ยินถึงกับเหงื่อกาฬไหลพราก ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

            “ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ทำไมทางเฉินเอ๋อร์ยังไม่สำเร็จอีก?”

            ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพึมพำกับตัวเองพลางเดินวนกลับไปกลับมาด้วยความร้อนใจ

            เขาชื่อหลงหัวเฉิงเป็นประธานกรรมการของสมาคมการค้าเทียนสิง

            และเจ้าของเสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากห้องลับในเวลานี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของเขาหนึ่งในสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดที่เพิ่งปรากฏตัวในปีนี้ของประเทศเสินเซี่ยผู้ใช้อาชีพ ‘ผู้ควบคุมแมลงแห่งเหวลึก’ หลงเฉิน

            “ท่านประธานไม่ต้องกังวลครับนายน้อยหลงเฉินไม่ใช่เพิ่งเคยรับมือกับเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกโบราณว่าไว้คนดีมีเทพคุ้มครองผมเชื่อว่าครั้งนี้นายน้อยจะสามารถสยบมันได้สำเร็จและออกมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ”

            ในตอนนั้นเองชายชราในชุดพ่อบ้านก็ก้าวเข้ามาเอ่ยคำปลอบโยน

            “อืม หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้สีหน้าของหลงหัวเฉิงถึงค่อยดูดีขึ้นมาบ้าง

            ทว่าความกังวลบนใบหน้าเขากลับไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อยเห็นได้ชัดว่าเขายังคงตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างถึงที่สุด

            ทันใดนั้นเองเสียงกรีดร้องในห้องลับก็หยุดกะทันหัน

            แกรก

            จากนั้นประตูห้องลับก็ถูกผลักออกมาจากด้านใน

            ตามมาด้วยหลงเฉินที่ใบหน้าซีดเผือดเขาเดินโงนเงนออกมาพร้อมกับเอามือพิงกำแพงด้วยท่าทางอ่อนแรง

            “เฉินเอ๋อร์ ในที่สุดลูกก็ออกมาแล้ว”

            เมื่อเห็นหลงเฉินหลงหัวเฉิงก็รีบก้าวเข้าไปพยุงเขาทันที พร้อมถามด้วยความห่วงใยว่า“เป็นยังไงบ้าง ‘นางพญาแมลงเหวลึก’ นั่น...”

            “คุณพ่อ... วางใจเถอะครับ นางพญา... นางพญาแมลงถูกผม... สยบลงได้...ชั่ว... คราว... แล้วครับ” หลงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับสูญเสียพลังกายไปอย่างมหาศาล แม้แต่เสียงพูดก็ยังสั่นเครือ

            “เฮ้อ... งั้นก็ดีแล้ว งั้นก็ดีแล้ว”

            หลงหัวเฉิงได้ยินดังนั้นถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความโล่งอก

            แต่ความโล่งอกนั้นยังไม่ทันจางหายไปเขาก็ได้ยินหลงเฉินเอ่ยต่อว่า “แต่นางพญาแมลงเหวลึกนี่ไม่ได้ยอมสยบให้ผมจากใจจริงเลยครับแม้ผมจะใช้กำลังบังคับทำ ‘พันธสัญญาคู่หู’ กับมัน แต่ช่วงหลังมานี้ดูเหมือนความถี่ที่มันจะขัดขืนพันธสัญญาจะมากขึ้นเรื่อยๆผมกังวลว่าถ้าวันหนึ่งเกิด...”

            เขายังพูดไม่ทันจบหลงหัวเฉิงก็โบกมือขัดจังหวะ

            “ลูกต้องอดทนไว้ให้ได้ ‘นางพญาแมลงเหวลึก’ นี่คือมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งระดับ SS ตอนนั้นกว่าพ่อจะชิงมันมาให้ลูกได้พ่อต้องยอมจ่ายราคามหาศาลที่ยากจะจินตนาการถ้าปล่อยให้มันฉีกพันธสัญญาแล้วหนีไปได้ละก็ผลลัพธ์ที่ตามมาแม้แต่พ่อเองก็แบกรับไม่ไหว”

            “ครับคุณพ่อ ผมเข้าใจแล้วครับ” หลงเฉินรีบเอ่ยตอบด้วยความเกรงกลัว

            “อืม”

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลงเฉินหลงหัวเฉิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แล้วเอ่ยต่อว่า“แต่ลูกก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไปหรอกนางพญาแมลงเหวลึกนี่จะพยศได้อีกไม่นานแล้ว ขอแค่ในการสอบระดับชาติครั้งนี้ลูกสามารถสอบเข้าสถาบันจิงหลงได้อย่างราบรื่นลูกก็จะมีโอกาสได้ไปที่วิหารเทพสงครามในจิงตู เพื่อเข้าพบ ‘ราชาพ่อมด’ด้วยตัวเอง และขอให้ท่านช่วยล้างสมองนางพญาแมลง”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็เสริมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ถึงเวลานั้นแมลงปีศาจระดับเทพตัวนี้ก็จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงร่วมรบที่ซื่อสัตย์ที่สุดในชีวิตของลูกและลูกก็จะกลายเป็น ‘ผู้ควบคุมแมลงแห่งเหวลึก’ ที่แท้จริง เพราะฉะนั้นต้องอดทนไว้ เข้าใจไหม?”

            “ครับคุณพ่อ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ”

            หลงเฉินรีบพยักหน้าอย่างหนักแน่นดวงตาของเขาฉายแววแห่งความคาดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            “อืม”

            หลงหัวเฉิงพยักหน้าเมื่อเห็นว่าหลงเฉินเริ่มฟื้นฟูสภาพร่างกายขึ้นมาบ้างแล้วเขาก็ไม่ได้เซ้าซี้ในประเด็นนี้ต่อ แต่จงใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนาว่า“พ่อได้ยินมาว่าช่วงนี้สมาคมการค้าซิงไห่มัวแต่ไล่ดึงตัวคนวุ่นวายไปหมดเที่ยวไล่หาคนมาสปอนเซอร์ดูเหมือนอยากจะอาศัยการสอบระดับชาติครั้งนี้สร้างชื่อเสียงให้สมาคมการค้าของตัวเองโด่งดังออกไปเหมือนกัน”

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน