เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ยังไม่ทันทำอะไร ก็มีทรัพย์มาประเคนให้ถึงที่

    ทั่วทั้งสมาคมนักปรุงโอสถกลับกลายเป็นนิ่งเงียบงันไปพักใหญ่ เย่หยุนซีนั่งไขว่ห้างโยนตราสัญลักษณ์เตาหลอมสีเงินเล่นอย่างสบายใจ สายตาจับจ้องพนักงานสาวและพวกเซียวเหอสลับกัน

     

    “ท่านประมุขเซียว เรื่องนี้เป็นปัญหาภายในสมาคมของพวกเรา ดังนั้นได้โปรดอย่าได้เข้ามาแทรกแซง” เป็นพนักงานสาว เสี่ยวหยิง ที่เปิดฉากกล่าวด้วยเสียงเรียบนิ่ง เฉยชา

     

    เซียวเหอหนังหน้ากระตุกถี่ยิบ เพราะนี่ไม่ต่างอะไรจากการด่าว่ามันกำลังสอดเรื่องของชาวบ้าน

     

    “เสียวหยิง เจ้าเป็นเพียงพนักงานต้อนรับผู้ต่ำต่อย กล้าดีอย่างไรถึงพูดเช่นนี้กับพวกเรา!” หม่าเซียนกล่าวโต้อย่างเดือดดาล ตัวมันเป็นถึงนักปรุงโอสถระดับแก่นแท้มีหรือจะยอมปล่อยให้พนักงานหญิงผู้หนึ่งวางอำนาจใส่

     

     “โอ่ว! เจ้าสูงส่งขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร!!” หลังสิ้นสุดคำกล่าวของหม่าเซียน น้ำเสียงชราภาพแต่กลับทรงพลังอำนาจสายหนึ่งก็พลันดังขึ้นมา

     

    “คาราวะท่านประธาน”

     

    ทุกคนในสมาคมรีบหันหน้าไปทางชั้นสองและทำความเคารพพร้อมกัน จะมีก็เพียงหม่าเซียนและเซียวเหอเท่านั้นที่อกสั่นขวัญแขวนไม่กล้าขยับแม้แต่ครึ่งก้าว ใบหน้าแตกตื่นราวกับเห็นโลกกำลังจะวินาศสิ้น พวกมันคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าประธานสมาคมจะถึงกับออกหน้าด้วยตนเองเพียงเพราะเรื่องเล็กๆเช่นนี้

     

    “หม่าเซียนและบุตรชายใช้อำนาจในทางมิชอบหลายหน ทั้งยังไม่สำนึกผิด ปลดจากตำแหน่งนักปรุงโอสถของสมาคมทันที ส่วนประมุขเซียวเห็นแก่ที่ท่านยังไม่ลงมือข้าจะปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน แต่เรื่องความร่วมมือระหว่างสมาคมนักปรุงโอสถกับนิกายเทพสุริยันข้าคงขอพิจารณาใหม่”

     

    “เปรี้ยง!”

     

    ราวกับทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมากลางใจ หม่าเซียนล้มทั้งยืนดวงตาเหม่อลอยประดุจร่างไร้วิญญาณ ทางฝั่งของเซียวเหอก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ใบหน้าเขียวคล้ำดวงตาหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

     

    “เพียงเพราะนักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ผู้หนึ่ง ท่านถึงกับไม่แยแสความสัมพันธ์ระหว่างขุมกำลังเลยงั้นรึ!” เซี่ยวเหอตะโกนถาม

     

    “สมาคมนักปรุงโอสถของพวกเราวางตัวเป็นกลาง ทั้งยังทำประโยชน์มหาศาลให้กับทุกประเทศในดินแดนแห่งนี้ ความสัมพันธ์อะไรนั่นถ้ามีมันก็ดี แต่ถ้าไม่มีพวกเราก็มิได้เสียหายอะไร”

     

    “สุดท้าย ข้าขอบอกประมุขเซียวตรงๆว่า ใช่! สมาคมนักปรุงโอสถของเราให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มากกว่านิกายของท่านจริงๆ”

     

    หลังได้สดับฟังวาจาอันแสนจะเรียบนิ่ง ทั้งเซียวเหอและหม่าเซียนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นระรัวด้วยหวาดหวั่น ถ้าหากนิกายเทพสุริยันรู้เรื่องในวันนี้ มีหวังตระกูลหม่าและตระกูลเซียวได้ถึงจุดจบเป็นแน่แท้

     

    ‘บัดซบ! ข้าไม่น่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนมากับเจ้าเดรัจฉานนี่เลยจริงๆ’ ก่นด่าพวกหม่าเซียนในใจอยู่ครู่หนึ่ง เซียวเหอรีบหันไปยังชั้น 2 ของสมาคมพร้อมทั้งผสานมือคาราวะอย่างสุภาพ

     

    “ท่านประธานสมาคม ฟ่านเจี้ยน เรื่องในวันนี้เป็นข้าที่ผิดเอง หากท่านอยากให้ชดเชยอย่างไรได้โปรดเอ่ยมา แต่ข้าขอร้องอย่าได้ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองขุมกำลังเลยนะขอรับ ไม่เช่นนั้นตระกูลเซียวของข้าได้ตกอยู่ในที่นั่งลำบากแน่”

     

    “โอ่ว ประมุขเซียวช่างเปลี่ยนอารมณ์เร็วดีแท้ แต่คนที่ท่านควรชดเชยให้ไม่ใช่ทางสมาคมหรอกนะ แต่เป็นเด็กคนนั้น” .

     

    เมื่อได้สดับฟัง สีหน้าของเซียวเหอที่เมื่อครู่ดูอ่อนโยนพลันกลายเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในทันที เพราะมันรู้ดีถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย

     

    “สหายน้อย เจ้าอยากให้ข้าชดเชยเช่นไร” หันขวับไปหาเย่หยุนซีซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล เซียวเหอกล้ำกลืนเอ่ยถามอย่างสุภาพ ไม่กล้าเสียมารยาทเลยสักนิด

     

    เย่หยุนซีผุดรอยยิ้มราวกับรอเวลานี้มานานอย่างไรอย่างนั้น “อืม.......เห็นแก่ความจริงใจของท่าน แค่เหมาสมุนไพรระดับ10 ปีกับ 100 ปีทั้งหมดในสมาคมให้ข้าก็พอ”

     

    “อึก!”

     

    ทั้งหม่าเซียนกับเซียวเหอแทบกระอักเลือด มารดาเจ้าเถอะ! นี่มันปล้นกันชัดๆ สมุนไพรระดับ 10 ปีและ 100 ปีของสมาคมมีค่าเทียบเท่ากับสมบัติ 8 ส่วนของตระกูลเซียวเชียวนะ

     

    ถ้าหากตระกูลเซียวสูญเสียสมบัติมากมายขนาดนี้ในเสี้ยวพริบตา มีหวังได้ขัดสนจนมิอาจดำรงความเป็นตระกูลใหญ่ของนิกายเทพสุริยันได้แน่

     

    “อะแฮ่ม เห็นแก่ที่พวกเรารู้จักกันมานาน ข้าอนุญาตให้ประมุขเซียวผ่อนชำระ 10 งวดได้นะ” ขณะที่เซียวเหอกำลังตัดสินใจ สุ้มเสียงชราภาพก็ดังขึ้นอีกคราเพื่อเสนอแนะแนวทาง

     

    “อึก!”

     

    “ตกลงเอาตามที่ท่านว่ามาขอรับ”

     

    มิอาจถอยหลัง! เซียวเหอได้แต่กัดฟันยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย ในใจรู้สึกคลั่งแค้นสองพ่อลูกตระกูลหม่าเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้ตนต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้าย

     

    ‘บัดซบ! หากไม่ใช่เพราะเจ้ามีความสามารถปรุงโอสถ เจ้าไม่ตายดีแน่!’ มันหันไปมองทั้งสองแล้วก่นด่าในใจอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะหม่าเซียนยังมีประโยชน์อยู่บ้างเซียวเหอคงทุบตีมันจนตายเพื่อระบายอารมณ์ไปนานแล้ว

     

    “โฮ๊ะๆๆถ้างั้นเสียวหยิง มาหยิบสัญญาโลหิตที่ห้องเราผู้เฒ่าไปให้ประมุขเซียวประทับ”

     

    “รับทราบแล้วเจ้าค่ะ” ย่อกายคาราวะ จากนั้นพนักงานสาวเซียวหยิงรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองในทันที ก่อนจะวิ่งกลับมาแล้วยื่นสัญญาโลหิตให้กับคู่กรณีหรือก็คือเซียวเหอ

     

    “อึก!”

     

    กลืนน้ำลายลงคอหนึ่งครั้ง แต่ถึงกระนั้นประมุขตระกูลเซียวก็ยังยอมประทับตราแต่โดยดี แถมยังบีบบังคับให้หม่าเซียนประทับตราร่วมกัน เพราะเหตุทุกอย่างเกิดขึ้นจากบุตรของหม่าเซียน ดังนั้นมีหรือที่เซียวเหอจะยินยอมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวแล้วปล่อยให้พวกหม่าเซียนลอยตัวอยู่เหนือปัญหา

     

    ทางฝั่งเย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่เมื่อเห็นภาพนี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา พวกเขาช่างโชคดีนัก ยังไม่ทันทำอะไรก็มีทรัพย์มาประเคนให้ถึงที่

     

    ‘ฮ่าๆๆ เพียงเท่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเม็ดยาของเหล่าทหารที่เขตชายแดนแล้ว’ เด็กหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดีในใจ