ภายในตำหนักของเข้าสำนักบุปผาเมฆา เยว่ชิงนั้นได้นั่งดื่มน้ำชาอย่างสบายใจ โดยที่มีลู่เอ๋อเ้าสำนักบุปผาเมฆานั่งมองอยู่
“เ้าอยากจะพูดอะไรรึไม่ ลู่เอ๋อ” เยว่ชิงเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าลู่เอ๋อนั้นเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่นางนั้นก็ไม่กล้าที่จะส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
เมื่อลู่เอ๋อได้ยินดังนั้นนางจะเอ่ยออกมา “เหตุใดท่านถึงช่วยข้ากัน ผู้าุโ”
เยว่ชิงยกชาขึ้นดื่มก่อนหนึ่งอึก “อย่าเรียกข้าว่าผู้าุโเลย จงเรียกข้าว่า เยว่ชิงเถอะ”
“ข้าเกรงว่ามัน...” ลู่เอ๋อเอ่ยออกมายังไม่ทันขาดคำ เยว่ชิงนั้นก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง
“ข้ายังไม่แก่ขนาดนั้น และข้าก็ไม่ชอบให้ใครเรียกว่าผู้าุโด้วย” เยง่ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบ
ลู่เอ๋อเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้เปลี่ยนวิธีการเรียกใหม่ “เช่นนั้น ท่านเยว่ชิงเหตุใดท่านถึงช่วยข้า”
เยว่ชิงยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินการเรียกของลู่เอ๋อ “เช่นนั้น ข้าขอถามเ้าก่อนได้รึไม่ว่าเหตุใดจึงตั้งชื่อสำแห่งนักนี้ว่า บุปผาเมฆา”
น้ำเสียงของเยว่ชิงนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย มันทำให้ลู่เอ๋อนั้นไม่สามารถเดาอารมณ์ของนางได้ ลู่เอ๋อมองไปทางเยว่ชิงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม
“มันเป็เพราะบรรพบุรุษของข้านั้นเป็หนึ่งในศิษย์ของสำนักบุปผาเมฆาเมื่อ 9,900 ปีก่อน และก่อนที่ท่านจะสิ้นใจไปท่านได้ส่งมอบคำสั่งไว้ให้กับคนรุ่นหลังในอนาคตอีก 9,900 ปีข้างหน้าเอาไว้ หากเวลาที่ท่านบอกเอาไว้มาถึงจงเข้าไปที่หุบเขาเมฆาและสร้างสำนักขึ้นมาโดยที่ใช้ชื่อว่า สำนักบุปผาเมฆา และนี่คือหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับเื่ราวต่าง ๆ ในยุคนั้น”
ลู่เอ๋อหยิบหนังสือบางอย่างออกมาจากแหวนมิติของนาง ถึงมันจะดูเก่าไปบ้างแต่ตัวอักษรที่อยู่บนหน้าปกของหนังสือนั้นยังคงชัดเจน
เยว่ชิงมองหนังสือเล่มนั้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นมา “ถ้าหากข้า้าให้เ้าเล่าแทนที่จะดูจากหนังสือเล่มนี้จะได้รึไม่”
ลู่เอ๋อได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นมา “เช่นนั้นข้าจะเริ่มเล่าเื่หลังจากที่สำนักใหญ่ทั้ง 4 นั้นทำลายสำนักบุปผาเมฆาลงไปแล้ว หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เริ่มกวาดล้างจอมยุทธ์พเนจรจนเกือบหมด จนทำให้ไม่นานหลังจากนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า์พิโรธ”
“เหตุการที่เกิดขึ้นในตอนนั้นจากที่หนังสือเล่มนี้บอกกนั้นก็คือ บนท้องฟ้าได้ปรากฏสายฟ้าสีแดงปกคลุมไปทั่วทั้งโลก และทุกครั้งที่มันผ่าลงมานั้นจะทำให้จอมยุทธ์ที่มีระดับเกินกว่าปราณทองคำตกตายลงทันที พวกเขาเรียกเหตุการณ์นี้ว่า์พิโรธ”
เมื่อลู่เอ๋อเล่ามาถึงตรงนี้นางก็ได้หยิบหนังสืออีกเล่มขึ้นมา “เล่มนี้คือเื่ราวต่อจากเล่มก่อนหน้า มันได้เล่าเื่ราวหลังจากที่เกิด์พิโรธ เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างกลับมาสงบดังเช่นเมื่อก่อนอีกครั้ง สำนักใหญ่ทั้ง 4 ก็ได้เริ่มกวาดล้างสำนักเล็ก ๆ ต่อทันที”
“พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ 100 ปีก็สามารถกำจัดสำนักทั้งหมดลงได้ และด้วยการกระทำของพวกเขานั้นเองมันก็ได้ทำให้ลมปราณภายในโลกแห่งนี้เบาบางลง การทะลวงขั้นแต่ละครั้งนั้นยากเป็อย่างมากและมันยังส่งผลมาถึงปัจจุบัน”
นางยังคงเล่าเื่ต่าง ๆ ให้กับเยว่ชิงฟังโดยที่ไม่ได้ปิดบังอะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่นางเล่าออกมานั้นเป็ความจริงที่จอมยุทธ์ทุกคนนั้นรู้กันดีอยู่แล้ว แต่เยว่ชิงนั้นไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะนางเพิ่งจะออกมาจากการเก็บตัวไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำ