พลังของอันดับห้านั้นแข็งแกร่งกว่าเจ้าสิบเอ็ดอยู่มากแทบจะทุกการโจมตีที่เขาปล่อยออกมาใส่ฉินอวี่นั้น ล้วนเป็นอันตรายถึงชีวิตระดับการฝึกฝนมีความแตกต่างกันอย่างมากเขากระตุ้นพลังของสายเลือดทั้งสามขึ้นมาได้แล้ว ในขั้นกุมารทิพย์นับว่าพลังของเขาได้ยกระดับมาสู่จุดสูงสุดแล้ว
เสี่ยหยวนกำพลองฟันหมาป่าในมือของเขาไว้แน่นมองไปทางฉินอวี่ที่กำลังล่าถอยออกมากล้ามเนื้อบนใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเขากระตุกอย่างรุนแรง เขาต้องการจะเข้าไปช่วยแต่เมื่อมองจากการต่อสู้ระหว่างฉินอวี่กับเจ้าสิบเอ็ดแล้วเขาก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าเพราะเหตุใดฉินอวี่จึงให้เขาวางมือ และต้องการจะเข้าจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง
เมื่อมองไปยังเงาร่างอีกหลายร่างที่อยู่ไม่ไกลออกไปแววตาของเสี่ยหยวนก็ฉายประกายของความโหดเหี้ยม ถือพลองฟันหมาป่าไว้ในมือขวาและโจมตีออกไปทันทีอย่างไม่พูดไม่จา
เสี่ยหยวนต้องการจะสังหารคนทั้งหมดที่ถูกดึงดูดใจมาโดยการต่อสู้ครั้งนี้เพื่อจะเข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างฉินอวี่และอันดับห้า แต่เขากลับไม่รู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ในใจของอันดับห้าค่อยๆ กลายเป็นความตกใจ และความเหลือเชื่อ
ในเวลานี้ทั่วทั้งร่างของฉินอวี่เต็มไปด้วยเลือดเลือดเนื้อทั่วทั้งร่างไม่อาจมองหาส่วนที่ยังสมบูรณ์ดีได้เลย หน้าอกยุบลงเป็นหลุมส่วนแผ่นหลังปูดนูนออกมา แม้แต่หมัดของเขาก็ยังมองเห็นกระดูกสีขาวได้อย่างรางๆแต่พลังปราณของฉินอวี่ที่ปรากฏในตอนนี้ทำให้อันดับห้าต้องตกใจดูเหมือนว่าฉินอวี่จะยังไม่ถึงขั้นเทียนชุ่ยชั้นที่สองเลยด้วยซ้ำแต่กลับเป็นคนที่สามารถเทียบเคียงกับเขาได้
ในตอนแรกเมื่อเห็นหินผลึกความจำของการต่อสู้ระหว่างฉินอวี่กับเจ้าสิบเอ็ดอันดับห้าก็คิดเช่นเดียวกับคนอื่นว่าการได้รับชัยชนะของฉินอวี่ก็เป็นเพราะโอกาสที่ดีของเขาหากเจ้าสิบเอ็ดไม่ระงับระดับฝึกฝนของตนเอาไว้ ฉินอวี่คงต้องสูญเสียและพ่ายแพ้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ในตอนนี้อันดับห้าเพิ่งจะได้รู้ว่า แม้ว่าเจ้าสิบเอ็ดจะไม่ระงับการฝึกฝนเอาไว้ก็เกรงว่าเขาอาจจะต้องพ่ายแพ้เช่นเดิม
“นี่เป็นทักษะยุทธ์อะไรกันแน่? เหตุใดจึงน่ากลัวมากเช่นนี้”อันดับห้าตกใจอย่างมาก เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ยังไม่กล้าโจมตีออกไปเพราะกลัวว่ายิ่งสู้กันเท่าไร ฉินอวี่จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเมื่อถึงตอนนั้น... ก็คงจะมีความแข็งแกร่งจนตัวเขาเองก็ไม่อาจต้านทานได้
อันดับห้าไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนแม้การเผชิญหน้ากับอันดับหนึ่ง เขายังไม่มีความหวั่นเกรงและชั่งใจเช่นนี้
อันดับห้ายอมหยุดการโจมตีแล้วแต่ฉินอวี่กลับยังไม่ยอม ดูเหมือนในตอนนี้ฉินอวี่กำลังจมอยู่ระหว่างสวรรค์และขุมนรก ความเจ็บปวดของเขาได้ชาไปทั้งหมดแล้วแต่พลังที่ถูกควบรวมมาได้ กลายเป็นพลังที่แผ่กระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกายและเริ่มทำการรักษาอาการบาดเจ็บในร่างกายของเขา
ในขณะนี้ฉินอวี่เป็นเหมือนเทพแห่งสงครามที่ยังไม่ยอมพ่ายแพ้!
“นี่ไม่ใช่ขีดจำกัด นี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดอย่างแน่นอน!”ฉินอวี่พึมพำกับตนเองอยู่ในใจ สิ่งที่กำลังลุกไหม้อยู่ในตอนนี้เป็นเพียงพลังของปราณที่อยู่ในเลือดที่เขาได้กลืนกินเข้าไปฉินอวี่รู้สึกได้ว่าในตอนนี้ยังไม่ถึงขีดจำกัดในการเปลี่ยนแปลงขั้นแรกของวิชาปีศาจคลั่ง!
เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกลัวของอันดับห้าฉินอวี่ก็เริ่มการโจมตีขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้ เขาอยากจะพิสูจน์ว่าขีดจำกัดของวิชาปีศาจคลั่งนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงใด!
เมื่อรู้สึกได้ถึงพลังที่แฝงอยู่ในการโจมตีของฉินอวี่อันดับห้าก็ไม่กล้าจะประมาท แต่จริงๆ แล้วเขาต้องการจะลองดูเช่นกันว่าทักษะยุทธ์อันแปลกประหลาดของฉินอวี่นั้นมีความแข็งแกร่งเพียงใด อันดับห้าจึงอาศัยจังหวะขณะที่ฉินอวี่กำลังโจมตีเข้ามานั้นเริ่มการตอบโต้กลับไปทันที
“ตูม!” ฉินอวี่เหวี่ยงหมัดซ้ายโจมตีออกไปถึงสิบสองหมัดตรงเข้าใส่อันดับห้าในทันที
แต่ด้วยพละกำลังที่ทรงพลังของอันดับห้าจึงทำลายหมัดทั้งสิบสองหมัดของฉินอวี่ไปในทันที แต่ดูเหมือนว่าฉินอวี่จะคาดการณ์เอาไว้แล้วเขากระโดดขึ้นไปในอากาศอย่างรุนแรง มือข้างขวายกขึ้นไว้ด้านหลังศีรษะก่อนจะโจมตีออกไปอีกครั้ง และยังเป็นหมัดสิบสองหมัดเช่นเดิมแต่ดูเหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป
หมัดครั้งนี้ที่ปล่อยออกไปมีการรวมพลังซ้อนทับกันไว้ถึงสามชั้นผนวกเข้ากับรอยตราฝ่ามือทำให้พลังหมัดในครั้งนี้ถูกกระตุ้นขึ้นไปถึงพลังการซ้อนทับห้าชั้นและพลังซ้อนทับทั้งห้าชั้นในหมัดทั้งสิบสองหมัดก็ได้ระเบิดออกกลายเป็นกระแสวังวนของพลังขึ้น
“ตูม!”
เสียงของการระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวขณะที่หมัดกับหมัดปะทะเข้าด้วยกัน หัวใจของอันดับห้าถึงกับเต้นระรัว!
ก่อนหน้านี้ด้วยพลังที่มีอยู่ในหมัดซ้ายของฉินอวี่ทำให้อันดับห้าเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับพละกำลังของฉินอวี่ขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ในตอนนี้หมัดทั้งสิบสองหมัดมีพลังซ้อนทับกันห้าชั้นเหมือนภูเขาลูกใหญ่
“ตูม ตูม ตูม!”
ในช่วงที่อันดับห้าถูกแรงระเบิดกระแทกจนร่วงหล่นพื้นนั้นขณะเดียวกัน ฉินอวี่ก็หยิบหอกศึกออกมาอย่างรวดเร็วอสุนีคำรามที่ลอยเคว้งอยู่ถัดจากเมล็ดพันธุ์คืนชีพในจุดตันเถียนได้ถ่ายเทพลังเข้าสู่หอกศึกในทันทีและหากต้องการเอาชนะอันดับห้า ผู้มีสายเลือดเสวียนอู่และเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งจึงจำเป็นต้องทำลายเกราะป้องกันเสียก่อน ซึ่งหอกศึกแปลงของอสุนีคำรามจะต้องทำลายมันได้อย่างแน่นอน!
“เปรี้ยง ตูม ตูม!”
เสียงของอสุนีคำรามดังขึ้นสะเทือนท้องฟ้ารัศมีโดยรอบกว่าพันลี้ต่างได้ยินเสียงของอสุนีคำรามได้อย่างชัดเจนเหล่าอสูรร้ายที่อาศัยอยู่ในชั้นที่สองของหอขัดเกลาต่างตกใจกลัวจนสั่นสะท้านคนของหยาจื้อสิบสามฝ่ายต่างหยุดนิ่งด้วยความตกใจและหันมองไปตามทิศทางของเสียงอสุนีคำราม
เสี่ยหยวนที่กำลังสังหารคนของหยาจื้อสิบสามฝ่ายจำนวนหนึ่งอยู่นั้นหันศีรษะกลับไปมองทางด้านหลังในทันทีภาพของฉินอวี่ในผลึกความทรงจำก็เคยใช้หอกศึกเช่นนี้มาก่อนและวานรยุทธ์ที่น่าสะพรึงตัวนั้นได้ขัดขวางอสุนีคำรามเอาไว้สิ่งที่ทำให้เสี่ยหยวนต้องประหลาดใจคือ ในตอนนี้ เมื่อได้ยินเสียงดังกึกก้องจากการระเบิดของอสุนีคำรามด้วยหูตนเองทำให้เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณแห่งการทำลายล้าง จนเสี่ยหยวนตกใจเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นก็มองเห็นหอกศึกแทงตรงเข้าไปยังจุดตันเถียนของอันดับห้ามือทั้งสองของอันดับห้าคว้าด้ามหอกศึกไว้อย่างรวดเร็ว เสี่ยหยวนเห็นดังนั้นก็ยิ่งตกใจอันดับห้าได้ทำการกระตุ้นสายเลือดของเสวียนอู่ขึ้นมาแล้วและยังมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เสี่ยหยวนได้เข้าใจมากับตัวเองแล้วแต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าอสุนีคำรามสายนั้นจะสามารถทำลายเกราะพลังป้องกันของอันดับห้าได้เช่นนี้
“อ๊าก!” อันดับห้าออกแรงจับด้ามหอกศึกไว้แน่นพลางส่งเสียงคำรามดังกึกก้องเสียงสั่นสะเทือนไปทั้งผืนฟ้า
เหลืออีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นหอกศึกก็จะแทงทะลุถึงจุดตันเถียนของเขา เหลืออีกเพียงนิดเดียวเขาก็เกือบจะตายจากไปแล้ว ดูเหมือนความเป็นความตายจะบีบบังคับความโกรธของอันดับห้าแสงสว่างเปล่งออกจากทั่วทั้งร่างของเขากลายเป็นพายุแห่งพลังอันแข็งแกร่งเตรียมสลัดเอาหอกศึกจากอสุนีคำรามนั้นออกจากร่างกาย
แต่ในเวลานี้!
ฉินอวี่ได้กลายเป็นเปลวเพลิงสีเทาหม่นกดลงมาอย่างดุเดือด
จี้เปลวอัคคี
เมื่อรู้สึกถึงการโจมตีที่ดุเดือดอีกครั้งของฉินอวี่อันดับห้าพยายามดึงหอกศึกออกจากร่างกายจากนั้นจึงปล่อยพลังหมัดที่หุ้มด้วยพลังความร้อนตรงเข้าใส่ฉินอวี่
“ตูม!”
ฉินอวี่ตกลงบนหมัดขนาดยักษ์ที่เหมือนค้อนขนาดใหญ่ของอันดับห้าด้วยพลังหมัดของอันดับห้า ทำให้ฉินอวี่ลอยกระเด็นไปในอากาศแต่ขณะที่ฉินอวี่กำลังลอยตลบกลับไปมาอยู่นั้น เขาก็บิดร่างกายอย่างรุนแรงพลางปล่อยหมัดข้างขวาที่ผสานพลังว่านจ้งเข้ากับพลังจากเพลิงแอ่งธรณีพุ่งตรงไปยังใบหน้าของอันดับห้าส่วนมือข้างซ้ายใช้จังหวะนี้ชิงหอกศึกออกมาจากมือของอันดับห้า!
“ปัง!”
เสียงของระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวพลังอันพลุ่งพล่านได้กระแทกใส่ศีรษะของอันดับห้าจนจมไปในดินส่วนร่างของฉินอวี่ก็กระเด็นลอยออกไปดวงตาทั้งคู่ของเขาดูเหมือนมีประกายแสงที่ดูเย็นชาหอกศึกในมือเปล่งแสงสว่างอีกครั้ง จากนั้นอสุนีคำรามสายหนึ่งก็วิ่งตรงเข้าไปทันที จนกลายเป็นสายฟ้าสีม่วงระเบิดตรงลงไปด้านล่าง
การโจมตีอย่างต่อเนื่องของฉินอวี่เกือบจะไร้ที่ติแม้ว่าอันดับห้าจะแข็งแกร่ง แต่ด้วยการแบกรับพลังของการโจมตีจากหอกศึกและหมัดหนักก็ทำให้เขาต้องบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
แต่ก่อนที่เขาจะทันถอนหายใจสถานการณ์อันร้ายแรงก็ปรากฏขึ้นปกคลุมจิตใจของเขา
ในเวลานี้อันดับห้าจึงปลดปล่อยพลังของอสูรสามประเภทออกมาอย่างไม่ลังเล
“อ๊าก!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธดังมากราวกับคลื่นเสียงที่แผ่กระจายออกไปราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงในทะเลสาบอันเงียบสงบและเกิดชั้นของคลื่นความร้อนแกว่งไปมาทั่วทุกพื้นที่
เสี่ยหยวนตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อมองเห็นฉินอวี่ที่มีลำแสงสว่างสีแดงจางๆ ซึ่งทอดยาวกว่าสิบจ้างกำลังยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ ในใจก็ตกตะลึงอย่างมากเขานึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะสามารถบีบบังคับให้อันดับห้าใช้สายเลือดทั้งสามชนิดได้และยิ่งนึกไม่ถึงว่า ระดับฝึกฝนขั้นเทียนชุ่ยชั้นที่สองของฉินอวี่จะสามารถต่อสู้กับอันดับห้าได้
เกรงว่าหากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปจะต้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหยาจื้อทั้งสิบสามฝ่าย
การที่ฉินอวี่เอาชนะเจ้าสิบเอ็ดได้ทำให้หลายคนต่างคิดไปว่าฉินอวี่ใช้กลโกงเพราะต่างคิดว่าหากเจ้าสิบเอ็ดไม่ได้ระงับการฝึกฝนเอาไว้ฉินอวี่ต้องสูญเสียอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในตอนนี้ อันดับห้าไม่ได้ระงับระดับการฝึกเอาไว้แต่กลับบีบบังคับให้ฉินอวี่ก้าวมาถึงจุดนี้ทุกคนจึงเห็นว่าต่อให้เจ้าสิบเอ็ดไม่ระงับระดับการฝึกของตนเองก็คงต้องพ่ายแพ้อยู่ดี!
เดิมทีเสี่ยหยวนก็ยังเป็นกังวลว่าฉินอวี่จะสามารถเอาชนะได้หรือไม่แต่แล้วเขาก็โล่งใจ จึงกวาดสายตาไปโดยรอบมโนจิตสาดส่องคอยระวังผู้คนจากหยาจื้อสิบสามฝ่ายที่กำลังเข้ามา
แต่ขณะที่กวาดสายตามองไปโดยรอบเมื่อเขามองออกไปไม่ไกลนัก ก็พบกับเงาร่างที่ผอมโซยืนอยู่บนภูเขาหวางซาน ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
อันดับหนึ่ง!!
อันดับหนึ่งในรายนามระดับสามัญ!