ซีบิลครุ่นคิด เธอยังสงสัยติดใจเื่ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มผู้นี้ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าภูตจะตัวอุ่นกว่ามนุษย์หรือไม่ เพราะเธอไม่เคยััร่างกายของมนุษย์คนอื่น และร่างกายของเธอเองนั้นมักจะมีเนื้อตัวเย็นเฉียบอยู่เสมอ
“นั่นไง เ้าคูเปอร์อยู่ทางนั้น” มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูด จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าของคน 2-3 คนวิ่งมาทางเธอ
“หวา ลืมหนีต่อเลย เพราะเ้าแท้ๆ ยัยบื้อ” ชายหนุ่มที่ตอนนี้เธอรู้ว่าชื่อคูเปอร์พูดขึ้น จากนั้นเขาก็คว้าจับมือเธอพาออกวิ่งหนีคนที่วิ่งตามทันที
“เดี๋ยว ทำไมข้าต้องหนีด้วยล่ะ” ซีบิลพูด
“เ้าเป็ตัวการทำให้ข้าหนีช้าลง เ้าต้องรับผิดชอบ”
“เอ๊ะ”
ซีบิลงงว่าเขาจะให้เธอรับผิดชอบอย่างไร อีกอย่างการลากเธอมาด้วยอย่างนี้ยังทำให้เขาหนีได้ช้าลงกว่าเดิม เพราะเธอวิ่งช้ากว่าเขามาก เธอพยายามจะขัดขืนไม่ยอมวิ่งต่อแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขาลากพาวิ่งไปเรื่อยๆ
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ข้าจะวิ่งต่อไม่ไหวแล้วนะ” ซีบิลเริ่มหอบ
ปกติเธอไม่ค่อยได้ใช้พลังงานมากนัก อีกทั้งไม่รู้ทำไม เธอไม่สามารถใช้พลังได้เลยในดินแดนแห่งภูต ทำให้ตอนนี้เธอกลายเป็มนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกตนจนมีระดับ 80 อย่างปกติ เธอจึงรู้สึกเหนื่อยมากเมื่ออยู่ๆก็ถูกพาวิ่งหนีไปเรื่อยๆ
“ซวยล่ะ ทางตัน” คูเปอร์พูด และหยุดวิ่งลง
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” ซีบิลหยุดตามและหอบหายใจจนทรวงอกสะท้อนขึ้นลง
“จับได้ซะที รีบพาตัวไปให้ท่านเกเบรียลเร็ว”
“ปล่อยนะ”
จากนั้นซีบิลและคูเปอร์ก็ถูกผู้ชายสามคนนั้นคุมตัวพาไปที่อาคารหลังใหญ่และหรูหราแห่งหนึ่ง
“เดี๋ยว ข้าไม่เกี่ยว พาข้ามาด้วยทำไม” ระหว่างทางซีบิลพยายามขัดขืน
“เ้าเป็ผู้หญิงของคูเปอร์ก็ย่อมต้องเกี่ยวด้วย” หนึ่งในผู้ชายที่จับตัวเธอมาพูด
“เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ผู้หญิงของเขา”
“นางเป็ผู้หญิงของข้า หลักฐานอยู่ที่หัวไหล่ซ้ายของนาง” คูเปอร์พูด
“เ้าพูดอะไร” ซีบิลงง แต่ก็เอียงคอมาดูหัวไหล่ซ้ายของตนแล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นว่าหัวไหล่กลมมนขาวผ่องของเธอนั้นกลับมีตัวอักษรสีฟ้าเข้มสลักอยู่เขียนคำว่า คูเปอร์
“หา ั้แ่เมื่อไรกัน” เธอใ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่ได้ััตัวเขาตอนตกลงมาจากปากทางเข้าดินแดนแห่งภูตนั้นเธอรู้สึกอุ่นๆแปลกๆที่หัวไหล่ซ้าย
“เ้า บังอาจนัก เอาชื่อของเ้าออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้” เธอยืดตัวขึ้นเต็มที่ เชิดหน้ามองคูเปอร์และพูดอย่างเ็า
“ข้าทำไม่ได้ นอกเสียจาก…” คูเปอร์พูด
“นอกเสียจาก..” ซีบิลพูดตาม เธอเอียงคอมองเขา หรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างไม่ไว้ใจในสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไป
“นอกเสียจากว่าข้าจะขายเ้าให้กับเกเบรียล ชื่อข้าก็จะหายไปจากตัวเ้า กลายเป็ชื่อของเกเบรียลแทน” เขายักไหล่และพูดด้วยท่าทางราวกับเป็เื่ปกติธรรมดา
“หา” ซีบิลตะลึง
ซีบิลและคูเปอร์ถูกพาตัวมาอยู่ตรงหน้าเกเบรียล ชายหนุ่มเ้าของอาคารหลังใหญ่และหรูหราที่ถูกเรียกว่ากาสิโนเซเรเนด
เกเบรียลผู้ที่ขณะนี้ยืนมองซีบิลอย่างพินิจพิเคราะห์นั้นเป็ชายหนุ่มที่มีหน้าตาสวยงามที่สุดที่ซีบิลเคยเห็น เขาตัวสูงกว่าเธอไม่มากนัก ประมาณ 170 ซม.ต้นๆ ผิวขาวเนียนละเอียด ผมสั้นสีแชมเปญ ผมด้านซ้ายยาวเลยปรกดวงตาลงมา ดวงตาสีส้มอ่อน รูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง และมีเสียงไพเราะน่าฟัง เขาค่อยๆปลดผ้าคลุมหน้าของเธอออกช้าๆ
“ว้าวว ช่างงดงามมาก หมดจดงดงามราวกับเทพธิดา ถึงจะน้อยกว่าข้าก็เถอะ ข้าตกลงซื้อนาง” เกเบรียลพูดกับคูเปอร์
คูเปอร์ตะลึงกับใบหน้าของซีบิลพักหนึ่งจากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี่ตาถึงจริงๆ หักหนี้แล้วข้าจะได้ส่วนต่างเท่าไร” คูเปอร์แบมือไปทางเขา
“หักหนี้หนึ่งหมื่นเหรียญออกแล้ว เ้าจะได้ส่วนต่างสามหมื่นเหรียญ”
“หา ไม่น้อยไปหน่อยเหรอ เ้าดูนางดีๆก่อน งดงามขนาดนี้ สินค้าหายากนะ จะมากดราคากันได้ยังไง”
“ถ้ายังงั้น ข้าให้สี่หมื่นเหรียญหลังหักหนี้”
“ข้าขอห้าหมื่นเหรียญหลังหักหนี้”
“โอเค”
“ช้าก่อน ทำไมข้าถึงกลายเป็สินค้าที่พวกท่านซื้อขายกันได้ ข้าไม่ใช่ของของเขาสักหน่อย” ซีบิลขมวดคิ้ว
“ที่รัก เ้าเพิ่งมาถึงที่ดินแดนแห่งภูต คงยังไม่รู้กฏของที่นี่ มา ข้าจะเล่าให้ฟัง” เกเบรียลพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง
จากนั้นเขาก็เล่าให้เธอฟังว่าที่ดินแดนแห่งภูตนี้มีกฏอยู่ว่า หากมีมนุษย์หลงเข้ามา ภูตที่ได้เจอและได้ััร่างกายมนุษย์คนนั้นเป็คนแรกจะมีสิทธิ์เป็เ้าของมนุษย์คนนั้น จะสามารถทำอย่างไรกับมนุษย์คนนั้นก็ได้ โดยที่จะมีชื่อของภูตนั้นสลักติดที่ร่างกายของมนุษย์ที่จุดใดจุดหนึ่ง ภูตสามารถทำสัญญาขายกรรมสิทธิ์มนุษย์ให้ภูตคนอื่นได้ พอขายแล้วชื่อที่สลักติดที่ร่างกายมนุษย์ก็จะเปลี่ยนไปเป็เ้าของกรรมสิทธิ์คนปัจจุบัน
ซีบิลฟังด้วยสีหน้านิ่งๆแต่ขมวดคิ้วมากขึ้น
“ถ้าหากข้าปฏิเสธล่ะ” เธอพูด
“ข้าเสียใจนะ แต่เ้าไม่มีสิทธิ์มีเสียงในเื่นี้” เกเบรียลพูด
“เอาล่ะ เซ็นต์นี่ซะ แล้วข้าจะโอนเงินเข้าบัญชีเ้า” ประโยคนี้เขาพูดกับคูเปอร์
“ได้เลย”
จากนั้นต้นแขนซ้ายของซีบิลก็รู้สึกอุ่นขึ้นอีกครั้ง เธอหันหน้าไปดู ชื่อคูเปอร์ตรงต้นแขนเธอเริ่มค่อยๆเปลี่ยนเป็ตัวอักษรสีส้มเขียนว่าเกเบรียลแทน เธอส่ายหน้าช้าๆและถอนหายใจกับภาพที่เห็น
“ขอบคุณที่อุดหนุน ข้าไปก่อนนะ ดาวนำโชคของข้า ขอให้โชคดี” คูเปอร์โบกมือให้เธอแล้วก็เดินจากไป
“...” ซีบิล
“เอาล่ะ คนสวย ข้าชื่อเกเบรียล ยินดีที่ได้รู้จัก เ้าชื่ออะไร” เกเบรียลถามยิ้มๆ ดวงตาสีส้มอ่อนคู่สวยของเขาเปล่งประกายวิบวับ
“ซีบิล” เธอตอบเนือยๆ
“ซีบิลคนสวย เริ่มงานกันเลยดีกว่า คืนนี้มีลูกค้าพิเศษมาซะด้วย ข้าจะให้เ้าคอยบริการโต๊ะวีไอพีละกันนะ อันดับแรกต้องเปลี่ยนชุดก่อน” เขาหยิบชุดมาให้เธอดู
“ข้าไม่ใส่” ซีบิลปฏิเสธ เมื่อเห็นชุดที่เขาหยิบมาให้เป็ชุดแนบเนื้ออวดสรีระตัวเล็กจิ๋ว แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้เลย อย่างไรเธอก็ไม่ยอมใส่ชุดนั้นแน่นอน
“เ้าไม่มีสิทธิ์เลือกนะ ถ้าเ้าไม่ยอมใส่ชุดนี้เ้าจะทำอะไรล่ะ เอ ข้ารู้ละ ถ้างั้นเ้าก็เป็นางบำเรอส่วนตัวของข้าก็แล้วกัน เ้าไม่ต้องทำงานอย่างอื่นเลย ดีม้ั้ย” เขายื่นมือมาม้วนผมเธอเล่น
“ไม่” ซีบิลยกมือปัดมือเขาออกจากผมของเธอ
“ไม่ได้สิ อันนั้นก็ไม่ทำ อันนี้ก็ไม่ทำ เ้าเป็คนของข้าแล้วนะรู้มั้ย อย่าดื้อสิ” เกเบรียลเริ่มหน้าบึ้ง
“ท่านคงเสียเงินเปล่าแล้วล่ะ ท่านไม่มีทางบังคับคนใกล้ตายเช่นข้าให้ทำสิ่งที่ไม่อยากทำได้หรอก” เธอพูดเรียบๆ
“เอ๊ะ เ้าน่ะเหรอใกล้ตาย เ้าเป็อะไร”
จากนั้นซีบิลก็เล่าให้เขาฟังทั้งหมดถึงเื่ิญญาไม่สมบูรณ์แต่กำเนิดของเธอ และหากรักษาไม่ได้เธอจะตายภายใน 2 วัน และเธอเดินทางมาที่ดินแดนแห่งภูตก็เพื่อจะตามหากุหลาบแห่งความมืดพันปี ด้วยเธอไม่คิดว่าจำเป็จะต้องปกปิดเื่พวกนี้กับเขา อย่างไรเธอก็ใกล้จะตายอยู่แล้ว
“เอ๊ะ เ้าจะตายใน 2 วัน และจะรักษาหายได้เป็ปกติหากได้กินกุหลาบแห่งความมืดอายุพันปีขึ้นไปเหรอ” เกเบรียลพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจ เขายกสองมือขึ้นมาระดับหัวไหล่ทั้งสองข้าง ทำตาโต จากนั้นก็ทำหน้าครุ่นคิด
“ข้ารู้ว่าเ้าจะหากุหลาบแห่งความมืดพันปีได้ที่ไหน” เขายิ้ม
“เอ๊ะ”
“แต่มีข้อแลกเปลี่ยน เ้าต้องทำงานให้กับข้าสองคืนก่อนเริ่มจากคืนนี้ จากนั้นข้าถึงจะบอก” เขายังยิ้มอยู่แต่มีสีหน้าเ้าเล่ห์ขึ้น
ซีบิลครุ่นคิด เธอจ้องตาเขานิ่ง ถึงตอนนี้เธอจะไม่สามารถใช้พลังของเธอได้ แต่เธอก็สามารถบอกได้ว่าใครกำลังพูดจริงหรือพูดเท็จ สิ่งที่เกเบรียลพูดมาเป็เื่จริงทั้งหมด เขารู้ที่อยู่กุหลาบแห่งความมืดพันปีและเขาก็ตั้งใจจะบอกเธอจริงๆ แต่งานที่เขาจะให้เธอทำนี่สิที่เป็ปัญหา
เอาอย่างไรดี ถ้าต้องให้ใส่ชุดน่าอายเช่นนั้น ข้าขอยอมตายดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามลองพยายามให้เต็มที่ดูก่อนก็แล้วกัน อ๊ะ นั่นมัน ดีล่ะ
เธอคิดพลางกวาดตามองไปมานอกหน้าต่างห้องทำงานของเกเบรียล จนเห็นเครื่องดนตรีฮาร์พขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเวทีเล็กๆแห่งหนึ่ง ก็พอนึกหนทางออก