วูมมมมม... ตึง!
เสียงเครื่องจักรคำรามกึกก้องจนพื้นดินสั่นสะเทือน
แสงสว่างจ้าลอดผ่านผ้าใบเต็นท์เข้ามาจนภายในสว่างโร่
อคินลุกขึ้นเปิดม่านเต็นท์ออกไปดู... และภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง
แสงสีฟ้าลำมหึมาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเสาเข็มแห่งแสงสว่าง มันตั้งตระหง่านเรียงรายไปตลอดแนวขอบฟ้าทิศตะวันออก...
วูมมมมม... ตึง! วูมมมมม...
เสียงฮัมต่ำๆ ของการไหลเวียนพลังเวทที่เข้มข้นจนขนแขนลุกชัน
ดังประสานกับเสียงโลหะกระทบกันและเสียงเครื่องจักรเวทมนตร์ที่คำรามกึกก้อง
อคินก้าวเท้าออกมาจากกระโจมที่พัก พลางกะพริบตาปรับโฟกัส
ภาพเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด
ค่ายประตูระยองที่ปกติเวลานี้จะเข้าสู่โหมดระวังภัย เงียบสงัด และเต็มไปด้วยความตึงเครียด
บัดนี้กลับสว่างไสวราว เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่
"ดูเหมือนจะมีบางอย่างเกิดขึ้นแถวกำแพง"
อคินพึมพำกับตัวเองพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
บรรยากาศรอบตัวเขาคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับร้อย
กลุ่ม 'นักผจญภัย' ในชุดเกราะหลากสไตล์เดินขวักไขว่สวนทางกับ 'ทหาร' ในชุดลายพราง
กลิ่นหอมของอาหารปิ้งย่างผสมกับกลิ่นน้ำมันขัดดาบและกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
เขากลับเข้ามาในเต็นท์แล้วหันไปถามเจ้าแมวส้มต่อ
"เมื่อกี้เหมือนนายยังพูดไม่จบนะ ยังไม่ถึงเวลานี่หมายความว่ายังไงคุณอัศวิน"
"อะ...เออ เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้"
เจ้าแมวส้มเฉไฉก่อนจะกระโดดเดินมาหาเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก
"ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ เรารีบไปแลกของกันก่อนดีกว่า อีกเดี๋ยวสำนักงานนักผจญภัยก็ปิดแล้วนะ"
"โอเคๆ"
อคินตอบรับแม้เขาจะยังคาใจอยู่
'คาดคั้นไปก้คงไม่ได้คำตอบเพิ่มแล้ว แค่รู้ว่าแต้มยังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว'
...
ขณะที่อคินไปไปยังเคาน์เตอร์ของสำนักงานผจญภัยเพื่อแลกดาบและโล่ใหม่ แทนของเดิมที่พังไปเมื่อคืน
"ตื่นแล้วเหรอครับคุณอคิน!"
เสียงทักทายที่คุ้นหูดังขึ้น ยามหน้าประตูคนเดิมวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
ใบหน้าของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อแต่ดวงตากลับเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
"วันนี้ดูคึกคักแปลกๆ นะครับ"
อคินถามพลางมองไปรอบๆ
"เหมือนมีงานเทศกาลมากกว่าสงครามซะอีก แสงนั่นมันอะไรกันครับ?"
"ข่าวใหญ่ที่สุดเลยครับ!"
ยามหนุ่มชี้มือไปที่เสาแสงอย่างภาคภูมิใจ
"ท่านเพทายประกาศเริ่ม 'แผนยุทธการกำแพงบูรพา' อย่างเป็นทางการเมื่อเย็นนี้เองครับ! ท่านกำลังจะขยายอาณาเขตกำแพงครอบคลุมรวดเดียวตั้งแต่ชลบุรี ระยอง ยาวไปจนถึงปราจีนบุรีนู่นเลย!"
อคินเบิกตากว้าง จ้องมองไปยังแสงไฟลูกเล็กๆบนแนวกำแพงต้นไม้ใหญ่
ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นผ่านอกความรู้สึกของความหวัง
"คลุมหมดเลยเหรอครับ... แบบนี้พื้นที่ปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นมหาศาลเลยสิ"
"ใช่ครับ! สภาเลยมีคำสั่งฉุกเฉิน ระดมพลทุกคนที่มีคลาสต่อสู้ให้ออกไปเคลียร์พื้นที่ ไล่ล่าอสูรในเขตที่จะล้อมใหม่ให้เกลี้ยง เพื่อให้วิศวกรเข้าไปสร้างค่ายต่อไปได้"
ยามตบไหล่อคินเบาๆ ด้วยความสนิทสนม ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ
"แต่ข่าวร้ายสำหรับ 'นักล่าราตรี' อย่างคุณก็คือ... สงสัยคืนนี้เหยื่อจะเหลือน้อยหน่อยนะครับ พวกกะกลางวันเขาแห่กันไปฟาร์มจนป่าแถบนี้แทบจะเตียนโล่งหมดแล้ว"
คำเตือนของยามดังก้องอยู่ในหัวของอคิน
หลังจากที่อคิน แลกดาบและโล่อันใหม่ เขาก็พาเหล่าสหายไปกินอาหารเพื่อเพิมพลัง
พร้อมกับเงี่ยหูฟังข่าวสาร และจุดล่าต่างๆที่เหล่านักผจญภัยกำลังนั่งคุยกันไปพลางตักอาหารเข้าปากไปพลาง
และเมื่อเขาเริ่มออกเดินสำรวจ... ความจริงนั้นก็ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น
...
กร๊อบ... แกรก...
เสียงรองเท้าบูตเหล็กย่ำลงบนเศษกิ่งไม้แห้งดังก้องไปทั่วป่าที่เงียบสงัด... เงียบเกินไป
อคินเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ปกติแล้วจะต้องชุกชุมไปด้วยซอมบี้หรือหมาป่ากลายพันธุ์
แต่คืนนี้ สิ่งที่เขาพบมีเพียงร่องรอยของการสังหารหมู่
พื้นดินเละเทะไปด้วยรอยเท้าจำนวนมาก รอยไหม้เกรียมจากการระเบิดของเวทมนตร์ไฟ
และซากมอนสเตอร์ระดับต่ำที่โดยเผาจนไหม้เป็นตอตะโก นอนตายเกลื่อนกลาด
บ้างก็ถูกลากมากองไว้แล้วสุ่มไฟเผาในทีเดียว
บางตัวถูกแล่เอาชิ้นส่วนสำคัญไปแล้ว เหลือเพียงซากไร้ค่าที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นคาวเลือด
"ไม่มีเลย..."
อคินบ่นอุบ หยุดยืนพิงต้นไม้ใหญ่ มือข้างหนึ่งลูบหัว 'โบ้' สุนัขพันทางคู่ใจที่เดินลิ้นห้อยอยู่ข้างๆ
"เดินมาสองชั่วโมงแล้วนะ ดาบยังไม่ได้ชักออกจากฝักเลยสักครั้ง"
โบ้เงยหน้ามองเจ้านายแล้วส่งเสียงครางหงิงๆ เหมือนจะเห็นด้วย
ส่วน 'ส้มซ่า' กระโดดขึ้นไปเกาะบนไหล่ของเขา สะบัดหางไปมาอย่างหงุดหงิด
"พวกกะกลางวันเก็บเรียบวุธแบบนี้ แล้วเราจะเอาค่าประสบการณ์ที่ไหนมาอัปเลดวลให้พวกนายกันล่ะเนี่ย?"
อคินถอนหายใจ พลางเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูแถบประสบการณ์ที่นิ่งสนิท
ทันใดนั้น หน้าต่างข้อความสีฟ้าเด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ฟังดูมีชีวิตชีวากว่าปกติ
ติ๊ง!
[นี่แหละนิสัยมนุษย์... พอเห็นว่าปลอดภัยก็แย่งกันกินแย่งกันใช้! ปล่อยให้พวกกระจอกแย่งเศษเนื้อกันไปเถอะ!]
อคินเลิกคิ้วมองข้อความนั้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขาเริ่มชินกับการที่ 'ระบบ' ของเขาดูจะมีอารมณ์ขันและปากคอเราะรายกว่าของคนอื่น
บางที... อาจจะเป็นเพราะเขาคือ 'อัศวิน' ที่ถูกเลือกก็ได้
"ลึกกว่านี้เหรอ..."
เขาเงยหน้ามองไปทางทิศเหนือ
แนวทิวเขาสูงตระหง่านสีดำทะมึนตัดกับแสงจันทร์สีนวล
ป่าไม้บริเวณนั้นหนาทึบจนดูเหมือนกำแพงสีดำ
มันส่งกลิ่นอายของความอันตรายและความตายออกมาจางๆ จนทำให้นักผจญภัยทั่วไปไม่กล้าย่างกราย
แต่สำหรับอคิน... คำเชิญชวนของระบบกลับฟังดูหอมหวาน
"เข้าใจแล้ว..."
อคินกระชับสายสะพายเป้ หันไปมองสมาชิกปาร์ตี้ทั้งสี่
"คืนนี้ต้องเดินไกลหน่อยนะ ไม่งั้นพวกเราอดกินบุฟเฟต์แน่"
'บัวลอย' แมวสามสีกระโดดลงมาจากต้นไม้ ส่งเสียงร้องรับอย่างกระตือรือร้น
"คราวนี้ไม่พลาดแน่"
ในขณะที่ 'ปลาเผา' เดินนวดน่องอคินเป็นการให้กำลังใจ
"ไปกันเถอะ สู่เขตเงามืด! กันอคิน"
พวกเขาทั้งห้าพากันเดินลัดเลาะตามชายป่า ลึกเข้าไปเรื่อยๆในเขตป่าทึบ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ต้นไม้ยิ่งสูงใหญ่จนบดบังท้องฟ้า
เฟิร์นยักษ์ใบหนาขึ้นปกคลุมพื้นดินจนทางเดินแทบจะเลือนหายไป
ความชื้นเย็นยะเยือกเกาะกุมผิวหนัง และเสียงแมลงที่เคยร้องระงมก็เงียบหายไป
ทันใดนั้น...
กรรรร...
หูของ 'โบ้' ตั้งชันขึ้นทันที มันหยุดเดิน ขนที่หลังคอตั้งชันเป็นสัน
เขี้ยวสีขาววับเผยออกมาพร้อมเสียงคำรามต่ำในลำคอ
มันหมอบตัวลงต่ำ หันหน้าไปทางดงไม้ทึบด้านซ้าย
"มีตัวอะไรบางอย่าง..."
อคินกระซิบ มือขวาเอื้อมไปจับด้ามดาบ มือซ้ายปลดโล่จากหลังมาถือไว้อย่างแผ่วเบา
แกรก...
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่ในความเงียบสงัดนี้ มันดังราวกับเสียงปืน
"ล้อมวง! โบ้ หน้ากระดาน!"
อคินตะโกนสั่งการ ทันทีที่สิ้นเสียง เงาสีดำทมิฬเจ็ดสายก็พุ่งแหวกพุ่มไม้รอบทิศทางออกมา!
"หมาป่าทมิฬ!"
แต่นี่ไม่ใช่หมาป่าธรรมดา ขนาดตัวของพวกมันใหญ่กว่าปกติเกือบสองเท่า
กล้ามเนื้อปูดโปนภายใต้ขนสีดำมันเลื่อม นัยน์ตาสีแดงฉานเจ็ดคู่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายอำมหิต
น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยจากปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวโง้ง
[หมาป่าทมิฬ เลเวล 35]
[จำนวน 7 ตัว]
"เจ็ดตัว..."
อคินกัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลซึมกลางหลัง
"เยอะชะมัด! นี่มันฝูงที่หนีตายมาจากข้างนอกสินะ พวกมันกำลังหิวโซเลย... ทุกคนเตรียมปะทะ!"
"โบ้! [ยั่วยุ] !"
"โฮ่ง!!"
โบ้คำรามก้อง เกิดคลื่นกระแทกโปร่งแสงกระจายเป็นวงกว้าง สกิล [ยั่วยุ] ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ
หมาป่าสามตัวแรกชะงักกึก หันเหความสนใจจากอคินพุ่งเข้าใส่สุนัขพันทางตัวใหญ่ทันที
กรงเล็บแหลมคมตะปบเข้าที่ลำตัวของโบ้ แต่แสงสีส้มจางๆ ของสกิล [กำแพงเหล็กกล้า] ปรากฏขึ้นรับแรงกระแทก
เสียงดัง ตึบ! โบ้ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว มันงับสวนเข้าที่คอของหมาป่าตัวหนึ่ง
"ส้มซ่า! ปลาเผา! เก็บปีกซ้ายขวา!"
สิ้นเสียงคำสั่ง เงาสีส้มเล็กจิ๋วก็พุ่งวาบด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน
ส้มซ่าใช้สกิล [ก้าวย่างไร้เงา] ดีดตัวไปบนต้นเฟิร์น ก่อนจะทิ้งตัวลงมากลางวงล้อม
ฉัวะ!
กรงเล็บที่อาบด้วยแสงสีเงินของสกิล [กรงเล็บฉีกกระชาก] ตะปบเข้าที่ดวงตาของหมาป่าตัวที่สี่
เลือดสีเขียวพุ่งกระฉูด มันร้องโหยหวนและสะบัดหัวอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะเดียวกัน ปลาเผาที่ยืนอยู่แนวหลัง ก็หยิบก้อนหินขนาดเท่าลูกเทนนิสขึ้นมา
มันกระโดดขึ้นกลางอากาศพร้อมใช้สกิล [ขว้างปา]
ฟุ่บ!
ก้อนหินพุ่งกระแทกหน้าหมาป่าตัวที่ห้าจนมันหงายหลัง
เปิดโอกาสให้บัวลอย... ใช้สกิล [เงาพันธนาการ] เงาสีดำยืดออกจากพื้นรัดขาหลังของมันไว้ตรึงกับที่
"ย้ากกก!"
อคินไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าหาจ่าฝูงที่กำลังจะลอบกัดโบ้
" [ปัดป้อง] !"
เปรี้ยง!
โล่เหล็กในมือซ้ายกระแทกเข้าแสกหน้าของจ่าฝูงอย่างจังจนมันมึนงง อคินหมุนตัวส่งแรงจากเอวไปที่แขนขวา
" [ฟาดฟัน] !"
คมดาบสีเงินตัดผ่านอากาศ วาดเป็นครึ่งวงกลม ผ่าร่างของจ่าฝูงจนล้มลงในดาบเดียว
เมื่อจ่าฝูงสิ้นใจ ขวัญกำลังใจของฝูงก็แตกกระเจิง หมาป่าที่เหลืออีกสองตัวเห็นท่าไม่ดีจึงหันหลังวิ่งหนีหายเข้าไปในความมืด
แต่ทว่า... ยังมีตัวหนึ่ง
หมาป่าตัวเมียที่สภาพสะบักสะบอมที่สุด ขาหลังข้างหนึ่งของมันหักห้อยรุ่งริ่ง เลือดไหลอาบสีข้าง แต่มันกลับไม่หนี
มันยืนแยกเขี้ยว ขวางทางเข้า 'โพรงดิน' ขนาดใหญ่ใต้รากไม้โบราณ
สายตาของมันไม่ได้มองอคินด้วยความอาฆาตมาดร้ายเหมือนตัวอื่น แต่มันมองด้วยความหวาดกลัว... และความสิ้นหวัง
"ระวัง! มันอาจจะมีลูกไม้!"
อคินตั้งท่าดาบเตรียมพร้อม ไม่ประมาทศัตรู
หมาป่าตัวนั้นรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งสวนเข้ามาอย่างถวายหัว ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางชนะ
ฉึก!
ดาบของอคินเสียบทะลุอกของมันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่ฝึกฝนมา
ร่างของแม่หมาป่ากระตุกเกร็ง เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปาก
แต่มันไม่สนใจความเจ็บปวด มันพยายามตะเกียกตะกาย ใช้ขาหน้าที่เหลือลากตัวกลับไปที่โพรงดินนั้น...
สายตาของมันจ้องมองไปในความมืดของโพรง จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายขาดห้วงไป
ร่างไร้วิญญาณนอนนิ่งห่างจากปากโพรงเพียงไม่กี่คืบ
ความเงียบเข้าปกคลุมป่าอีกครั้ง
อคินยืนหอบหายใจ ไอพลังเวทจากดาบเริ่มจางหายไป เขามองดูซากแม่หมาป่าด้วยความรู้สึกโหวงๆ
ในอก ความรู้สึกผิดแปลกประหลาดก่อตัวขึ้น
"ทำไมมันถึงไม่หนี..."
เขาพึมพำกับตัวเอง
"ทั้งที่มันมีโอกาสรอด..."
อิ๋ง... อิ๋ง...
เสียงร้องแหลมเล็กที่แผ่วเบาราวกับเสียงลูกนก ดังลอดออกมาจากในโพรงดินหลังซากศพแม่
อคินชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้
ใช้ปลายดาบแหวกพุ่มไม้หน้าปากโพรงออก แสงจากดวงจันทร์ส่องเข้าไปในความมืด
ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของอัศวินหนุ่มบีบตัว
ลูกหมาป่าตัวน้อยสามตัว ขนสีดำสนิทปุกปุย กำลังนอนขดตัวสั่นเทาเบียดเสียดกันเพื่อหาไออุ่น
ดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วของพวกมันกะพริบมองแสงไฟ จ้องมองมาที่เขา... ผู้สังหารแม่ของพวกมัน... ด้วยความไร้เดียงสา
[ตรวจพบ 'ลูกอ่อนสัตว์อสูร' จำนวน 3 ตัว]
[กำจัดทิ้งเพื่อรับประสบการณ์หรือ...]
"เด็ก..."
อคินลดดาบลงช้าๆ ความเข้าใจแล่นพล่านไปทั่วร่าง
"มิน่าล่ะ... ถึงสู้ตายถวายหัวขนาดนี้ เพื่อปกป้องสิ่งนี้นี่เอง"
"เมี๊ยว! แฮ่!"
ส้มซ่าเดินเข้ามา ขนหางยังพองฟูจากการต่อสู้ มันส่งเสียงขู่และจ้องมองไปที่ลูกหมาป่าด้วยสายตาเย็นชาดุจนักฆ่า
หน้าต่างแปลภาษาของระบบเด้งขึ้นมาแปลความหมายของเสียงร้องนั้นทันที:
"จัดการให้จบๆ ไปซะ! พวกนี้โตขึ้นก็เป็นศัตรู... อย่าเก็บไว้ให้เป็นภาระ! ฆ่าล้างโคตรให้หมด!"
ส้มเอ่ยขึ้น
"เมี๊ยว... หง่าว... เดี๋ยวก่อนสิพี่..."
บัวลอยกระโดดลงมาจากต้นไม้ เอาตัวเข้าไปขวางหน้าโพรงไว้ แล้วหันมามองอคิน
"ใจเย็นน่าส้มซ่า... พวกมันยังเด็ก ฝึกได้นะ ข้าเคยได้ยินว่ามีมนุษย์ที่เลี้ยงสัตว์อสูรเก่งๆ อยู่ ถ้าเอาไปขาย... เอ้ย เอาไปฝากเลี้ยง อาจจะมีประโยชน์ในอนาคตก็ได้นะ"
อคินมองหน้าส้มซ่าที่ดุดัน สลับกับบัวลอยที่พยายามเกลี้ยกล่อม แล้วกลับไปมองลูกหมาป่าสามตัวที่กำลังเบียดกันกลม
"ฉันฆ่าไม่ลงหรอกนะ..."
อคินถอนหายใจยาว เก็บดาบเข้าฝักเสียงดัง กริ๊ก
เขาปลดผ้าคลุมไหล่สีตุ่นๆ ของตัวเองออก ปูลงบนพื้นดินชื้นแฉะ
แล้วค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปอุ้มลูกหมาป่าทีละตัวมาวางบนผ้าอย่างเบามือ สัมผัสของขนปุยๆ และตัวอุ่นๆ ทำให้เขายิ้มออกมา
"พวกแกโชคดีนะที่บัวลอยขอไว้... ไม่งั้นเสร็จเจ้าส้มแน่"
ส้มซ่าสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจ ส่งเสียง ชิ ในลำคอ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง
มันเดินวนไปดมๆ ซากแม่หมาป่าครู่หนึ่ง เหมือนจะไว้อาลัยในแบบของนักล่า ก่อนจะเดินนำทางกลับ
...
อคินเดินกลับเข้ามาในเขตที่พักด้วยสภาพทุลักทุเล ในอ้อมแขนของเขามีห่อผ้าที่ขยับดุ๊กดิ๊กได้
ส่วนโบ้เดินขากะเผลกคอยระวังหลังให้จนถึงบันไดบ้านต้นไม้
เขาวางห่อผ้าลงบนแคร่ไม้ไผ่ในบ้านพักลับของพวกเขา แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ร่างที่เหนื่อยล้า
"แล้วจะเอาไงต่อดี?"
อคินเท้าเอวมองเจ้าตัวน้อย
"ฉันใกล้จะหมดเวลาแล้ว ถ้าทิ้งไว้แบบนี้ พอฉันหลับไป พวกมันตื่นมาเดินเพ่นพ่านคงโดนคนอื่นจับไปฆ่าแน่"
ส้มซ่ากระโดดขึ้นมานั่งบนแคร่ มันมองลูกหมาป่าด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย
ก่อนจะร้องเรียกโบ้ แล้วหันมาทางอคิน
"เอาไปฝาก 'เจ้าทึ่มตัวใหญ่' นั่นสิ... ท่าน 'ปกป้อง' น่ะ... ชอบทำตัวเป็นพ่อพระอยู่แล้ว น่าจะดูแลได้"
"ปกป้องเหรอ?"
อคินเลิกคิ้ว
"จริงสิ... ฉันเคยได้ยินว่าเขาทำสถานที่ฝึกสัตว์ไม่ใช่เหรอ น่าจะช่วยได้ล่ะนะ"
อคินยิ้มกว้าง เขาลูบหัวส้มซ่าเบาๆ จนมันทำท่าจะกัดมือเขาแก้เขิน
"ฉลาดมากส้มซ่า! งั้นฝากพวกนายจัดการต่อด้วยนะ... ฉันคงต้องไปแล้ว..."
ความง่วงงุนมหาศาลเริ่มเข้าครอบงำร่างกายทันทีที่ภารกิจเสร็จสิ้น
มันไม่ใช่ความง่วงธรรมดา แต่เหมือนสวิตช์ไฟในสมองกำลังถูกหรี่ลง
เปลือกตาของอคินหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่ว ขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นเตือนนับถอยหลัง:
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]
[วันนี้เก่งมาก... พักผ่อนซะ ฝันดี]
อคินอ่านข้อความนั้นด้วยตาที่ปรือลงเรื่อยๆ
เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าทำไมระบบถึง 'ใจดี' กับเขาขนาดนี้ เขาแค่คิดว่าเขาโชคดีที่สุดในโลก
"โบ้... ฝากน้องด้วยนะ..." เสียงของอคินค่อยๆ แผ่วลง ลิ้นเริ่มพันกัน
"บัวลอย... อย่าให้ส้มซ่าแกล้งน้องนะ..."
เขาเอนตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆ สายตายังคงมองดูสมาชิกปาร์ตี้ที่กำลังมุงดูลูกหมาป่าสมาชิกใหม่
ภาพทุกอย่างค่อยๆ พร่ามัวและมืดลง
สิ่งสุดท้ายที่เขารู้สึก คือความอบอุ่นในหัวใจที่ได้ช่วยชีวิตน้อยๆ เหล่านี้ไว้
และความมั่นใจว่าเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้... พวกมันจะปลอดภัย
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]