มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 32 กำเนิดตะกรุดมหาศรีเมตา

    ตอนที่ 32 กำเนิดตะกรุดมหาศรีเมตา

     

    หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านท่าเสด็จได้เช้าใจพระฤๅษีคงดีแล้วเขาก็ได้กล่าวเชิญฤๅษีคงให้เข้ามาในงานศพของหลวงตาเสาร์ เพื่อร่วมพิธีกรรมต่อไป..........

     

    “เอ้า! พวกเรารีบไปยกเก้าอี้และหาน้ำหาท่ามาต้อนรับท่านฤๅษีคงกันหน่อย!” ผู้ใหญ่สุขได้หันหน้าไปหากลุ่มชาวบ้านที่กำลังตกอกตกใจกันอยู่ก่อนจะสั่งให้ใครก็ได้ไปยกเก้าอี้และหาน้ำมาต้อนรับท่านฤๅษีคง..........

     

    ขะ.....ขอรับผู้ใหญ่!

     

    “เฮ้อ! ค่อยโล่งอกหน่อย นึกว่าจะเกิดเรื่องเสียแล้วที่แท้ก็เป็นเพื่อนของหลวงตาเสาร์ ที่เป็นพระฤๅษีจำแลงแปลงกายมานี่เอง!”

     

    “เกิดมาข้าพึ่งจะเคยเห็นพระฤๅษีตัวเป็นๆก็ครั้งนี้ละว่ะ!ช่างเป็นบุญตาข้าเสียจริง!”

     

    “พระฤๅษีชอบอาศัยอยู่แต่ในป่าที่ลึกๆออกมาแบบนี้จะตื่นผู้คนไหมนะ!?”

     

    “เอ็งจะบ้าหรือไงวะ!ฤๅษีนะโว้ยไม่ใช่สิงสาลาสัตว์ จะได้ตื่นคน!”

     

    อ่า!

     

    “ก็ข้าไม่เคยเห็นฤๅษีนี่หว่า!”

     

    “เอาเถอะ! พระฤๅษีท่านนี้คงจะเก่งมากเลยถึงกับสามารถแปลงกายเป็นเหยี่ยวตัวใหญ่ที่สง่างามแบบนั้นได้ สุดยอดจริงๆ!”

     

    อื้ม!

     

    หลังจากที่พวกชาวบ้านได้รู้ความจริงของนกเหยี่ยวยักษ์ว่าเป็นใครชาวบ้านหลายๆคนได้พากันพูดคุยซุบซิบถึงเรื่องของพระฤๅษีคงกันยกใหญ่ ก่อนจะได้แยกตัวออกจากกันเพื่อไปทำหน้าที่ของแต่ละคนต่อไป.......

     

     ตุบ ตุบ ตุบ

     

    อึ๊บ อ้า!

     

    ห้านาทีผ่านไป.......

     

     “นี่น้ำกินขอรับ ท่านพระฤๅษีโปรดรับประเคนด้วยขอรับ!”หลังจากที่พระฤๅษีคงได้เดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ที่พวกชาวบ้านได้ยกมาวางรับรองไว้แล้วกล้วยก็ได้ถือน้ำเข้าไปประเคนต่อพระฤๅษีคง ด้วยสีหน้าที่สุขขุมเรียบร้อย เพราะการที่เขาไม่เคยเห็นพระฤๅษีคงมาก่อนเขาจึงไม่กล้าที่จะทำตัวเสียมารยาทเลยทำให้กล้วยทำตัวไม่ถูก.......

     

    “อื้ม ขอบน้ำใจนะพ่อหนุ่มน้อย หน้าตาก็ดีหน่วยก้านก็ใช้ได้เชียวนะเรา ฮิฮิ! สนใจมาเป็นศิษย์ข้าไหมล่ะ? ข้าเก่งนะจะบอกให้” ฤๅษีคงพยักหน้าและยื่นมือทั้งสองข้างไปรับน้ำจากกล้วยก่อนที่เขาจะจ้องมองร่างของกล้วยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดชมกล้วยด้วยรอยยิ้มที่จริงใจรวมถึงชักชวนให้กล้วยมาเป็นศิษย์ของตนด้วยท่าทางภาคภูมิใจ..........

     

    “ไม่เป็นไรขอรับ! เรื่องยกน้ำเป็นหน้าที่ของกระผมอยู่แล้วขอรับแต่เรื่องการเป็นศิษย์........”

     

    อแฮ่ม!

     

    “ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วข้าจะเริ่มขั้นตอนต่อไปเลยแล้วกัน ลำดับต่อไปก็ขอให้ทุกๆคนช่วยสงบนิ่งเป็นเวลาสักสามนาทีเพื่อน้อมส่งดวงวิญญาณให้แก่หลวงตาเสาร์ได้ไปสู่สุคติต่อไป ด้วยบุญกุศลที่ท่านได้ทำและของพวกเราที่ส่งไปให้ท่าน!”

     

    หลังจากที่เหตุการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ปกติแล้วชายชราผู้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ก็ได้ส่งเสียงไอเบาๆขึ้นมา เพื่อที่จะบอกให้ทุกๆคนได้ยื่นขึ้นทำสมาธิน้อมส่งดวงวิญญาณของหลวงตาเสาร์ให้ไปสู่สุคติก่อนจะนำสรีระของหลวงตาเสาร์บรรจุลงในหีบศพในขั้นตอนต่อไป..........

     

    สามนาทีผ่านไป.........

     

    “เอาโลงศพเข้ามาได้! ส่วนพวกผู้ชายตรงนั้นให้เข้ามาช่วยกันยกสรีระของหลวงตาเสาร์ลงไปไว้ในโลง!”เสียงของปราชญ์ชาวบ้านก็ได้ตะโกนขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านไปสามนาทีกับการยืนไว้อาลัยให้กับหลวงตาเสาร์ซึ่งปราชญ์ชาวบ้านได้สั่งให้พวกชาวบ้านที่เป็นผู้ชายเข้ามาช่วยกันยกสรีระของหลวงตาเสาร์ใส่เข้าไปในโลงที่เตรียมเอาไว้แล้ว........

     

    ขอรับท่านผู้เฒ่า!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    “จับร่างของท่านให้ดีๆแล้วยกให้พร้อมๆกันนะพวกเอ็ง!อย่าให้ผิดพลาดล่ะ!” ผู้ใหญ่บ้านส่งเสียงตะโกนเตือนให้ทุกๆคนที่มาช่วยกันยกสรีระของหลวงตาเสาร์ให้ระวังในตอนที่ยกร่างด้วย.........

     

    ขอรับผู้ใหญ่!

     

    หมับ!

     

    อึ๊บ!

     

    ย้าก! หนักจัง!?

     

    ทำไมถึงยกไม่ขึ้นเลยละ?

     

    หลวงตาไม่น่าจะหนักแบบนี้นะ!

     

    “พวกเราไม่สามารถที่จะขยับร่างของหลวงตาเสาร์ได้แม้แต่น้อยเลยขอรับพ่อผู้ใหญ่ พวกเราจะเอายังไงต่อไปดีขอรับ?” หลังจากที่กลุ่มพวกผู้ชายที่มีร่างกายกำยำในหมู่บ้านหกถึงเจ็ดคนได้พากันพยายามออกแรงยกสรีระของหลวงตาเสาร์แล้ว แต่ก็ไม่สารมารถที่จะยกหรือขยับร่างของหลวงตาเสาร์ออกไปไหนได้ดังนั้น ไอ้ทิตที่อยู่ใกล้กับผู้ใหญ่สุข จึงได้ถามขึ้นว่าพวกตนจะทำยังไงต่อไปดีเพราะไม่สามารถยกร่างของหลวงตาเสาร์เข้าไปในโลงศพได้..........

     

    “ถ้าแค่นี้ไม่พองั้น เอ้า! พวกเอ็งที่นั่งกันอยู่ตรงนั้นเข้ามาช่วยพวกข้ายกสิ!” ผู้ใหญ่สุขคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้ตะโกนบอกให้พวกผู้ชายอีกกลุ่มหนึ่งที่พากันนั่งอยู่ด้านหลังสุดของกลุ่มคนที่เข้ามาร่วมงานเพื่อบอกให้พวกเขาเข้ามาช่วยกันยกร่างของหลวงตาเสาร์อีกแรง.........

     

    ขอรับผู้ใหญ่

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    เอาวะ สิบห้าคนแล้ว ครั้งนี้น่าจะยกขึ้นได้ละ!

     

    หมับ หมับ หมับ

     

    เอ้า! หนึ่ง สอง สาม ยก!

     

    อึ๊บ!

     

    ย้าก! ย้าก!

     

    อ้า! แป๊ดดดดดด!!

     

    ใครผายลมวะ!? เหม็นเว้ย!

     

    หลังจากที่ผู้ใหญ่สุขได้เรียกพวกผู้ชายให้เข้ามาช่วยกันยกร่างของหลวงตาเสาร์เพิ่มจนเป็นสิบห้าคนแล้วผู้ใหญ่สุขก็ได้สั่งให้ทุกคนช่วยกันยกอีกครั้ง แต่กระนั้น พวกเขาก็ยังยกสรีระของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาไม่ได้แม้จะใช้แรงไปมากจนมีบางคนเผลอผายลมออกมาก็ตาม.........

     

    “แปลกมาก! ทำไมถึงไม่สามารถยกร่างของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาได้กันนะขนานใช้คนหนุ่มช่วยกันยกตั้งสิบกว่าคน ก็ยังยกไม่ได้!?” ผู้ใหญ่สุขพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่สงสัยและไม่เข้าใจหลังจากที่พวกเขาหลายคนพยายามช่วยกันยกสรีระของหลวงตาเสาร์ แต่ก็ไม่ขยับเลยสักนิด........

     

    “หรือหลวงตาเสาร์จะยังมีห่วงอะไรบางอย่างอยู่พ่อผู้ใหญ่!”ในขณะนั้นไอ้ทิตได้พูดเสริมขึ้นมาหลังจากที่เขาได้คิดถึงความน่าจะเป็นที่ทำให้ยกร่างของหลวงตาเสาร์ไม่ได้........

     

    อ่า!

     

    “มันอาจจะเป็นอย่างที่เอ็งว่ามาก็ได้แค่ห่วงอะไรล่ะที่หลวงพ่อยังติดอยู่?” ผู้ใหญ่บ้านก็คิดเช่นเดียวกันเพียงแต่ไม่ได้พูดออกมาเพราะคิดว่ามันคงไม่เกี่ยวพันธ์กันแต่เมื่อไอ้ทิตพูดขึ้นมาแล้วตรงกับที่ตนคิด เขาจึงได้ให้ความสนใจกับมันแล้วนึกว่าอะไรคือห่วงที่ยังติดอยู่ของหลวงตา......

     

    “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็ใช่ว่าพวกเราจะไม่สามารถทำอะไรกับร่างของ.........”

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    “ช้าก่อนทุกคน ข้ารู้แล้วว่ามันเป็นเพราะเหตุใด!”ในขณะนั้นเอง พระฤๅษีคงก็ได้เดินเข้ามา หลังจากที่เขาได้จับตาดูเหตุการณ์ทุกๆอย่างตั้งแต่ต้นจนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้ยกร่างของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาไม่ได้ ดังนั้นท่านจึงได้พูดขึ้นมาให้ทุกคนหยุดแล้วฟังตน.......

     

    เพราะเหตุใดหรือขอรับท่านพระฤๅษีคง?

     

    นั่นสิ! เพราะเหตุใดหรือขอรับ?!

     

    “พระเสาร์! ท่านอย่าได้ห่วงเลย กระผมฤๅษีคงจะทำตามสัญญาที่ได้รับปากกันเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้อย่างแน่นอนที่ว่าจะให้เรารับเจ้าหนูที่ชื่อกล้วยไปเป็นศิษย์ ท่านจงหลับให้สบายเถอะ!”ฤๅษีคงไม่ได้สนใจคำถามที่พวกชาวบ้านถาม เขาเพียงเดินเข้าไปใกล้ๆร่างของหลวงตาเสาร์ก่อนจะพูดบอกให้หลวงตาเสาร์ปล่อยห่วงที่มีอยู่ เพราะตนจะทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้ว่าด้วยเรื่องที่ให้รับกล้วยไปเป็นศิษย์ของตนก่อนจะหันหลังกลับมาแล้วมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหาใครสักคนแล้วค่อยพูดขึ้นมาว่า “เจ้าหนูคนไหนล่ะที่ชื่อกล้วย เขามานี่สิ!”ก่อนที่เขาจะเรียกหากล้วยเพื่อดูว่าเป็นใคร..........

     

    ตุบ ตุบ ตุบ!

     

    “กระผมเองขอรับ! ท่านพระฤๅษีคง” ในเวลาเดียวกันนั้นกล้วยที่นั่งอยู่ด้านข้างของพระผา ก็ได้ยืนขึ้นและเดินเข้าไปหาพระฤๅษีคงพร้อมกับขานรับว่าตนคือเด็กคนนั้น.......

     

    อื้ม!

     

    หมับ

     

    “เป็นเจ้านี่เองเจ้าหนูนี่ข้าไม่คิดเลยว่าจะเป็นเจ้าที่ชื่อกล้วยและเป็นคนที่พระเสาร์ฝากฝังให้ข้ารับเจ้าไปเป็นศิษย์ดีมาก! เอาละ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนั้น เจ้าหนูกล้วยเอ้ย ไปบอกหลวงตาเสาร์เสียสิว่าเจ้าจะไปกับข้า!เพื่อให้ท่านได้หมดห่วงที่มีอยู่เสีย” หลังจากที่พระฤๅษีคงได้เห็นกล้วยเดินเข้ามาหาแล้วรู้ว่าเป็นเด็กคนเดียวกันกับที่ตนเคยชวนให้มาเป็นศิษย์เขาก็รู้สึกยินดีมาก ก่อนจะได้ยื่นมือไปจับที่หัวไหล่ของกล้วย แล้วจึงได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งบอกให้กล้วยไปกล่าวลาหลวงตาเสาร์รวมถึงบอกรับปากว่าตนจะไปกับพระฤๅษีคงเพื่อให้หลวงตาหมดห่วง........

     

    ขอรับท่านพระฤๅษี!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ!

     

    “หลวงตาขอรับ กระผมสัญญาว่า จะติดตามท่านพระฤๅษีคงกลับไปด้วยและจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจากท่านฤๅษีคงอย่างดีที่สุดไม่ว่าจะท่านพระฤๅษีคงจะมีวิชามากแค่ไหน กระผมก็จะเรียนรู้มาให้หมดเลยขอรับอย่างที่หลวงตาเคยบอกเอาไว้ หลวงตาหลับให้สบายและอย่าได้เป็นห่วงเลยขอรับ!”กล้วยได้ประนมมือขึ้นต่อหน้าร่างที่ไร้วิญญาณของหลวงตาเสาร์ ก่อนจะพูดให้คำมั่นสัญญาว่าตนจะติดตามพระฤๅษีคงเพื่อจะไปศึกษาเล่าเรียนตามที่หลวงตาคาดหวังเอาไว้........

     

    อ๊ะ!

     

    “นี่เจ้าหนูกล้วยพระเสาร์บอกอะไรเจ้าไว้กระนั้นรึ?” พระฤๅษีคงถึงกับตัวสะดุ้งเลยเมื่อได้ยินคำพูดเป็นความในของกล้วยและด้วยความสงสัยท่านจึงได้ถามออกมาอย่างอยากที่จะรู้........

     

    “ไม่มีอะไรหรอกขอรับท่านพระฤๅษีคงหลวงตาเพียงบอกให้ข้าตั้งใจเรียนและเชื่อฟังคำสั่งของท่านพระฤๅษีอย่างเคร่งครัดขอรับ!”กล้วยหันไปตอบกลับพระฤๅษีคงด้วยรอยยิ้ม ซึ่งแท้จริงแล้วที่หลวงตาบอกเขาก็คือให้เขาพยายามประจบพระฤๅษีคงเอาไว้เพื่อที่จะได้เรียนรู้ทุกศาสตร์วิชาที่พระฤๅษีคงมีอยู่ให้หมด และให้กล้วยนำมาปรับแต่งให้มันดีขึ้นแล้วเอามาแกล้งพระฤๅษีคง........

     

    “อื้ม! ดีมากเจ้าหนูกล้วยทำแบบที่พระเสาร์บอกนะดีแล้ว” พระฤๅษีคงยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของกล้วยก่อนที่เขาจะหันไปหาผู้ใหญ่บ้านแล้วพูดขึ้นอีกว่า “เอาละ ทีนี้ก็ให้คนหนุ่มลองยกร่างของพระเสาร์อีกครั้งดูซิ!”ก่อนจะบอกให้ทุกคนลองยกร่างของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาเพื่อใส่เข้าไปในโลงอีกครั้ง.........

     

    ขอรับท่านพระฤๅษีคง!

     

    หมับ!

     

    อ๊า!!

     

    ยกขึ้นแล้ว!

     

    ตุบ!

     

    เรียบร้อยแล้ว!

     

    ห้านาทีผ่านไป.........

     

    หลังจากที่ร่างของหลวงตาเสาร์เข้าไปอยู่ในโลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วจู่จู่ในขณะนั้นเอง.........

     

    วิ้งงงงงงงงงง!!

     

    อ๊ะ!

     

    แสงสีทองนั่นมัน!?

     

    “พวกเราดูสิ! มีแสงสีทองส่องออกมาจากในโลงศพของหลวงตาเสาร์ด้วย!”ไอ้บุญได้ชี้นิ้วไปทางโลงศพของหลวงตาเสาร์ หลังจากที่มันได้ยินพวกชาวบ้านอุทานขึ้นเมื่อเห็นแสงปริศนาสีทองสว่างว้าบมากจากที่ไหนสักแห่ง........

     

    “อแฮ่ม! พวกเจ้ามิต้องตกใจไปดอกนี่คือปาฏิหาริย์ของพระเสาร์ที่แปลเปลี่ยนร่างของตนให้กลายมาเป็นดวงธาตุ ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบสิ่งของใดก็ได้ตามเจตนารมณ์ของเจ้าของส่วนรูปแบบที่พระเสาร์ตั้งใจไว้ ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะเป็นสิ่ง!” ฤๅษีคงได้พูดขึ้นเพื่อจะบอกให้พวกชาวบ้านทั้งหมดที่เห็นเหตุการได้ใจเย็นลงก่อนจะอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น........

     

    “หืม? กระนั้นรึท่านพระฤๅษีคง!” ผู้ใหญ่สุขพยักหน้าด้วยความเข้าใจหลังจากที่เขาได้ฟังกับสิ่งที่ฤๅษีคงพูดจบซึ่งเขาเองก็เคยได้ยินมาบ้างแต่ก็ไม่เคยพบด้วยตาของตนเอง...... 

     

    ตุบ ตุบ ตุบ!

     

    ว้าว!

     

    หมับ!

     

    ตะกรุดกระนั้นรึ?!

     

    วืดดดดดดดดดดด!!

     

    หือ?

     

    ซึ่งในขณะที่ฤๅษีคงยื่นมือลงไปคว้าจับเอาตะกรุดที่อยู่ในโลงศพของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาแสงสว่างสีทองก็พลันหายไปในทันทีและในเวลาเดียวกันนั้นฤๅษีคงก็พลันรู้สึกร้อนที่มือของเขา......

     

    อ๊ะ!

     

    โอม ณะ มะ คลาย ร้อน!

     

    ฟู่ววววววววว!!

     

    “ตะกรุดอันนี้ มีชื่อเรียกว่าตะกรุดมหาศรีเมตามีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับการยอมรับเท่านั้นถึงจะสามารถครอบครองมันได้ซึ่งข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นใครในพวกเจ้า! ดังนั้นแล้วพวกเจ้าจงมาลองทดสอบดูกันเถอะว่าพระเสาร์ตั้งใจที่จะมอบมันให้กับผู้ใด” พระฤๅษีคงได้พูดขึ้นมาเพื่อบอกให้ทุกคนได้รู้ถึงชื่อของตะกรุดที่อยู่ในมือของตนรวมถึงบอกให้ทุกคนมาลองทดสอบจับตะกรุดดูว่าใครกันที่จะได้เป็นเจ้าของตะกรุดอันนี้........

     

    “ข้าอยู่กับหลวงตามานาน ข้าขอเข้าไปจับเป็นคนแรกเองขอรับ!”ไอ้จุกได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่มั่นใจแล้วขอเป็นคนแรกที่จะเข้าไปจับ........

     

    เชิญเลยพ่อหนุ่ม!

     

    ขอรับท่านฤๅษีคง!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    หมับ! โอ้ย!

     

    “ร้อน ร้อน ร้อนโว้ย! ฟู่ว! ฟู่ว!ฟู่ว!” หลังจากที่ไอ้จุดได้เดินเข้าไปจับที่ตะกรุดสีทองได้ไม่เกินสามวินาทีสีหน้าของมันก็พลันเปลี่ยนไปเป็นทรมาน ก่อนจะส่งเสียงร้องตะโกนออกมาเพราะความร้อนจากตะกรุดที่อยู่ในมือดังนั้น มันจะรีบคลายมือที่กำตะกรุดอยู่ออกไปในทันที........

     

    “นี่คือตัวอย่างของคนที่ไม่ได้รับเลือกเอาล่ะ! มีใครจะลองจับดูอีกหรือไม่!?” ฤๅษีคงรู้อยู่แล้วว่าไอ้จุกจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้เพราะเขารู้ว่าพระเสาร์ไม่มีทางมอบมันให้กับคนไร้ความแบบนี้แน่ ดังนั้น ฤๅษีคงจึงได้บอกให้ทุกคนดูไอ้จุกเป็นตัวอย่างแล้วจึงเรียกหาคนต่อไปมาทดสอบ.........

     

    ข้าว่าข้าคงไม่ผ่าน!

     

    ข้าก็ไม่ดีกว่า!

     

    ข้าก็ไม่ขอลองจับหรอก ข้ารู้ตัวข้าดี!แฮะ แฮะ!

     

    หัวเด็ดตีนขาดยังไงข้าก็ไม่จับ!เพราะข้ามันคนบาป!

     

    หลังจากที่เกิดเรื่องกับไอ้จุก พวกชายหนุ่มในงานที่คิดอยากจะลองในตอนแรกก็พากันเปลี่ยนใจไปในทันทีเพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าตนไม่ได้สำคัญขนาดที่จะได้รับมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้จากหลวงตาเสาร์ดังนั้น หลายๆคนจึงไม่กล้าที่จะเข้ามาทดสอบ จนกระทั่งในตอนนั้นเอง.......

     

    “กระผมขอทดสอบได้หรือไม่ขอรับท่านพระฤๅษีคง”

     

    หือ?!

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน