สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 9 ตอนที่ 255 มารและเทพเจ้าแห่งสงคราม

        อันเจิงและเฉินเซ่าป๋ายจ้องไปยังผิวหนังที่กำลังหลุดลอกของตัวเองอย่างไม่อาจควบคุมได้แล้วทั้งสองก็หันมามองหน้ากัน พวกเขาสองคน คนหนึ่งเป็นมารตั้งแต่เกิด ส่วนอีกคนก็เปลี่ยนไปตั้งแต่เกิดใหม่อีกครั้งแต่กลับถูกเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้รับไม่ได้

 

        “นี่คือผิวหนังที่ตายแล้วรึ?” เฉินเซ่าป๋ายกลืนน้ำลายอย่างขมขื่นจากนั้นก็กัดฟันทนความเจ็บแล้วพูดเล่น

 

        อันเจิงตอบกลับ “ถึงแม้จะรู้สึกเจ็บมากแต่ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงจริง ๆ”

 

        ในขณะนี้เองฉีเทียนก็เดินเข้ามาอย่างรื่นเริง “การเปลี่ยนแปลงช้าขนาดนี้หากข้าเป็นพวกเจ้าสองคนคงอายแย่ ยังมีหน้ามานั่งคุยกันตรงนี้อีกรึ?การเปลี่ยนแปลงของพวกเจ้าทั้งสองคนในตอนนี้ สู้ไม่ได้แม้กระทั่งมดตัวหนึ่งเลยด้วยซ้ำออกไปกลิ้งบนพื้นทรายให้ผิวลอกออกให้หมดซะ หากรอให้หนังตายหลุดไปเองจนหมดต้องรอไปถึงเมื่อไหร่!พวกเจ้ามีเวลามาชักช้าแบบนี้รึ?!”

 

        เฉินเซ่าป๋ายอยากด่ากลับ ทว่าอันเจิงห้ามเอาไว้ก่อนพวกเขาทั้งสองคนเดินกลับไปบนพื้นทรายข้างบ่อสายฟ้า อย่าว่าแต่ลงไปกลิ้งเลยเพียงแค่คิดก็รู้สึกเจ็บไปทั้งตัวแล้ว ตอนนี้ผิวหนังกำลังลอกออก แล้วยังต้องไปกลิ้งบนพื้นทรายความเจ็บปวดนี้เป็นความทรมานที่ไม่อยากคิดเลย

 

        อันเจิงกัดฟันกระโดดลงไปนอนบนพื้นทราย เพียงใต้เท้าสัมผัสกับพื้นทรายก็ทำให้เขาเจ็บปวดจนต้องร้องออกมาแล้วเฉินเซ่าป๋ายที่กำลังจะกระโดดตามไป แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของอันเจิงแล้วเขาจึงลังเลทันที

 

        “ลงไป!”

 

        ฉีเทียนลอยเข้ามาจากนั้นก็ถีบไปที่บั้นท้ายของเฉินเซ่าป๋าย ร่างเขาล้มลงไปทันทีขณะที่ร่างสัมผัสกับพื้นทราย ผิวหนังบนร่างก็ถูกับพื้นจนหลุดออกทั้งหมด การที่ผิวชั้นในที่เป็นสีชมพูถูพื้นทรายมันเป็นความรู้สึกที่แค่คิดก็ยังขนลุก

 

        เฉินเซ่าป๋ายทนไม่ไหวและตะเกียกตะกายออกมาแต่เมื่อคลานมาถึงด้านข้างก็ถูกฉีเทียนถีบกลับเข้าไปอีกครั้ง“อย่าหาว่าข้ารังแกเจ้าเลย หากบิดาเจ้ารู้ยังต้องขอบคุณข้าด้วยซ้ำ”

 

        “ทำเป็นพูดดี ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้ากำลังแก้แค้น”

 

        หึ! ฉีเทียนแค่นเสียงออกมา จากนั้นก็พูดขึ้น“หากข้าจะแก้แค้นบิดาเจ้า ข้าก็ต้องไปหาบิดาเจ้า ไม่ใช่มาหาเจ้าหากเจ้าคิดว่าตัวเองทนความลำบากนี้ไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปตอนนี้เลย”

 

        เฉินเซ่าป๋ายหันกลับมามองทางพื้นทรายจึงเห็นอันเจิงกัดฟันกลิ้งตัวอยู่บนนั้น หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งหนังตายบนร่างเขาก็ลอกออกจนหมด แต่เพราะเนื้อชั้นในถูกับทราย หลายตำแหน่งจึงมีเลือดซึม

 

        “น่าจะพอแล้ว”

 

       ฉีเทียนพูดขึ้นหลังจากเห็นหนังตายบนร่างอันเจิงและเฉินเซ่าป๋ายลอกออกจนหมดจากนั้นก็ชี้ไปยังบ่อสายฟ้าด้านหลัง “เข้าไปฝึกต่อ!”

 

        “เจ้านี่มันชั่วจริง ๆ!” เฉินเซ่าป๋ายก่นด่า

 

        “จะบ่มเพาะกายหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเจ้าจะไม่ไปก็ได้”

 

        หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งอันเจิงจึงลากเฉินเซ่าป๋ายเดินไปด้านหน้า แล้วเข้าไปในบ่อสายฟ้าอีกครั้ง ไม่รู้ว่าตอนนี้บ่อสายฟ้าอยู่ในระดับสูงขึ้นหรือฉีเทียนตั้งใจเพิ่มระดับของมัน เพราะเมื่อพวกเขาทั้งสองคนเข้าไปในครั้งนี้บ่อสายฟ้าเพิ่มความโหดร้ายมากกว่าเก่า สายฟ้าก่อนหน้านี้สามารถทำให้พวกเขาลอยขึ้นทว่าครั้งนี้กลับดูดพวกเขาไม่ให้เคลื่อนไหว

 

       ต่อให้อันเจิงและเฉินเซ่าป๋ายคิดจะลุกขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลุกขึ้นได้ เพราะถูกบ่อสายฟ้าดูดติดอยู่กับก้นบ่อและไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลยสักนิดลำแสงจากสายฟ้าคลานขึ้นร่างของพวกเขาทั้งสองเหมือนดังงูจำนวนมากที่กำลังโจมตีเหยื่อพร้อมกันพวกเขาทั้งสองคนทนได้ไม่กี่นาทีก็ถูกสายฟ้าโจมตีจนทนไม่ไหวแล้ว สายฟ้าไหลผ่านร่างกายพวกเขาทั้งสองคนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน และจากภายในออกสู่ภายนอก

 

        หลังจากอดทนได้ครู่หนึ่งอันเจิงก็สลบไปภายใต้ความเจ็บปวดที่มหาศาลแต่เพียงครู่เดียวเขาก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง อันเจิงเคยเป็นผู้ดูแลกรมตุลาการแห่งราชสำนักต้าซีเขารู้วิธีการทรมานมากมาย อย่างน้อยวิธีที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนตายทั้งเป็นก็มีห้าสิบวิธีแล้ว

 

        ทว่าตอนนี้อันเจิงรู้สึกว่าวิธีการทรมานที่เหมือนตายทั้งเป็นยังสู้การหลอมร่างกายในบ่อสายฟ้านี้ไม่ได้เลยไม่รู้เพราะอะไร ตั้งแต่เริ่มถูกพลังสายฟ้าโจมตีจิตใจของเขาก็เริ่มสงบมากขึ้นเรื่อย ๆ เขากลับนึกถึงตอนเด็กที่เพิ่งเริ่มฝึกพลังวัตรอาจารย์ของเขาที่อยู่ในป่าเคยบอกไว้...การบ่มเพาะกายไม่ใช่ความสุขสบายแต่เป็นความยากลำบาก เมื่อผ่านความยากลำบากที่คนทั่วไปทนไม่ได้นั่นถึงเป็นความแตกต่างที่ดูสูงส่ง

 

        จิตใจอันเจิงเริ่มสงบมากขึ้น

 

        ตั้งแต่เข้าเมืองฟางกู้ตัวเขาก็ไม่เคยสงบจิตสงบใจได้เลยสักครั้ง ซึ่งมันก็เป็นเวลานานมากแล้วตอนนี้ความทรมานที่ไม่อาจทนได้กลับทำให้เขานึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งบ่มเพาะกายใหม่ๆ หากจิตใจไม่นิ่ง ต่อให้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างตราประทับท้าทายสวรรค์ก็ตามเขาก็ไม่อาจแข็งแกร่งขึ้นได้ ฉะนั้นเขาต้องทำจิตใจให้สงบและกลับไปยังจุดเริ่มต้นของจิตใจตอนเพิ่งเริ่มบ่มเพาะกายเท่านั้น

 

        ภายใต้การทรมานอันเจิงเหมือนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดบนร่างอีกแล้ว

 

        เขารู้สึกถึงพลังสายฟ้าที่ไหลผ่านเข้าสู่ผิวหนังจากนั้นก็เข้าไปยังทุกรูขุมขนในร่างกาย แล้วเข้าสู่เส้นเลือดในตัว หลังจากสายฟ้าไหลผ่านร่างไปแล้วเขารู้สึกเหมือนร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง

 

        “ไม่สิ”

 

        อันเจิงลืมตาขึ้นอย่างกะทันหันจากนั้นก็มองไปยังเฉินเซ่าป๋าย “พวกเราผิดแล้ว!”

 

        เฉินเซ่าป๋ายถามขึ้น “อะไรผิด?”

 

        “พวกเราคิดมาโดยตลอดว่าสายฟ้านี้ทำลายผิวหนังและร่างกายเราแต่นี่ไม่ใช่เลย...เราไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง แต่เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองต่างหากตอนแรกพลังสายฟ้านี้ทำลายร่างเราไปบางส่วนแต่ร่างกายเราก็เหมาะสมและรับพลังสายฟ้านี้ได้ ฉะนั้นเราต้องคิดว่า จะทำอย่างไรให้พลังสายฟ้านี้ไม่สามารถทำร้ายเราได้อีก”

 

        เฉินเซ่าป๋ายชะงักไป“มันเป็นเรื่องเดียวกันไม่ใช่หรือ?”

 

        “ลองเอาไปคิดดูนะ”

 

        หลังจากพูดจบอันเจิงก็หลับตาลงหลังจากรับรู้ถึงพลังสายฟ้าที่ไหลผ่านร่างแล้ว ผิวหนังเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเส้นเลือดในร่างขยายใหญ่ขึ้นและผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเดิมทีเขาไม่สามารถรับรู้ได้ทั้งหมดฉะนั้นเขาจึงทำได้เพียงใช้จิตรับรู้การเปลี่ยนแปลงบางส่วนเท่านั้นจากนั้นจิตใจของเขาก็ค่อย ๆ สงบมากขึ้นแล้วการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงก็ชัดเจนมากขึ้น

 

        หลังจากผ่านไปหลายนาที อันเจิงก็ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วคำรามขึ้นฟ้า “มาอีกสิ!”

 

        หลังจากเสียงคำรามดังขึ้น พลังสายหนึ่งก็ปรากฏอยู่รอบด้านของอันเจิงขณะที่พลังเหล่านั้นปรากฏ ราวกับสายฟ้ารอบด้านก็มีความรู้สึกโกรธเพราะการต่อต้านจากมนุษย์จากนั้นพลังก็ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว พลังที่พุ่งเข้ามาก็คือพลังสายฟ้าลูกใหญ่นั่นเองแต่เมื่อคลื่นพลังสายฟ้าลูกใหญ่พุ่งเข้ามา สายฟ้าที่อยู่รอบ ๆ ก็ลอยขึ้น

 

        อันเจิงเป็นจุดศูนย์กลางแล้วมีระเบิดกระจายออกไปรอบด้านอย่างบ้าคลั่งจากนั้นคลื่นระเบิดนี้ก็กระจายออกไปรอบตัวอันเจิง แล้วค่อย ๆต้านพลังสายฟ้าที่เข้ามา พลังระเบิดกวาดล้างสายฟ้าภายในรัศมีสิบเมตรรอบตัวอันเจิงไปจนหมด

 

        ฉีเทียนที่ยืนมองเหตุการณ์นี้มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องแล้วหันไปมองอันเจิงด้วยสัญชาตญาณ เขาดูออกว่าพลังวัตรและพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของอันเจิงสู้เฉินเซ่าป๋ายไม่ได้แต่สิ่งที่เขานึกไม่ถึงก็คือ อันเจิงจะรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเขานึกไม่ถึงเลยว่า อันเจิงไม่เพียงแค่รับรู้ถึงความเจ็บปวด แต่ยังใช้สายฟ้ามาเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกด้วย

 

       พลังสายฟ้านี้ไม่ได้ปรากฏเพราะพลังวัตรของอันเจิงข้ามขั้นแต่เพราะอันเจิงกำลังท้าทายพลังสายฟ้าต่างหาก

 

        “น่าสนใจ”

 

        ฉีเทียนกอดอกยืนมองอันเจิง“ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า เจ้าจะอดทนได้นานแค่ไหน”

 

        หลังจากพลังระเบิดของอันเจิงต่อต้านพลังสายฟ้าออกไปพลังสายฟ้าก็เปลี่ยนเป็นขนาดใหญ่ขึ้น จากนั้นบ่อสายฟ้าก็ปรากฏหมอกขึ้นมาหนึ่งชั้นถึงแม้หมอกชั้นนี้จะไม่หนามากแต่มันก็แสดงให้เห็นว่าอันเจิงทำให้บ่อสายฟ้าโกรธแล้ว

 

        พลังสายฟ้าเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆจากนั้นก็เคลื่อนไหวไปมาเหมือนงูยักษ์จำนวนมาก ผ่านไปครู่หนึ่งพลังสายฟ้าที่เหมือนดังงูยักษ์ก็เริ่มพุ่งไปยังอันเจิง เริ่มแรกงูยักษ์มีขนาดใหญ่เท่าแขนเท่านั้นแต่เพียงไม่นานขนาดของมันก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

 

        อันเจิงยังคงยืนนิ่ง แล้วมองพลังสายฟ้าที่ไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

 

        ทันใดนั้น ร่างอันเจิงก็เหมือนจะทนรับการโจมตีนี้ไม่ไหวแล้วพลังสายฟ้าที่โจมตีผ่านร่างเขาราวกับล้อมตัวเขาจนมิด ผิวหนังเขาแตกออกแล้วเริ่มลอกอีกครั้ง

 

        “ช้าเกินไป!”

 

        อันเจิงตะโกนขึ้น แขนทั้งสองข้างยื่นออกไปอย่างรวดเร็วรอบร่างเขาปรากฏพลังอีกครั้ง ทำให้ผิวหนังที่ถูกเผาไหม้หลุดปลิวออกไป

 

        “ความรุนแรงระดับสอง เหมือนดังดาบแทง”ฉีเทียนยืนพูดพึมพำอยู่ด้านข้าง

 

        เขาเพิ่งพูดจบพลังสายฟ้าก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สายฟ้าทั้งหมดหยุดนิ่งชั่วขณะ จากนั้นก็เข้ามารวมตัวกันเหมือนดาบแล้วพุ่งตรงมาหาอันเจิงยามนี้ราวกับมียอดฝีมือจำนวนมากมาโจมตีอันเจิงพร้อมกันกระนั้น

 

        “เข้ามาสิ!” อันเจิงคำรามขึ้นฟ้าด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

 

        บ่อสายฟ้าราวกับถูกยั่วโมโหอย่างถึงที่สุดเพราะอันเจิงท้าทายความเย็นยะเยือกของมัน พลังสายฟ้าที่ราวกับดาบจำนวนนับไม่ถ้วนจึงพุ่งตรงไปยังอันเจิงความเร็วของสายฟ้ามากจนไม่อาจเปรียบได้ หากจะเทียบกับยอดฝีมือแล้วพลังสายฟ้านี้เก่งกาจกว่าหลายเท่า

 

        ฉึก!

 

        พลังสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนทะลุผ่านร่างอันเจิงมันแทงเข้ากลางอกแล้วทะลุออกมาทางด้านหลังขณะที่พลังสายฟ้าทะลุร่างอันเจิงอยู่นั้น มันได้แผ่กระจายพลังไปทั่วร่างทำให้ผมอันเจิงถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน อันเจิงที่ยามนี้หัวล้าน อีกทั้งร่างถูกเผาจนดำช่างดูน่ากลัวยิ่งนัก

 

        ร่างของเขามีดาบเล่มหนึ่งปักคาไว้จากนั้นพลังสายฟ้าก็เริ่มกระจายเข้าสู่ร่างกายผ่านดาบเล่มนั้น

 

        “แค่นี้เองหรือ?”

 

        หึ! อันเจิงแค่นเสียงที่เย็นยะเยือก“ผลกระทบที่ข้าได้รับ ยังสู้การตอบสนองของข้าไม่ได้เลยสักนิด!”

 

        หลังจากอันเจิงพูดขึ้นพลังสายฟ้าก็หายไปทันที ไม่ใช่บ่อสายฟ้าเก็บพลังกลับคืนแต่เป็นอันเจิงที่ดูดพลังสายฟ้าเข้าสู่ร่างกายไปจนหมดเขาไม่เพียงยอมรับพลังที่แข็งแกร่งของสายฟ้า อีกทั้งยังให้บททดสอบอันยิ่งใหญ่แก่ตัวเองด้วย!ร่างกายอันเจิงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดกับผิวหนังก็หดตัวอย่างบ้าคลั่ง

 

        ความเจ็บปวดที่มีในตอนแรก เป็นเพราะพลังสายฟ้าแข็งแกร่งเกินกว่าที่ร่างเขาจะรับได้แต่ตอนนี้ร่างอันเจิงตอบสนองเร็วยิ่งกว่าพลังสายฟ้าเสียอีก ส่วนเส้นเลือดกับผิวหนังที่หดตัวลงเรื่อยๆ นั้น เป็นเพราะกำลังดูดซึมพลังสายฟ้าอยู่!

 

        ฉีเทียนเบิกตาโต “เขา...แปลกประหลาดมาก”

 

       บ่อสายฟ้าเปล่งเสียงที่เย็นยะเยือกผ่านพลังสายฟ้า ราวกับกำลังโมโหถึงขีดสุดจากนั้นหมอกที่บางในตอนแรกก็หนาขึ้นเรื่อย ๆ

 

        ทันใดนั้น พลังสายฟ้าขนาดใหญ่ก็ฟาดลงมาจากฟ้าผ่าลงไปที่หัวของอันเจิง

 

        ฉีเทียนเบิกตาโตกว่าเดิม“เป็นไปได้อย่างไร? บ่อสายฟ้าเพิ่มความรุนแรงไปอยู่ในระดับที่สี่!”

 

        ไม่มีความรุนแรงขั้นที่สามทว่ามันเลื่อนมาเป็นขั้นที่สี่ทันที ถึงแม้ฉีเทียนจะรู้ว่าบ่อสายฟ้านี้เป็นบ่อจำลองเท่านั้นแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าพลังที่ปรากฏจะน่ากลัวมากขนาดนี้ อันเจิงท้าทายบ่อสายฟ้าทำให้บ่อสายฟ้าโมโหอย่างมาก เกรงว่าอันเจิงคงจบไม่สวยแน่ ขณะนั้นฉีเทียนกำลังจะพุ่งออกไปปิดบ่อสายฟ้าทว่าก็ยังสายเกินไปอยู่ดี

 

        ความรุนแรงจากบ่อสายฟ้าระดับสี่เท่ากับคลื่นยักษ์!

 

        พลังสายฟ้ากลายเป็นพายุขนาดใหญ่ที่ลอยวนอยู่กลางอากาศแล้วกดทับมาที่ร่างอันเจิงจนไม่อาจก้าวหนีจากนั้นสายฟ้าที่อยู่รอบด้านก็แปลงเป็นคลื่นขนาดใหญ่ ก่อนจะพุ่งเข้าไปที่ร่างอันเจิงอย่างต่อเนื่อง

 

        “ฮ่า ๆ ๆ...ข้าไม่มีทางแพ้เจ้าเด็ดขาด!”

 

        เฉินเซ่าป๋ายที่อยู่ไม่ไกลออกไปลุกขึ้นอย่างกะทันหันจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ “เจ้าเป็นเพียงเจ้าโง่อันเจิงเท่านั้นข้าต่างหากที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ ข้าไม่ยอมให้เจ้าแย่งความโดดเด่นไปจนหมดหรอก”

 

        เขาเงยหน้าขึ้น “แน่จริงก็เข้ามาสิ!”

 

        หลังจากเสียงตะโกนดังขึ้นพายุที่อยู่กลางอากาศและคลื่นสายฟ้าที่อยู่ในบ่อก็แยกจากกันเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งพุ่งตรงไปยังร่างเฉินเซ่าป๋ายอีกส่วนก็พุ่งตรงไปที่ร่างอันเจิง

 

        “แย่แล้ว!”

 

       ฉีเทียนพุ่งตรงไปยังแท่นควบคุมบ่อสายฟ้าด้านข้าง “หากเป็นแบบนี้ต่อไปบ่อสายฟ้าต้องเพิ่มระดับความแรงอีกแน่ วิญญาณพวกเขาทั้งสองต้องแตกซ่านแน่นอน”

 

        ในขณะนี้เอง ความแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น!

 

       ด้านหลังของอันเจิงปรากฏเงาขนาดใหญ่อย่างกะทันหัน ราวกับเทพเจ้าแห่งสงครามที่ยืนอยู่บนหลังมังกรเงานี้ช่างดูทรงอำนาจและยิ่งใหญ่

 

       ส่วนด้านหลังเฉินเซ่าป๋ายก็มีกลุ่มเงาดำปรากฏขึ้น มือซ้ายของเงานี้ถือของที่มีลักษณะคล้ายเคียวส่วนมือขวาก็ถือร่มสีดำคันหนึ่ง

 

        ไม่ว่าพลังสายฟ้าจะดุร้ายมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจจู่โจมเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคนได้!

 

        “ทำลายซะ!” อันเจิงและเฉินเซ่าป๋ายคำรามเสียงดังจากนั้นมารและเทพเจ้าแห่งสงครามก็พุ่งไปด้านหน้า!

 

        คลื่นสายฟ้าขนาดใหญ่ถูกทำลายจนแตกสลายทันใดนั้น บ่อสายฟ้าก็ชะงักไป จากนั้นก็หดตัวเล็กลงด้วยความกลัว!