ซ่งติง พูดคุยกับปี 1 ที่เข้าชมรมได้ไม่นาน ทีมตัวจริงทีม A กับทีม B ก็ได้เวลาพักหลังจากซ้อมแข่งกัน ซ่งติงจึงได้แนะนำสมาชิกทีมตัวจริงให้พวกไป่ฉีรู้จัก ก่อนจะเริ่มให้ปี 1 ลองแข่งกับทีมของปี 2 ดู แน่นอนว่าแบ่งทีมเหมือนเมื่อครู่ ผลที่ได้ชวนตกตะลึงมาก เพราะทีมของพวกปี 2 ไม่สามารถฝ่าเข้าไปทำแต้มได้แม้แต่แต้มเดียว ส่วนทีมปี 1 นั้นสามารถทำแต้มได้จากลูกชู้ตของต้าถงกับไป่ฉีเท่านั้น
“นายคิดว่าไงฉีรุ่ย (จูฉีรุ่ย)” ซ่งติงถาม ขณะที่เขากำลังดูการแข่งของทีมปี 1 กับปี 2
“ปี 1 ที่โดดเด่นมากคงเป็น 2 คนที่เล่นเป็นเซ็นเตอร์ นอกนั้นยังไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่ ที่จริงให้ไป่ฉีเป็นพอยท์การ์ดน่าจะได้ ทักษะการส่งบอลของเขาแม่นยำมากกว่าต้าถง” จูฉีรุ่ย ที่เป็นรองกัปตันทีมกล่าว
หลังจากดูความสามารถของปี 1 แล้ว ซ่งติงได้ให้พวกปี 1 กลับกันได้เลย พรุ่งนี้เขาจะเตรียมโปรแกรมฝึกของแต่ละคนให้ พวกไป่ฉีจึงชวนกันไปอาบน้ำที่ห้องน้ำของโรงยิม ส่วนนักเรียนหญิงข้างนอก ต่างรีบหาทางถ่ายภาพของไป่ฉีในห้องน้ำให้ได้ งานดีขนาดนี้พวกเธอไม่มีทางพลาดแน่
‘ท่านจะให้ทำยังไงดีครับ’ หน่วยสอดแนมถามไป่ฉี
‘ขอแค่ไม่กระทบกับชื่อเสียง ก็ปล่อยไป แต่ถ้ากระทบ ทำลายกล้องทิ้งซะ’ ไป่ฉีสั่ง
‘ครับ’ หน่วยสอดแนมรับคำสั่ง
ห้องอาบน้ำนี้เป็นห้องอาบน้ำแบบรวม มีเพียงฝักบัวเรียงราย 2 ข้าง ไม่มีการกั้นห้องใด ๆ ทั้งสิ้น แน่นอนว่าการอาบน้ำนั้นเหล่าชายหนุ่มต่างเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่ปิดส่วนสงวนไว้เท่านั้น
“โห ไป่ฉี ต้าถง พวกนายหุ่นลีนมาก ทำยังไงฉันถึงจะมีกล้ามขยี้ใจสาวแบบนี้บ้าง”
“พวกนายเล่นมากี่ปีแล้วน่ะ”
“อยากมีกล้ามหน้าท้องบ้างแฮะ จับหน่อยได้มะ”
“แข็งโคตร นี่กล้ามหน้าท้องหรือก้อนหินเนี่ย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าจับตรงนั้นสิ มันจั๊กจี้” ต้าถงหัวเราะ
บรรยากาศภายในห้องอาบน้ำเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและหัวเราะของนักเรียนชายปี 1 ชมรมบาส ส่วนด้านนอกนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจากกำเดาที่ไหลจากจมูกของนักเรียนหญิงแทบไม่หยุด มือยังคงรัวชัตเตอร์ไม่หยุด ภาพพวกนี้เธอต้องเอาไปอัดแล้วติดฝาห้องนอน ไม่สิ เอาไปสกรีนปลอกหมอนข้างมานอนกอดน่าจะเหมาะกว่า
“ฉันเริ่มจะเวียนหัวแล้ว”
“ฉันด้วย หน้ามืด สงสัยคงเสียเลือดเยอะเกินไป”
“แต่ว่าภาพได้มาแล้ว พวกเราถอนกำลังเถอะ ไม่งั้นได้ตายก่อนภารกิจจะสำเร็จ”
“รับทราบ”
เหล่าหญิงสาวสลายตัวไปจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันที่ห้องอาบน้ำของชมรมฟุตบอล มู่ซื่อเฉิงกำลังอาบน้ำไปด้วย หยอกล้อกับเพื่อนปี 1 ที่เข้าชมรมมาพร้อมกัน เล่นกันไปเล่นกันมาก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อผ้าขนหนูของมู่ซื่อเฉิงเกิดหลุด ทำให้มู่น้อยที่ขนาดใหญ่ปรากฏต่อสายตาของหญิงสาวที่กำลังแอบถ่ายภาพอยู่ หากแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น
พรูด (เสียงเลือดกำเดาพุ่ง) น้ำพุสีแดงฉานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน
“ตาย ๆ ฉันตายตาหลับแล้วค่ะ”
“ดาเมจแรงมาก ใครถ่ายไว้ได้บ้าง”
“ฉากเมื่อครู่ ถ่ายไม่ทัน สตั๊นค่ะ”
“ใครถ่ายได้บ้าง”
“ไม่ได้เลยค่ะ”
“พวกเธอทำอะไรกันน่ะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งเดินมาเห็นกลุ่มหญิงสาวที่มีเลือดกำเดาไหล จับกลุ่มคุยกัน เธอจึงถามดู นักเรียนหญิงคนนี้มีเส้นผมสีดำตรงยาวทิ้งตัวอย่างสวยงาม ใบหน้าเฉยชา แต่งดงาม
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขอตัวนะคะ”
“ใช่ค่ะ พวกเธอรอฉันด้วยสิ”
เหล่านักเรียนหญิงสลายตัวกันไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นักเรียนหญิงที่เป็นคนถามอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกนั้นมาทำอะไรกันตรงนี้ พอเธอได้ยินเสียงนักเรียนชายดังออกมา เธอก็พอเข้าใจได้ว่านักเรียนหญิงพวกนั้นมารวมตัวกันทำไม
“พวกนายอาบน้ำระวังกันหน่อย เมื่อกี้มีนักเรียนหญิงมาแอบถ่ายภาพพวกนายนะ” นักเรียนหญิงคนนี้ตะโกนบอกพวกผู้ชายที่กำลังอาบน้ำอยู่
“โอ๊ะ ขอบใจมาก ว่าแต่เธออย่าแอบดูพวกเรานะ” มู่ซื่อเฉิงตะโกนกลับออกไป
“ฉันไม่ดูให้เสียลูกตาหรอกนะ อาบ ๆ ให้เสร็จซะ” นักเรียนหญิงที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มตอบกลับมาเธอไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ตอบสวนกลับไปก่อนจะเดินจากไป
ที่ห้องอาบน้ำของโรงยิมศิลปะการต่อสู้ ตอนนี้หลี่ซีหยานกับไป๋หู่กำลังอาบน้ำอยู่เช่นกัน พวกปี 1 ที่เข้ามาด้วยกันส่วนใหญ่ต่างชำนาญศิลปะการต่อสู้ เมื่อเจอกระบวนท่าที่ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานใช้ พวกเขาจึงให้ความสนใจกับทั้ง 2 คนไม่น้อย รวมถึงรุ่นพี่ในชมรมด้วย แน่นอนว่าบางคนจำไป๋หู่กับหลี่ซีหยานได้ เพราะการต่อสู้โดดเด่นตั้งแต่ตอนที่พวกเขามาทัศนศึกษาคราวก่อน
“กรี๊ด” เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำให้นักเรียนชายปี 1 ที่กำลังอาบน้ำรีบวิ่งออกไปดู ด้วยสภาพผ้าขนหนูผืนเดียว แน่นอนว่าคนอื่นในชมรมตามออกมาด้วย
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือหญิงสาวจำนวนมากดูหวาดกลัว พวกเธอถอยไปจนหลังติดกำแพง บนพื้นมีกล้องหลายตัวแตกกระจุย บางชิ้นก็เป็นเศษซากสมาร์ทโฟน ซึ่งสาเหตุของความหวาดกลัวมาจากนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ถือดาบไม้เอาไว้
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” หลี่ซีหยานถาม
“ยัยพวกนี้มาแอบดูพวกผู้ชายชมรมเราอาบน้ำน่ะ แค่นั้นไม่พอยังแอบถ่ายรูปด้วย” นักเรียนหญิงที่ถือดาบไม้กล่าว
“น่ากลัวชะมัด” ไป๋หู่มองไปยังกลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มนั้น
“พวกนายควรระวังมากกว่านี้ อย่างน้อยก็ต้องฝึกการสัมผัสตัวตนหรือสัมผัสจิตของคนที่มุ่งตรงมายังตัวเอง” นักเรียนหญิงที่ถือดาบไม้กล่าว
“ยังไงก็ขอบคุณมาก” หลี่ซีหยานกล่าว
“ไม่เป็นไร ชมรมเดียวกัน” นักเรียนหญิงที่ถือดาบไม้กล่าว
“พวกเธอไปเถอะ อย่าทำอีก ไม่งั้นพวกเราจะรายงานเรื่องนี้ให้อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม” หลี่ซีหยานเดินเข้าไปหากลุ่มนักเรียนหญิง ก่อนจะตำหนิกลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มนี้ และขู่อีกเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ ที่หลังจะไม่ทำ (ให้จับได้) อีกแล้ว”
“ขอโทษค่ะ รอฉันด้วยสิ”
เสียงกล่าวขอโทษดังขึ้นต่อเนื่อง ก่อนที่นักเรียนหญิงกลุ่มนี้จะรีบจากไปอย่างรวดเร็ว นักเรียนหญิงที่ถือดาบไม้มองหลี่ซีหยานอยู่นานพอสมควรจนหลี่ซีหยานต้องถาม
“หน้าผมมีอะไรติดเหรอ” หลี่ซีหยานถาม
“แค่สงสัยว่านายยอมปล่อยไป โดยไม่รายงานอาจารย์เหรอ” นักเรียนหญิงที่ถือดาบไม้ถาม
“ไม่ล่ะ จากนี้ไปฉันจะระวังตัวให้มาก ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ” หลี่ซีหยานถาม
“ฉันชื่อสุ่ยเซียน ปี 2 เป็นรุ่นพี่พวกนาย ไม่ว่าจะปี 2 หรือปี 3 ทุกคนเรียกฉันว่าเจ๊สุ่ย” สุ่ยเซียนกล่าว
“เข้าใจแล้ว พวกเราขอตัวไปอาบน้ำต่อล่ะ” หลี่ซีหยานกล่าว เขาไม่อยากยืนอยู่ข้างนอกในสภาพนี้สักเท่าไหร่ เพราะเขาเห็นพวกนักเรียนหญิงที่อยู่แถวนั้นมองมา บางคนก้มหน้าที่แดงไปจนถึงใบหูหลังจากมองสภาพพวกเขาที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว
“รีบ ๆ เลย อย่าให้พวกนั้นเห็นเปรตเดินตอนกลางวัน” สุ่ยเซียนกล่าว ทำให้ปี 1 หลายคนที่มั่นใจในรูปร่างของตนต้องรีบกลับเข้าห้องน้ำไปโดยด่วน
ขณะที่หลี่ซีหยานกับไป๋หู่กำลังอาบน้ำ สุ่ยเซียนเดินเข้ามาแบบไม่สนใจ เธอถอดเสื้อผ้าทุกชิ้น เหลือเพียงผ้าขนหนูผืนน้อยปกปิดส่วนลับและบั้นท้ายของเธอ เหล่านักเรียนชายปี 1 จ้องมองหน้าอกของสุ่ยเซียนจนแทบไม่กระพริบตา
“จะมองกันอีกนานไหม อาบเสร็จแล้วก็รีบออกไปซะ ถ้าไม่อยากโดนฉันตีจนต้องส่งโรงพยาบาล” สุ่ยเซียนกล่าว ทำให้พวกนักเรียนปี 1 รีบจากไปโดยเร็ว ในใจก็คิดว่ารุ่นพี่สุ่ยเซียนช่างเป็นคนที่ดุร้ายยิ่งนัก แต่ก็มีคนหนึ่งที่ใจกล้าเดินเข้าไปหาสุ่ยเซียน
“อืม ขนาดพอ ๆ กับพี่สาวผมเลย ถ้าเจ๊สุ่ยเข้ามหาวิทยาลัยน่าจะชนะพี่สาวผมได้ในด้านขนาดล่ะนะ” ไป๋หู่กล่าวยังไม่ทันจบดี เขาก็ต้องรีบหลบหมัดของสุ่ยเซียน ตามด้วยลูกเตะที่รวดเร็ว
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ออกไป” สุ่ยเซียนดูดุร้ายขึ้น สีหน้าแสดงความไม่พอใจกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอ
“เกี่ยวสิที่นี่ห้องน้ำชายนะ เจ๊เข้ามาแบบนี้ได้ไง ทำไมไม่ไปใช้ห้องน้ำหญิงล่ะ” ไป๋หู่ถาม สำหรับเขาการแหย่สุ่ยเซียนก็เหมือนกับที่เขาแหย่พี่สาวของเขานั่นแหละ เขารู้สึกว่าสุ่ยเซียนนิสัยคล้ายกับพี่สาวเขามาก ตั้งกำแพงป้องกันตัวเองจากคนอื่น แต่ถ้าเป็นคนที่ถูกใจ เธอจะเปิดใจให้แบบไม่มีข้อแม้ เหมือนไป่ฉีกับมี่หมิงที่สามารถเปิดใจพี่สาวของเขาได้
“วันนี้ห้องอาบน้ำหญิงปิดซ่อม ท่อมันรั่วตั้งแต่เช้า เพิ่งมีคนสังเกตเห็นตอนที่จะไปใช้ห้องน้ำ ตอนนี้ช่างซ่อมอยู่ ฉันเหนียวตัวมากเลยไม่รอ ก็เลยมาอาบที่นี่” สุ่ยเซียนกล่าว
“งี้นี่เอง ว่าแต่เจ๊สุ่ย ไว้ว่าง ๆ เรามาแลกเปลี่ยนวิชากันหน่อยไหม” ไป๋หู่ถาม
“ได้ ว่าแต่นายชื่ออะไร” สุ่ยเซียนตอบตกลงและถามชื่อเด็กปีหนึ่งที่กำลังคุยกับเธอ
“ผมชื่อไป๋หู่ ปี 1 ไว้เจอกันใหม่นะเจ๊” จากนั้นไป๋หู่ก็ออกจากห้องน้ำไป
“ขอโทษแทนหมอนั่นด้วยนะครับ หมอนั่นเป็นคนซื่อน่ะ” หลี่ซีหยานที่ยังอาบน้ำอยู่กล่าว
“รู้ คุยกับฉัน เขามองหน้า ไม่ได้มองหน้าอกฉัน ก็พอจะบอกได้ว่าไม่ได้มีเจตนาลวนลาม” สุ่ยเซียนกล่าว
“ถ้ามีอะไรที่ต้องใช้แรง เรียกใช้ได้นะครับ ยังไงผมกับเขาก็เป็นรุ่นน้องในชมรม ผมชื่อหลี่ซีหยาน ปี 1 ครับ” หลี่ซีหยานกล่าวก่อนจะปิดวาล์วฝักบัว
“ได้ แต่ฉันไม่ชอบให้คนทำอะไรให้ฟรี ๆ หรอกนะ” สุ่ยเซียนกล่าว
“ครับ ผมไปก่อนนะ รุ่นพี่สุ่ยตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมบอกคนอื่นให้ว่าพี่ใช้ห้องน้ำอยู่” หลี่ซีหยานกล่าว
“ขอบใจนะ แปปเดียวเจ๊ก็อาบเสร็จแล้ว” สุ่ยเซียนกล่าวก่อนจะเริ่มใช้สบู่ถูตัว
หลี่ซีหยานเดินออกไปแต่งตัว เมื่อเดินออกมามีพวกรุ่นพี่ในชมรมจะเข้าไปอาบน้ำ หลี่ซีหยานรีบบอกว่ารุ่นพี่สุ่ยเซียนอาบอยู่ ผลคือทุกคนต่างนั่งรอกันข้างหน้าทั้งหมด
“ทำไมสีหน้ารุ่นพี่ไม่ค่อยดีเลยล่ะครับ” หลี่ซีหยานถาม
“นั่นสิ” ไป๋หู่เองก็อดสงสัยไม่ได้
“นายไม่รู้อะไร สุ่ยเซียนน่ะมีฉายาในชมรมว่า ราชินีน้ำแข็ง เธอเย็นชาและดุร้ายมาก ที่ทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าจีบเธอเพราะแค่แตะตัวเธอ คนคนนั้นจะโดนเธอเล่นงานจนต้องเข้าโรงพยาบาลทุกราย” รุ่นพี่ในชมรมเล่าถึงวีรกรรมของสตรีที่ดุร้ายที่สุดในชมรม
“ผมเข้าไปคุยกะเจ๊สุ่ยใกล้ ๆ ไม่เห็นเจ๊แกจะทำอะไรเลย” ไป๋หู่กล่าว
“เป็นไปได้ไง นายใกล้เธอขนาดไหนล่ะ” รุ่นพี่ในชมรมถาม
“1 เมตร” ไป๋หู่ตอบ คำตอบของเขาทำให้พวกรุ่นพี่ในชมรมหันมามองไป๋หู่ด้วยสายตาตกตะลึง
“ไม่โดนอะไรเลยเหรอ” รุ่นพี่ในชมรมถามย้ำ
“ไม่โดน เจ๊สุ่ยใจดีจะตายไป เหมือนพี่สาวผมเลย” ไป๋หู่ตอบ
“ท่านอาจารย์ โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วย” เหล่ารุ่นพี่ในชมรมต่างคุกเข่าให้ไป๋หู่ ในความใจกล้า แถมยังรอดจากการลงมือของสุ่ยเซียนมาได้ด้วยอาการครบ 32 ทำให้พวกรุ่นพี่ในชมรมนับถือไป๋หู่ขึ้นมาทันที
ในชมรมนี้ต่างรู้กันดีไม่ว่าชายหรือหญิง ถ้าเข้าใกล้สุ่ยเซียน ไม่ว่ากรณีใด ๆ มีอันต้องเจ็บตัวทุกราย สุ่ยเซียนไม่มีแม้แต่คู่ซ้อมศิลปะการต่อสู้ เพราะเธอไม่รู้จักคำว่าออมมือ แต่นักเรียนปี 1 ที่ชื่อไป๋หู่กลับสามารถรอดเงื้อมมือนางพญาประจำชมรมมาได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“อาบเสร็จแล้ว ใครจะไปอาบก็เข้าไป” สุ่ยเซียนเดินออกมา เธอกำลังใช้ผ้าขนหนูค่อย ๆ เช็ดผมให้แห้ง หากมองจากภายนอกเธอเป็นคนสวยมาก เพียงแต่นิสัยห้าว ๆ ดุร้ายและบรรยากาศชวนให้คนไม่อยากเข้าใกล้ ทำให้เธอยังคงเป็นสาวโสดที่ไม่มีใครกล้าจีบเพราะกลัวตายนั่นเอง
“เจ๊สุ่ย ผมมีนมแพะติดมา 2-3 ขวด เจ๊ดื่มหน่อยไหม ถือว่าขอบคุณเรื่องที่ช่วยเหลือเมื่อครู่นี้” ไป๋หู่ยื่นนมแพะไปทางสุ่ยเซียน 1 ขวด
“ไม่เกรงใจนะ” สุ่ยเซียนรับไปขวดนมจากไป๋หู่ มือของทั้ง 2 คนสัมผัสกันชั่วครู่ แต่นั่นกลับทำให้พวกรุ่นพี่ทั้งในชมรมมองจ้องกันตาถลน สุ่ยเซียนเปิดฝาขวดแล้วกระดกขึ้นดื่มทันที
“เป็นไงบ้างครับ” ไป๋หู่ถาม นี่เป็นนมแพะที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูลไป๋ ถ้าให้พูดตรง ๆ คือตระกูลไป๋นั้นถือครองส่วนแบ่งตลาดอาหารสำเร็จรูปในประเทศมังกรทองกว่า 5 ใน 10 ส่วน นมแพะนี่เป็นเพียง 1 ในกิจการของตระกูลเท่านั้น
“อร่อยดี แต่ถ้าจำไม่ผิดนมยี่ห้อนี้ค่อนข้างแพงนะ ให้เจ๊ดื่มไม่เป็นไรเหรอ” สุ่ยเซียนถาม เธอเพิ่งเคยลิ้มลองนมแพะยี่ห้อนี้เป็นครั้งแรก ทั้งความหอม ความมัน ทำให้เธอประทับใจมาก แน่นอนว่ารวมถึงตัวคนให้ด้วย
“ไม่เป็นไรครับ” ไป๋หู่ยิ้ม
“งั้น เอาแบบนี้ไหม ช่วงที่พวกนายอาบน้ำเจ๊จะเฝ้าให้ แลกกับนมแพะขวดหนึ่ง” สุ่ยเซียนส่งยิ้มทรงเสน่ห์ออกมาให้ทุกคนได้เห็น
“ตาบอดแล้ว”
“เจ๊สุ่ยยิ้ม นี่มันวันสิ้นโลกแล้วมั้ง”
“ไม่น่าเชื่อ ราชินีน้ำแข็งยิ้มด้วยล่ะ”
“รุ่นพี่สุ่ยยิ้มสวยมากเลยค่ะ”
หลายคนในชมรมต่างตกใจ พวกเขายิ่งมองไป๋หู่ด้วยความนับถือ ที่สามารถคุยกับสุ่ยเซียนได้หลายคำ ซ้ำยังทำให้เธอยิ้มได้อีก เห็นทีพวกเขาต้องขอคำแนะนำจากไป๋หู่บ้างแล้ว
“ดีเลยครับเจ๊ พวกผมจะได้อาบน้ำกันอย่างสบายใจ ว่าแต่เจ๊ชอบการประลองแลกเปลี่ยนวิชามากไหม” ประโยคสุดท้ายไป๋หู่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ สุ่ยเซียนพร้อมกับพูดเสียงเบา ๆ พอให้ได้ยินกันแค่ 2 คน ส่วนคนอื่นต่างยืนลุ้นว่าไป๋หู่จะโดนสุ่ยเซียนซ้อมจนถูกนำส่งโรงพยาบาลรึเปล่า แต่ผลที่ได้ทำให้พวกเขาต้องทึ่งอีกครั้ง
“ทำไมรึ” สุ่ยเซียนถาม
“มียอดฝีมือคนหนึ่ง แต่เขาอยู่ชมรมบาส ถ้าเจ๊ชอบการต่อสู้ ไว้ผมนัดเขามาลองแลกเปลี่ยนวิชากับเจ๊ดู” ไป๋หู่กล่าวเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่ 2 คน ส่วนคนอื่นต่างพยายามฟังว่าไป๋หู่พูดอะไรกันสุ่ยเซียน
“ได้ ฉันจะรอ ถือว่านายรับปากแล้วนะ ถ้าอยากให้เจ๊ชี้แนะวิชาล่ะก็ บอกมาได้เสมอ เจ๊ว่าง” สุ่ยเซียนกล่าว
‘ว่างกับผีสิ เธอเล่นหักกระดูกทุกคนที่แลกเปลี่ยนวิชาด้วย คนไม่มีใครกล้ายุ่ง ยังจะมีหน้ามาบอกว่าว่างเสมออีก’ รุ่นพี่ปี 2 กับปี 3 คิดในใจ
“ครับ ชี้แนะผมด้วย” ไป๋หู่ยิ้ม
วันนี้ของพวกไป่ฉีผ่านพ้นไป ขณะที่วันของนักเรียนหญิงชมรมสุนทรียภาพของสตรี เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เครื่องพิมพ์ (printer) ภายในห้องชมรมยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ภาพของชายหนุ่มปี 1 ที่เป็นที่กล่าวถึงกำลังถูกพิมพ์ออกมา เสียงหญิงสาวต่างร้องด้วยความตื่นเต้น บ้างก็มีเสียงหัวเราะแปลก ๆ ชวนขนลุก จนคนที่เดินผ่านห้องชมรมถึงกับวิ่งเพราะคิดว่าผีหลอก จากนั้นห้องนี้ก็ถูกเหล่านักเรียนลือกันว่าเป็นห้องผีสิง
______________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
