กลิ่นคาวเืจางๆผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็เอกลักษณ์ประจำร้าน “บัวหมูสด” ตึกแถวสามคูหาที่ทั้งตึกก็มีมีแต่ร้านนี้ร้านเดียวจะเรียกตึกแถวก็คงไม่ถูกนักในตลาดย่านชานเมืองที่ดูภายนอกก็เหมือนร้านชำแหละเนื้อหมูทั่วไป บัว ในวัยยี่สิบปลายๆ ยืนอยู่หลังเค้าเตอร์คิดเงินโดยมีแก้วพนักงานเขียงหมูที่มาคอยช่วยหั่นหมูยืนหลังเขียงไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่เพื่อช่วยจัดแต่ง สับ หรือเลาะเนื้อหนังตามที่ลูกค้า้า มือแข็งแรงของแก้ว ตวัดมีดปังตอลงบนก้อนเนื้อหมูสามชั้นอย่างคล่องแคล่วเสียงมีดกระทบเขียงดัง ฉับ! ฉับ! เป็จังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าของเขานิ่งสนิทไร้แววเหน็ดเหนื่อยสายตาคมกริบจดจ้องอยู่กับชิ้นเนื้อตรงหน้าเหมือนมันคืองานศิลปะชิ้นเอกแก้วเป็พนักงานที่บัวจ้างมาช่วยแค่่เช้าๆ ที่ลุกค้าเยอะเท่านั้น
ลูกค้าทั่วไปต่างรู้ดีว่าเนื้อหมูร้านเจ๊บัวนั้นสดสะอาด และคัดเกรดมาอย่างดี ทั้งยังเป็ร้านที่จำหน่ายอาหารแช่แข็งหลากหลายอย่างชนิดที่ลูกค้ามาที่เดียวจะได้ของครบ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในห้องเย็นทึบแสงด้านหลังร้าน... มี “เนื้อเกรดพิเศษ” ที่บัวไม่ได้มีไว้ขายให้คนทั่วไปมันมีเพื่อคนพิเศษเท่านั้น
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูดูไม่เข้ากับบรรยากาศตลาดสดแม้แต่น้อย เพลง เ้าของร้านอาหารฟิวชันชื่อดัง“Melody’s Table” เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละมุนที่ทำให้บัวต้องละสายตาจากเค้าเตอร์
“วันนี้มีเนื้อดีๆ ให้เพลงไหมคะพี่บัว?” เสียงหวานเอ่ยถาม สายตาของเพลงไม่ได้มองที่เนื้อสดบนเขียงหมูหรือไม่แม้แต่จะเดินไปดูตู้แช่เนื้ออื่นๆในร้านเลยแต่เพลงมองมายังเ้าของร้านคนสวยและส่งสัญญาณบางอย่างที่รู้กันแค่สองคน
บัวส่งยิ้มบางๆ ที่ดูอบอุ่นให้คนตรงหน้า “ระดับน้องเพลงแล้ว พี่เตรียมของที่ดีที่สุดไว้ให้เสมอค่ะ เข้ามาดูข้างในสิ”
บัวเปิดประตูสแตนเลสหนาบึ้งนำทางเพลงเข้ามาในห้องแช่แข็งไอเย็นพวยพุ่งออกมาจนผิวเนื้อเยือกแข็ง บนตะขอเกี่ยวเหล็กกล้าที่ห้อยลงมาจากเพดานมีร่างที่ถูกถลกหนังและชำแหละเอาอวัยวะภายในออกไปหมดแล้ว รูปร่างของมันคล้ายหมู...แต่โครงกระดูกและสัดส่วนนั้นยาวเกินกว่าจะเป็สัตว์สี่เท้า มันคือร่างของชายหนุ่มนักพนันที่ชอบมาทำร้ายร่างกายแม่ค้าในตลาดเมื่อสามวันก่อนบัดนี้กลายเป็วัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกบ่ม (Aging) ได้ที่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ
เพลงเดินเข้าไปใกล้ร่างบางไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือสะอิดสะเอียนแม้แต่น้อยนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามชั้นไขมันและมัดกล้ามเนื้อสีแดงสดช้าๆดวงตาของเธอเป็ประกายระยิบระยับเหมือนเด็กเจอของเล่นชิ้นโปรด
“สวยงามมากค่ะพี่บัว... มัดกล้ามเนื้อแน่นกำลังดีเลยรอบนี้ได้ไม่ยังไงคะ” เพลงหันมาถาม ตาหวานเชื่อม บัวเดินเข้าไปประชิดด้านหลังของเพลงมือที่เพิ่งล้างสะอาดเอื้อมไปกุมมือของเพลงให้ลูบไล้เนื้อชิ้นนั้นด้วยกัน “อยู่ๆก็เดินเข้ามาชนบังตอค่ะ แต่น้องเพลงต้องชอบแน่ๆพี่ ‘คัดสรร’ คนที่ไม่ค่อยทำประโยชน์ให้โลกน่ะเนื้อพวกนี้ไขมันแทรกกำลังสวย... เหมาะกับฝีมือของเพลงที่สุด”
เพลงหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนจะหันกลับมาสบตากับบัว ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบกลิ่นไอเย็นและกลิ่นเนื้อสดเคล้าคลออยู่รอบตัว “ขอบคุณนะคะพี่บัวถ้าไม่มีเนื้อพิเศษของพี่...ร้านของเพลงคงไม่ฮิตในหมู่พวกเศรษฐีกระเป๋าหนักขนาดนี้หรอกค่ะ”
.
.
ค่ำคืนอันเงียบสงบที่ร้าน“Melody’s Table” ร้านอาหารหรูหราที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกใจกลางเมืองที่นี่ต้อนรับเฉพาะลูกค้า VIP ที่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าเป็เดือนๆและคืนนี้เป็คืนพิเศษที่มีการเสิร์ฟเมนู “Secret MeatCourse” ที่เหล่าผู้มีอิทธิพลและนักธุรกิจชื่อดังต่างยอมจ่ายเงินหลักแสนเพื่อได้ลิ้มลอง
ในห้องครัวส่วนตัวที่มีเพียงเพลงคนเดียวหญิงสาวกำลังขะมักเขม้นกับการปรุงอาหาร ร่างบางในชุดเชฟสีขาวดูสง่างาม เนื้อเกรดพิเศษที่บัวส่งมาให้เมื่อบ่ายถูกหั่นเป็ชิ้นเต๋าขนาดพอดีคำนำไปเซียร์ บนกระทะร้อนฉ่าจนผิวนอกเป็สีน้ำตาลทอง กลิ่นหอมเย้ายวนใจโชยออกมามันเป็กลิ่นที่ละมุนและมีเอกลักษณ์ต่างจากเนื้อวัวหรือเนื้อหมูทั่วไปอย่างสิ้นเชิงเนื้อรสหวาน นุ่มละมุนลิ้นราวกับจะละลายในปาก... นั่นคือคำรีวิวจากปากของลูกค้ากระเป๋าหนัก
เพลงจัดจานอย่างประณีตราดด้วยซอสไวน์แดงสูตรพิเศษที่คิดค้นมาเพื่อดับกลิ่นคาวเฉพาะตัวของเนื้อประเภทนี้โดยเฉพาะก่อนจะยกออกไปเสิร์ฟด้วยตัวเอง
“เชฟเพลงครับ!คืนนี้เนื้อนุ่มและมีรสััที่ซับซ้อนมาก มันคือเนื้ออะไรกันแน่ครับ? ผมตระเวนกินมาทั่วโลกไม่เคยเจอแบบนี้เลย” ท่านรัฐมนตรีเอ่ยชมอย่างออกรสหลังจากตักเนื้อเข้าปากคำแรก
เพลงยิ้มรับอย่างอ่อนหวานมือประสานกันไว้ด้านหน้า “เป็เนื้อสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงในระบบปิดอย่างพิถีพิถันค่ะมีซัพพลายเออร์เ้าประจำที่ส่งให้เพลง ทานให้อร่อยนะคะ”
หลังจากปิดร้านและส่งลูกค้าคนสุดท้ายกลับไปเพลงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บาร์ด้วยความเหนื่อยล้า แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความสุขความสำเร็จ และเม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามาทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงที่สุดไม่ใช่เื่เงิน... แต่เป็ใบหน้าของเ้าของวัตถุดิบชิ้นนี้ต่างหากที่เมื่อคิดถึงเมื่อใดก็ทำให้เชฟสาวยิ้มออกมาได้ทุกครั้ง
เสียงประตูร้านเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของบัวที่อยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงยีนส์ง่ายๆ แต่พกพากล่องเก็บความเย็นขนาดเล็กมาด้วย
“เหนื่อยไหมคะเชฟ?” บัวเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม
“พี่บัว กำลังคิดถึงอยู่เลยค่ะ” เพลงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาทันที“เหนื่อยค่ะ แต่คุ้มมากลูกค้าชมกันใหญ่เลยว่าเนื้อรอบนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยทานมา”
บัวเปิดกล่องเก็บความเย็นออกเผยให้เห็นเนื้อส่วนสันในที่ถูกคัดแยกไว้เป็พิเศษ “พี่แบ่งส่วนที่ดีที่สุดไว้ให้เราสองคนค่ะ...คืนนี้ทำอะไรทานกันดีคะ?”
เพลงมองเนื้อชิ้นนั้นแล้วสบตาบัวสายตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ดำมืดและความผูกพันที่หล่อเลี้ยงด้วยกลิ่นคาวเื“งั้นคืนนี้...เพลงจะโชว์ฝีมือปรุงเมนูสุดพิเศษให้พี่บัวทานเป็การตอบแทนนะคะ”
บัวยิ้มมุมปากพลางละมือจากแก้มลงมาละเลียดชี้ไปที่ตัวเพลงอย่างมีนัยยะที่รู้กันอยู่สองคน
“พี่จะรอทาน... ทั้งเนื้อชิ้นนี้ และ ‘ของหวาน’ นะคะ”
เพลงหลุดยิ้มหวานั์ตาคู่สวยฉายแววเสน่หาตอบรับคำเย้าซุกซนนั้นอย่างรู้กันเชฟสาวก้าวเข้าไปชิดอกอุ่น สวมกอดเอวบัวไว้แน่นแล้วกระซิบข้างหู “คืนนี้... เพลงจะจัดชุดใหญ่เสิร์ฟให้พี่บัวเองค่ะ”
.
.
แสงไฟในร้าน“Melody’s Table” ถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงความสลัวมีเพียงแสงเทียนเล่มเล็กบนโต๊ะอาหารบาร์ในครัวส่วนตัวที่ส่องสะท้อนใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองกลิ่นเนยไหม้และสมุนไพรไทม์ที่เพลงใช้เซียร์เนื้อสันในส่วนพิเศษยังคงอบอวลอยู่รอบตัว
บัวนั่งมองคนรักในชุดเชฟที่กำลังใช้คีมคีบตกแต่งจานอย่างตั้งอกตั้งใจทุกท่วงท่าของเพลงดูนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดในการลงมีดบัวชอบมองมือคู่นั้น... มือที่สะอาด สะอ้าน และไม่ได้เปื้อนเืสดๆ จากตอน ‘ถอนรากถอนโคน’ เหมือนมือของเธอ
“เสร็จแล้วค่ะ ‘ทาร์ทาร์เนื้อพิเศษเสิร์ฟพร้อมไข่ดองน้ำปลาทรัฟเฟิล’... เมนูนี้เพลงคิดมาเพื่อพี่บัวโดยเฉพาะเลยนะ” เพลงเลื่อนจานอาหารสีดำสนิทที่มีเนื้อสับสีแดงสดจัดทรงอย่างสวยงามมาตรงหน้าบัว
บัวใช้ช้อนตักเนื้อเข้าปากช้าๆ รสชาติหวานละมุนของเนื้อดิบเกรดพรีเมียมที่ผ่านการบ่มอย่างดีผสมผสานกับความมันนัวของไข่แดงและความหอมลุ่มลึกของทรัฟเฟิละเิในปากบัวหลับตาลงอย่างดื่มด่ำ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาสบตากับคนที่ยืนลุ้นอยู่
“รสชาติดีเลิศเหมือนเดิมเลยค่ะเพลง...นุ่มนวลจนลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้มันเคยเป็แค่นักพนันหยาบช้าคนหนึ่ง” บัวยิ้มมุมปาก
เพลงหัวเราะคิกคักขยับเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆบัว มือเรียวเอื้อมไปกุมมือที่หยาบกร้านกว่าของอีกฝ่าย “เพราะพี่บัวจัดการ ‘เตรียมวัตถุดิบ’ มาอย่างดีต่างหากค่ะ ถ้าไม่ได้ฝีมือเลาะกระดูกและรีดเืออกจนหมดของพี่เนื้อก็คงจะมีกลิ่นสาบจนเอามาทำเมนูดิบแบบนี้ไม่ได้”
บัวพลิกมือกลับมากระชับมือของเพลงแน่นขึ้นสายตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็ความจริงจัง “แต่่นี้เราต้องระวังตัวกันหน่อยนะเพลง...เมื่อเช้ามีสายสืบเข้ามาป้วนเปี้ยนในตลาด เห็นว่าเดินถามเื่คนหายไปทั่ว”
เพลงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นปนหวาดหวั่นทว่าไม่มีความกลัวอยู่เลย “สายสืบเหรอคะ? เขาได้สงสัยอะไรพี่บัวหรือเปล่า?”
“ไม่หรอกค่ะ พี่ทำตามขั้นตอนเสมือนหมูโรงงานทุกอย่างไม่มีหลักฐานเหลือรอดไปได้” บัวยกมือของเพลงขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือเบาๆ“แต่เพื่อความปลอดภัย... รายต่อไปที่พี่เล็งไว้คงต้องทิ้งระยะห่างอีกสักหน่อยหรือไม่ก็คนที่ไม่มีใครตามหาจริงๆ”
เพลงยิ้มกว้างร่างบางขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่ข้างหูของบัว “ถ้าอย่างนั้น..เดี๋ยวพี่อิ่มแล้วเราไปกินของหวานกันต่อนะคะ"พร้อมด้วยสายตาฉ่ำเยิ้ม จนยากที่บัวจะปฏิเสธได้