ตอนที่ 14รูปภาพนักมวยวัยเยาว์
หลายวันต่อมาเป็วันเสาร์เสือน้อยจึงหยุดอยู่บ้านพอดี
พอรถตู้มาจอดหน้าบ้านชายฉกรรจ์อายุราว 40 กว่า ๆ เดินลงมาจากรถตู้พร้อมกับลูกสาวที่กอดตุ๊กตาตัวน้อยไม่ให้ห่างจากตัวเธอ
เพียงแต่สีหน้าเธอดูบูดบึ้งเหมือนไม่ค่อยเต็มใจมาสักเท่าไหร่นัก ใบหน้างดงามตามวัยมองดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเสือน้อย
จุดสังเกตเด่นชัดที่สุดของเธอเลยก็คือขี้แมลงวันเล็กที่มุมปากของเธอ ดูมีเสน่ห์น่ามองและก็เป็เอกลักษณ์ดี
แม้นสีหน้าเธอจะบูดบึ้งไปเสียหน่อยแต่พอเจอผู้หลักผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นอบน้อมทันทีเห็นได้ชัดว่าที่บ้านหล่อนสอนมารยาทมาเป็อย่างดีหล่อนยังกล่าวสวัสดีพ่อแม่ของเขา…แล้วก็หันมามองค้อนเขาทีหนึ่ง
จากนั้นแม่ชบาก็รับบทเ้าบ้านที่ดีเชื้อเชิญให้ขึ้นไป้าบ้านและก็พาไปดูห้องนอน
ระหว่างนี้แม่ก็บอกให้เสือน้อยช่วยเอาอกเอาใจหรือไม่ก็ชวนเด็กสาวหน้าบูดบึ้งไปเล่นให้เธอหายเครียดเสียหน่อย
เสือน้อยก็ยิ้มรับคำแต่ทว่าภายในใจก็ปวดหัวจะใช้วิธีไหนดี
ก่อนที่จะเดินไปหาเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าสมองก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว หาวิธีเอาอกเอาใจหล่อน
เสือน้อยกระตุกแขนเสื้อของเธอก่อนพูดขึ้นว่า “นี่ไปนั่งเล่นริมแม่น้ำกันมั้ย หรืออยากจะนั่งเรือไปเล่นกลางแม่น้ำหรือเปล่า?”
สาวน้อยมองค้อนก่อนตอบเสียงเ็า“แม่น้ำอะไร?”
เสือน้อยทำหน้ามึนภายในใจครุ่นคิด “ถามจริงดิ?” แต่ว่าพอมานึกย้อนถึงภูมิหลังพื้นเพของเธอว่ามาจากภาคเหนือก็พอคาดเดาอะไรได้คร่าว ๆ
จึงตอบว่า “ที่นี่แม่น้ำเ้าพระยา…” เสือน้อยบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
ก่อนพูดต่อไปว่า“ตอนเด็ก ป.3 ป.4 เคยได้เรียนบทกลอนนิราศูเาทองมั้ยที่สุนทรภู่ กวีเอกล่องเรือผ่านย่านนี้แต่งขึ้นมาเอ่อ...คนที่แต่งเื่พระอภัยมณีน่ะ สุดสาคร ชีเปลือยที่ต้องมานั่งท่องกลอนแปดนั่นแหละ พวกว่า…” เขาท่องบทกลอนที่จำได้ออกมา
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
……
ที่ใดรักรักมั่งชังชังตอบให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชารู้รักษาตัวรอดเป็ยอดดี
เสือน้อยพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยบ้างก็ท่องบทกลอนอันโด่งดัง จากในนิราศูเาทอง
ถึงบางพูดพูดดีเป็ศรีศักดิ์มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้พูดชั่วตัวตายทำลายมิตรจะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา
“อำเภอแถวนี้น่ะมีชื่อมาั้แ่ต้นกรุงฯ เลยนะจะบอกให้!” เด็กหนุ่มชี้ให้เห็นั้แ่ไกล ๆสุดลูกหูลูกตาเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ เกรียงไกรของแม่น้ำเ้าพระยา
“แม่น้ำเ้าพระยาก็อย่างที่รู้…ว่าเป็แม่น้ำสายหลักของประเทศมีตำนานต้องมากมายแน่ะ” เสือน้อยพยายามดึงดูดความสนใจของเธอ และมันก็ประสบผลสำเร็จ
“อยากล่องเรือแบบท่านสุนทรภู่ดูบ้างมั้ยล่ะ?”เสือน้อยเสนอความคิดน่าสนใจออกมา
สาวน้อยดวงตาเปล่งประกายพอไม่พูดก็ไม่รู้หรอก แต่พอพูดขึ้นมาเธอก็รู้เลย
เธอเองยังต้องมานั่งท่องบทกลอนเหล่านี้เลยเลยจำได้ดีเชียวแหละ จึงพูดขึ้นมาว่า “แล้วไหนล่ะ…เรือ?”
เสือน้อยพูดว่า“งั้นรอเดี๋ยวนะ!”เขาไปะโเรียกลุงเพื่อนบ้านที่ทำอาชีพขับเรือลากจูง คุยอยู่สี่ห้าประโยค
ก่อนจะหันมาบอกเธอ“รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวเราต้องไปขออนุญาตพ่อของเธอก่อน” เด็กหนุ่มพุ่งปรู๊ดไปขออนุญาตกับพ่อผัน แม่ชบา และลุงเม่น
เสือน้อยบอกว่าจะพาเธอไปล่องเรือตามแบบ‘ท่านสุนทรภู่’ เลียนแบบตามนิราศูเาทอง เด็กน้อยบอกว่าได้จ้างเรือลากจูงทรายลำใหญ่คนขับเชี่ยวชาญมาก มีอุปกรณ์พร้อม ทั้งยังเชิญลุงเม่นไปด้วย
แต่ฝ่ายหลังปฏิเสธโดยบอกให้เด็กๆ ไปสนุกกัน ส่วนตัวเขาจะคุยเื่วงการภาพวาดกับพ่อผัน
พ่อผันยังกำชับอีกหลายประโยคเช่น ให้ระวัง ฯลฯ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องหยิบกล้องถ่ายรูปส่งให้ลูกชาย“ถ่ายรูปเก็บไว้เยอะ ๆ นะลูก ไหน ๆ ก็ออกเรือทั้งที!”
จากนั้นไม่นานเด็กหนุ่มก็วิ่งเข้าไปในบ้านลุงทรายซึ่งเป็พ่อของไอ้เพชร “ลุงพร้อมออกเรือหรือยัง พ่อย้ำว่าต้องมีชูชีพและห่วงยางอย่างดีด้วยนะ”
ลุงทรายตอบกลับทันที“เรียบร้อยแล้ว เตรียมพร้อมไว้เสมอคนขับเรือก็ต้องระมัดระวังตัวเองนะเว้ย…ไอ้เสือน้อย”จากนั้นไม่นานลุงแกก็เอาเรือมาจอดเทียบท่า
ใบหน้าบูดบึ้งของเด็กสาวค่อย ๆ จางหายไป ก่อนที่เธอจะหันไปคลี่ยิ้มให้และเดินขึ้นไปบนเรือภายในใจเธอคิดว่า “แค่พูดเล่น ๆ ไม่นึกว่าเ้าหมอนี่จะทำจริง!”
เมื่อเธอขึ้นเรือลุงทรายก็อธิบายว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุต้องเอาตรงไหนเด็กสาวที่จับตุ๊กตาไว้แน่นก็หันไปมองตามที่ ไกด์คนขับเรือพูดแนะนำ
จากนั้นเสือน้อยก็แนะนำด้วยว่าแถวนี้คือที่ไหนอธิบายประวัติให้เด็กสาวคนนี้เข้าใจเมื่อเรือออกเด็กสาวก็รู้สึกตื่นเต้น พลางเอามือจุ่มน้ำรู้สึกแปลกประหลาดไปอีกแบบและในขณะเดียวกัน ไกด์จำเป็ก็คอยแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ของสองฟากฝั่ง
เช่นวัดวาอารามที่หลังคาส่องแสงระยิบระยับ
เด็กหนุ่มก็คอยถ่ายรูปเธอด้วยอิริยาบถต่างๆ เวลาผ่านไปพักใหญ่ จนมาถึงจังหวัดอยุธยา เสือน้อยก็ถามว่า“นี่จะว่าไปแล้วลืมถามชื่อเลย เธอชื่ออะไรเหรอ?”
เด็กสาวกลอกตามองบนรำคาญหมอนี่ทำไมมันพูดมากนัก จึงบอกชื่อส่งเดชไปว่า “ชื่อน้ำ!”เธอตอบเสียงห้วน ๆ และคิดชื่อจากมือที่เอาไปัักับน้ำ และแท้ที่จริงเธอก็ไม่ได้ชื่อน้ำ
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะบอก“ส่วนเราชื่อ…”
เธอก็พูดตัดบท “เราจะฟังลุงทรายบรรยายส่วนเธอก็ตั้งใจถ่ายรูปไปสิ” เด็กสาวที่บอกว่าตนชื่อ ‘น้ำ’ ก็มองค้อนเขาทีหนึ่ง
ส่วนเสือน้อยก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตามใจหล่อน
หลายชั่วโมงหลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลับมาหลังจากนั่งเรือชมกรุงเก่าเห็นประวัติศาสตร์มากมาย ลุงทรายจอดเทียบท่าเรือบ้านของเสือน้อย
ก่อนที่จะลงจากเรือลุงทรายพูดขึ้นมาว่า “นี่ยัยหนูจะไม่ถ่ายรูปคู่เก็บไว้หน่อยหรือ? เก็บไว้เป็ที่ระลึกก็ยังดี ถือเสียว่าเก็บไว้เป็ความทรงจำน่ะ”
เด็กสาวตอบเสียงอ่อน“ได้ค่ะคุณลุง!” ก่อนหันไปเหลือบมองเ้าคนที่อยู่ด้านข้าง “นี่มายืนข้าง ๆ กันสิ!”
ส่วนลุงทรายก็ได้กดถ่ายรูปไว้นานแล้วเขากดถ่ายเก็บไว้ทุกอิริยาบถ ั้แ่พวกเขาทั้งคู่เถียงกันเด็กสาวยื่นตุ๊กตาลูกแมวให้เขาถือ พร้อมเตรียมท่าถ่ายรูป…
เสือน้อยก็ได้แต่ยิ้มแห้งถือเ้าตุ๊กตาแมวไปยืนข้าง ๆ เธอ ก่อนจะยิ้มยิงฟัน…จนเห็นฟันขาวเม็ดข้าวโพด
……
หลังจากกลับมาแม่ก็เตรียมมื้อค่ำไว้เรียบร้อยแล้ว ลุงเม่นก็ถามประสบการณ์ของ“ลูกสาวว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง” เธอก็ตอบอย่างว่าง่าย อธิบายยาวเหยียด
เสือน้อยพอได้จังหวะก็พูดเสริมนิดหน่อย“พวกเราถ่ายรูปกันมาด้วยครับ ประเดี๋ยวผมจะไปอัดรูป ส่งไปให้ทางไปรษณีย์นะครับ”
ลุงเม่นบอก“ขอบใจมากลูก” เขาหยิบนามบัตรส่วนตัว และส่งให้เด็กน้อยซึ่งภายในนามบัตรก็มีทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
ส่วนตัวของเสือน้อยเห็นเด็กสาวที่ชื่อ‘น้ำ’ ได้ขอแยกตัวไปนานแล้ว ดูท่าแล้วเ้าตัวก็คงอยากอาบน้ำใจจะขาดซึ่งตัวเขาเองก็เป็เช่นเดียวกัน
พ่อผันกับลุงเม่นกินข้าวเสร็จ ก็ชวนคุยเื่สัพเพเหระไปจนถึงเื่ในวงการภาพวาดต่อ…ใครเป็อย่างไงอย่างไร ลุงเม่นดูเหมือนจะรู้หมดทั้งคู่คุยกันเพลินจนลืมเวลา เผลออีกทีก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว
……
เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองคนก็พากันขึ้นรถตู้ออกไปพร้อมกับภาพวาด ‘นักมวยวัยเยาว์’
ซึ่งพ่อผันได้แรงบันดาลใจมาจากลูกชายของตัวเองภาพวาดนี้ได้ถูกส่งต่อให้นายเม่น ในราคาที่นับว่ามากกว่าตอนที่ตกลงกันไว้เสียอีก!
พอเสือน้อยตื่นมา ก็เตรียมที่จะวิ่งเอาตุ๊กตาแมวไปให้เธอปรากฏว่าเขาตื่นสายไปจึงได้แต่วางตุ๊กตาไว้ในห้องของตัวเอง ในมุมที่วางของเล่นเรียงรายไว้มีโอกาสค่อยส่งคืนก็ได้ หรือไม่ก็ส่งไปพร้อมไปรษณีย์?
เมื่อวานเขาพยายามต้อนรับขับสู้เป็อย่างดีเผื่อจะช่วยเพิ่มมูลค่าของรูปภาพให้มากยิ่งขึ้น แม่ชบาบอกว่า“การต้อนรับขับสู้ที่ดี ใครบ้างจะไม่ชื่นชอบ และนี่ยิ่งเป็ลูกค้าแล้วก็ยิ่งควรเอาอกเอาใจเป็พิเศษ!”
ตอนพ่อผันได้ส่งมอบภาพวาดให้นายเม่นตรวจสอบอีกครั้งตัวของแม่ชบาเองก็เหลือบไปมอง ‘รูปภาพนักมวยวัยเยาว์’
และด้วยความสามารถในการเชื่อมโยงของผู้หญิงอันน่าเหลือเชื่อ การใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆก็ทำให้เธอสังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มบนเวทีมวย ซึ่งพอดูรูปร่างและหน้าตาแล้วมันดูคลับคล้ายคลับคลากับลูกชายตัวดีของเธอเป็อย่างมาก!
ทันใดนั้นสายตาเธอก็เปล่งประกายเฉียบคมออกมาทันที!