“ฮิริว!” อายะเรียกใช้สกิลที่ติดมากับดาบในมือขวาดาบมังกรฮิริวที่เมื่อเรียกใช้การ์ดใบนี้การ์ดมอนสเตอร์ที่อยู่บนมือทุกใบจะถูกทิ้งลงสุสานดาบคาตานะระดับสูงที่เธอได้มาจากใช้วัตถุดิบที่แทนนำกลับมาจากถ้าภูเขาไฟสร้างขึ้นดาบที่จะปลดปล่อยการโจมตีอันรุนแรงและรวดเร็วนับสิบครั้งโดยเมื่อผู้ใช้เรียกใช้ท่านี้จะมีข้อเสียคือไม่สามารถเรียกใช้การ์ดมอนสเตอร์ได้เป็นเวลาถึง5 นาทีแต่ในเด็คของอายะไม่มีมอนสเตอร์แม้แต่ใบเดียวมันจึงไม่มีข้อเสียเลยแม้แต่น้อย
“5,335!” “5,367!” “5,894!” “5,558!” “5,663!”
“5,126!” “5,409!” “5,324!” “5,137!” “5,335!”
“5,298!” “5,587!” “5,344!” “5,235!”
“5,209!” “5,119!” “7,451!” “5,128!” “5,324!”
“5,033!” “5,367!” “5,438!” “5,779!” “7,654!"
การโจมตีครั้งนี้ทำเอาอีกคนหนึ่งเกมอเวอร์ไปอย่างรวดเร็วแต่หลังจากที่เห็นแบบนั้นคนอีกราว 20คนก็รีบเข้ามารวมกลุ่มกับเจ้าสิบกว่าคนแรกทันที
“หัวหน้าคะพวกนี้เป็นกิลด์กริชเงาทั้งหมดเลยค่ะ พวกมันชอบดักปล้นพวกผู้เล่นที่ดูเหมือนผู้เล่นใหม่ค่ะ” เรนรายงานมิร่าทันที
“อื้อ...เรารู้แล้วล่ะแต่ดูเหมือเราคงจะไม่ต้องยุ่งมั้ง” หลังจากสิ้นเสียงของมิร่าแทนก็เรียกมังกรมิติไอเซนเกอร์ของเขาออกมาถึงสามตัวตามด้วยไลท์นิ่งดราก้อนที่ออกมาโจมตีศัตรูกลุ่มใหญ่ส่วนนิกกี้นั้นสวมปืนทั้งสองมือแล้วเรียกใช้สกิลบิทเรียบร้อยในขณะที่บลานซ์ออกไปเป็นแนวหน้าและลินขยับไปเป็นแนวหลังพร้อมกับเอ็ดเวิร์ดอย่างรู้งาน
“ชิล์! ชิพท์! นัลลิฟาย์ดาเมจ! ดาเมจลิงค์!” บลานซ์เรียกใช้สกิลของตัวเองทันที
“พวกมันเยอะนะระวังด้วย!” นิกกี้ตะโกนบอกบลานซ์ที่ออกไปเป็นแนวหน้าแต่ดูเหมือนเอจะไม่เป็นห่วงสักเท่าไรเพราะในขณะนั้นเองบลานซ์ก็เรียกใช้การ์ดใบหนึ่ง
“แอเรีย!” บลานซ์เรียกใช้การ์ดแอเรียป่าดำถึงมันจะเป็นแอเรียระดับต่ำแต่ก็ทรงพลังเมื่อมาอยู่กับผู้เล่นที่มีเลเวลสูงแบบเขาร่างของบลานซ์ถูกรากไม้และเถาวัลย์พันไปมาจนกลายเป็นอัศวินแห่งป่าที่มีร่างสูงกว่าห้าเมตรดาบและโล่ยักษ์ที่เกิดจากแมกไม้อยู่ในมือสองข้างของเขาหลังจากนั้นค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นก็น้อยลงทันทีแถมพลังชีวิตของบลานซ์ยังเพิ่มขึ้นทำให้ในตอนนี้พลังชีวิตของเขามีเกือบถึงสามแสน
“มันมีแอเรียด้วย!” เสียงหนึ่งจากในกลุ่มศัตรูตะโกนออกมาการต่อสู้ในตอนนี้เข้าขั้นตะลุมบอนทันทีจากที่บริเวณนี้เคยสงบเงียบกลับมีเสียงหลายอย่างดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“แกคิดว่ามีแอเรียคนเดียวรึไง!” เสียงเจ้าตัวหัวหน้าตะโกนขึ้นก่อนจะหันไปหาลูกน้องคนสนิทที่อยู่ข้างที่ซึ่งมีเลเวล88 “ใช้แอเรียเลย!”
“ได้ลูกพี่! อยู่บนมืออยู่แล้ว!” เจ้าคนนั้นตอบกลับไป
“ฉันก็มี! เล่นไอ้พวกนี้เลย มันฆ่าพวกเรา!” เจ้าตัวหัวหน้าตะโกนสั่ง
“แอเรีย!” เสียงเจ้าลูกน้องใช้การ์ดแอเรียก่อนมันเป็นแอเรียระดับ H ที่ออกมาในรูปซัมมอน
“แอเรีย!” คราวนี้เป็นเจ้าตัวหัวหน้าที่ใช้การ์ดออกมามันเป็นการ์ดแอเรียระดับ C ที่ปรากฏออกมาในรูปการ์ดอวตาร...
อสูรจากการ์ดแอเรียที่ถูกเรียกใช้ปรากฏร่างออกมาเป็นโกเลมเหล็กสีดำที่มีแสงสีเหลืองปรากฏออกมาจกดวงตาทั้งร่างของมันเป็นโลหะสีดำค่าความเสียหายที่โจมตีเข้าใส่เจ้าโกเลมตัวนี้เหลือเพียงไม่ถึง 1 ใน 3 ของปกติมันเป็นมอนสเตอร์ที่เกิดจากการ์ดแอเรียกำแพงเหล็กแห่งรูเบร่านครแห่งเหมืองแร่และที่ทำให้มันแข็งแกร่งสมกับเป็นการ์ดแอเรียก็คือ...เจ้าโกเลมตัวนี้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและโจมตีใส่บลานซ์อย่างหนักหน่วง
“เมจิก! เมจิก! เมจิก!” ลินใช้การ์ดสนับสนุนให้บลานซ์ในร่างอวตารแห่งแมกไม้ทั้งฟื้นพลัง ทั้งสร้างเกราะ และเพิ่มพลังโจมตี
“เจ้าแห่งสายฟ้าโปรดร่ำร้องเทพีแห่งประกายแวววับโปรดร่ายรำ เสียงคำรามแห่งเมฆดำจงบังเกิด สายฟ้านิลกาฬ...” หนึ่งในกลุ่มศัตรูกำลังร่ายเวทที่มีระดับมากกว่า15ดาวเนื่องจากมีการท่องคาถาก่อนถูกใช้ออกมา
อายะเหลือบตาไปมองที่นั่นพลังเวทกำลังก่อเกิดที่ด้านหน้าผู้ร่าย อายะรีบเรียงใช้สกิลของเธอทันที
“เอสเซนต์สแคตเตอร์!” หลังจากสิ้นเสียงประกายแสงจากมือของอายะก็พุ่งไปที่เป้าหมายที่กำลังร่ายเวทและเมื่อมันสัมผัสกับร่างนั้นพลังเวทที่กำลังก่อตัวก็สลายไปทันทีเลเวลที่สูงขึ้นและระดับเลเวลของสกิลทำให้อัตราประสบผลสำเร็จมากขึ้นตามไปด้วย
“บลานซ์ระวัง!” นิกกี้ที่กำลังระดับยิงใส่ฝ่ายตรงข้ามพร้อมทั้งเรียกมอนสเตอร์เผ่านิกซ์ที่เคยใช้ครั้งที่บุกปราสาทสายหมอกออกมาหลายตัวตะโกนบอกบลานซ์เมื่อร่างอวตารที่ปรากฏออกมามีขนาดสูงใหญ่กงว่าอวตารจากป่าดำของเขา
ร่างที่ว่าสูงกว่าอวตารของบลานซ์เกือบ2 เท่า อวตารที่สูงกว่าป่าดำถึง 4 ระดับ อวตารในระดับ C กลุ่มโจรพวกนี้ไม่ใช่พวกโจรธรรมดาเพราะถ้าเลเวลไม่มากและมีการ์ดไม่ดีพอก็จะไม่สามารถจัดการกับพวกที่มันหมายตาไว้ได้
“13,783!” “13,296!”
“13,290!” “13,587!”
ค่าความเสียหายที่บลานซ์ได้รับเกิดจากพลังของอวตารที่เปลี่ยนร่างหัวหน้าของศัตรูให้เปลี่ยนเป็นร่างปีศาจที่ร่างกายเป็นหินมีหกแขนส่วนที่เป็นผมเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงินลุกท่วมส่วนข้อมือและข้อเท้าก็มีเปลวเพลิงที่ว่าเช่นกัน แต่ดวงตาของมันกับเป็นแสงสีแดงสดปากยื่นยาวออกมาราวกับปากของเสือ เขี้ยวที่อยู่ในปากแหลมเล็กและเป็นผลึกสีดำแขนทั้งสี่ข้างมีกรงเล็บยาวที่ลุกเป็นไฟ
“เจ้าพวกนี้มันร้ายพอตัว ทุกคนระวังด้วย!” นิกกี้ตะโกนบอกอีกครั้ง
“เทียบกับเจ้าโคซี่กระจอกกว่าเยอะ” แทนพูดพร้อมกับกระตุกยิ้ม ฝูงมังกรของเขากำลังรุมเข้าไปบดขยี้ศัตรูและซัมมอนที่ฝ่ายนั้นเรียกออกมาดูแล้วฝูงมังกรของแทนนั้นแข็งแกร่งกว่ามากทั้งด้านเลเวลของผู้เรียกใช้และพลังของการ์ด
“หัวหน้าจะไม่ช่วยพวกเขารึคะ” เรนที่เรียกชุดการ์ดของเธอออกมาแล้วถามมิร่า
“พวกเขาสู้ได้” มิร่าตอบเสียงเรียบ
“ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดเรียกใช้การ์ดไอเทมเพื่อเพิ่มพลังให้บลานซ์
“+25000!”
หลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็มองดูการ์ดในมือมันเป็นการ์ดซัมมอนที่เขาได้รับมาจากเพื่อนๆ ในครั้งที่อยู่ในวิหารใต้สมุทรมังกรน้ำแห่งความริษยา...
...เลวิอาธาน การ์ดซัมมอนระดับ 11 ดาวที่ทรงพลังกว่าจำนวนดาวที่มีซัมมอนดูเหมือนจะมีประโยชน์มากในตอนนี้
“ซัมมอน!”
เมื่อสิ้นเสียงของเอ็ดเวิร์ดอสรพิษแห่งบาปก็ปรากฏกายงูทะเลขนาดยักษ์สะบัดตัวอยู่เบื้องหน้าลำตัวที่ยาวเหยียดของมันสะบัดไปมาพร้อมทั้งเตรียมเรียกใช้ท่าโจมตีเลวิอาธานร้องเสียงแหลมสูงมันปรากฏตัวออกมาพร้อมกับท่าไม้ตายคลื่นบาปที่จะโจมตีใส่ศัตรูทุกเป้าหมายแต่ด้วยเลเวลที่มีไม่มากนัก ทำให้พลังโจมตีไม่รุนแรงนักแต่ผลที่ตามมาหลังจากนั้นทำให้ฝ่ายของเขาได้เปรียบขึ้นอีกมา

ศัตรูที่ถูกการโจมตีนี้เข้าไปทำให้เกือบครึ่งติดพิษส่วนหัวหน้าที่อยู่ในร่างอวตารนั้นไม่ติดพิษแต่อย่างใด แต่เมื่อเห็นว่าเอ็ดเวิร์ดและลินเป็นฝ่ายสนับสนุนก็รีบสั่งลูกน้องของตัวเองทันที
“จัดการไอ้เจ้านั่นกับผู้หญิงคนนั้นก่อน!” คนพูดใช้มือสองข้างในสี่ข้างชี้ไปที่ลินและเอ็ดเวิร์ด
"อูย...งี้เอ็ดจังก็ซวยอะดิค้าบ!" เอ็ดเวิร์ดตะโกนเสียงดังเมื่อรู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมาย
พวกลูกน้องเมื่อได้ยินคำสั่งจากหัวหน้าของตัวเองก็พุ่งเป้ามาที่ลินและเอ็ดเวิร์ดทันทีพวกนั้นรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดและลินเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ไม่มีความสามารถทางการโจมตีหรือป้องกันตัวแต่ดูเหมือนว่าเจ้าพวกที่กรูเข้ามานั้นจะไม่รู้ถึงบางอย่าง
มีบางคนคอยปกป้องเอ็ดเวิร์ดอยู่และเป็นบางคนที่ไม่ควรจะเป็นศัตรูด้วยเป็นอย่างยิ่ง...
“พวกนั้นจะรังแกคุณเซบาสเตียน...เรายอมไม่ได้” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของเอ็ดเวิร์ด
“ซัมมอน! ซัมมอน!”
มิร่าเรียกใช้การ์ดซัมมอน 2 ใบแรก เมื่อสิ้นเสียงของเธอเทวทูต 2 ตนก็ปรากฏกายหนึ่งคือเทวทูตหกปีกผู้ถือดาบเล่มยักษ์สีเงินใหญ่กว่าร่างเจ้าของถึงสามเท่าอีกหนึ่งคือเทวทูตปีกสีเลือดหนึ่งในเหล่าเทวดาตกสวรรค์ผู้เชื่อคำลวงของลูซิเฟอร์...ดรามิเอลปีกโลหิตซัมมอนระดับ18 และ 19 ดาวตามลำดับ


เมื่อปีกของเทวทูตปรากฏออกมาHP Max ของเอ็ดเวิร์ดก็ถูกเพิ่มขึ้นอีก 100,000 หน่วยจากพลังของเบนเดสทรอยเยอร์และเมื่อปีกสีโลหิตกระพือเบาๆ สกิลหนึ่งก็ถูกเรียกใช้
“บลัดวิงก์รีแดมชั่น! (Blood wing Redemption)” เสียงประกาศจากระบบดังขึ้นพร้อมกับการโจมตีของคมดาบสีเลือดที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของดรามิเอลปีกโลหิตหนึ่งในเทวดาตกสวรรค์เพราะคำลวง
“25,093!” “25,378!” “25,803!” “25,992!” “25,310!” “25,629!” “25,156!” “25,057!”
พวกที่วิ่งเข้าใส่เอ็ดเวิร์ดถูกการโจมตีด้วยท่าบลัดวิงก์รีแดมชั่นเต็มที่ในจำนวนแปดคนมีคนที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ถึง 5 คน และอีก 3คนที่กำลังพุ่งเข้ามาก็ถูกขัดขวางไว้โดยเทวทูตอีกหนึ่งตนที่มิร่าเรียกออกมา
“อีควิป! อีควิป!” มิร่าเรียกใช้การ์ดสวมใส่อีก2 ใบหลังจากนั้นชุดเกราะสีขาวขลิบแดงก็ถูกสวมใส่พร้อมกับหอกสีฟ้าสดใสที่ตรงส่วนปลายแยกออกเป็นแฉกเล็กๆห้าแฉก หอกระดับ 20 ดาวเวก้าออฟพาราดิมและชุดเกราะระดับ19ดาวโฮลีเรเนกิลชุดเกราะระดับสูงที่เมื่อเรียกใช้การ์ดเพียงใบเดียวก็จะปรากฏชุดเกราะทุกชิ้นออกมาพร้อมกันของทั้ง 2ชิ้นที่ถูกเรียกใช้เป็นการ์ดที่มิร่าใช้ให้แบล็กสมิธประจำกิลด์ของเธอสร้างขึ้น
มิร่าพุ่งตัวไปยืนขวางหน้าเอ็ดเวิร์ดฝ่ายตรงข้ามสามคนพุ่งเข้าใส่เธอที่ออกมาขวางทางทันที ในมือของสามคนนั้นถือดาบ ขวานและมีดสั้นคู่ดูเหมือนจะมีรอยยิ้มอยู่ที่มุมปากของทั้งสามคนที่ไม่มีเวลาตรวจสอบคนที่อยู่ตรงหน้าเจ้าพวกนั้นเรียกใช้สกิลของตัวเอง...พร้อมๆ กับที่มิร่าก็เรียกใช้สกิลของเธอ
“เอเทเรียลแคนนอน! (Ethereal Connon!)” เสียงหวานหูเปล่งออกมาตามด้วยการหมุนหอกในมือด้วยความเร็วสูงจนสายตามองตามไม่ทันแล้วหลังจากนั้นลำแสงพลังงานก็พุ่งออกจากหอกที่ถูกควงด้วยความเร็วมันพุ่งโจมตีไปด้านหน้าเป็นแนวยาวรัศมีความกว้างครอบคลุมทั้งสามเป้าหมายที่พุ่งเข้ามา
“21,564!” “25,762!” “23,864!”
“21,325!” “25,067!” “23,732!”
“21,357!” “25,672!” “23,119!”
“21,294!” “25,603!” “23,472!”
ค่าความเสียหายต่อเนื่องและรุนแรงเกิดกับพวกที่บุกเข้ามาการโจมตีของผู้เล่นระดับเลเวลกว่า 170รุนแรงเกินกว่าระดับเลเวล 70 กว่าจะรับไหว ทั้งสามคนสลายกลายเป็นละอองแสงในทันทีหลังจากนั้นการ์ดที่ได้หลังการต่อสู้ก็ปรากฏออกมาแต่มิร่าไม่สนใจการ์ดเหล่านั้นแม้แต่น้อย เธอเลือกไม่หยิบการ์ดใดๆ ทั้งสิ้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคนจำนวนหนึ่งเห็นและตกตะลึงส่วนพวกที่ไม่เห็นก็ตะลุมบอนกันต่อไป
มิร่าตวัดคมหอกไปในอากาศสองสามครั้งก่อนจะใช้มือเพียงข้างเดียวควงหอกแล้วตวัดลงที่พื้นทำให้เกิดรอยแยกบนพื้นด้านหน้าของเธอแล้วพูดออกมา
“ใครข้ามเส้นนี้มา...เราจะฆ่าทิ้งให้หมด” เธอพูดด้วยเสียงราบเรียบแต่คนที่เห็นการโจมตีเมื่อสักครู่ที่ใช้ออกมาแค่ครั้งเดียวก็จัดการผู้เล่นสามคนได้ต่างกลืนน้ำลายและไม่กล้าบุกเข้าไปแต่ก็มีพวกไม่รู้อิโหน่อิเหน่หลงเข้าไปอีกสี่ห้าคนผลที่ได้ก็คือเกมโอเวอร์อย่างรวดเร็ว
“ขอบใจมากครับมิร่า” เอ็ดเวิร์ดหันมาขอบคุณ
มิร่าที่ตีหน้าเข้มอยู่ยกมือสองข้ามมาอังที่แก้มตัวเองแล้วหน้าแดง“ไม่เป็นไรนะ เราเต็มใจช่วยคุณเซบาสเตียนอยู่แล้วถ้ามีอะไรบอกได้เลยน่ะ” หญิงสาวก้มหน้าพูดไม่กล้าสบตาเอ็ดเวิร์ด
เอ็ดเวิร์ดตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแต่หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกตัวแล้วต้องคอยเพิ่มพลังให้เพื่อนๆ ของเขาโดยเฉพาะบลานซ์อายะและทากะที่ออกไปอยู่แนวหน้าถึงพวกของเขาจะมีเลเวลมากกว่าแต่คู่ต่อสู้มีมากกว่าเกือบ 5 เท่าตัว การต่อสู้จึงยากลำบากมากขึ้นแต่จำนวนที่ว่ามากกว่า 5 เท่า ตอนนี้น่าจะเหลือราวๆ 2 เท่าเพียงเท่านั้น...
ร่างอวตารที่มีหกแขนของเจ้าตัวหัวหน้ารุกไล่บลานซ์จนพลังชีวิตเหลือไม่ถึงครึ่งเจ้านั่นเมื่ออยู่ในร่างนี้แล้วสามารถถืออาวุธและเครื่องป้องกันรวมแล้วถึง 6 ชิ้นมันเป็นความสามารถหลักของร่างอวตารจากการ์ดแอเรียระดับ C ใบที่ถูกใช้ออกมา
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเราน่าจะแพ้แน่” บลานซ์พูดขึ้นเมื่อดูจากระดับ HP ของตัวเองแล้วทำได้เพียงตั้งรับการโจมตีจากอาวุธทั้ง6 ชิ้นที่โจมตีเข้ามาไม่ยั้งเขากำลังอยู่ในภาวะวิกฤตถึงจะมีลินและเอ็ดเวิร์ดคอยเพิ่มพลังให้แต่ทางคู่ต่อสู้ก็มีผู้เล่นสนับสนุนเช่นกันแต่เมื่อเวลาผ่านไปครบอีก 1 นาทีการ์ดที่ถูกจั่วขึ้นมาก็ทำให้การต่อสู้เปลี่ยนไป...
แต่ก่อนหน้าที่บลานซ์จะใช้การ์ดที่จั่วขึ้นมาได้แทนก็ชิงเรียกมอนสเตอร์ตัวหนึ่งออกมาเสียก่อนมอนสเตอร์ที่เขาได้มาจากการบุกเข้าไปในวิหารมิเรดัสในอดีตผู้พิทักษ์ที่มีใบหน้าของหญิงสาวและร่างกายที่เป็นโลหะสีดำสนิท มอนสเตอร์ระดับ 15 ดาวที่เป็นการ์ดบอสการ์ดที่พลังเกินกว่าจำนวนดาวที่มีเสมอ
“ซัมมอน!” เสียงแทนเรียกใช้ร่างสีดำและเสียงโลหะกระบนพื้นดังขึ้นเมื่อคัลโดร่าแมนติคอร์ปรากฏตัวออกมาท่าแบล็กเมทัลวอลถูกเรียกใช้ให้ตัวมันเองและแทนซึ่งเป็นผู้เรียกใช้กำแพงสีดำที่จะป้องกันค่าความเสียหายทุกชนิดได้ถึง 4 ครั้ง
ถึงคัลโดร่าแมติคอร์จะเป็นมอนสเตอร์ที่มีพลังสูงแต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของแทนเขาจัดการสังเวยมังกรมิติไอเซนเกอร์ที่ตอนนี้เหลืออยู่ในสนามเพียง 2 ตัวทันทีแทนต้องรีบสังเวยมันก่อนที่พลังชีวิตของทั้ง 2 ตัวจะหมดลงเพราะเมื่ออยู่กันเพียง 2ตัวพลังของมังกรมิติก็ไม่ได้เพิ่มมากเท่าไร
