วรกานต์นั่งอ่านหนังสือนิตยสารต่างๆแก้เซ็งไปเรื่อย เมื่อคนที่เขาต้องคอยติดตามดูแลไม่ออกไปไหนเลย เมื่อเช้าหลังจากที่ได้ปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอแล้วนั้นชายหนุ่มก็ได้ข้อสรุปว่าคู่หมั้นของเขาเป็ผู้หญิงที่ปากร้าย ชอบดูถูกคนและเอาแต่ใจตัวเองเป็ที่หนึ่งซึ่งผู้หญิงแบบนี้เขาจะไม่มีวันแต่งงานด้วยอย่างเด็ดขาด
น้ำส้มแก้วหนึ่งถูกวางลงตรงหน้านายทหารหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเด็กรับใช้ยืนส่งยิ้มให้
“ขอบใจนะ แต่ฉันไม่ได้สั่ง”
“อ๋อ...คุณไอซ์สั่งให้หนูเอามาให้คุณค่ะเธอคิดว่าคุณคงจะหิวน้ำ”
“งั้นเหรอ” เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหรี่ตามองแก้วน้ำส้มเย็นเจี๊ยบที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วตัดสินใจยกมันขึ้นดื่มเพราะคิดว่าเธอคงจะเริ่มมีไมตรีต่อกันบ้างแล้วก็เป็ได้ ทว่าพอเขาได้ดื่มน้ำเข้าไปก็ต้องรีบบ้วนปากทิ้งทันทีเนื่องจากน้ำส้มไม่ได้มีรสหวานชื่นใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมีแต่รสเค็มปี๋จนแสบคอเลยทีเดียว
วรกานต์วางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะด้วยความโมโหที่โง่ยอมเชื่อใจไอลดาชายหนุ่มตวัดสายตามองไปชั้นบนก็เห็นหญิงสาวยืนอยู่ที่หน้าต่างและกำลังมองลงมาทางเขาพอดี
วรกานต์จึงลุกขึ้นยืนแล้วมองตอบอีกฝ่ายอย่างเอาเื่ทว่าแทนที่ไอลดาจะสำนึกผิดกลับหัวเราะเยาะเขา แถมยังแลบลิ้นให้อีกต่างหากก่อนที่เธอจะปิดผ้าม่านหนีไป
นายทหารหนุ่มกำหมัดแน่น รู้สึกโกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไงแล้วั้แ่เล็กจนโตมาไม่เคยมีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้มาก่อนเลย
แสบนักนะไอลดา สักวันหนึ่งเถอะฉันจะเอาคืนเธอเป็สิบเท่าเลยคอยดู
ด้านไอลดาที่เดินมานั่งลงบนเตียงแล้วยังคงหัวเราะชอบใจที่แกล้งวรกานต์ได้สำเร็จไม่เลิก
“หึๆ สมน้ำหน้า ให้มันรู้ซะบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใครกล้ามาขัดคำสั่งฉันก็ต้องเจอดีแบบนี้แหละ นี่มันยังน้อยไปนะนาย...เอ๊ะ...เขาชื่ออะไรนะ”หญิงสาวพยายามนึกถึงชื่อของบอดี้การ์ดคนใหม่อยู่ครู่ก็นึกออก
“อ๋อ...กานต์ คุณพ่อเรียกนายคนนั้นว่านายกานต์ใช่ไหมชื่อกานต์เฉยๆ เหรอ แต่ช่างเถอะ จะชื่ออะไรก็ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยเพราะอีกไม่นานนายนั่นก็จะต้องกระเด็นออกไปจากชีวิตเราอย่างแน่นอน หึ...นายกานต์ ถ้าขืนนายยังดื้อดึงอีกละก็นายเจออะไรที่หนักกว่านี้แน่”
ไอลดาหยิบรีโมทฯ ของเครื่องเสียงมาเปิดเพลงฟังแล้วร้องตามอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหยิบกระเป๋าผ้าที่เธอนำมาเพ้นท์ลายต่างๆ ไว้มาทำต่อ
หญิงสาวทำงานเพลินจึงไม่ได้ดูเวลาเลยว่าตอนนี้มันเที่ยงกว่าแล้วเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอละมือจากงานที่ทำอยู่แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรจ๊ะนวล” เธอถามเด็กรับใช้ตรงหน้า
“เที่ยงแล้วค่ะ ป้าแดงให้หนูขึ้นมาตามคุณไอซ์ลงไปทานข้าวค่ะ”
“เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย”เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะรู้สึกหิวขึ้นมาในทันที
“เที่ยงกว่าแล้วด้วยค่ะ คุณไม่ลงไปสักทีป้าแกก็เลยให้หนูขึ้นมาตาม”
“งั้นไปบอกป้าละกันว่าเดี๋ยวฉันลงไป”
“ค่ะ”เด็กนวลรับคำแล้วเดินจากไป
ส่วนไอลดาเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำให้สดชื่นขึ้นจากนั้นก็เดินลงไปที่ห้องรับประทานอาหาร พอไปถึงหญิงสาวก็หยุดชะงักเมื่อเห็นว่าใครนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ทำไมนายมานั่งตรงนี้” เธอถามเสียงห้วนอย่างไม่พอใจ พลางเดินไปทรุดตัวลงนั่งตรงหัวมุมของโต๊ะอาหาร
“จะทานข้าวถ้าไม่มานั่งตรงนี้แล้วจะให้ไปนั่งที่ไหนล่ะครับ” วรกานต์ตอบเสียงเรียบไม่แพ้ใบหน้า เธอเห็นก็เบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้
เชอะ! ทำเป็เก๊กนึกว่าตัวเองหล่อนักหรือไงฮะ
“ก็ไปนั่งกินในครัวไงล่ะ นายไม่รู้ฐานะของตัวเองบ้างเลยหรือไง”
“ผมรู้ครับและจำได้ขึ้นใจทีเดียวเพราะวันนี้คุณพูดย้ำให้ผมฟังหลายรอบแล้ว”
“ถ้าเข้าใจแล้วทำไมยังมานั่งเสนอหน้าอยู่ตรงนี้อีกไม่ทราบฮะ”
“อันนี้คุณก็ต้องไปถามคุณพ่อคุณเองนะครับเพราะผมแค่ทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างเท่านั้น” ชายหนุ่มเอาคำที่หญิงสาวเคยใช้เล่นงานเขามาย้อนคืนกลับไป
ไอลดาเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเถียงกลับไม่ได้นั่งมองอีกฝ่ายตาขวางที่เขาเอาบิดาของเธอมาอ้าง ส่วนวรกานต์นั้นยิ้มนิดๆ ตรงมุมปากด้วยความสะใจที่ทำให้ผู้หญิงนิสัยเสียแบบเธอจนมุมเถียงต่อไม่ได้ ซึ่งกิริยาที่ชายหนุ่มแสดงออกมาหญิงสาวเห็นเต็มสองตาจึงโกรธมากยิ่งขึ้น
ในใจเริ่มคิดหาทางเอาคืน จนกระทั่งสายตาเธอเหลือบไปเห็นเด็กนวลกำลังถือถาดที่มีชามต้มจืดใบโตวางอยู่พอดีรอยยิ้มร้ายกาจจึงผุดขึ้นตรงมุมปากเมื่อรู้แล้วว่าจะเอาคืนเขายังไงดี
ไอลดารอจังหวะให้เด็กรับใช้เดินเข้ามาใกล้จากนั้นก็แกล้งลุกขึ้นเดินไปช่วยอีกฝ่ายอย่างมีน้ำใจ
“มานวลฉันช่วย เธอไปเอากับข้าวอย่างอื่นออกมาอีกเถอะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณไอซ์ ในครัวไม่มีกับข้าวอะไรแล้วค่ะ”
“เถอะน่าฉันช่วย งั้นเธอก็ไปรินน้ำไป” เมื่อคุณหนูของบ้านยืนการจะช่วยให้ได้ เด็กนวลจึงจำต้องปล่อยมือออกแล้วเดินไปรินน้ำแทน
ไอลดาจ้องเป้าหมายไม่วางตา ก่อนจะเดินปรี่ไปทางเขาแล้วแกล้งสะดุดขาตัวเองจนชามต้มจืดหกใส่คนที่นั่งอยู่อย่างไม่พลาดเป้าสักนิดเดียว
“ว้าย!”
“เฮ้ย!”
เสียงร้องของวรกานต์และเด็กนวลดังขึ้นพร้อมกันก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกพรวดขึ้นยืนสะบัดแขนตัวเองเพราะแสบร้อน เนื่องจากน้ำต้มจืดที่ไอลดาทำหกใส่เขานั้นกำลังร้อนเลย
“อุ๊ย...ฉันขอโทษนะนายกานต์นายคงรู้สึกแสบแขนมากใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเอาน้ำนี่ล้างก่อนนะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับคว้าเหยือกน้ำที่วางอยู่ใกล้ๆ มือขึ้นมาสาดน้ำใส่เขาทันที
“จะบ้าหรือไงคุณ! สาดน้ำใส่ผมทำไมฮะ!” วรกานต์ตะคอกถามด้วยความโมโห สภาพของชายหนุ่มในตอนนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลยเพราะมีเศษผักเศษหมูติดอยู่ตามเสื้อผ้าเต็มไปหมด
“อ้าว...ก็ฉันเห็นนายสะบัดแขนไปมาเพราะว่ามันร้อนไม่ใช่เหรอฉันก็เลยเอาน้ำเย็นมาช่วยดับร้อนให้ยังไงล่ะ” ไอลดาตอบพาซื่อแต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขันแกมสะใจ
“นี่คุณจงใจแกล้งผมใช่ไหมไอลดา” วรกานต์ถามเสียงเข้ม พยายามข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้สุดฤทธิ์
“เปล่านะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธแต่กลับอมยิ้มขำ แล้วแบบนี้จะให้เขาเชื่ออย่างนั้นหรือว่าเธอไม่ได้จงใจแกล้งเขาใครเชื่อเธอก็บ้าแล้ว
“คุณร้ายกาจมากนะไอลดา ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนนิสัยเสียแบบคุณมาก่อนเลย”
“ไม่เคยเจอก็ได้เจอแล้วไงล่ะและถ้าไม่อยากเจออีกก็รีบลาออกไปซะสิ” ไอลดาบอกด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ยียวนกวนอารมณ์ยิ่งนัก
ทว่าแทนที่นายทหารหนุ่มจะหัวเสียหนักขึ้นเขากลับจ้องหน้าเธอด้วยสายตาค้นหาแทน จากนั้นก็ยิ้มหยันออกมาเมื่อรู้จุดประสงค์ของเธอว่า้าอะไรซึ่งเขาบอกได้เลยว่าเธอไม่มีทางสมหวังแน่
“ไม่มีทาง วิธีการแบบเด็กๆของคุณมันทำให้ผมถอดใจไม่ได้หรอก อย่างเก่งก็แค่สร้างความรำคาญให้กับผมเท่านั้นและยิ่งคุณทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมอยากจะเอาชนะคุณมากยิ่งขึ้นเข้าไปใหญ่”
“นายจะไม่ยอมลาออกดีๆ ใช่ไหม” เธอถามเสียงห้วนจัดด้วยความไม่พอใจที่ถูกอีกฝ่ายสบประมาท
“ใช่”เขาตอบกลับอย่างท้าทาย
“ดี”ไอลดากัดฟันพูด “แล้วนายจะได้รู้ว่าฉันไม่ได้มีแค่วิธีจัดการกับนายแบบเด็กๆเท่านั้นหรอก” พูดจบหญิงสาวก็สะบัดหน้าใส่แล้วเดินออกจากห้องอาหารไปความหิวก่อนหน้านี้หายไปหมดเหลือเพียงแต่ความเจ็บใจและอยากเอาชนะเท่านั้น
วรกานต์มองตามหลังไอลดาไปด้วยความหนักใจเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมรามือง่ายๆ กับแค่การที่เขามาดูแลคอยปกป้องเธอถึงกับทำให้เธอไม่พอใจมากจนพาลไม่ชอบหน้าเขามากขนาดนี้ได้ ช่างเป็ผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยหรือว่าเธอจะมีเหตุผลอื่นที่นอกเหนือจากนี้กัน
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ แล้วตัดสินใจกลับบ้านเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เพราะคงทนทานข้าวในสภาพเช่นนี้ไม่ไหวแน่ วรกานต์กำลังจะเปิดประตูรถของตัวเอง แต่สายตาเหลือบมองไปทางห้องนอนของไอลดาเข้าเสียก่อนจึงได้เห็นเงาคนแวบๆ ที่หน้าต่างเข้าพอดี
ชายหนุ่มยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรไปที่บ้านของตนเอง
“ฮัลโหล...สายใจเหรอ นี่ฉันเองนะเธอช่วยไปหยิบเสื้อเชิ้ตบนห้องให้ฉันตัวหนึ่งสิ แล้วให้นายชัยขับรถเอามาให้ฉันที่บ้านของคุณอาปรีชาเดี๋ยวนี้เลยนะขอบใจมาก”
วรกานต์กดวางสายแล้วถอนหายใจยาวก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ที่เขาเปลี่ยนใจไม่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านเพราะกลัวว่าไอลดาจะออกจากบ้านไปคนเดียวตอนที่เขาไม่อยู่ดังนั้นเขาจึงต้องป้องกันเอาไว้ก่อน