ทันทีที่หยุนเหวินกล่าวคำนั้นออกมา ทุกคนก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเขาคงจะได้ยินบทสนทนาของพวกจางหลินตั้งแต่แรก
แต่เขากลับเลือกที่จะไม่เคลื่อนไหว และรอดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ
ทว่าการกระทำที่น่ารังเกียจและไร้เหตุผลของหยางเซี่ยไม่ต่างจากการย้อนเกล็ดมังกร ทำให้ท้ายที่สุดหยุนเหวินที่มีหน้าที่ในการดูแลเมืองหยางโจวภายใต้ชื่อของสำนักจักรพรรดิดาราต้องมาหยุดเรื่องราวท้้งหมดนี้ด้วยตัวของเขาเอง
และอีกอย่างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าตระกูลชิงได้เข้าร่วมกับสำนักจักรพรรดิพิรุณ ฉะนั้นทั้งตระกูลชิงถือได้ว่าเป็นศัตรูของสำนักจักรพรรดิดาราไปแล้ว ดังนั้นการขับไล่ของหยุนเหวินย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎของสำนัก
“นะ-นี่…” คำสั่งของหยุนเหวินทำให้ชิงเหลียนเฟิงหน้าเปลี่ยนสี มันพยายามจ้องมองปรมาจารย์ซูหยานราวกับว่ากำลังร้องขอความช่วยเหลือ
แต่ปรมาจารย์ซูหยานไม่ได้สบตากับชิงเหลียนเฟิงแม้แต่น้อย และดูเหมือนมันไม่กล้าที่จะแสดงอาการต่อต้านด้วยซ้ำ
นั่นยิ่งทำให้ชิงเหลียนเฟิงรู้สึกอึดอัดจนตับแทบระเบิด!
มันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าสถานการณ์จะจบลงในลักษณะนี้ ที่แม้แต่ปรมาจารย์ซูหยานที่มันนับถือก็ยังไม่กล้าหืออือกับผู้อาวุโสหยุนเหวิน
ชิงเหลียนเฟิงยกมือขึ้นมาประสานราวกับต้องการพูดบางอย่าง “ผะ-ผู้อาวุโส ข้า…”
ทันใดนั้นแววตาของหยุนเหวินแข็งกระด้างขึ้น พลางกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชา “ข้าไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง แต่หากเจ้าคิดว่าจะสามารถรับมือกับความหงุดหงิดของข้าได้ก็จงพูดต่อไป”
เมื่อได้ยินดังนั้นชิงเหลียนเฟิงทำได้เพียงกลืนความอัปยศอดสูและความเกลียดชังนี้ไว้ในใจ มันกัดฟันประสานมือไปยังหยุนเหวินอย่างสุภาพที่สุด “ขะ-ขอบคุณสำหรับความเมตตาของผู้อาวุโสหยุน”
หยุนเหวินพยักหน้าอย่างหน้าไม่อาย “เจ้าเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว ข้าคือชายที่มีเมตตามากที่สุดในสำนักจักรพรรดิดารา”
ปรมาจารย์ซูหยานที่ได้ยินดังนั้นก็เกือบจะกระอักเลือดออกมาจนตาย
[เจ้าน่ะหรือมีเมตตา?]
[เจ้าเป็นคนไร้ยางอายและหน้าด้านสิไม่ว่า!]
ชิงเหลียนเฟิงทำได้เพียงหันหลังและส่งสัญญาณให้แก่ชิงเยว่และตระกูลชิงคนอื่นๆ ให้กลับไปยังตระกูลชิงโดยไม่ได้มีการร่ำลาผู้ใดเลย
สายตาของชิงเยว่มีความเศร้าหมองอยู่ภายใน ครั้นจ้องมองไปยังจางหลินที่พยายามประคองร่างที่บาดเจ็บสาหัสของจางหยินเซียวขึ้นมา
นางกัดริมฝีปากแน่นจนเกิดห้อเลือด ถึงอย่างนั้นนางก็ทำได้เพียงเดินตามหลังชิงเหลียนเฟิงกลับไปโดยไร้ซึ่งคำบอกลาใดๆ
ปรมาจารย์ซูหยานโบกแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์ และจ้องมองหยางเซี่ยพลางกล่าวด้วยเสียงแข็ง “กลับ!”
หยางเซี่ยเองก็ทำได้เพียงแค่จ้องมองจางหลินในระยะไกลด้วยแววตาที่คั่งแค้น มันส่งเสียงครวญครางในลำคออย่างเย็นชาราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด!
มันได้ปฏิญาณในใจแล้วว่าหากมีโอกาส มันจะสังหารจางหลินในทันทีเพื่อที่จะระงับความเกลียดชังของมัน!
ที่มันเคียดแค้นและจงเกลียดจงชังจางหลินไม่ได้เป็นเพราะเขาปฏิเสธชิงเยว่แต่อย่างใด แต่เป็นเพราะมันได้เห็นว่าอารมณ์ที่เคยเฉยเมยในแววตาของชิงเยว่กลับเผยให้เห็นถึงความรู้สึกผิดที่มีต่อจางหลิน และดูเหมือนว่านางยังมีเยื่อใยให้แก่จางหลินอยู่
สังเกตได้จากตอนที่จางหลินกำลังจะหันหลังและนางพยายามที่จะเอื้อมมือหยุดเขาไว้ นั่นเป็นสิ่งที่มันยอมรับไม่ได้หากชิงเยว่ยังคงอาวรณ์โหยหาถึงจางหลินอยู่!
ชิงเยว่คือผู้หญิงของมัน! มันจะยอมให้จางหลินทิ้งรอยจุดดำๆไว้ในจิตใจของชิงเยว่ไม่ได้เป็นอันขาด!
นั่นคือความริษยา! และยังเป็นเหตุผลที่มันตัดสินใจโจมตีเพื่อระบายความหงุดหงิดในใจโดยไม่สนใจผลกระทบที่ตามมา
ท้ายที่สุดมันก็กลับไปพร้อมกับปรมาจารย์ซูหยาน และทิ้งให้พิธีแต่งงานกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่ของเมืองหยางโจว
ฝูงชนทั้งหมดที่กำลังกลั้นหายใจอยู่นานสองนานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่เห็นว่าความขัดแย้งในครั้งนี้สิ้นสุดลงด้วยการมาถึงของหยุนเหวินแห่งสำนักจักรพรรดิดารา
หนึ่งในนั้นคือลุงฉู่เหวินที่เคยตีพัดมังกรสีครามให้แก่จางหลิน เขาอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นเมื่อเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับสองพ่อลูกตระกูลจาง
แต่เนื่องจากเขามีภูมิหลังที่อ่อนแอ เขาจึงทำได้เพียงกลืนความโกรธลงท้องและจ้องมองสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้อย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นสภาพของจางหลินในปัจจุบัน ใครหลายๆคนที่เคยไม่ชอบขี้หน้าจางหลินก็รู้สึกสงสารและรู้สึกเป็นกังวลต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง
ที่จางหลินมาในวันนี้ก็เพียงเพราะต้องการรักษาอนาคตให้แก่หญิงสาวที่เขารัก แต่กลับกลายเป็นว่าความหวังดีของเขาทำให้เขาและจางหยินเซียวถูกโจมตีอย่างหนัก และยังต้องเป็นศัตรูกับสำนักจักรพรรดิพิรุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาสามารถที่จะเห็นแก่ตัวโดยการแต่งงานกับชิงเยว่ได้ต่อไปโดยที่จะไม่มีปัญหาอะไรตามมา
แต่เขาก็ยังตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ฉุดรั้งหญิงสาวที่เขารักไว้แม้ว่าตนเองจะต้องสูญเสียหรือต้องพบเจอกับอะไรก็ตาม
นี่คือลูกผู้ชายที่แท้จริงที่ยอมจะเสียสละความสุขของตนเองเพื่อผู้หญิงที่เขารัก! แต่เขากลับถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในลักษณะนี้!
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง…
จางหลินค่อยๆประคองร่างของจางหยินเซียวขึ้นมาด้วยความกังวล “ท่านพ่อ ท่านยังยืนไหวหรือไม่?”
จางหยินเซียวส่ายหน้าเบาๆด้วยรอยยิ้มขมๆ แต่ก่อนที่เขาจะตั้งหลักได้ เขากลับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่!
“พ๊วก!”
เลือดสีแดงที่ถูกขับออกมานั้นมีร่องรอยของความร้อนแผดเผาทำให้เลือดเกิดการระเหยอย่างรุนแรงจนกลายเป็นไอ!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือพลังปราณจากจิตวิญญาณยุทธ์กิเลนเพลิงที่ถูกทิ้งไว้โดยปรมาจารย์ซูหยาน!
เมื่อมองไปยังเลือดที่กำลังเดือดระอุเป็นไอ การแสดงออกของจางหลินก็เปลี่ยนไปในทันที “ทะ-ท่านพ่อ!”
จางหยินเซียวรีบโบกมือ เขาตัดสินใจนั่งลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหมุนเวียนพลังปราณไปยังจุดชีพจรทุกจุด เพื่อจะขจัดความร้อนที่มาจากพลังของกิเลนเพลิงให้พ้นไป
แต่หลังจากที่จางหยินเซียวหมุนเวียนพลังปราณได้เพียงแค่เก้ารอบ เขาก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง เลือดนั้นระเหยกลายเป็นไอน้ำลอยหายไปในชั้นบรรยากาศเฉกเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้
เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามที่จะขับพลังปราณที่ได้แทรกแซงเข้าสู่เส้นลมปราณออกไป เพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บภายในที่สาหัสไปมากกว่านี้
แต่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของจางหยินเซียว เขาไม่สามารถที่จะขจัดพลังงานส่วนเกินที่มีความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ซูหยานออกไปจากร่างกายได้ด้วยความสามารถของเขาเพียงคนเดียว
แต่หากเขาไม่สามารถขับปราณจากกิเลนเพลิงออกไปจากเส้นลมปราณของตนเองได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกไม่ช้าอาการบาดเจ็บสาหัสภายในของเขาก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นจนอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตหากรักษาไม่ทันการณ์