เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 112

    “เฮ้ๆ พวกคุณอย่ามองเหมือนฉันเป็นคนร้ายอย่างนั้นสิ ฉันก็แค่มาทำงาน โอเค?” เมเดอรีนยังคงกล่าวต่อไป เกียรติไกรพยายามจ้องมองไปที่เธอด้วยสายตาพิจารณาหาความจริง“ถ้าไม่ให้มองว่าคุณเป็นคนร้าย จะให้ผมมองคุณเป็นแขกที่มาเยี่ยมบ้านของผม และเป็นเพื่อนสนิทของภรรยาผมอย่างนั้นเหรอครับ ทั้งๆที่ความจริงแล้วคุณทั้งบุกรุก ทั้งใช้เธอเป็นเครื่องมือในการต่อรอง” เกียรติไกรกล่าวออกไปอย่างใจเย็น กับคนประเภทนี้ถ้าเขาสติแตกจะยิ่งเข้าทางมัน เขาต้องสงบสติเอาไว้ก่อน“ฉันก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้หรอกนะ อันที่จริงอยากจะนั่งจิบกาแฟคุยกันสบายๆมากกว่า แต่ถ้าทำอย่างนั้นคุณก็ไม่สามารถบอกข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างของฉันต้องการมาได้..” เมเดอรีนกล่าวพร้อมกับทิ้งตัวไปที่โซฟา และเรียกให้ปิ่นภรรยาของเกียรติไกรไปนั่งข้างๆเธออีกด้วย“มันก็จริง แล้วคุณต้องการรู้ข้อมูลในเรื่องอะไรล่ะ ไม่สิ! มันคงเกี่ยวกับคุณเทียนหลงอย่างนั้นสินะ” เกียรติไกรกล่าว และเขาก็เดินเข้าไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับตำแหน่งของเมเดอรีน เหมือนกับว่าพวกเขากำลังจะเจรจาธุรกิจกันอย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่มันเป็นการเจรจาที่มีชีวิตเป็นเดิมพันเท่านั้นเอง“ปิ๊งป่อง!.. คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันต้องการอะไร และถ้าคุณต้องการจะบอกกับฉัน ทุกอย่างมันอาจจะดูง่ายขึ้น จริงไหม” เมเดอรีนกล่าว เธอใช้นิ้วชี้ส่างผมของปิ่นอย่างเอ็นดูไปด้วยในขณะที่กล่าว“แกเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่าเราเป็นคนของคุณเทียนหลง ทำอย่างนี้อย่าได้หวังว่าเรื่องมันจะจบได้ง่ายๆ ไม่ว่าแก หรือพรรคพวกของแกจะอยู่ที่ไหน หลังจากนี้อาจารย์จะออกตามล่าพวกแกแน่” มีมี่อดที่จะกล่าวด่าเมเดอรีนออกมาไม่ได้ เธอคนนี้ต้องเป็นคนโง่แค่ไหนที่เข้ามาหาเรื่องอาจารย์ของเธอตรงๆ ชะตาของพวกเขาคงจบสิ้นแล้ว“สาวน้อยผู้ซื่อสัตย์เอ้ย เธอคิดผิดอยู่หลายอย่างเลยนะ อย่างแรกเลยพวกเธอมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากเกินไปหน่อย อย่างที่สองพวกคุณคงไม่คิดหรอกนะว่าโลกใบนี้จะมีเพียงแค่พวกเธอเท่านั้นที่เก่งน่ะ ฉันจะบอกให้เอาบุญ โลกใบนี้ยังมีฮันเตอร์อีกหลายชีวิตที่ไม่ด้อยไปกว่าพวกเธอเลย ดังนั้นก็อย่ามั่นใจให้มันมาก เห็นแล้วมันหงุดหงิด..” เมเดอรีนจ้องไปที่มีมี่ และเธอก็กล่าวออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก“น้องมี่ เธอควรใจเย็นๆลงก่อน.. ข้อเสนอของคุณมันก็น่าสนใจอยู่หรอกนะ แต่ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะไม่โกหกเรื่องการปล่อยตัวภรรยาของผม..” เกียรติไกรกล่าว“พี่ไกร พี่คงไม่คิดที่จะ...” มีมี่หันกลับมามองด้วยสีหน้าตกใจ หากพี่ไกรกล่าวเกี่ยวกับตัวตนของอาจารย์แม้แต่เพียงนิดเดียว ตัวของพี่ไกรเองนั่นแหละที่จะต้องตาย เพราะมันเป็นพันธสัญญาที่ไม่อาจจะบิดเบี้ยวได้“ไม่เอาน่า เป็นเธอเธอจะทำอย่างไรกันล่ะ ถ้าเป็นท่านวสินอยู่ในสภาพอย่างนี้ เธอก็คงทำเหมือนกับพี่.. เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ พี่ตัดสินใจแล้ว..” เกียรติไกรหันกลับมาจิกตาไปที่มีมี่ และดวงตาคู่นั้นมันเป็นดวงตาที่มาดมั่น และเป็นดวงตาของคนที่ยังไม่คิดจะยอมแพ้ แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายนั้นดี“เฮ้อออ.. พี่อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าพี่รับผลที่จะตามมาทั้งหมดนั้นได้ มี่ก็ไม่มีอะไรจะพูด” มีมี่กล่าวพร้อมกับพิงหลังไปที่โซฟาด้วยอีกคน ใบหน้าของเธอเหมือนกับไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวเรื่องพวกนี้อีกต่อไป เมเดอรีนที่เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย“ฮิฮิ.. พูดกันง่ายๆดีกว่าใช้กำลัง จริงไหม อย่างที่บอกฉันแค่มาทำงาน และงานของฉันคือหาข้อมูล แน่นอนว่าถ้าได้ข้อมูลตามที่ฉันต้องการแล้ว ฉันก็จะปล่อยตัวภรรยาของคุณไป.. และฉันจะพิสูจน์ให้กับพวกคุณเห็น..” เมเดอรีนกล่าวพร้อมกับมองไปที่ปิ่นภรรยาของเกียรติไกร“เธอน่ะ ถ้าฉันได้ข้อมูลทั้งหมดตามที่ฉันต้องการแล้ว ฉันจะพูดว่า ‘คอมพลีท’ หลังจากนั้นเธอจะหลุดออกจากภวังค์คำสาปของฉันใน 30 นาที แต่ว่าใน 30 นาทีนั้น ถ้าในสายตาของเธอเห็นว่าฉันไม่ปลอดภัย หรือใครก็ตามที่พยายามจะเข้าใกล้ตัวเธอแล้วล่ะก็ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลิดชีพของตัวเองทันที..” เมเดอรีนกล่าว และปิ่นเองก็พยักหน้า“เท่านี้ก็คงจะโอเคแล้วนะ...”เมเดอรีนหันกลับมาสอบถาม“ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไร.. ถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอให้เธอได้ดื่มโพชั่นรักษาก่อนจะได้ไหม ก็อย่างที่เห็นตอนนี้ร่างกายของเธอค่อนข้างสาหัส..” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับชูขวดโพชั่นที่ไอซ์ได้ให้มา เมเดอรีนที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้กับเกียรติไกร“แม้ว่าโพชั่นพวกนั้นมันจะลบล้างคำสาปได้ แต่จะว่าก็ว่าเถอะนะ มันเป็นแค่ระดับ S เท่านั้น มันไม่สามารถลบคำสาปของฉันได้.. ยื่นมาสิ ฉันจะป้อนให้กับเธอเอง” เมเดอรีนกล่าว เกียรติไกรเองก็วางขวดยาเอาไว้บนโต๊ะรับแขกตามคำบอกของเธอ หลังจากที่ปิ่นได้ดื่มยาเข้าไปแล้ว แผลทางกายของเธอก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง แต่ทว่าเธอยังตกอยู่ในภวังค์ตามคำที่เมเดอรีนเอ่ยกล่าว เกียรติไกรถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆภรรยาของเขาก็ปลอดภัย“เอาล่ะ อยากจะถามอะไรก็รีบพูดมาเถอะ แต่ผมขอเตือนอะไรเอาไว้อย่างหนึ่ง ถ้าภรรยาของผมไม่กลับมาเป็นปกติ ผมสาบานได้เลยว่าคุณจะมีจุดจบไม่ต่างอะไรกับเธอแน่นอน..” เกียรติไกรกล่าวด้วยน้ำเสียงกดดัน เมเดอรีนเองก็ได้แค่ยิ้มหวานส่งกลับไปเท่านั้น ก่อนที่เธอจะยักไหล่ของตัวเอง“ก็นะ.. อย่างที่บอก ฉันก็ไม่อยากจะทำ แต่มันดันเป็นงานที่ได้ผลตอบแทนดีล่ะนะ.. ช่างเถอะ มาเริ่มจากคำถามแรกกันดีกว่า.. ตาเทียนหลงคนนั้นเป็นใคร..” เมเดอรีนกล่าวถาม“เขามีชื่อจริงว่า ‘เฉินหลง’ ลูกครึ่งไทย-จีน..” เกียรติไกรตอบออกไปด้วยความไม่ลังเล แต่ข้อมูลนั้นมันกลับเป็นของปลอมที่ดูเหมือนจริงเอามากๆ มีมี่ที่ได้ยินเธอก็ต้องช่วยพี่ไกรเพื่อที่จะทำให้ข้อมูลนี้มันดูเป็นเรื่องจริงที่สุด“ฉันไม่คิดว่าพี่จะกล้าทำถึงขนาดนี้.. นับจากนี้ก็อย่ามาเรียกฉันว่าน้องอีก และแกก็เตรียมรับบทลงโทษจากท่านอาจารย์ด้วยล่ะ ฉันไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ขอตัว!..” มีมี่กล่าวพร้อมกับเดินออกไปทางประตู เกียรติไกรที่ได้ยินอย่างนั้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าแม่การแสดงกำลังสิงร่างของมีมี่อยู่ เขากดหน้าลงต่ำ พร้อมกับเอ่ยเสียงเบาๆในลำคอ“พี่ขอโทษ...” มันเป็นน้ำเสียงที่ไม่ได้ดังมาก แต่มันก็ดังพอให้เมเดอรีนได้ยิน มีมี่เองที่อยู่ในช่วงของการแสดงก็ชะงักตัวเล็กน้อย เธอเชื่อว่าพี่ไกรจะไม่พูดอะไรที่เป็นความจริงออกไป ในใจลึกๆก็ยังไม่มั่นใจเท่าไร แต่ขออย่าให้เขาพูดอะไรที่มันเข้าข่ายว่าเป็นการหักหลังท่านอาจารย์เลย ไม่อย่างนั้นเธอคงจะได้เห็นพวกพี่ทั้งสองคนเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต“แหม่.. ก็ซาบซึ้งอยู่หรอกนะ แต่ว่าก็ว่าเถอะ เรามาถามตอบกันต่อเลยดีไหม..” เมเดอรีนกล่าว เกียรติไกรที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็แอบยิ้มขึ้นมาในใจ ที่อีกฝ่ายเชื่อการแสดงนี้ และมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่มีมี่ปิดประตูเสียงดังราวกับจะบอกว่าเธอไม่พอใจกับเรื่องนี้“ได้! คุณอยากรู้อะไรล่ะ..” เกียรติไกรเงยหน้าเศร้าจากการแสดงของตัวเองออกมา และกล่าวถาม“เราจะพบตาเฉินหลงนั่นได้จากที่ไหน วิธีใด..” เมเดอรีนแม้ว่าเธอจะสงสารชายตรงหน้า แต่ในเมื่อมันเป็นงาน เธอเองก็จำใจที่จะทำมัน ในใจลึกๆของเธอ ทำได้เพียงแค่ภาวนาไม่ให้เขาได้รับบทลงโทษที่หนักหนาสาหัสเลย“ต้องขอโทษด้วย การขอพบคุณเฉินหลงในแต่ละครั้ง จะผ่านคุณอนุวัฒน์ที่เป็นตัวแทนของเขาเท่านั้น ผมเป็นเพียงแค่ตัวแทนทางการเงินให้กับเขา แต่ว่าคุณเฉินหลงไม่น่าจะอาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่นี้ ผมเคยได้ยินว่ามันเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น..” เกียรติไกรกล่าวออกไปมั่วๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าข้อมูลที่เขาได้ให้ไปมันจะตรงกับคำประกาศของไอซ์ในอนาคต“อย่างนั้นเหรอ.. แล้วคุณรู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับเฉินหลงคนนั้น..”