บทที่54
สังหารในป่า
ในเวลาเดียวกันหุ่นติดอาวุธทางด้านซ้ายก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นกันมันเหวี่ยงแขนโลหะขึ้นตวัดไปด้านหน้า ท่ามกลางแสงไฟสลัว เสียง ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บของเข็มแหลมหลายสิบเล่มที่พุ่งทะลวงอากาศดังขึ้นถี่ยิบ
เข็มเล็กเหล่านั้นบางเฉียบราวเส้นผมแต่แฝงไว้ด้วยปราณที่แหลมคม ราวกับจงใจเจาะจุดตายพุ่งทะยานเข้าหาหยุนโม่อย่างแม่นยำ
โลหะของหุ่นรบกระทบกับเข็มเสียงดังกริ๊กติดกันหลายระลอกแต่ไม่มีแม้แต่เล่มใดทะลุเกราะเหล็กของมันได้
หยุนโม่เองก็ตอบสนองอย่างว่องไวเนื้อย่างในมือร่วงหล่นลงบนพื้นโดยไม่ใยดี
ข้อมือขวาของเขาหมุนเล็กน้อยก่อนที่กำไลที่สวมอยู่จะส่องแสงสว่างไสว
แสงปราณพวยพุ่งจากวงแหวนรอบข้อมือก่อรูปกลายเป็นโล่พลังงานใสรอบตัวเขา
เสียง ปึ้ง ดังเบา ๆเมื่อเศษเข็มที่แหวกผ่านโล่ของหุ่นรบหลุดรอดมาโดนโล่พลังปราณของเขาและสะท้อนกระเด็นไป
ดวงตาของหยุนโม่หรี่ลงทันที ใบหน้าเรียบนิ่งเปลี่ยนเป็นเข้มขรึม
คิ้วขมวดแน่นโดยไม่อาจปิดซ่อนความสงสัย
‘...เหตุใดกัน?ข้าแสดงให้เห็นถึงพลังทำลายระดับหลอมกายาแต่กลับยังมีผู้กล้าเสี่ยงลอบสังหารข้าอีก?’
ความคิดวูบผ่านเร็วเท่าความเร็วของเข็มพิษแต่หยุนโม่ไม่มีเวลาไตร่ตรอง
เพราะในวินาทีนั้นเอง เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ใกล้เคียง
ร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำเต็มไปด้วยพละกำลัง เขาสวมชุดนักเดินทางแนบลำตัว มือขวากุมดาบเหล็กยาว
ใบดาบสะท้อนกับแสงยามสนธยาราวกับเป็นประกายอำมหิต
พร้อมกับที่เขาระเบิดปราณวิญญาณออกมาราวพายุ
แรงกดดันแผ่กระจายจนใบไม้สะท้านดาบที่อยู่ในมือของเขาถูกพลังปราณห่อหุ้มกลายเป็นแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งทะยานฟาดตรงเข้าหาหยุนโม่!
หยุนโม่เพียงปรายตามองแวบเดียวก็สามารถประเมินระดับพลังของอีกฝ่ายได้
“ขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสิบ…”
แม้จะยังไม่บรรลุขอบเขตหลอมกายาแต่ก็ถือว่าอยู่จุดสูงสุดของระดับปรับแต่งพลังแล้ว ไม่อาจประมาทได้เลย
ทว่าเขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยตัวเอง
หุ่นติดอาวุธที่อยู่ข้างกายพุ่งทะยานขึ้นเพียงครึ่งจังหวะลมหายใจ
แขนกลยกขึ้นรับดาบเต็มแรงที่ฟาดลงมา!
เสียง เคร้ง! ดังลั่นสะท้านทั่วบริเวณแรงปะทะกระแทกกระจาย
แม้จะปะทะกันตรง ๆแต่หุ่นรบกลับไม่ถอยแม้แต่น้อย
ผู้ฝึกตนคนนั้นเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็วร่างกายเคลื่อนหลบเข้าหาความมืด
หยุนโม่ไม่ได้สั่งให้หุ่นติดอาวุธของตนเองโจมตีหรือไล่ตามอีกฝ่ายเป็นเพราะเขาค่อนข้างระมัดระวังตัวชายวัยกลางคนนั้นมีพลังเพียงแค่ขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสิบเท่านั้น
แต่กลับกล้าบุกเข้าจู่โจมตนที่มีความสามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาได้อย่างง่ายดาย
เรื่องนี้ย่อมไม่ธรรมดาอีกฝ่ายต้องมีเบื้องหลัง และแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่คนเดียวที่เกี่ยวข้อง
และมันก็เป็นอย่างที่หยุนโม่คาดไว้
ทันทีที่ชายวัยกลางคนนั้นถอยกลับไปจากแนวปะทะเงาร่างมากมายก็เผยตัวออกมาจากเงามืดโดยรอบ
พวกมันล้วนเป็นผู้ฝึกตนอิสระที่ดูเหมือนจะผ่านสนามรบมาไม่น้อยรูปลักษณ์มอมแมม เสื้อผ้าหยาบกร้าน สายตาแข็งกร้าวแฝงความโลภ
บางคนสวมเสื้อคลุมเก่าบางคนพันผ้าโพกหน้ากันฝุ่น ทว่าทุกคนกลับแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยวคล้ายพร้อมจะสละชีวิต
หยุนโม่ขมวดคิ้วแน่น
เขาใช้เพียงการกวาดตามองชั่วครู่เดียวก็ประเมินพลังของคนเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วทั้งหมดเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลัง
ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่แตะถึงระดับหลอมกายา
ความรู้สึกกังวลแล่นวูบในใจของเขา
‘ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ขอบเขตปรับแต่งพลังแต่กลับกล้ามาล้อมฆ่าข้าอย่างเปิดเผยเช่นนี้ พวกมันต้องมีไม้ตายบางอย่างแน่นอน...’
แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ภายในมือของผู้ฝึกตนแต่ละคนล้วนถือยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่ง
แสงเรืองรองของอักขระจารึกสะท้อนกับเปลวไฟจากกองไฟกลางค่ายราวกับสะท้อนถึงเจตนาแห่งความตาย
ดวงตาของหยุนโม่เบิกกว้างในทันที
เขารู้ดีว่านั่นคือสิ่งใด
จากความทรงจำมากมายที่เขาได้รับจากผู้ฝึกตนที่เคยสังหารมาข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุโบราณและอุปกรณ์ในโลกแห่งการฝึกตนยังคงแจ่มชัด
เขาจำได้ทันทีว่านั่นคือ “ยันต์ระเบิด”
หนึ่งในอาวุธลับที่สามารถสังหารหรือสร้างความเสียหายได้ในวงกว้าง
แม้มันจะต่างจาก “ระเบิดปราณ” ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นจากเทคโนโลยีล้ำยุคแต่ผลลัพธ์ของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันนัก
ยันต์ระเบิดถูกสร้างจากปราณของผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญด้านอักขระผสานกับวัสดุวิญญาณพิเศษ
แม้จะมีขั้นตอนซับซ้อนกว่าระเบิดปราณของเขาแต่เมื่อใช้งานจริงก็ล้วนแล้วแต่เป็นภัยอันตรายอย่างยิ่ง
แผ่นยันต์สีเหลืองที่เปล่งแสงอักขระเรืองรองถูกขว้างออกจากมือของเหล่าผู้ฝึกตนอิสระพร้อมกัน
พวกมันพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วราวกับลูกไฟหลายสายมุ่งตรงไปยังร่างของหยุนโม่ที่ยืนอยู่ใจกลางค่ายไฟ
ทันทีที่แผ่นยันต์เข้าสู่ระยะพลังปราณภายในก็ปะทุ!
ตูมมม!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องราวฟ้าคำราม
แรงกระแทกจากพลังปราณที่ระเบิดออกมาจากยันต์หลายสิบแผ่นพัดกระแทกพื้นดินโดยรอบอย่างรุนแรง
เปลวเพลิงและแรงกดดันของปราณแผ่ซ่านกระจายออกไปหลายจั้งเศษดิน เศษหิน และกิ่งไม้ปลิวว่อน
แม้แต่เหล่าผู้ฝึกตนที่เป็นคนขว้างยันต์เหล่านั้นออกไปก็ยังต้องรีบถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงแรงอันเกรี้ยวกราด
ทั่วบริเวณเงียบงันในพริบตามีเพียงควันฝุ่นที่ฟุ้งกระจายปกคลุมพื้นที่กลางค่ายกล
หนึ่งในผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ด้านหลังจ้องมองไปยังจุดเกิดเหตุก่อนจะส่งเสียงถามขึ้นมาเสียงเบาแต่ตื่นเต้น
“...ตายแล้วหรือไม่?”
อีกคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้กล่าวตอบด้วยความมั่นใจ “ต้องตายอยู่แล้ว! ยันต์ระเบิดระดับสองนับสิบแผ่นถึงแม้จะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นกลางยังไม่อาจทานได้มนุษย์ธรรมดาอย่างมันจะรอดได้อย่างไร?”
อีกเสียงหนึ่งรีบเสริม “ใช่แล้ว! พวกเราลงทุนขนาดนี้ ใช้ยันต์ระเบิดที่มีราคารวมถึงสิบหินวิญญาณระดับสองมันไม่มีทางมีชีวิตรอด!”
พวกมันหลายคนพยักหน้าอย่างมั่นใจดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและโลภ
แต่ทว่า…
สายลมเย็นพัดพาควันฝุ่นจางหายอย่างช้าๆ
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้หัวใจของพวกมันหยุดเต้นวูบ
“...เป็นไปไม่ได้...”เสียงหนึ่งพึมพำอย่างตะลึง
ตรงกลางของพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของการระเบิด
ร่างของบุรุษในชุดคลุมสีเทาที่สวมหน้ากากเหล็กยังคงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิม
แม้เสื้อผ้าจะมีรอยเปื้อนจากฝุ่นดินเล็กน้อยแต่ร่างกายของเขายังคงอยู่โดยไร้รอยบาดเจ็บ
โล่พลังปราณโปร่งแสงที่กำลังจางหายไปช้าๆแสดงให้เห็นว่าเขารอดจากการโจมตีรุนแรงนี้ได้
ดวงตาของหยุนโม่เยือกเย็นมองไปยังฝูงผู้ฝึกตนที่ยืนตะลึงอยู่รอบทิศ