เงาของคนๆหนึ่งที่เดิน ผ่านท่ามกลางเเมกไม้
ที่ต้นใหญ่ราวกับ อีกโลกหนึ่ง เเสงของพระจันทร์ สาดส่องเข้ามาในป่าอันหนาทึบ
เเละมืดดด สนิท ช่างน่าฉงนใจยิ่งนัก
เเสงอาทิตย์ยังไม่อาจจะ สาดส่องเข้ามาในป่าเเห่งนี้ได้ เวลานี้น่าจะ3ทุ่ม. ข้าว่าทำไมเสียงของสัตว์ อสูรดุร้ายมันถึงหายไปนะ
เมื่อ2ชั่วโมงที่เเล้วเกิดอะไรขึ้น
ข้าว่าข้าควรที่จะ หาที่หลบภัยดีกว่า
ไม่ควรประมาท ตัวเขาที่สั่นด้วยความหนาว
เพราะเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆมีเเต่รอยปะนั่น
ไม่อาจ ที่จะป้องกันความหนาวได้ เขาจึงได้
หลบเข้าไปพุ่มไม้ข้างทางนั่นเอง ทางสายนี้ เป็นทางรกชัฎ เต็มไปด้วยพืชพรรณนาๆชนิด
จึงไม่ค่อยมีสัตว์ผ่านทางมา เลย
เขาเข้าเข้าไปพุ่มไม้ขนาด. ประมาณสูงเทียม
หัวคน ที่เต็มไปด้วยใบไม้เขาเข้าไปข้างใน
เเล้วนอนกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บ
"ฮ่าาาช่างหนาวเหลือเกิน ข้าวก็ยังไม่ตกถึงท้องเลย จ๊อกกกก เสียงของท้องที่ร้องออกมา
ทำให้เขาใจสั่น นี่ขาไม่ได้กินอะไรมา3วันเเล้ว
"ฮือๆช่างอดอยากเสียจริง ทำไมข้าต้องมาพบอะไร เเบบนี้ด้วยทุกคนในหมู่บ้าน ท่านลุงข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ต้นท้อหลังหมู่บ้าน
ข้าคิดถึงเจ้าจริงๆ น้ำตาหยดอาบเเก้มทั่งสอง
ข้าง ฮือๆข้าหิว ข้าหิวข้าว
เขานอนกอดตัวเอง ด้วยตัวที่สั่นเทา มีเพียงเเค่ หนึ่งกระบี่ที่เป็นเพื่อนข้างกาย
จางเฟิงที่นอนคุดคู้ อยู่ในพุ่มไม้ ไม่รู้ว่าเขามี
สติหรือไม่มีสติ ด้วยความหิวที่ไม่ได้กินอะไรมา สามวันบวกกับความเหนื่อยล้า เเละความเสียใจ
เด็กอายุเเค่13ปี เเต่มาผจญกับความยากลำบาก ชนิดที่ว่าข้าวปลาไม่ได้กิน น้ำก็พอได้กิน
ตามใบไม้ที่หมอกลงตอนเช้า ในป่าอันมืดดำอันนี้ มีเเต่อันตรายเเฝงอยู่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ อสูร หรือสิ่งที่ไม่ใช่สัตว์อสูร ที่ต้องการจะเอา
ชีวิตของเขาได้ทุกเมื่อก็มี
ฟุ้บบบ มีเงาของหนึ่งร่อนลงมาตรงพุ่มไม้จางเฟิงอยู่นั่นเอง
"ฮี่ๆทำไมถึงมีเด็กมาอยู่ที่นี่ได้ละ
ท่าทางเขาน่าจะอายุ13ขวบนะ ชายคนนั้นที่ร่อนลงมา เป็ชายชรา หน้าตาน่าจะประมาณ80ปีใส่ชุดสีขาว ใส่หมวกเเบบนักพรตเซียน เเต่หมวกเป็นสีทองมีสลักลวดลาย ที่สลับซับซ้อนยิ่งนัก เเฝงไว้ซึ่งพลังอำนาจ ที่สะท้านฟ้า สะท้านดิน
หน้าตาของชายชรายิ้มเเย้มเเจ่มใส
"ลมอะไรพัดเด็กน้อย ที่ไร้เดียงสาเช่นนี้มาที่นี่กัน ชายชราพูดจบก็เดินตรงมาหาจางเฟิง
เขาเอามือเเหวกพุ่มไม้พบกับจางเฟิงที่นอนอย่าง ไม่ได้สติ ข้างหลังมีเถาวัลย์ ที่มัดกระบี่ติด ไว่กับตัว
"โฮ่ มีกระบี่สนิมเขรอะ ติดตัวด้วยรึ ชายชรา
ใช้มือทั่งสองข้างอุ้มจางเฟิง ตัวเขาค่อยๆลอยขึ้น จาก1เมตร เป็น5เมตร จนถึง20เมตร เเล้ว
ลอยละลิ่วว ตรงไปยังกลางป่าลึก
ป่าลึกต้นไม้หนาทึบเเต่มีเสียงหนึ่งที่เเหวกฟ้า
มา
คล้ายๆกับสายลงรุ้ง เเต่มันเป็นสีฟ้าล้วน
ชายชราเหาะไป ตรงไปยังกลางป่า
ก็พบเจอกระท่อมหลังหนึ่ง ไม่ใหญ่นัก พอสามารถอยู่ได้5คน
ข้างในกระท่อมมี เตียงนอนที่เตียง กับเตาไฟ
หนึ่งเตา เมื่อชายชรามาถึง เขาก็เดินเข้ามาใน เขาเปิดประตู หือ เจ้าเด็กนี่ยังไม่ตื่นหรือ
คงจะเหนื่อยล้ามากสินะ เขาพูดจบก็นำจางเฟิงมานอน ที่เตียงนอนเเล้วห่มผ้า ชายชราก็ ออกจากกระท่อม เหาะเข้าไปในป่าอีก
จางเฟิงเมื่อได้ยิน ผู้เฒ่านาม เหมิงจื่อหมิง จางเฟิงยกสังขารอันหนักอึ้งของตนเอง
ด้วยความเหนื่อยล้าตาพร่ามัว เเทบจะล้มทั้งยืน เมื่อเขาเดินออกมาจากกระท่อม ก็เจอกับ
สัตว์ตัวหนึ่งหน้าตาคล้ายๆหนู เเต่ตัวใหญ่ เทียบเท่ากับ หมูตัวหนึ่ง ถูกย่าง อยู่เหนือ
กองไฟขนาดประมาณเมตรครึ่ง ตาเเก่นามเหมิงจื่อหมิงเดิน ตามจางเฟิงออกมา จากระท่อม
เขายกมือขึ้นตรงไปที่หนูยักษ์ที่เขาปิ้งอยุ่นั่นเอง หนูยักษ์ ค่อยๆลอยขึ้น มาค่อยๆลอย
มันลอยมาตรงหน้าของจากเฟิง เเล้วค่อยๆลดลงมาวางไว้ตรงพื้นที่เป็นพื้นเเผ่นไม้
"
เอ้าเจ้าหนูรีบๆกินซะสิ นี่คือเนื้อของหนูยักษ์ปราณนพเก้าเลยนะ เเม้นักพรต ระดับเเก่นปราณยัง
ไม่อาจจะทำอะไรมันได้เลยนะหึๆ ห๊ะระดับเเก่นปราณที่เหนือกว่าระดับ ของผู้อวูโสสำนักหานชิง
ถึงสองระดับ "เนี่ยนะยังไม่สามารถฆ่าหนู นี่ได้ นี่ๆ.. ท่านโม้หรือเปล่าท่านผู้เฒ่า
"เจ้่าา...ว่าข้าโม้รึข้าพลังสูงกว่า เทพเเก่นเเท้อีก อุ๊บบ เฒ่าเหมิงจื่อหมิงหยุดพูดทันที เอาละๆ
กินให้หมดมันจะดีต่อร่างกายเจ้ามาก เจ้าอาจจะ ทะลวงฝ่าไปขั้น5 ของรวมปราณก็ได้นะ
จางเฟิงเมื่อได้ยินดังนั้นตาเป็นประกายพลัง ข้าต้องการพลัง เมื่อเห็นดังนั้นเอาค่อยๆใช้มือดึงขา
ของหนูตัวนั้นออก ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว เขาใช้ปาก กัดไปคำหนึ่งรู้สึกถึงความ หวานของเนื้อ
เเล้วความกลมกล่อมของเนื้อ รุ้สึกว่าทะเลลมปราณ ของเขามีพลังหนึ่ง พุ้มม เมื่อสำรวจดูทะเลลมปราณ พบว่า
มันมีเสาปราณถึง5ต้น นี่..ข้าอยู่ขั้น7ของอรวมปราณเเล้วหรือนี่ ฮ่าๆ ต้องทำให้มันเสถียร ก่อนไม่งั้นพิการเเน่ถ้าผ่านไปนาน เพราะเส้นชีพจรจะบิดเบี้ยว เพราะนี่เป็นการเพิ่มพลังที่รวดเร็วที่สุด พุ้บๆ
ตาเฒ่าเฟิงนั่งดูจางเฟิง ปรับระดับพลังของตัวเอง
อ้ากกก เสียงของจางเฟืองที่ดังขึ้นเพราะกำลังเคลื่อนปราณเข้าไปยังชีพจรส่วนต่างๆ
ทักษะบ่มเพาะเทวะกำลังโคจร ทำให้ สามารถปรับระดับได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ตัวของเขาเเดงฉานไปทั้งหมด เสื้อผ้าค่อยๆถูกหลอมระรายด้วยความร้อน ตอนนี้เขาเปลือย
เปล่าจนทำให้เห็น ช้างน้อยของเขา
"โอ้วว... เจ้าเด็กนี่ทักษะบ่มเพาะของเจ้าไม่ธรรมดานี่นาฮ่าๆ มันเหนือกว่าของสำนัก5ดาวซะอีก
น่าสนุกๆ เขาพูดจบก็มองดุจางเฟิงต่อไป
"โอ้ยยข้าเจ็บปวดทั้งร่างกายเหลือเกินมันร้อนรุ่มไปหมดเเล้ว
ร่างกายจางเฟิงเวลานี้ร้อนอย่างมาก เพราะฤท ของเนื้อหนูนพเก้ามีส่วนของการ กัดกร่อนด้วย
จึงทำให้เขาเจ็บปวดทั้งร่างกาย
ปั้งงงงงงง ปั้งงงงงงงงงง ปั้งงงงงงงง ปั้งงงงงงง ปั้งงงงงง เเม้เเต่ตาเฒ่าเหมิงจื่อหมิงยังมองด้วยความตะลึก
"นี่มันทักษะอะไรกัน ทำไมถึงทำให้เขาฝ่าไประดับก่อเกิดขึ้นต้นได้ไวถึงขนาดนี้
ทักษะบ้าอะไรกัน หึๆ เด็กคนนี้ถ้ารับเป็นศิษย์คงดีไม่น้อย
สร้อยที่ห้อยตรงคอเขาคงไม่ใช่สิ่งธรรมดา
จางเฟิงค่อยๆลืมตา เขาพบว่าตอนนี้ ตนเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ร่างกายของเขาจาก ที่ดำด้วยเขม่า
ของดินตอนอยู่หมุ่บ้านตัวเขาดำ คล้ำ เเต่เวลานี้ผิวขานุ่มราวกับเกิดใหม่
" เจ้าหนุไปอาบน้ำเถอะไป ลำธารอยู่หลังกระท่อม ไม่มีอันตรายหรอก
จางเฟิงจึงเดินไปลำธารด้วยตัวเปลือยเปล่า
ที่มีตาเฒ่าเหมิงจื่อหมิงมองดูข้างหลัง
เห้อข้าคงเเก่มากเเล้วสินะ
...............................................................................................................................