เทพวิวัฒน์แห่งเขาหลงเซี่ยง

    ตอนที่ 34 ยกระดับพลังเทพวิวัฒน์

    หุบเขาหลงเซี่ยง บัดนี้ถ้ามองจากภายนอกเข้าไปยังหุบเขาก็ดูเหมือนเช่นทุกๆวันที่ผ่านดูเงียบสงบ วังเวง แห้งแล้งซึ่งผิดกับบรรยายกาศหลังเขตแดนโปร่งแสงสีแดงอย่างกับคนละโลกทว่าทันทีที่ก้าวข้ามข้ามเขตแดนโปร่งแสงสีแดงฉานเข้าไปบรรยากาศกลับแปรเปลี่ยนเป็นนรกภูมิที่ตื่นจากการหลับใหล!

    ภายในบริเวณเชิงเขา พื้นปฐพีปริแยกออกเป็นร่องลึกปรากฏลาวาเดือดพล่านไหลรินเป็นสายธารเพลิงอเวจีส่งกลิ่นกำมะถันคละคลุ้งเบื้องบนนภาอากาศถูกปกคลุมด้วยเมฆาหมึกลอยต่ำสายฟ้าสีม่วงแสดแลบแปลบปลาบพุ่งทะยานลงมาสลับกับเสียงฟ้าร้องคำรามกัมปนาทประดุจเสียงพิโรธของทวยเทพในวันสิ้นโลก

    ท่ามกลางโขดหินเหนือกระแสธารเพลิง อวิ่นหนิงเจี่ย ยืนหยัดอยู่ด้วยร่างที่โชกไปด้วยโลหิตเสื้อผ้าฉีกขาดรุ่งริ่งเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ทั่ววรกายเหงื่อผสมเลือดไหลท่วมตัวจนร่วงหล่นลงสู่พื้นหินที่ร้อนระอุ เขายืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงแต่แผ่นหลังยังคงตั้งตรงแน่วแน่ดุจทวนเหล็กกล้า

    มือขวาของเขากระชับ ดาบอัสนีเพลิงเผาผลาญ ที่บัดนี้ส่องประกายสีแดงฉานเข้มข้นดุจโลหิตมุมปากที่มีเลือดซึมกลับปรากฏรอยยิ้มองอาจท้าทายสวรรค์รอบกายเขาเกลื่อนกราดไปด้วยซากร่างอสูรสงครามมากมายที่ถูกฟาดฟันจนเป็นจุณ

    เบื้องหน้าไม่ไกล ร่างอหังการร่างหนึ่งลอยเด่นอยู่เหนือพายุเพลิงร่างนั้นมีผิวกายสีเทาเข้มดุจศิลาอาถรรพ์ กล้ามเนื้อแข็งแกร่งดุจเหล็กไหลมีปีกค้างคาวยักษ์แผ่กว้างบดขยี้มิติ และดวงตาสีแดงฉานดุจทับทิมนรกที่ลุกโชนพลังฝึกปรือของมันคลุมเครือยากจะหยั่งถึงแต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาทำให้มิติลานประลองสั่นสะเทือนจนน่าขนลุก

    มันจ้องมองหนิงเจี่ยด้วยความชื่นชมปนอาฆาตก่อนจะกล่าวด้วยเสียงทุ้มลึกราวกับขุนเขาปริแยก: "เจ้าหนู... เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกในรอบหมื่นปีที่ทำให้ข้าบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้แต่ต่อไปนี้จะเป็นกระบวนท่าสุดท้ายของข้า หากเจ้าสามารถรับไว้ได้ถือว่าเจ้าผ่านด่านนรกนี้ออกไปได้... เตรียมตัวให้ดี!"

    อสูรเทพผู้คุมด่านคำรามลั่นวาดมือนับพันกลางอากาศสร้างวงล้อแสงอาถรรพ์ตัดสลับไปมาดุจตาข่ายมรณะมันเรียกขานกระบวนท่า "มังกรเขียวลัดฟ้า" พลันปรากฏเงาร่างมังกรโบราณขนาดยักษ์พุ่งทะยานออกมาจากวงล้อแสงแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณ

    หนิงเจี่ยเบิกตาโพลง พลังในกายเดือดพล่านถึงขีดสุดเขาตัดสินใจชี้ขาดศึกนี้ด้วยท่าไม้ตายสูงสุด! "เพลิงอัสนีอัคคีพิพากษา!(เทวทัณฑ์จุติ)!"

    หนิงเจี่ยชูดาบขึ้นเหนือเศียรรังสีดาบพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้ากลายเป็นเสาเพลิงยักษ์ที่พันรอบด้วยมังกรสายฟ้าทมิฬเมฆาบนนภากาศม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นสีชาดพลังงานทั้งสองสายหลอมรวมกันจนกลายเป็นพลังงานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "เพลิงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์"

    เมื่อเขาฟาดดาบลงเบื้องหน้าพลังงานนั้นมิได้พุ่งออกไปเป็นเพียงเส้นตรงแต่มันระเบิดออกเป็นตาข่ายอัคนีสายฟ้าที่ครอบคลุมรัศมีนับสิบลี้พื้นดินเบื้องล่างหลอมละลายกลายเป็นลาวาในพริบตาทุกย่างก้าวที่พลังพิพากษาเคลื่อนผ่านก่อเกิดเป็นพายุหมุนอัคคีที่แฝงไปด้วยประจุไฟฟ้าแรงสูง

    ปะทะเข้ากับ เงาร่างมังกรโบราณขนาดยักษ์พุ่งทะยานด้วยพลังทำลายล้างที่สั่นสะเทือนฟ้าดินเปรี้ยง! ตูม! ตู้ม!เจตจำนงแห่งพลังอัสนีอัคคีพุ่งเข้าบดขยี้มังกรยักษ์จนแหลกลาญ

    ทันใดนั้น ร่างปีศาจนั่นถูกเจตจำนงพิพากษาตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งโชคชะตามิอาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้วก่อนที่เสาอัสนีอัคคีจะตกตะบันลงมาจากฟากฟ้ากระแทกเข้าสู่แกนวิญญาณโดยตรงพลังนี้ไม่ได้ทำลายเพียงร่างกายภายนอก แต่มัน "แผดเผา" บาปเคราะห์และ"พิพากษา" ทำลายรากฐานการฝึกปรือจนสิ้นซาก

    ความน่าเกรงขามของกระบวนท่านี้คือการสูบเอาพลังธรรมชาติรอบด้านมาเป็นเชื้อเพลิงยิ่งศัตรูมีพลังมารหรือความมืดเข้มข้นเท่าใดเพลิงสายฟ้าพิพากษาก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวีทิ้งไว้เพียงรอยไหม้รูปกางเขนขนาดยักษ์บนพื้นปฐพี

    “เมื่อคำพิพากษามาถึง... แม้แต่เถ้าถ่านก็จักมิหลงเหลือ” หนิงเจี่ยสะบัดดาบเก็บเข้าฝัก ความร้อนระอุค่อยๆ จางหายไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของสายฟ้าที่ยังคงอบอวลและพื้นที่ที่ถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจด!

    ร่างของอสูรเทพผู้คุมด่านสลายหายไปพร้อมกับมิติที่พังทลาย ไปพร้อมกับเขตแดนโปร่งแสงสีแดงเหลือเพียงความเงียบงันและความอ้างว้างของหุบเขาหลงเซี่ยง หนิงเจี่ยคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นอย่างหมดแรงมืออีกข้างกุมหัวไหล่ที่ถูกพลังสะท้อนกลับจนเลือดไหลนองเป็นทาง

    "ฮัก... ฮัก..."เขาสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ท่ามกลางควันไฟที่ยังมอดไหม้ความร้อนระอุเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยสายลมเย็นจากภายนอกหุบเขาที่พัดเข้ามาสัมผัสใบหน้า

    หนิงเจี่ยค่อยๆพยุงกายลุกขึ้นด้วยแววตาที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิมเด็กหนุ่มสอดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด

    เสียงอันคุ้นเคยพลันดังขึ้นในหัวหนิงเจี่ย ผ่านด่านเทพวิวัฒน์สมบูรณ์ขั้นที่1 กระบวนการหลอมฝักดาบเนตรอัคนีกลืนพิภพ"!]

    สิ้นเสียงนั้น ดาบพลันหลุดจากมือหนิงเจี่ย ลอยเคว้งหมุนไปมา ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีม่วงดำลุกขึ้นท่วมใบดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญและพลันระเบิดออกหนิงเจี่ย อุทาน “โอ๊ะ!! “ภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ใบดาบอัคนีเผาผลาญหนิงเจี่ยหรี่ตามองที่ใบดาบ ด้วยความเร็วของกระบวนการที่สามารถเห็นด้วยตาเปล่าเปลวไฟแปลกประหลาดค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างคล้ายรูปร่างฝักดาบรูปร่างฝักดาบค่อยๆชัดขึ้นเรื่อยๆ เสียง วิ้ง!! ปรากฏแสงสีแดงแสบตาจนต้องเอามือบังสักพักหนิงเจี่ยลดมือลง ดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญลอยเข้าไปในมือหนิงเจี่ยทันที บัดนี้ฝักดาบได้ถือกำเนิดใหม่แล้วมันมีความยาวพอดีกับตัวดาบที่มีสีดำมะเมื่อยประดุจหลุมดำ ผิวสัมผัสเย็นจัดจนเกิดไอหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา

    รอบฝักดาบถูกสลักด้วยลาย "มังกรพันดารา" ที่ดูเหมือนมีชีวิตจริงลำตัวมังกรทำจากทองคำสวรรค์ที่ไหลเวียนดุจลาวาอยู่ภายใต้เนื้อเหล็กสีดำ

    บริเวณกึ่งกลางของฝักดาบ มีอัญมณีสีแดงโลหิตรูปดวงตา ฝังอยู่ดวงตานี้จะกะพริบแสงสีม่วงตามจังหวะการหายใจของ หนิงเจี่ยทำหน้าที่ดูดซับพลังปราณส่วนเกินของดาบไม่ให้รั่วไหลออกมาทำร้ายผู้ถือ ปลายฝักหุ้มด้วยโลหะสีเงินโบราณสลักอักขระ"สุญญตา" ไว้ ฝักดาบนี้มันห่อหุ้มพลังทั้งหมดของดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญไว้ข้างในได้อย่างมิดชิดชื่อฝักดาบผุดขึ้นในหัวเด็กหนุ่ม “เนตรอัคนีกลืนพิภพ!!!”

    ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนสู่หุบเขาหลงเซี่ยง อวิ่นหนิงเจี่ย ยืนลูบไล้ฝักดาบ 'เนตรอัคนีกลืนพิภพ'ด้วยความทึ่งอัญมณีรูปดวงตากึ่งกลางฝักดาบกะพริบแสงสีม่วงเป็นจังหวะล้อไปกับชีพจรของเขาพลังทำลายล้างที่เคยบ้าคลั่งของดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญบัดนี้ถูกสยบและกลั่นกรองจนเหลือเพียงกลิ่นอายอันลุ่มลึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

    ทว่าในขณะที่เขากำลังชื่นชมศาสตราคู่กายอยู่นั้นเสียงลึกลับที่เย็นเยียบและไร้อารมณ์พลันดังขึ้นในห้วงมหาสมุทรแห่งจิตวิญญาณอีกครั้งเป็นเสียงที่บ่งบอกถึงวิวัฒนาการที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม

    $$ {"พลังเทพวิวัฒน์พัฒนาเข้าสู่ขั้นที่2... ตรวจพบพื้นที่เป้าหมาย:"ทุ่งร้างรอบหุบเขาหลงเซี่ยง"}$$

    หนิงเจี่ยชะงักงันแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย "วิวัฒน์สถานที่งั้นหรือ?"

    พริบตานั้นภาพในดวงตาของเขาถูกแทนที่ด้วยข่ายใยปราณสีทองที่แผ่ขยายออกจากใต้ฝ่าเท้าครอบคลุมพื้นที่แห้งแล้งนับหมื่นไร่รอบหุบเขา ระบบเริ่มแสดงผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์หากเขาสามารถวิวัฒน์พื้นที่แห่งนี้ได้ ทุ่งร้างที่ไร้ชีวิตจะกลายเป็น 'แดนสวรรค์จุติ'ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรทิพย์และปราณธรรมชาติที่หนาแน่นกว่าภายนอกนับร้อยเท่า!

    $$ {"เงื่อนไขการวิวัฒน์จุติปฐพี"}$$

    วัตถุดิบ: รวบรวมแกนกลางธาตุทั้งห้า(ตรวจพบแล้ว) วัตถุดิบทั่วไปที่จำเป็น (ดิน,น้ำ,ต้นไม้,ต้นหญ้า)

    ต้องการ 10,000,000,000 (หนึ่งหมื่นล้าน)ศิลาผลึกคราม หรือ 10,000 ผลึกชั่งคราม ในการวิวัฒน์

    หนิงเจี่ยที่กำลังตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ที่จะสร้างฐานที่มั่นอันยิ่งใหญ่พลันรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงกลางกะบาลตัวเลขศูนย์ที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้าทำให้เขาลืมหายใจไปชั่วขณะ

    "เท่าไหร่นะ... หนึ่งหมื่นล้าน?"

    หนิงเจี่ยทวนคำด้วยเสียงที่สั่นเครือใบหน้าที่เคยหล่อเหลาองอาจบัดนี้กลับดูซีดเผือด หน้าตอบตัวเบาหวิวราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง เขาค่อยๆ ก้มลงมองถุงมิติที่สะเอวซึ่งข้างในมีศิลาผลึกครามที่เก็บเล็กผสมน้อยมาเพียงหยิบมือเมื่อเทียบกับจำนวนมหาศาลที่ต้องการ

    "หนึ่งหมื่นล้านศิลา...ต่อให้ข้าไปปล้นคลังหลวงอาณาจักรหลันเป่าสือหรือจับเจ้าพวกอสูรมาเรียกค่าไถ่ทั้งกองทัพข้าจะมีปัญญาหามาจ่ายเจ้าได้ยังไงหละนี่!"

    เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยันกายกับโขดหินที่ยังอุ่นๆพลางถอนหายใจยาวเหยียดประดุจจะระบายความอัดอั้นออกมาทั้งหมดความกดดันจากการต่อสู้กับอสูรเทพเมื่อครู่ยังไม่ทำให้เขาเข่าอ่อนเท่ากับ 'จำนวนทรัพย์สิน' ก้อนโตที่จะนำมาต่อเติมความฝันของเขาให้เป็นจริงหนิงเจี่ยนั่งเอามือเท้าคางถอนหายใจ “เฮ้ออออ”ลมพัดโชยพัดเสื้อผ้ารุ่งริ่งของเขาสะบัดไปตามลม... 

    คล้ายกับเรื่องเทพวิวัฒน์แห่งเขาหลงเซี่ยง ที่คุณอ่าน