ย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 43 หม่ำๆ

    ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 43 หม่ำๆ



    จางหย่งพร้อมลูกลิงทั้งสามเตรียมตัวออกไปตลาดอีกครั้งเพื่อไปทำการค้าแบบร่างชุดชั้นในกับร้านขายผ้าตระกูลหลัว ตอนนี้อาเฟยได้รู้เรื่องราวเกือบทั้งหมดของจางหย่งแล้ว ทำให้เขาอธิบายรายละเอียดภารกิจวันนี้ให้ลูกชายคนโตฟังก่อนออกเดินทาง


    "วันนี้พ่อจะออกไปเจรจาการค้ากับร้านขายผ้า ระหว่างการเดินทางเจ้าต้องช่วยพ่อดูแลน้องๆ ให้ดีนะรู้หรือไม่"


    "ขอรับ"


    จากนั้นทั้งสี่ก็เดินทางไปตลาดพร้อมกับสุนัขอีกหนึ่งตัว อาฟงลูกชายคนเล็กรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้ออกไปเที่ยวอีกครั้ง ทำให้เขาฮัมเพลงไปตลอดเส้นทาง ทั้งสามที่ได้ยินต่างก็ส่งเสียงร้องเพลงร่วมสนุกไปกับเขา แม้แต่เสี่ยวเหมาเองก็ยังส่งเสียงครางในลำคอด้วยเช่นกัน ทำให้การเดินทางอันแสนเหนื่อยหน่ายกลายเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ 


    เมื่อมาถึงในเมือง จางหย่งก็พาเด็กๆแวะกินอาหารที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ด้านหน้าโรงเตี๊ยมดูเหมือนจะจัดงานอะไรบางอย่าง ทำให้มีคนมากมายมุงดูอยู่ด้านนอก โชคดีของพวกเขาที่มีที่โต๊ะว่างหนึ่งโต๊ะอยู่ด้านในพอดี ขณะกำลังสั่งอาหาร จางหย่งก็ถามพนักงานของร้านว่า


    "ด้านนอกมีงานอะไรกันหรือ?"


    "พี่ชาย ด้านนอกมีงานเทศกาลแข่งขันกินอาหารกันอยู่ขอรับ"


    "อ่องั้นหรือ"


    "ท่านไม่สนใจร่วมลงแข่งหรือขอรับ เสียค่าสมัครเพียงหนึ่งร้อยอีแปะ หากท่านชนะรางวัลที่หนึ่งจะได้รับเงินถึงสิบตำลึงเชียวนะ"


    เมื่อได้ยินว่ามีรางวัล ตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที แต่เมื่อมองไปด้านนอกกลับพบผู้แข่งขันนั่งรออยู่จำนวนมาก ทำให้จางหย่งหมดความสนใจในการแข่งขัน แต่เมื่อสายตาเหลือบมองไปทางลูกชายคนเล็ก เขาก็เอ่ยถามขึ้นอีกว่า


    "ผู้เข้าแข่งขันที่จ่ายหนึ่งร้อยอีแปะ จะกินเท่าไหร่ก็ได้งั้นหรือ?"


    "ใช่ขอรับ รายการอาหารที่ใช้แข่งเป็นบะหมี่หมู โดยทางเราจะให้เวลาหนึ่งก้านธูป"


    "กำหนดอายุผู้สมัครหรือไม่?"


    "ไม่ได้มีกำหนดขอรับ อย่าบอกนะว่าท่านจะให้ลูกชายคนโตลงสมัคร"


    "ไม่ใช่หรอกข้าสนใจจะให้ลูกชายคนเล็กลงสมัครต่างหาก"


    กล่าวจบจางหย่งก็ผายมือไปทางอาฟงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา เจ้าเด็กคนนี้กินเก่งระดับน้องๆ 'มีท อีทแหลก' ที่กำลังโด่งดังเรื่องกินเก่งในยุคสมัยของเขาเลยนะ เขาได้แต่คิดในใจ


     อาฟงที่ได้เห็นบิดาผายมือมาทางเขาก็มองกลับไปด้วยสีหน้างุนงง อาฟู่พี่ชายคนกลางที่นั่งอยู่ด้วยกันจึงเอ่ยขึ้นว่า


    "ท่านพ่อ จะให้เจ้ากินได้ไม่จำกัดล่ะ"


    "กินๆ หม่ำๆ"


    เมื่อได้ยินเช่นนั้นอาฟงน้องชายคนเล็กก็ตาลุกวาวขึ้นทันที บิดาของเขามักให้เขากินได้แค่ครั้งละสามชามเท่านั้น หากบิดาให้กินมากกว่านี้เขาก็ยังกินได้อยู่นะ 


    พนักงานร้านที่ได้ยินว่าจางหย่งจะส่งเด็กตัวเล็กแค่นี้ลงแข่งก็มีสีหน้าลำบากใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "พี่ชาย แม้ค่าสมัครจะไม่ได้แพงมาก แต่มันคุ้มกับที่ท่านจะส่งเด็กตัวเล็กๆมาลงแข่งหรือ?"


    ตอนแรกจางหย่งเองก็ชั่งใจอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของลูกชายคนเล็กที่ดูมีความหวังอย่างมากก็ตัดสินใจส่งเขาลงแข่ง พนักงานของร้านที่เห็นว่าจางหย่งตัดสินใจแน่แล้วก็รีบไปปรึกษาหลงจู๊ทันที


    หลงจู๊หยางที่ได้ยินคำบอกเล่าของพนักงาน ก็เลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะหัวเราะออกมา


    "ตามใจเขาเถอะ ข้าไม่ได้จำกัดอายุคนที่จะมาสมัครเสียหน่อย"


    เด็กอายุเพียงสองขวบมาลงแข่งกินอาหารกับผู้ใหญ่ตัวโต คงแค่เพื่อความสนุกสนานกระมัง หลงจู๊หยางคิดในใจ ก่อนจะไปดูแลจัดการเรื่องการแข่งขัน และเรื่องราวในร้านต่อไป


    จางหย่งส่งอาฟงลูกชายคนเล็กลงแข่งกินอาหาร จึงพาเขาไปนั่งประจำที่ของตัวเอง ผู้คนที่เห็นผู้เข้าแข่งขันตัวน้อย บ้างก็รู้สึกขบขัน บ้างก็รู้สึกสงสาร


    "เฮ้ๆ เจ้าหนู ชามเดียวจะกินไหวไหมเนี่ย"


    "พ่อเด็กหรือพ่อค้าทาสกันล่ะนั่น มาบังคับเด็กตัวน้อยให้ลงแข่งแบบนี้"


    "เด็กคนนั้นดูน่ารักดีนะ ไม่น่ามีพ่อแบบนั้นเลย"


    เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม แต่จางหย่งไม่ได้สนใจเสียงรอบด้านเหล่านั้น เขาหันไปหาอาฟงลูกชายคนเล็กแล้วเอ่ยขึ้นว่า


    "กินให้เต็มที่นะ ครั้งนี้พ่ออนุญาต"


    อาฟงที่ได้ยินก็พยักหน้า หากเป็นเรื่องอื่นเขาอาจจะฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องกินเขาไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน หลังบอกกล่าวกับลูกชายเสร็จ จางหย่งก็กลับไปนั่งที่โต๊ะกับลูกๆอีกสองคนที่เหลือพร้อมสั่งอาหารมากินจำนวนหนึ่งเพื่อรอชมการแข่งขัน 


    ผ่านไปไม่นานเกินรอ เสียงหลงจู๊หยางก็ดังขึ้นที่กลางลานแข่งขันว่า


    "ตอนนี้ก็ถึงเวลาแข่งกินอาหารกันได้แล้ว กติกายังคงเหมือนปีที่ผ่านมา ใครกินได้มากที่สุดในเวลาหนึ่งก้านธูปจะได้รับรางวัลสิบตำลึงเป็นการตอบแทน มีท่านใดสงสัยสิ่งใดอีกหรือไม่"


    เสียงตอบรับดังระงมทั่วทั้งบริเวณ ผู้เข้าแข่งขันมีทั้งหมดเกือบห้าสิบราย ทั้งยังมีผู้คนมากมายรายล้อมชมความสนุกอยู่ด้านข้าง ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก โต๊ะอาหารอัดแน่นไปด้วยผู้คนจับจอง


    อาฟงไม่ได้สนใจผู้คนรอบด้านแต่อย่างใด เขาสนใจเพียงอาหารที่นำมาให้เท่านั้น เขายกมือขึ้นแล้วเอ่ยถามออกไปว่า


    "หม่ำๆได้จริงนะ"


    เสียงหัวเราะดังระงม หลงจู๊หยางเอ่ยอย่างเอ็นดูขึ้นว่า


    "แน่นอน เจ้าหนู"


    อาฟงพยักหน้ารับก่อนจะนั่งรออาหารอย่างใจจดใจจ่อต่อไป หลงจู๊หยางมองไปทางจางหย่งนิดหนึ่งด้วยสีหน้าครุ่นคิด หรือเด็กคนนี้จะไม่เคยได้กินอาหารดีๆกันนะ แต่ดูจากลักษณะท่าทางที่จางหย่งดูแลลูกๆทั้งสองก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น แปลกจริงๆ หลงจู๊หยางได้แต่เก็บความแปลกใจนี้ไว้ในใจ


    การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหารของเขาให้มีผู้คนรู้จักมากขึ้น อาหารที่นำมาเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของทางร้าน ทุกปีที่มีการจัดงานนี้ขึ้น จะมีผู้สมัครไม่น้อยกว่า 50 ราย ทั้งยังมีผู้คนจับจองโต๊ะอาหารจนแน่นขนัดไปหมด ทำให้รางวัลสิบตำลึงไม่ได้มากมายอะไร เมื่อเทียบกับชื่อเสียงและกำไรที่ได้รับในวันนี้


    "เอาล่ะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มเทศกาลแข่งกินอาหารขอโรงเตี๊ยมหยางกันได้ ณ บัดนี้!!"


    ตึง~ เสียงกลองดังขึ้นเป็นสัญญาณให้อาหารเริ่มวาง เหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างก้มหน้าก้มตากินกันอย่างไม่มองใคร อาฟงที่เห็นคนอื่นเริ่มกินอาหารได้ เขาก็เริ่มกินบ้างทันที เพราะต้องทนรออาหารอยู่ที่นั่ง ทำให้อาฟงในตอนนี้มีความรู้สึกอยากอาหารเป็นพิเศษ เขาจึงก้มหน้ามุ่งมั่นในการกินอาหารทันที แม้แรกๆ จะกินได้ไม่เร็วเท่าเหล่าผู้เข้าแข่งขันที่เป็นผู้ใหญ่คนอื่นๆ แต่ความเร็วในการกินของเขากลับสม่ำเสมอไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย


    เหล่าผู้ชมที่สังเกตเห็นต่างหันมามองทางเด็กน้อยด้วยสายตาตกตะลึง ก่อนจะเริ่มหันมาให้กำลังใจอาฟงกันยกใหญ่ อาฟงไม่ได้สนใจเสียงให้กำลังใจรอบด้าน มีเพียงอาหารตรงหน้าเท่านั้นที่เขาสนใจ ยิ่งกินยิ่งรู้สึกมีความสุข นานๆ เขาจะได้กินอาหารได้เต็มที่ขนาดนี้ ดังนั้นอาฟงจึงกิน กิน กิน แล้วก็กิน 


    คู่แข่งจากห้าสิบคนเหลืออยู่เพียงห้าคนที่กินไหวจนถึงตอนนี้ ทั้งห้าคนที่เห็นเด็กน้อยกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยก็หยุดชะงัก เมื่อหยุดชะงักแล้ว จะหันกลับมากินอีกครั้งก็ไม่สามารถกินได้เสียแล้ว แต่อาฟงยังคงกินต่อไปเรื่อยๆ จนหมดเวลาหนึ่งก้านธูป เขาจึงชนะไปได้ในที่สุด


    แม้จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้กินต่อ แต่อาฟงก็เป็นเด็กที่รู้ความ หลังหมดเวลาเขาก็ลุกขึ้นวิ่งไปทางที่บิดาของเขานั่งรออยู่ทันที เมื่อมองไปที่โต๊ะอาหารเห็นอาฟู่ที่ยังกินบะหมี่ชามที่สองไม่หมด อาฟงน้องชายคนเล็กที่เห็นเช่นนั้นก็นั่งมองเสียจนอาฟู่ต้องเอ่ยขึ้นว่า


    "หากเจ้ายังไม่อื่ม กินของข้าต่อก็ได้"


    ผู้คนรอบด้านที่ได้ยินถึงกับอ้าปากค้าง เด็กน้อยคนนี้กินบะหมี่ไปราวๆสิบชามคนที่บ้านยังบอกว่าเขาไม่อิ่มอีกหรือ แต่พวกเขาต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่ออาฟงพยักหน้ารับแล้วหยิบบะหมี่ชามนั้นไปกินต่ออย่างหน้าตาเฉย หลงจู้หยางเองที่อยู่ไม่ไกลได้เห็นเหตุการณ์ก็มองครอบครัวนี้อย่างพิจารณาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับจางหย่งว่า


    "ลูกชายของท่านกินอาหารครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน?"


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577