การหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง

    บทที่ 43  ทะลวงขอบเขต

    บทที่ 43 

    ทะลวงขอบเขต 

    เจียงเฉินส่ายหน้าไปมา 

    “เอาเถอะราชวงศ์จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่”

    “พวกเราในตอนนี้ก็เพียงแค่ทำในสิ่งที่พวกเราทำอยู่ปกติไป”

    “ความสุขสบายมาหาเราราชวงศ์อุตส่าห์ยื่นให้พวกเราเหตุใดพวกเราจะไม่รับกัน”

    “ข้าคิดว่าถึงแม้ว่าจะเกิดสงครามขึ้น แต่ว่าพวกราชวงศ์เองก็อาจจะไม่เรียกใช้พวกเราจนถึงเวลาที่ไม่มีทางเลือกแล้ว”

    เจียงเฉินที่ปกติเหมือนกับเป็นแม่ทัพที่ไม่ค่อยสนใจนอกจากสำนักแล้วก็ราชวงศ์

    แต่อันที่จริงแล้วเขานับถือได้ว่ารู้เกี่ยวกับพวกราชวงศ์เป็นอย่างดี

    ไม่เพียงแค่รู้เกี่ยวกับพวกราชวงศ์เป็นอย่างดีเท่า เขายังมีพวกสายลับมากมายที่แฝงตัวอยู่ภายในเมืองหลวง

    มันเลยทำให้ตัวของเขารู้เกี่ยวกับความคิดของราชวงศ์ แล้วก็ความคิดของพวกขุนนางภายในราชสำนัก 

    ในสายตาของเจียงเฉิน  ราชสำนักแล้วก็ราชวงศ์ไม่ได้มีอันใดเลย 

    คนพวกนั้นอาจจะมองเพียงแค่อำนาจ มันเองก็เกรงกลัวการที่ตัวของเขานั้นอาจจะกบฏ 

    แต่จริงๆแล้วคนพวกนั้นไม่รู้เลยว่าแม่ทัพผู้ที่ถูกขนานนามเป็นแม่ทัพไร้พ่าย 

    ตัวของเขานั้นเป็นคนที่เกลียดชังสงครามเป็นอย่างยิ่ง 

    ถ้าจะเลือกได้ตัวของเขาเองก็อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว 

    เพียงแต่ว่าชะตาชีวิตของเขามันไม่ได้ถูกกำหนดมาแบบนั้น มันเลยทำให้เขานั้นก้าวเดินมาจนถึงตอนนี้ได้ 

    ถ้าเป็นไปได้เขาเองก็ไม่ได้อยากจะก่อสงครามขึ้นถ้าเกิดไม่จำเป็น 

    เจียงเฉินยกยิ้มที่มุมปากแววตาของเขานั้นปรากฏความดูถูกออกมา ในขณะที่ภายในใจของเขาเองก็คิดไปด้วยว่า ‘เก้าอี้มังกรตนนั้นนั่งสบายขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ’

    ‘ข้าเจียงเฉินถ้า ถ้าเกิดว่าอยากจะนั่งบนเก้าอี้มังกรตัวนั้นเมื่อไหร่ก็สามารถนั่งได้’

    ‘แต่ว่าเก้าอี้มังกรตัวนั้นจะสบายกว่าเก้าอี้ไม้ธรรมดาทั่วไปที่จวนของข้าได้อย่างไร’

    เจียงเฉินสามารถยึดครองบัลลังก์ได้ทุกเมื่อ

    ขอเพียงแค่เขาสั่งการกองกำลังของเขาที่ซ่อนตัวอยู่มากมายคงจะพร้อมสนับสนุนเขาตลอดเวลา

    การนั่งเก้าอี้มังกรมันไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่าเขาเองกลับไม่ได้ต้องการที่จะทำแบบนั้น

    แน่นอนว่าภายในกองทัพมีขุนพลหลายคนอยากจะให้เขานั้นก่อกบฏและนั่งบัลลังก

    เพราะว่าคนพวกนั้นชื่นชมตัวของแม่ทัพใหญ่มากกว่าฮ่องเต้ที่นั่งครองบัลลังก์อยู่

    แต่ว่าเจียงเฉินไม่ได้ตอบตกลงเกี่ยวกับเรื่องนี้

    เจียงเฉินลุกขึ้นจะช้าแล้วก็พูดกับชายวัยกลางคนร่างกายใหญ่โตคนนั้น “ส่งข่าวไปที่เมืองหลวง”

    “สายลับของพวกเราจับตามองการเคลื่อนไหวภายในเมืองหลวงให้มากขึ้นอีกสักหน่อย”

    “มองพวกตระกูลขุนนางเป็นพิเศษ ข้าอยากจะรู้ว่าพวกมันนั้นเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง”

    ชายวัยกำลังคนร่างกายใหญ่โตพยักหน้าตอบรับอย่างรวด

    …

    ช่วงเวลาผ่านไปอีกหลายวัน

    ในตอนนี้ภายในเมืองแห่งนี้กลับเข้าสู่ความสงบสุข

    แม้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้นในอีกไม่นาน แต่ว่าข่าวเกี่ยวกับเรื่องสงครามยังไม่ถูกส่งมาถึงสถานที่แห่งนี้

    ยังไงซะดินแดนรกร้างทางเหนือก็เป็นดินแดนที่ห่างไกลความเจริญอยู่แล้ว

    เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพวกเขาเองก็อยู่ด้านหลังสุดของราชวงศ์ต้าเฉิน เรียกได้ว่าไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างแน่นอน

    ทำให้ภายในเมืองแห่งนี้มีผู้คนรู้เกี่ยวกับสงครามที่จะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าอยู่เพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น

    ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกแม่ทัพที่อยู่ภายในกองทัพและมีตำแหน่งสูง ได้รู้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้

    แต่ว่าด้วยกฎระเบียบของกองทัพแม่ทัพพวกนั้นไม่กล้าเปิดปากอย่างแน่นอน

    เพราะว่ากฎระเบียบภายในกองทัพนั้นถือได้ว่าเป็นกฎระเบียบที่จริงจังเป็นอย่างยิ่ง

    ไม่ว่าใครที่ทำผิดกฎที่ถูกต้องเอาไว้ล้วนแล้วแต่ต้องโดนลงโทษสถานหนัก

    นี่เองก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้กองทัพของเจียงเฉินเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

    นั่นเป็นเพราะว่ากองทัพของเขามีระเบียบวินัยมาก และกฏระเบียบพวกนี้ก็เป็นรากฐานของความแข็งแกร่งของกองทัพ

    แทบจะไม่มีทหารคนใดเลยที่ไม่เกรงกลัวกฎของกองทัพที่ถูกต้องขึ้นมา

    ในตอนนี้ส่วนด้านในของจวนแม่ทัพใหญ่

    บริเวณศาลาของทะเลสาบคลื่นสวรรค์

    เจียงเฟิงที่กำลังนั่งฟังเสียงของซินอวี้ที่อ่านหนังสืออยู่ อยู่ๆเขาก็กระโดดตัวขึ้นดวงตาของเขาหันไปมองด้านข้าง

    ซินอวี้ที่กำลังอ่านหนังสือก็หยุดอ่าน ทำหนังสือในมือของตนเองจากนั้นก็มองไปยังคุณชาย

    เจียงเฟิงสามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ผิดปกติ แผ่ซ่านออกมาจากตัวของท่อนไผ่เขียวที่วางอยู่ห่างไปไม่ไกล

    ในตอนนี้ตัวของท่อนไผ่สีเขียวเปล่งแสงสว่างไสว

    แล้วตัวของต้นไผ่ก็เริ่มเปลี่ยนไปสีของตัวไผ่ที่เคยเป็นสีเขียวเริ่มกลายเป็นสีเขียวที่สว่างไสว

    แน่นอนว่าเนื้อไผ่นั้นเหมือนกับเป็นหยกชั้นดี ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนแปลงจากไผ่เขียวธรรมดาที่เป็นท่อนไผ่วิญญาณ ไปกลายเป็นท่อนไผ่หยกแล้ว

    มันคือการพัฒนาของระดับอาวุธ 

    ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาท่อนไผ่เขียวได้ดูดกลืนปานบริสุทธิ์จากแก่นพลังของวิญญาณทมิฬ

    หลังจากที่นำมันไปหล่อเลี้ยงตนเอง ในตอนนี้ท่อนไผ่เองก็เกิดการพัฒนา 

    ตัวของเนื้อไผ่กลายเป็นสีเขียวมรกตดุจดั่งหยกชั้นดี 

    แสงสว่างไสวสงบลงคลื่นปราณวิญญาณในอากาศเองก็ค่อยๆสั่นสะเทือน 

    ในช่วงเวลานั้นเองต้นไผ่หยกก็ลอยขึ้นจากโต๊ะ มันพุ่งทะยานมาหาเจียงเฟิงจากนั้นก็บินรอบร่างกายของเขาราวกับว่าเด็กที่ได้พบเจอกับเจ้านาย

    มันกำลังแสดงท่าทีอย่างดีใจแล้วก็กำลังทักทายเขา 

    เจียงเฟิงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ 

    แน่นอนว่านี่คือการพัฒนาระดับระดับของมันในตอนนี้ เรียกได้ว่าสามารถเบิกสติปัญญาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว 

    แม้ว่ามันจะเป็นเหมือนกับเด็กน้อยที่ชอบเล่นสนุก ยังไงซะในตอนนี้มันก็ไม่ใช่อาวุธวิญญาณธรรมดาแล้ว 

    ถ้าให้เปรียบเทียบระดับของมันในตอนนี้ขึ้นสู่ระดับอาวุธอาคมแล้ว

    มันบินวนไปมาอย่างสนุกสนานบริเวณรอบๆร่างกายของเจียงเฟิง

    เจียงเฟิงก็ยิ้มแล้วก็ชื่นชมมันอย่างพึงพอใจ 

    “เอาล่ะแม้ว่าเจ้าจะเปลี่ยนเป็นไผ่หยกแล้ว”

    “ข้าเองก็ยังเรียกว่าเจ้าไผ่เขียวอยู่ดี”

    ท่อนไผ่ที่บินไปมารอบร่างกายแสดงท่าทางลิงโลดดีใจ

    มันอาจจะยังไม่รู้ว่าในตอนนี้ เจียงเฟิงดีใจมากกว่ามันเสียอีก

    ระดับอาวุธที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ ถ้าเกิดว่าเขาจะนำมันมาหลอมกลายเป็นอาวุธรากฐานแห่งชีวิตมันเองก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

    ท่อนไผ่เขียวนี้ผูกพันกับเขาเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันอยู่ในมือของเขามาตั้งแต่เขายังเด็ก

    เพราะแบบนั้นทั้งสองเลยมีสัมพันธ์บางอย่างที่เชื่อมโยงกัน

    มันไม่เหมือนกับเชือกพันธนาการมังกรที่มันเป็นเหมือนกับพันธสัญญาแลกเปลี่ยน

    นี่คือเหตุผลว่าทำไมเจียงเฟิงจึงอยากจะหลอมมันกลายเป็นอาวุธรากฐานแห่งชีวิต 

    เพียงแต่ว่าในตอนนี้เขายังไม่สามารถทำได้ ยังอยู่เพียงแค่ขอบเขตแรกเท่านั้น 

    การหลอมรวมอาวุธรากฐานแห่งชีวิตสามารถหลอมได้หนึ่ง ขอบเขตต่อหนึ่งชิ้น แน่นอนว่าจำเป็นจะต้องบรรลุขอบเขตนั้นแล้วเท่านั้นถึงสามารถหลอมอาวุธแห่งชีวิตได้ 

    เจียงเฟิงจับไผ่เขียวที่บินไปมาอยู่รอบร่างกายของตนเอง 

    จากที่เขาสัมผัสกับมันมันก็ทำให้เขานั้นสามารถสัมผัสได้ถึงพลังในทันที 

    ในตอนนี้ต้นไผ่นี้ส่งพลังที่คมกริบออกมาอย่างชัดเจน

    เจียงเฟิงเองก็ยังตกตะลึงกับความสามารถของมันที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

    ในตอนนี้ถ้าเกิดว่าใช้เจ้าหนี้ฟาดเจ้าวิญญาณทมิฬระดับสามตนนั้น ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้คงฟาดมันตายได้ด้วยการโจมตีไม่กี่สิบครั้งเท่านั้น ต่อให้ไม่ต้องลดขอบเขตของมันก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องการหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810