ณ บ้านสกุลลั่ว
“เ้าว่าอย่างไรนะ! ฝ่าามอบสมรสพระราชทานให้ฉิงอ๋องกับหรานเอ๋ออย่างนั้นหรือ?” ลั่วฝานถามเสียงเครียด “เื่นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แล้วหรานเอ๋อยินยอมหรือไม่”
“คุณหนูเต็มใจกับงานแต่งครั้งนี้เ้าค่ะ” เซียงเซียงยิ้มเพราะเข้าใจความรู้สึกของเ้านาย นางจึงอธิบายต่อ “คุณหนูกับฉิงอ๋องเคยพบปะกันหลายครั้ง ดูเหมือนว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีด้วยเ้าค่ะ”
“แต่ฉิงอ๋อง...” ลั่วฝานไม่ได้พูดถึงข่าวลือของฉิงอ๋องออกไป
แต่เซียงเซียงพอจะเดาได้ “นายท่านผู้เฒ่ากังวลเกี่ยวกับข่าวลือเื่ที่ฉิงอ๋องเกิดมาพร้อมคำสาปใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ฉิงอ๋องมีความสามารถโดดเด่นในทุกด้าน มีเพียงเื่นั้นเื่เดียวจริงๆ ที่ข้ากังวล” ลั่วฝานยอมรับ ข่าวลือที่ว่าฉิงอ๋องเกิดมาพร้อมคำสาปหายนะจนถูกตัดชื่อออกจากราชวงศ์และต้องส่งตัวไปให้ตระกูลฉินเลี้ยงดูเป็ข่าวลือที่ถูกพูดถึงเป็อย่างมากในเวลานั้น
“คุณหนูบอกว่านางไม่เชื่อข่าวลือพวกนั้นเลยเ้าค่ะ เพราะหากฉิงอ๋องเกิดมาพร้อมคำสาปจริง ฉิงอ๋องจะออกรบทุกครั้งแล้วชนะศึกกลับมาทุกครั้งได้อย่างไรเ้าคะ”
“ท่านพ่อขอรับ ที่เซียงเซียงพูดมาก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันนะขอรับ” ลั่วฉือยิ้มให้บิดา “มีเพียงคำเล่าลือว่าฉิงอ๋องเกิดมาพร้อมรอยยิ้มหายนะ แต่ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตอนที่ฉิงอ๋องยังเด็กและเรายังทำงานอยู่ในสำนักแพทย์หลวง เมื่อฉิงอ๋องมีเวลาว่างก็มักจะมาช่วยเราคัดแยกสมุนไพร บ่อยครั้งที่เขาหัวเราะออกมาอย่างสดใสเมื่อเขาเห็นท่านดุข้า ตอนนั้นก็ไม่เห็นจะมีเื่ร้ายเกิดขึ้นสักครั้ง ส่วนเื่ที่เกิดกับพระสนมฉิน เราก็รู้อยู่แล้วว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับฉิงอ๋องแม้แต่น้อย สตรีเมื่อคลอดบุตรก็เหมือนเท้าข้างหนึ่งยืนอยู่ปากประตูผี และการตกเืของสตรีขณะคลอดบุตรก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับพระสนมฉินคนเดียวเสียหน่อย ข้าว่าข่าวลือนั้นออกจะเกินจริงไปมากขอรับ”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านพี่เ้าค่ะ ข่าวลือพวกนั้นคงไม่เป็ความจริง เพราะหากเป็เื่จริง คนตระกูลฉินยังจะรักษาตำแหน่งในกองทัพไว้ได้อย่างมั่นคงอยู่หรือเ้าคะ” ถานซูหนี่พูดเสริมสามี
“แม้เราไม่ได้ไปมาหาสู่กับตระกูลซู แต่ท่านตากับท่านพ่อก็ส่งคนไปสืบเื่ของหรานเอ๋อเพราะเป็ห่วงว่านางจะถูกคนรังแกอยู่เลยไม่ใช่หรือเ้าคะ ข้าคิดว่าที่ฝ่าาพระราชทานสมรสให้หรานเอ๋อครั้งนี้นับว่าเหมาะสมแล้วเ้าค่ะ” ลั่วซีเหยียนพูดยิ้ม “ฉิงอ๋องเป็บุรุษมากความสามารถและไม่เคยมีข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับสตรี เมื่อแต่งกับเขา หรานเอ๋อของเราย่อมได้รับการปกป้องอย่างดีแน่นอนเ้าค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนนะ ทุกคนมองข้ามเื่สำคัญอะไรไปหรือไม่” ลั่วซิ่วหยางพูดขัดก่อนจะหันไปถามเซียงเซียง “เวลานี้คุณหนูของเ้าไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวัง แล้วทำไมเ้าถึงมาที่สกุลลั่ว เ้าไม่ต้องไปอยู่ดูแลนางหรือ เช่นนั้นแล้วนางไปร่วมงานเลี้ยงกับผู้ใด”
เมื่อได้ยินคำถามของลั่วซิ่วหยาง ทุกคนก็หันไปมองเซียงเซียงเป็ตาเดียว
เซียงเซียงจึงตอบคำถามอย่างใจเย็น “ฉิงอ๋องบอกให้บ่าวเก็บของสำคัญของคุณหนูออกมาจากจวนสกุลซูทั้งหมด เพราะั้แ่วันนี้คุณหนูจะย้ายมาอยู่ที่สกุลลั่วเ้าค่ะ”
“อะไรนะ! หรานเอ๋อจะย้ายมาอยู่ที่สกุลลั่ว!” ทุกคนถามขึ้นพร้อมกันด้วยท่าทางใ
ลั่วฝานที่ตั้งสติได้ก่อน เขารีบถามถึงสาเหตุ “ทำไมเล่า ทำไมหรานเอ๋อต้องย้ายมาอยู่กับเรา เกิดอะไรขึ้นกับนาง เ้ารีบเล่ามา”
“ชีวิตความเป็อยู่ของคุณหนูที่สกุลซูพวกท่านคงทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่เื่ที่ฉิงอ๋องให้บ่าวเก็บสิ่งของของคุณหนูและสั่งให้บ่าวมารออยู่ที่นี่ เื่นี้บ่าวก็ไม่ทราบเหมือนกันเ้าค่ะ” เซียงเซียงตอบ
“แล้วลั่วเจินเจินเล่า นางรู้เื่นี้หรือไม่” ลั่วฝานถามต่อ
“คนของตระกูลซูไปร่วมงานเลี้ยงที่พระราชวังกันทั้งหมดเ้าค่ะ เพราะนอกจากฝ่าาจะพระราชทานสมรสให้ฉิงอ๋องกับคุณหนูแล้ว ฝ่าายังพระราชทานสมรสให้เสียนอ๋องกับคุณหนูรองด้วยเ้าค่ะ”
“สกุลซูปฏิบัติกับหลานสาวของข้าได้ดีจริงๆ” ลั่วฝานพูดอย่างไม่พอใจ “หรานเอ๋อของข้าเป็คุณหนูใหญ่ที่เกิดจากภรรยาเอก แต่นางกลับได้แต่งออกไปกับอ๋องนอกราชวงศ์ แต่ซูชิงหว่านซึ่งเป็คุณหนูที่เกิดจากอนุกลับได้แต่งกับเสียนอ๋องที่เป็บุตรของเสียนกุ้ยเฟย มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเสียนอ๋องมีโอกาสที่จะถูกแต่งตั้งให้เป็รัชทายาทมากที่สุด ลั่วเจินเจินนะลั่วเจินเจิน ลูกสาวแท้ๆ กลับไม่สนใจ แต่นางกลับไปสนใจบุตรของอนุเสียได้”
“นายท่านผู้เฒ่าเ้าคะ เวลานี้อนุหลินไม่ได้เป็อนุแล้วเ้าค่ะ เพราะไม่นานมานี้นายท่านซูจิ้นจงเพิ่งยกให้นางขึ้นเป็ภรรยาเท่าเทียมเทียบเท่ากับฮูหยินใหญ่ คุณหนูรองจึงไม่ได้เป็บุตรของอนุเช่นเมื่อก่อนแล้วเ้าค่ะ” เซียงเซียงบอก
ลั่วฝานแค่นหัวเราะ “ลั่วเจินเจินผู้นั้นหลงบุรุษจนหัวปักหัวปำ นางกล้าแม้กระทั่งขโมยตำราแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วไปให้เ้าชั่วซูจิ้นจง เพียงหวังว่าจะได้ความรักและได้นั่งเป็ฮูหยินเอกเพียงคนเดียวของมัน ข้าเคยเตือนนางไปแล้วว่าบุรุษชั่วเช่นนั้นไม่มีทางรักษาคำพูด แต่นางกลับตัดสัมพันธ์กับข้าแล้วหันไปเลือกไอ้คนชั่วนั่น แล้วเป็อย่างไร เวลานี้ซูจิ้นจงยกอนุชั้นล่างให้ขึ้นมาเป็ภรรยาเท่าเทียม แล้วต่อไปเล่า นางยังจะรักษาตำแหน่งฮูหยินเอกไว้ได้อยู่หรือ”
ลั่วฝานพูดถึงบุตรสาวอย่างโมโห ั้แ่ที่ภรรยาเสียชีวิตไป เขาก็ครองตัวเป็โสดและเลี้ยงดูบุตรชายลั่วฉือและบุตรสาวลั่วเจินเจินมาด้วยความรักและความเอาใจใส่
บุตรชายมีพร์ทางการแพทย์และมีความกตัญญู ผิดกับบุตรสาวถึงแม้นางจะเก่งวิชาแพทย์ แต่เพราะไปตกหลุมรักซูจิ้นจง นางจึงเชื่อคำพูดของซูจิ้นจงว่าสตรีควรอยู่ดูแลงานในบ้าน ส่วนเื่ทำงานนอกบ้านต้องเป็หน้าที่ของบุรุษ นับั้แ่นั้นลั่วเจินเจินก็ละทิ้งวิชาแพทย์แล้วหันไปสนใจที่จะเป็ภรรยาของซูจิ้นจงเพียงอย่างเดียว
ลั่วฝานคัดค้านการแต่งงานครั้งนั้นเป็อย่างมาก ถึงขนาดกับยื่นคำขาดให้ลูกสาวเลือกระหว่างตนกับคนรัก ลั่วเจินเจินตัดสินใจเลือกคนรักอย่างไม่ลังเล ไม่เท่านั้น วันที่นางหนีออกจากบ้าน นางยังขโมยตำราแพทย์ของบรรพบุรุษไปด้วย เพราะได้อ่านตำราแพทย์เล่มนั้น ซูจิ้นจงจึงสอบเข้าไปทำงานในสำนักแพทย์หลวงได้สำเร็จ
ลั่วฝานจะทนทำงานร่วมกับคนที่ตนเองเกลียดได้อย่างไร เขาจึงตัดสินใจพาลูกชายลาออกจากสำนักแพทย์หลวงแล้วไปเปิดโรงหมอเล็กๆ ที่ชานเมืองหลวง
แม้ลั่วฝานจะตัดขาดกับบุตรสาวและไม่ยอมให้คนในบ้านไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลซู แต่เมื่อรู้ว่าลั่วเจินเจินคลอดหลานสาวตัวน้อยออกมาหนึ่งคน ลั่วฝานก็คอยให้คนไปสืบข่าวหลานสาวมาให้ตนอยู่เสมอ และบ่อยครั้งที่รู้ว่าหลานสาวกำลังลำบาก เขาก็ไปติดสินบนคนเฝ้าประตูหรือแม่บ้านของจวนสกุลซูเพื่อให้คนพวกนั้นนำอาหารรวมถึงตั๋วแลกเงินจำนวนเล็กน้อยส่งให้หลานสาวไว้ใช้จ่าย
ซึ่งเื่นี้ซูหยุนหรานกับเซียงเซียงต่างก็รู้กันดี ไม่เช่นนั้นนายและบ่าวคู่นี้จะมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร
“ท่านพ่ออย่าโมโหไปเลยขอรับ ระยะหลังมานี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยดี สิ่งใดจะเกิดเราก็ต้องปล่อยวาง ในเมื่อลั่วเจินเจินเป็คนเลือกเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางก็ต้องยอมรับผลของมันเองขอรับ” ลั่วฉือเห็นบิดาโมโหก็รีบพูด “ส่วนเื่หรานเอ๋อ รอให้นางกลับมาเราค่อยถามจากนางอีกที”
“ท่านตา ท่านลุง ป้าสะใภ้ พี่ชาย พี่หญิง พวกท่านทำไมถึงทำหน้าเครียดกันอย่างนั้นเ้าคะ” ซูหยุนหรานเดินเข้ามาพร้อมกับฉินจื่อฉิง
“คารวะท่านผู้เฒ่าซูขอรับ” ฉินจื่อฉิงทักทายผู้าุโ
“หรานเอ๋อ!” ถานซูหนี่เดินไปจับมือหลานสาวด้วยความดีใจ “ป้าสะใภ้ได้แต่แอบไปดูเ้าไกลๆ ที่หน้าจวนสกุลซู ยังนึกอยู่ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้พูดคุยกับเ้าหรือไม่ พอได้มาเจอใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าเ้าช่างงดงามและน่ารักมากเพียงนี้”
“ข้าก็อยากมาหาพวกท่าน แต่ติดที่ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกจวนหากไม่จำเป็เ้าค่ะ” ซูหยุนหรานตอบ
“หรานเอ๋อ เข้ามาใกล้ๆ ตาที” ลั่วฝานบอกหลานสาวเสียงเครือ “หลานรักของตา ที่ผ่านมาเ้าคงลำบากมากใช่หรือไม่”
ซูหยุนหรานนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าท่านตา นางน้ำตาคลอเพราะไม่ว่าจะเป็ชาตินี้หรือชาติที่แล้ว นับเป็ครั้งแรกที่นางได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นถึงขนาดนี้ “หลานอกตัญญูที่ไม่เคยมาพบท่านตา ขอท่านตาโปรดอภัยให้หลานด้วยนะเ้าคะ”
“จะโทษเ้าได้อย่างไร หากจะโทษต้องโทษคนสกุลซู”
“ท่านตาเ้าคะ นับจากนี้หลานไม่ใช่คนตระกูลซูแล้ว ท่านตาจะรับหลานเข้าเป็คนสกุลลั่วได้หรือไม่เ้าคะ”
“หลานรัก...เ้าพูดอะไรเช่นนั้น ั้แ่ที่เ้าลืมตาดูโลกเ้าก็คือลูกหลานตระกูลลั่วของข้า” ลั่วฝานลูบศีรษะหลานสาวอย่างเบามือ “ไหนเ้าลองเล่าให้ตาฟังว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเ้าถึงบอกว่าเ้าไม่ใช่คนตระกูลซู ยังมีที่ฉิงอ๋องให้เซียงเซียงขนข้าวของของเ้ามาจากจวนสกุลซูจนหมดอีก”
ซูหยุนหรานเริ่มเล่าเหตุการณ์ในงานเลี้ยง “วันนี้ข้าต้องไปเข้าร่วมงานเลี้ยงที่พระราชวัง แต่ก่อนที่จะเดินทาง เสื้อผ้าที่ฉิงอ๋องส่งมาให้ข้าถูกสาวใช้ของซูชิงหว่านนำไปสวม แล้วสาวใช้คนนั้นยังเดินอวดโฉมไปทั่วจวน ทั้งนางยังเอาเสื้อผ้าชุดเก่าของอนุหลินมาให้ข้าสวมใส่แทน เป็เพราะเสื้อผ้าที่ข้าสวมใส่ทำให้ข้าถูกฝ่าาตำหนิเพราะคิดว่าข้าไม่พอใจที่ฝ่าาพระราชทานสมรสให้เรา ฉิงอ๋องจึงช่วยออกหน้าและบอกที่มาของเสื้อผ้าชุดนั้นว่าเสื้อผ้าที่ข้าต้องสวมใส่เป็ชุดที่สั่งตัดมาจากผ้าไหมจันทรา ซึ่งท่านอ๋องสั่งตัดมาเพื่อข้าโดยเฉพาะ แต่ยังไม่ทันที่ฝ่าาจะได้ตัดสินความผิด เสียนกุ้ยเฟยกับพระสนมฉินก็ช่วยกันพูดขอร้องเพื่อไม่ให้เอาผิดคนสกุลซู ท่านอ๋องสงสารที่ข้าไม่ได้รับความเป็ธรรม ทั้งยังไม่อยากให้ข้ากลับไปลำบากที่สกุลซูอีก เขาจึงขอฝ่าาอนุญาตให้ข้าตัดสัมพันธ์กับคนตระกูลซูเ้าค่ะ”
แม้คำบอกเล่าของซูหยุนหรานจะรวบรัด แต่ลั่วฝานและคนอื่นๆ ก็พอจะนึกภาพออกว่าเหตุการณ์ในพระราชวังต้องรุนแรงกว่านี้มาก อีกทั้งทุกคนยังรู้ที่มาของผ้าไหมจันทราเป็อย่างดี การที่พระองค์ยอมให้ซูหยุนหรานตัดสัมพันธ์กับสกุลซูคงเป็เพราะไม่อยากแตกหักกับฉิงอ๋อง อีกทางหนึ่งพระองค์ก็คงไม่อยากลงโทษสกุลซูเพราะอีกไม่นานสกุลซูก็จะเกี่ยวดองกับจวนเสียนอ๋องแล้ว
“ตัดสัมพันธ์กับทางนั้นมาก็ดี” ลั่วฝานลูบผมหลานสาวพร้อมกับถอนหายใจ “เ้าจะเปลี่ยนมาใช้แซ่ลั่วของตาก็ยังได้”
“เื่นี้ฝ่าาไม่ทรงอนุญาตขอรับ” ฉิงอ๋องพูดขึ้นพร้อมอธิบาย “พระองค์ให้เหตุผลว่าแม้หรานหรานจะตัดสัมพันธ์กับสกุลซู แต่นางถือกำเนิดและมีสายเืของสกุลซูอยู่ในกาย พระองค์จึงให้นางคงแซ่เดิมไว้แม้ว่านางกับสกุลซูจะไม่ติดต่อกันแล้วก็ตามขอรับ”
“เื่นี้ข้าก็พอเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็แซ่ลั่วของข้าหรือแซ่ซูของพวกเขาล้วนเป็ปฐมฮ่องเต้พระราชทานให้ ดังนั้นลูกหลานที่ได้ใช้แซ่เหล่านี้ย่อมไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนไปใช้แซ่อื่น” ลั่วฝานพูดอย่างเข้าใจ “แต่ไม่เป็ไร อย่างน้อยหรานเอ๋อของข้าก็ได้กลับมาอยู่กับข้าแล้ว ต่อให้นางจะใช้แซ่อะไร นางก็ยังเป็หลานสาวของข้าเหมือนเดิม”
“ต่อไปหลานก็คือคนของสกุลลั่วเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานยิ้มรับ