บทที่ 45 แสดงความรัก
ตอนที่หานชิงอวี่วางมือลงบนเช็ค คนที่อยู่รอบ ๆ ก็ขมวดคิ้วทันที
เดิมที ทุกคนต่างก็มีความรู้สึกสนับสนุนคู่รักสวยหล่อที่เหมาะสมกันราวเป็นกิ่งทองใบหยกคู่นี้อยู่แล้ว
แต่พอหานชิงอวี่เป็นฝ่ายไปรับเช็คนี้มา ก็ยากจะเลี่ยงต่อสิ่งที่คิดแตกต่างไปอยู่ในใจของทุกคน
แม้แต่หลินเจียหาวที่ถือเช็ค ในเวลานี้ก็ยิ้มและคลายมือ เพราะว่าในสายตาของเขา ยังไม่มีใครที่เอาชนะเงินได้ อีกอย่างยังเป็นเงินที่ตัวเองเอามาป้อนถึงปากด้วย
เขารอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นสีหน้าของไป๋ปิงหน้าเสียอย่างที่สุด หลังจากที่ได้เห็นแฟนหนุ่มที่หญิงสาวเป็นคนเลือกนั้นรับเช็คของตัวเองไป
แต่ในชั่ววินาทีที่มือของหานชิงอวี่สัมผัสที่เช็คนั้น กลับชักมือกลับทันทีราวกับว่าถูกอะไรบางอย่างที่ร้อนมาก ๆ
ส่วนเช็คที่ร้อนมือนั้นก็ปลิวอยู่กลางอากาศจนไปตกลงที่แอ่งน้ำ จากนั้นมันก็เปียกอย่างรวดเร็ว จนมองข้อความที่อยู่บนนั้นไม่ชัดแล้ว
“นาย...”
โจวเจียหาวชี้หานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่โกรธเกรี้ยว
เขารับได้ถ้าหานชิงอวี่จะดูถูกตัวเอง แต่รับไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะมาดูถูกเงินของตัวเองแบบนี้
เวลานี้ผู้คนรอบ ๆ ต่างส่งเสียงประหลาดใจ เห็นได้ชัดมากว่าไม่ใช่แค่โจวเจียหาวเท่านั้นที่คาดไม่ถึง แต่พวกคนที่มามุงดูอยู่รอบ ๆ เองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ว่าจะมีคนที่โยนเช็คที่มีจำนวนเงินมหาศาลนั้นลงแอ่งน้ำไปแบบนี้
พวกเขามองไปทางหานชิงอวี่ที่ชักมือกลับทันที แต่สายตาของพวกเขาไม่เหมือนกับของโจวเจียหาว มันเต็มไปด้วยความเคารพนับถือ
ในสายตาของพวกเขา หานชิงอวี่สูงส่งขึ้นมาก ตอนที่ยืนอยู่ข้างไป๋ปิงก็เห็นได้ชัดว่ายิ่งเหมาะสมกัน
แต่ชายหนุ่มกลับเหมือนไม่เห็นสายตาของพวกคนรอบ ๆ แล้วหันไปบ่นกับคนข้าง ๆ
“เสี่ยวปิง ทำไมเช็คใบนี้ของคุณชายโจวถึงร้อนมือแบบนี้นะ ทำมือผมร้อนไปหมด คุณเป่าให้ผมหน่อยได้ไหม?”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้ ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็หลุดหัวเราะออกมา!
ดูไม่ออกเลยว่าหานชิงอวี่ที่ดูนิ่ง ๆ จะมีอารมณ์ขันเล็ก ๆ แบบนี้ด้วย
ตอนนี้ไป๋ปิงหน้าแดงขึ้นมาแล้ว เธอคิดไม่ถึงเลยว่าหานชิงอวี่จะเอ่ยคำขอแบบนี้ออกมา
พอเห็นท่าทีเขินอายของฝ่ายหญิง ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็ยิ่งตื่นเต้น
ไม่เพียงแต่จะส่งเสียงเชียร์แต่ยังจะยุให้ทั้งสองคนจูบกันตรงนั้นด้วย
สำหรับคำขอแบบนี้ แน่นอนว่าไป๋ปิงไม่มีทางจะให้พวกเขาสมหวัง แม้ว่าคนตรงหน้าจะยอม แต่เธอไม่ยอมเด็ดขาด
แม้แต่คำขอให้เป่ามือ เธอก็ค่อนข้างจะลังเล
แต่ทันใดนั้น การช่วยเหลือชั้นยอดจากโจวเจียหาวก็มา
เขาหันหน้าไปหาผู้คนที่อยู่รอบ ๆ แล้วเอ่ยปากตำหนิ
“พูดอะไรกัน?! มาดูอะไรเนี่ย ออกไปกันให้หมดเลยนะ!”
เมื่อเห็นโจวเจียหาวโกรธแบบนี้ ไม่รู้ว่าใจของไป๋ปิงเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ พลังและความกล้าหาญอันแรงกล้าก็เพิ่มขึ้นทวีคูณ
เธอคว้านิ้วมือของหานชิงอวี่ที่ยื่นมาหาเมื่อกี้มาจ่อที่ปาก แล้วเป่าให้เบา ๆ
“แบบนี้ดีขึ้นไหมคะที่รัก?”
ไป๋ปิงพูดกับหานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายกับว่าทั้งสองเป็นคู่รักที่หวานชื่นกันจริง ๆ
เหตุการณ์ตรงหน้านี้ทำเอาคนที่อยู่รอบ ๆ ตะลึง และโจวเจียหาวก็ย่อมตะลึงด้วยเช่นกัน
เขาไม่คาดคิดว่าทั้งสองคนจะมาแสดงความรักกันต่อหน้าตัวเองจริง ๆ
ดังนั้นตอนนี้ เขารับไม่ไหวแล้วจริง ๆ
ปากเขาพึมพำก่นด่า จากนั้นก็ก้าวเท้าฉับไวพุ่งเข้าไปหาหานชิงอวี่ด้วยความโกรธ!
ท่าทางแบบนั้น แค่มองก็รู้ทันทีว่ามีสัญญาณของการต่อสู้อยู่
ไป๋ปิงเองก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที แม้ว่าเธอจะอยากให้หานชิงอวี่ช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ แต่ถ้าหากเขาได้รับบาดเจ็บขึ้นมา มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงล้วงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า หลังจากกดมือถือสองสามครั้งก็ชี้ไปที่โจวเจียหาว
“โจวเจียหาว ถ้าคุณก่อเรื่องอีก ฉันจะแจ้งตำรวจนะ!”
คำว่าจะแจ้งตำรวจ ถือเป็นการเตือนสติขึ้นมาทันที
แม้ว่าโจวเจียหาวจะเป็นทายาทเศรษฐีรุ่นสอง ที่ดูเหมือนจะมีแหล่งที่มาของความร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุด
แต่ถ้าเป็นเรื่องของกฎหมายแล้ว ทุกคนต่างก็เท่าเทียมกัน ‘ถ้าต่อยตีกันคนแพ้ไปนอนโรงพยาบาล แต่คนชนะไปนอนคุก’ บางครั้งประโยคนี้ก็ไม่ใช่การล้อเล่น
ในฐานะที่เป็นทายาทเศรษฐีรุ่นสองที่เกือบทุกคนต่างอิจฉา โจวเจียหาวย่อมไม่อยากพาตัวเองเข้าไปในศูนย์กักกันเพราะเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่แล้ว
ดังนั้นเขาจึงทำเพียงแค่ถอยหลังแล้วก่นด่า พลางชี้หานชิงอวี่ตรงหน้าคล้ายกับจะข่มขู่
“ครั้งนี้นับว่านายโชคดีนะ”
“อย่าให้ฉันสบโอกาสแล้วกัน ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่!”
พูดจบก็เดินตรงไปที่ซูเปอร์คาร์ที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาล แล้วเหยียบคันเร่งออกไปจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
ดูคล้ายว่าจะไปอย่างสง่า แต่ดูจากแรงที่เหยียบคันเร่งแล้ว ก็น่าจะมีความโกรธอยู่ในใจไม่น้อยเลย
พวกผู้คนที่มามุงดูอยู่รอบ ๆ เห็นดังนั้น ก็พากันปรบมือยินดี ในสายตาของพวกเขา หานชิงอวี่กับไป๋ปิงเป็นคู่รักที่สวรรค์สรรค์สร้าง ส่วนโจวเจียหาวคนนั้น เป็นปีศาจที่เข้ามาทดสอบในความรักของทั้งสองคน
แต่สองคนนี้ติดอยู่ตรงหน้าประตูโรงพยาบาลแบบนี้มานานมากแล้ว
ถ้ายังไม่ไปอีก ที่นี่ก็จะรู้สึกเบียดเสียดกันมากไปหน่อย
ดังนั้นหานชิงอวี่กับไป๋ปิงจึงแทรกตัวออกจากฝูงชนไปที่ถนนข้างโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
คราวนี้หานชิงอวี่ถึงได้ถอนหายใจยาว ๆ ออกมา เพราะว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันกินพลังงานชีวิตของตัวเองไปไม่น้อย
ในวันปกติ เขาจะเป็นประเภทที่ไม่ได้พูดจาอะไรนัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อกี้ตนจะพูดคำพูดที่ปกติแล้วให้ตายยังไงก็ไม่มีทางพูดออกไปเด็ดขาดต่อหน้าผู้คนได้อย่างราบรื่นแบบนั้น
ดูเหมือนว่าไป๋ปิงจะรู้สึกแบบเดียวกัน ทำให้เวลานี้เกิดบรรยากาศที่พูดได้ยากรอบ ๆ ตัวของทั้งสองคน
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดในตอนนี้อย่างไรดี เสียงของไป๋ปิงก็ดังแทรกขึ้นมา
“เรื่องเมื่อกี้ ฉันขอบคุณนะ”
ประโยคนี้ฟังแล้วไม่ค่อยเหมือนกับน้ำเสียงของไป๋ปิงคนเดิมเท่าไหร่ ทำเอาหานชิงอวี่ตะลึงไปทันที
เสียงนี้มันออกมาจากปากของไป๋ปิงจริง ๆ แต่กลับมีความน่ารักและหวานใสอยู่ในนั้นด้วย
หานชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมาจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่กลับพบว่าคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ ตัวเองเมื่อกี้นี้ วิ่งออกไปที่ถนนอีกเส้นหนึ่งที่เป็นเส้นทางตรงกันข้ามแล้ว
ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เคยเกิดขึ้น
แต่หานชิงอวี่ไม่ได้มีความคิดอะไรกับน้ำเสียงของไป๋ปิง
เหตุผลที่เขาตะลึงเมื่อกี้ ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะเขาพบว่าไป๋ปิงเองก็พูดขอบคุณเป็นเหมือนกัน!
แม้ว่านี่จะเป็นสิ่งจำเป็นทั่ว ๆ ไปสำหรับคนส่วนใหญ่
แต่สำหรับไป๋ปิงแล้ว หานชิงอวี่ไม่เคยได้ยินผู้อำนวยการไป๋ผู้เย็นชาคนนี้พูดขอบคุณใครเลยจริง ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกับตัวเขาเองที่มีความสัมพันธ์ราวกับว่าเป็นศัตรูกับในตอนนี้เลย
หานชิงอวี่ครุ่นคิดในใจ พลางเดินไปทางห้องเช่าของตัวเอง
แต่ในขณะที่เขาเปิดประตูห้องก็ต้องตกตะลึงจนเบิกตากว้าง!
ภาพที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้วในตอนนี้!