เรื่องการแต่งงานของอนาเธอร์ได้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับทั้งโลก ไม่ใช่เพียงเพราะมันเป็นงานแต่งงานธรรมดา มันคือพิธีของบุตรแห่งพระเจ้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ ผู้ครอบครองพลังแห่งเทพเจ้าทั้งสามตน
และที่สำคัญ หนึ่งในเจ้าสาวของเขาคือคริสติน่า เทพเจ้าผู้ปกป้องวิหารศักดิ์สิทธิ์ อัครทูตสวรรค์ที่ไม่มีใครในโลกของผู้เล่นไม่รู้จัก การประกาศครั้งนี้ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
ไม่เพียงเพราะความงดงามของสามเจ้าสาว แต่เพราะมันสะท้อนถึงพลังและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของอนาเธอร์ ซึ่งเปรียบดั่งจักรพรรดิผู้ครองบัลลังก์ที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย ประหนึ่งเป็นเทพ
ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น ทุกช่องทางสื่อในโลกทั้งความจริงต่างรายงานเรื่องนี้ไม่หยุด
หลายคนต่างพูดถึงความสำเร็จและชีวิตที่ดูเหมือนจะไร้ที่ติของเขา ทั้งในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่และในฐานะชายผู้โชคดีที่สุดในโลก
ในขณะเดียวกัน การปรากฏตัวของสามเจ้าสาวก็ทำให้เกิดกระแสพูดถึงอย่างกว้างขวาง คริสติน่า ไอริน และเฟรย่า พวกนางเป็นหญิงสาวที่เป็นดั่งอัญมณีแห่งยุค ทั้งงดงาม มีความสามารถ และเป็นที่หมายปองของใครหลายคน
การที่ทั้งสามตัดสินใจแต่งงานกับชายคนเดียวพร้อมกัน มันได้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน และสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก
ขณะเดียวกันภายในอาณาเขตลับแห่งหนึ่ง ตัวของเอเทนกลับมายังกิลด์แห่งความมืดด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน เขานั่งอยู่หัวโต๊ะภายในห้องประชุมลับที่เต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูง
พร้อมกับเสียงของทาเลีย หนึ่งในผู้บริหารสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนและอันตรายได้ดังขึ้นว่า
“ถ้านายหงุดหงิดกับเรื่องนี้นัก..”
“งั้นเราก็ไปถล่มงานแต่งมันกันไหม?”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในห้องประชุมต่างหันมามองเธอ บางคนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่บางคนกลับแสดงสีหน้าหวาดระแวง
“อย่าดีกว่า! ต่อให้เรามีผู้เล่นระดับกึ่งเทพมากแค่ไหน มันก็ไม่มีทางเอาชนะคริสติน่าได้”
“อย่าลืมว่านั่นคือเทพเจ้าที่แท้จริง!”
ทุกคนในห้องประชุมเริ่มเงียบงัน ทุกคนต่างรับรู้ถึงความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ระดับพลังของพวกเขายังห่างไกลจากระดับเทพเจ้าอย่างมาก
ขณะที่บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความอึดอัด หญิงสาวในชุดคลุมคนหนึ่งนอกจากทาเลียก็ได้พูดขึ้นมาอย่างเงียบขรึม
“นอกจากงานแต่งครั้งนี้จะเต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งมากมายแล้ว ได้ยินมาว่าพวกสี่จตุรเทพของตระกูลซิกฟรีดก็จะกลับมาจากสนามรบต่างมิติเพื่อร่วมงานนี้เช่นกัน!”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในห้องต้องหรี่ตาลง บรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารที่บ้าคลั่ง
จนรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกกดดันให้หนักหน่วงลงอย่างมาก เอเทนหันไปมองหญิงสาวในชุดคลุมก่อนจะถอนหายใจยาว
“งั้นเหรอ.. พวกมันกลับมาแล้วสินะ!!”
“ให้ตายเถอะ พวกนั้นเป็นเหมือนปรสิตที่คอยไล่ล่าและสังหารพวกเราอยู่ไม่ห่าง ทุกครั้งที่สมาชิกของเราเผชิญหน้ากับพวกมันในสนามรบต่างมิติ ไม่มีใครที่รอดชีวิตกลับมาเลยสักคน!
เอเทนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เพราะจตุรเทพของตระกูลซิกฟรีดไม่ใช่แค่ศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นศัตรูที่น่าหวาดกลัวที่สุดของกิลด์แห่งความมืดสเปคเตอร์มาโดยตลอด
ทาเลียพยักหน้าเห็นด้วย เธอถอนหายใจออกมาพร้อมกับเสียงเคืองในลำคอ
“ใช่ พวกนั้นน่ารำคาญมาก!”
“ข้าก็เคยเผชิญหน้ากับพวกมันมาก่อน ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งที่ทำให้ข้ารู้สึกกลัว แต่ความเร็ว ความเฉียบแหลมในการวางแผน และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างพวกมัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เป็นปรปักษ์ซึ่งยากจะเอาชนะได้จริงๆ!”
หญิงสาวพูดจบก็กัดริมฝีปากของตนอย่างโกรธเคือง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่รุนแรง
“แต่คราวนี้จะต้องไม่เหมือนเดิม”
“ข้าต้องการวางแผนที่ดีกว่าเดิม!”
“พวกเราต้องใช้โอกาสในงานแต่งนี้แทรกซึมเข้าไปให้ได้ เราจำเป็นต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับจตุรเทพพวกนั้น รวมทั้งพยายามหาช่องโหว่ในขบวนการป้องกันของตระกูลซิกฟรีดให้ได้ เพื่อจะสามารถวางแผนต่อสู้กับพวกมันในครั้งต่อไป!”
หญิงสาวในชุดคลุมที่กล่าวถึงสี่จตุรเทพในตอนแรก พอได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยเสริมขึ้นด้วยความมั่นใจ นัยน์ตาของเธอดูจริงจัง
“ใช่ เราเห็นด้วย พวกเราจะต้องล้างแค้นให้พวกพ้องที่ตกตายในสนามรบต่างมิติ”
“การที่พวกมันปรากฏตัวในงานแต่งของอนาเธอร์เช่นนี้ น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะหาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมในครั้งหน้า!”
เมื่อสิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องประชุมก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง ขณะที่แต่ละคนกำลังคิดหาวิธีการและวางแผนให้พร้อมสำหรับการล้างแค้นที่พวกเขารอคอยมานาน
กระทั่งเอเทนพยักหน้ารับอยู่เล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำแบบนั้น แต่จำไว้ว่าคราวนี้เราจะไม่เปิดเผยตัวเองเด็ดขาด! พวกเราต้องปฏิบัติการด้วยความระมัดระวังที่สุด”
“เพราะงานแต่งครั้งนี้มีเทพเจ้าเข้าร่วม และพวกเราไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกมัน!”
เหล่าผู้บริหารในชุดคลุมต่างพยักหน้ารับคำสั่งของเอเทนพร้อมกัน สายตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะล้างแค้นให้พวกพ้องที่สูญเสียไป แต่ในใจพวกเขาต่างก็รู้ดีว่าการล้างแค้นครั้งนี้ มันไม่ได้ง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว
หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง เหล่าผู้บริหารก็แยกย้ายกันออกไปปฏิบัติหน้าที่ของตน
ทาเลียหันมองไปทางเอเทนแล้วเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา
“ข้าหวังว่าเราจะทำสำเร็จในครั้งนี้ ข้าเบื่อกับการต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดแล้ว”
“ข้าอยากออกมาสู่แสงสว่างและแสดงให้พวกมันเห็นถึงพลังที่แท้จริงของพวกเรา!”
เอเทนมองทาเลียด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ เขารู้ดีว่าทาเลียเป็นคนที่แข็งแกร่งและมีความทะเยอทะยาน เธอต้องการแสดงพลังและศักยภาพของตนเอง แต่เนื่องจากความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม ทำให้พวกเขาต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด
“ข้าเข้าใจ แต่จงอดทนอีกหน่อย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราจะได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมา และทำให้พวกมันต้องสยบต่อหน้าพวกเรา!”
เอเทนพูดพลางยิ้มบางๆ ทำให้ทาเลียพยักหน้ารับต่อคำพูดของเขาอย่างเข้าใจ แม้จะรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องรอ แต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าความอดทนคือสิ่งที่สำคัญในสถานการณ์เช่นนี้
หลังจากการแยกย้ายของผู้บริหารในกิลด์แห่งความมืด เอเทนก็เดินกลับไปยังห้องส่วนตัวของเขา ขณะที่กำลังเดินผ่านห้องโถงที่มืดมิดและเงียบสงัด เขารู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและความเหนื่อยล้าที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ความหวังในการล้างแค้นและการเอาคืน คือสิ่งเดียวที่ยังคงทำให้ชายวัยกลางคนยังมีชีวิตอยู่และสู้ต่อไป
ไม่นานนัก เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไป
บรรยากาศภายในอาณาเขตตระกูลซิกฟรีดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเทศกาลแห่งความยิ่งใหญ่
อาณาเขตที่เคยดูสง่างามและแข็งแกร่งกลับถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสีที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล ลวดลายผ้าประดับสีทองและขาวที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์พลิ้วไหวอยู่ตามเสาและกำแพง ขณะที่โคมไฟคริสตัลที่ส่องแสงระยิบระยับถูกจัดวางไว้ทั่วบริเวณสร้างบรรยากาศหรูหราอย่างหาใดเปรียบ
อนาเธอร์และเหล่าภรรยาทั้งสามต่างก็เร่งรีบเตรียมการในช่วงสุดท้ายของพิธีแต่งงาน โดยที่พวกเขาเองก็ไม่ได้ละเลยในรายละเอียดเล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ต้องสั่งตัดจากช่างฝีมือที่เก่งที่สุดในโลกเสมือนจริง การจัดดอกไม้ที่ต้องตรงตามธีมที่กำหนด ไปจนถึงการออกแบบเมนูอาหารสำหรับแขกที่คาดว่าจะมีจำนวนมากถึงหมื่นคน
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของสนามหญ้าขนาดใหญ่ภายในอาณาเขต เหล่าพี่ชายของอนาเธอร์อย่างไมเยอร์ เรน และไคล์กำลังคุยกันเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเตรียมการ
“ข้าได้จัดการเรื่องความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว! ทีมเฝ้าระวังจากกิลด์เซฟีรอสและพันธมิตรจะดูแลพื้นที่รอบนอกทั้งหมด..”
“ไม่มีใครกล้าเข้ามาป่วนได้แน่นอน!”
ไมเยอร์ ผู้เป็นพี่ใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่พี่สาวเพียงคนเดียวในตระกูลซิกฟรีดก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ส่วนเรื่องการต้อนรับแขก ฉันกับคนของกิลด์แองเจิ้ลจะจัดการให้ดีที่สุด!”
ไคล์ ซึ่งเป็นพี่ชายคนเล็กสุดในกลุ่มหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดขึ้น
“ดูเหมือนเจ้าพวกเราจะจริงจังกันมากกว่าปกติ ข้าคิดว่าเจ้าตัวของงานแต่งเองยังไม่เครียดเท่าพวกเราเลยมั้ง?”
“แต่งงานกับสาวงามสามคนในคราวเดียว ไม่เครียดก็แปลกแล้ว!”
ไมเยอร์ตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะหัวเราะออกมาด้วยความผ่อนคลาย