เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 34 คำร้องขอขององค์หญิงพานอวิ๋น

     เจวี๋ยหวู่หมิงได้ลองคำนวณอยู่สักพัก เส้นทางแห่งไซอิ๋วจะเริ่มขึ้นในยุคเจินกวานปีที่สิบสาม และสิ้นสุดลงในอีกสิบสี่ปีให้หลัง อย่างนั้นเขาก็จะยังมีเวลาอีกประมาณยี่สิบปี ดังนั้น เขายังไงก็ต้องใช้เวลาสั้น ๆ ในยี่สิบปีนี้ ทำการบ่มเพาะได้จนถึงระดับขีดสุด คลี่คลายวิกฤติที่เป็นเหมือนกับภัยครั้งใหญ่นี้ ยังโชคดีที่ ยังมีระบบเคยอยู่เคียงข้าง จึงทำให้เขามีโอกาสที่จะทำได้สำเร็จที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด ถึงอย่างไรในช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ เพียงครึ่งปี เขาที่เริ่มจากอ่อนแอไม่อาจทนแต่แรงลม เป็นเพียงงูน้อยที่ไม่ต่างอะไรไปจากลูกนก จนกระทั่งสำเร็จจนเป็นงูเหลือมเลือดกลืนสวรรค์ในขอบเขตแปรลักขณาขั้นสูงสุด อย่างนั้นการฝึกฝนบำเพ็ญตบะ และกลืนกินไม่หยุด หลังผ่านไปอีกยี่สิบปี เขาจะสามารถไปถึงระดับสูงได้ถึงขนาดไหนกัน? ความภาวนาที่อยากจะกลับสู่โลกความจริง ได้ทำให้เขาทอแววตามั่นคง ในอนาคตไม่แน่ว่ายังคงอีกยาวไกล จึงสมควรที่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าสายตาได้ เขาได้หวนย้อนนึกถึงเทพเซียนต่าง ๆ ภายในตำนานไซอิ๋ว ยังถือได้ว่ามีความสามารถที่มากล้นสุดพรรณนา จนสามารถที่จะบีบจะเค้นตัวเขาให้ตายได้อย่างง่ายดาย จนไม่อาจที่จะไม่รู้สึกน่าใจหายได้ ในระดับของตัวเองในตอนนี้ก็ช่างอ่อนแอกันเกินไปแล้วจริง ๆ จนแทบจะไม่สามารถผ่อนคลายลงได้เลย! หลังจากที่ยืนยันเป้าหมายจนแน่ชัด เจวี๋ยหวู่หมิงก็กลับเข้าสู่วัฏจักรการกลืนกินสู่การวิวัฒนาการตามเดิม แต่กระนั้นจากภายใต้การช่วยเหลือจากฝูงงูนับหมื่นพัน โอกาสในการเก็บรวบรวมวัตถุสวรรค์สมบัติปฐพีก็ถือได้ว่าเพิ่มพูนสูงขึ้นได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เขาเองก็ทำได้แค่เพียงกลืนกินและบ่มเพาะเท่านั้น ในส่วนเรื่องราวอื่น ๆ ก็ได้มอบหมายให้เฮยเสวียนไปจัดการ เมื่อเป็นแบบนี้ ชีวิตในแต่ละวันที่ผ่านเลยไป การสะสมแต้มสะสมกับค่าปราณบริสุทธิ์ที่ยิ่งมาก็ยิ่งพอกพูนจนเหมือนการกลิ้งของลูกบอลหิมะที่ยิ่งกลิ้งก็มีแต่จะยิ่งใหญ่โตขึ้น เชื่อว่าคงจะใช้เวลาอีกไม่นาน ก็น่าจะสามารถเลื่อนขั้นไปจนถึงขั้นต่อไปกันได้แล้ว แม้แต่ในตอนที่เจวี๋ยหวู่หมิงตั้งอกตั้งใจที่จะบ่มเพาะอย่างสงบเสงี่ยม ที่โลกภายนอกยังได้เกิดคลื่นมรสุมที่เกิดขึ้น โดยที่มีเขาเป็นต้นเหตุเกิดขึ้นอีกด้วย แต่หากจะเอ่ยถึงเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ศึกบนเทือกเขาผานเสอ องค์หญิงพานอวิ๋นที่ได้กระตุ้นใช้ยันต์เคลื่อนส่งย้าย จนสามารถรอดพ้นจากปากอสรพิษของเจวี๋ยหวู่หมิงไปได้ราวกับปาฏิหาริย์ แต่เจวี๋ยหวู่หมิงเองก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนัก ในช่วงเวลาคับขันยังได้ใช้ออกด้วย “เนตรเทวะเพลิงอัคคี” ถึงแม้จะไม่สามารถยับยั้งการส่งย้าย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้การส่งย้ายเกิดความผิดพลาดจนส่งไปถึงยังสถานที่แห่งอื่น เดิมที่สมควรจะเป็นวังหลวง แต่กลับถูกส่งไปยังทิศทางตรงกันข้ามที่อยู่ห่างจากวังหลวงไปอีกทาง เพราะเกรงว่าเจวี๋ยหวู่หมิงจะไล่ตามมา หลังจากที่ออกไปจากเทือกเขาผานเสอ ย่อมไม่อาจปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไปได้ อีกทั้งการใช้ยันต์คาถามนตรา เพื่อที่จะได้ทิ้งระยะห่างให้ไกลออกไป แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ที่น่าบังเอิญกว่าก็คือ พวกเขาที่เร่งเดินทางมาอย่างเร่งร้อน แต่ถึงกับประสบพบพานกับม่อเสวียนที่กำลังออกมาแสวงหาประสบการณ์กลางทางพอดี เมื่อเอ่ยถึงม่อเสวียน ไม่เพียงแต่จะมีที่มาที่ไม่ต่ำทราม อีกทั้งยังถือว่ามีชะตาต้องกับพวกขององค์หญิงพานอวิ๋นทั้งหลายกันอยู่ไม่น้อย เขาและกู้ฉางเฟิงถือเป็นผู้ที่มาจากสำนักพรรคเดียวกัน——สำนักชิงอวิ๋น เพียงแต่ว่ากู้ฉางเฟิงที่ยังเป็นเพียงศิษย์สายนอกที่พึ่งจะเข้าร่วมกับสำนักในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น ส่วนม่อเสวียนกลับเป็นถึงศิษย์สายตรง อีกทั้งยังเป็นศิษย์ในความดูแลของเจ้าสำนัก มิหนำซ้ำยังได้รับการทะนุถนอมและเอ็นดู พิภพไซอิ๋วถือว่าใหญ่เป็นอย่างยิ่ง กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีทั้งโลกเซียน โลกพุทธะ อย่างสรวงสวรรค์ พิภพแดนสุขาวดีเป็นต้นเปรียบเสมือนสถานที่ซึ่งมนุษย์ธรรมดาต่างก็ปรารถนา อีกทั้งในโลกมนุษย์ธรรมดา ก็ยังมีแว่นแคว้นใหญ่หลายต่อหลายแห่ง โดยที่มีทั้งสำนักที่บำเพ็ญพรตบำเพ็ญเซียน …… ในหมู่ภพโลกาสามัญ ยังได้มีการแบ่งออกเป็นโลกฆราวาส (ทางโลก) กับโลกบำเพ็ญเซียนโลกบำเพ็ญเซียน สำนักชิงอวิ๋นเองก็ถือเป็นสำนักใหญ่แห่งหนึ่งในโลกบำเพ็ญเซียน ปกครองดินแดนพื้นที่ในอาณาบริเวณห่างไกลออกไปนับหมื่นลี้ หากว่ากล่าวกันโดยทั่วไป ผู้บำเพ็ญวิชามักจะมุ่งเน้นไปที่ความสงบกันโดยส่วนใหญ่ น้อยนักที่ออกสู่ภายนอก ในหมู่คนในโลกบำเพ็ญเซียน กลับไม่ได้ชอบที่จะยุ่งเกี่ยวกับโลกโลกีย์จนแทบจะเรียกได้ว่าตัดขาดออกจากกัน แต่ทว่า ยังมีมนุษย์ในทางโลกอีกบางส่วน ที่ยังถือเป็นข้อยกเว้น ผู้บำเพ็ญเซียนที่ไม่เพียงจะไม่หลบไม่เลี่ยง แต่กลับยังไปมาหาสู่กัน อีกทั้งยังใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง เผ่ามนุษย์นี้ว่านี้แท้จริงแล้วก็เป็นเหมือนอย่างองค์หญิงพานอวิ๋นเช่นนั้น ที่ซึ่งเป็นคนจากราชสำนักของทางโลก ส่วนอีกด้านหนึ่ง ราชวงศ์กลิ่นอายมังกรอันเป็นคนจากราชสำนัก ยังสามารถช่วยเหลือการบ่มเพาะของผู้บำเพ็ญเซียน ส่วนอีกด้านหนึ่ง ก็คือด้านที่เป็นการบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นเซียนแต่ยังจำเป็นที่จะต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรไปอย่างมากมายมหาศาล ด้วยการที่เชื้อพระวงศ์มีทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าจนสามารถหนุนเสริมตามความต้องการตามที่พวกเขาต้องการได้เป็นอย่างมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้เป็นสำนักพรรคใหญ่บางส่วนที่มีศิษย์บำเพ็ญเซียน ก็ยังไม่กล้าที่จำไม่ยำเกรงต่อราชสำนักของแคว้นจากทางโลก ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนนี้ยังมีศิษย์น้องของม่อเสวียนอยู่อีกคน เมื่อได้ยินคำอ้อนวอนร้องขอของพวกเขา ก็คล้ายกับไม่ได้มีความลังเลแต่อย่างไร อีกทั้งยังได้รับปากไปทันที การส่งตัวองค์หญิงพานอวิ๋นและพวกกลับวังหลวงนั้นถึงอย่างไรก็ยังต้องการสถานที่เพื่อพักผ่อนในระหว่างทาง ม่อเสวียนเองแสดงสีหน้าที่ดูแล้วโอบอ้อมอารีและกระตือรือร้น อีกทั้งยังมีดวงตาที่เป็นประกาย แล้วจึงค่อยหันกายจากไปเพื่อเสาะหาที่พำนัก ไม่ทันไร ก็ได้เสาะหาถ้ำที่สามารถใช้พักแรมได้เป็นการชั่วคราว ภายในถ้ำ ได้มีขายวัยกลางคนที่มีลมหายใจที่นั่งอึ้งอยู่สองท่าน โดยที่นั่งขัดสมาธิกันอยู่ กำลังนั่งเพื่อไหลเวียนพลังอยู่อย่างเงียบเชียบ เมื่อได้ยินว่าม่อเสวียนได้เข้ามาแล้ว ทั้งสองก็ไม่ได้เผยความเคลื่อนไหวอะไรมากมายออกมา ม่อเสวียนคล้ายกับว่ามักจะมายังสถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ ทั้งยังได้เดินเข้าไปยังทางด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อม ระหว่างนั้นยังได้ผสานมือแล้วกล่าวออกมาว่า: “ท่านรองผู้อาวุโส ผู้อาวุโสที่สาม ศิษย์ได้ทำตามที่พวกท่านได้กำชับเอาไว้แล้ว อีกทั้งยังได้รับปากคำขอร้องขององค์หญิงพานอวิ๋นมาแล้ว เพื่อที่จะได้เข้าสู่เทือกเขาแห่งนั้นเพื่อช่วยนางจับกุมตัวอสูรอสรพิษงูเหลือมที่บ่มเพาะพลังบริสุทธิ์ได้จนสำเร็จ” จากที่ได้ยินคำรายงานที่มาจากม่อเสวียน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนเบาะไม้สาน ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ กำลังมองไปที่เขาด้วยแววตาที่ชื่นชมออกมา แล้วจึงตอบไปว่: “ม่อเสวียน เจ้าทำได้ดีมา จงจำเอาไว้ การจับอสูรอสรพิษงูเหลือมยังเป็นแค่เรื่องเล็ก แต่การสานสัมพันธ์กับองค์หญิงน้อยกลับถือเป็นเรื่องสำคัญ” “อือ ที่ท่านรองผู้อาวุโสกล่าวมาก็นับว่ามิผิด” ยามนี้ ผู้ที่นั่งอยู่อีกทางด้านหนึ่งก็ได้ลืมตาขึ้น พร้อมทั้งยังได้สาดแววตาเป็นประกายสว่างวาบออกมา โดยที่หาได้มีสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ อีกทั้งยังได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น: “ถึงแม้จะกล่าวได้ว่าแคว้นเซียงรุ้ยนั้นเพียงได้แค่เพียงแคว้นน้อยในแถบชายแดน อีกทั้งยังมีประชากรอยู่เพียงน้อยนิด สำนักชิงอวิ๋นเราเดิมก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่สถานภาพของมารดาขององค์หญิงพานอวิ๋นผู้นี้คล้ายกับไม่ธรรมดาอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ยังจะสามารถที่จะเชื่อมโยงเข้ากับโลกเบื้องบนได้ ใช่แล้ว สำหรับคำร้องทั้งหมดขององค์หญิงพานอวิ๋น เจ้าเองก็อย่าได้มัวแต่ชักช้า ทางที่ดีก็เป็นที่โปรดปรานของนางให้ได้ เช่นนั้นเจ้า ย่อมต้องถือเป็นประโยชน์ของสำนักชิงอวิ๋นเราอย่างถึงที่สุดแล้ว” “ศิษย์ทราบแล้ว และจะปฏิบัติตามคำสอนของผู้อาวุโสทั้งสองท่านอย่างเคร่งครัด” ม่อเสวียนบังเกิดความคิดขึ้นวูบ กำลังคาดเดาสถานภาพขององค์หญิงพานอวิ๋น อีกทั้งยังได้เกิดความรู้สึกที่ประหลาดใจขึ้นต่อผู้เป็นมารดา แต่ปากกลับรีบตกปากรับคำทันที เพียงคิดไปคิดมา ก็ได้กล่าวขึ้นว่า: “ศิษย์ได้รับปากองค์หญิงพานอวิ๋นเอาไว้ รอจนศิษย์บ่มเพาะจนกระทั่งได้รับการประทานสมบัติวิเศษจากท่านอาจารย์แล้ว จะร่วมทางไปพร้อมกับพวกเขาเพื่อเข้าสู่เทือกเขาไปจับอสูรอสรพิษงูเหลือมตัวนั้น ตามที่พวกเขาได้บอกมา อสูรอสรพิษงูเหลือมตนนั้นมีความลึกล้ำในวิถีเป็นอย่างยิ่ง จนอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับผู้น้อย เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นยังคงต้องให้อาจารย์อาทั้งสองท่านลงมือด้วยแล้ว” “ไม่จำเป็นต้องพูดมากความแล้ว หากว่าพวกเจ้าเกิดอันตรายขึ้นจริง พวกเราก็ย่อมลงมือเข้าช่วยเหลืออย่างแน่นอน” “ขอบคุณท่านรองผู้อาวุโส ท่านผู้อาวุโสสาม” พูดจบ ม่อเสวียนก็ถอยออกมาจากถ้ำ แล้วกลับไปยังภายในถ้ำของตัวเอง เพื่อหล่อหลอมสมบัติวิเศษ รอจนกระทั่งสำเร็จเป็นสมบัติวิเศษ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาเพื่อไปจับอสูรกันแล้ว …… ...

    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว ที่คุณอ่าน