ตอนที่ห้าสิบสอง สายเลือดของขุนนาง
“ข้าคือบุตรแห่งซูส”
ฟังอย่างนั้นอาจจะดูยิ่งใหญ่แบบเดียวกับจักรวาลเฟทที่อเล็กซานเดอร์มีเชื้อสายเทพเจ้าและมีวัวเทพเจ้ามาเป็นยานพาหนะ
แต่หากเราลองพิจาณาจริงๆจากสถานการณ์ที่ซูสมีอะไรได้กับทุกคนผีสางนางไม้ภริยาชาวบ้าน ntr ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่เคยว่างเว้น
เราควรจะนึกภาพออกว่านครรัฐกรีกน่าจะมีคนที่มีเชื้อสายซูสไม่มากก็น้อยเกินครึ่งเมืองเพราะซูสมีอะไรกับชาวบ้านไปทั่วนั่นเอง
และยิ่งตามหลักการของภูตในป่าที่แอบมามีอะไรกับหนุ่มๆสาวๆที่หลงเข้าไปในป่าหรือระบบสลับร่างเด็กของชาวบ้านกับพวกภูต
และหากพิจารณาว่าคูโรนอสเป็นบรรพบุรุษของเซ็นทอร์แซตเตอร์ ผีสางนางไม้ต่างๆทั้งหมด
หากเรานับกันแบบแถจริงๆ
เราจะสามารถนับให้ทุกคนที่มีเชื้อสายภูตเป็นญาติกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งได้
มันเป็นแค่เรื่องเล่าที่น่าขำเท่านั้น
แต่คนที่จริงจังกับเรื่องน่าขำที่สุดนี้คือขุนนาง
เพราะพวกเขานั้นอ้างความชอบธรรมในการปกครองมาจากสายเลือดล้วนๆที่ผูกพันกันมาจากคนรุ่นก่อน
ชาวบ้านธรรมดาอาจจะโดนตำหนิเฉยๆหากไม่ช่วยหลานของปู่ของปู่ของปู่
แต่ไม่มีผลอะไรมากมายเท่ากับขุนนางที่ปฎิเสธ Kin’sblood ความสัมพันธ์ทางสายโลหิต
เพราะหากไม่ให้ความสำคัญกับสายโลหิตแล้ว
ระบบการปกครองที่อ้างสายโลหิตก็เป็นเพียงแค่เรื่องโกหกหลอกลวงเท่านั้น
นี่คือสิ่งที่ทำให้เล่าปี่สามารถอ้างเชื้อสายราชวงศ์ฮั่นได้เพราะมันมีมีพลังจริงๆต่อแวดวงขุนนางและวัฒนธรรม
ว่าต่อให้เราประหารเล่าปี่ทำลายกองทัพของเขา
โจโฉยังไม่สามารถปฏิเสธเรื่องที่ว่าเล่าปี่มีเชื้อสายราชวงศ์ฮั่นได้
นี่คือพลังของเรื่องโกหก
ผมกางแผนผังสายตระกูลที่ผมทำมาให้คนในห้องโถงท้องพระโรงเห็น
“..และเราจะเห็นได้ว่า ท่านอิทมาริเกี่ยวดองกับควีนออโรร่าผ่านทางสายโลหิตทางน้าของท่านออโรร่าและอีกทางหนึ่งคือทางปู่ของปู่ของท่านออโรร่า..”
อย่างที่เดานั่นล่ะครับ
หากเรานับสายสัมพันธ์แบบเทพเจ้าที่เผลอไปมีอะไรกับหลานทวดหลานสาวต่างๆของตนเอง
สายสัมพันธ์ประจำตระกูลก็จะยึกยือราวกับเราขีดเส้นใยแมงมุมอย่างนั้นล่ะ
“ไม่มีหลักฐานอะไรว่าเอ่อ เป็นญาติกั—“
เมื่อขุนนางท่าทางชราคนหนึ่งกล่าวผมได้ล้วงสารานุกรมของราชวงศ์ออกมาจากถุงย่าม
“อ้างอิงจากปูมบันทึกของราชวงศ์ฉบับหลวงจัดพิมพ์ถูกต้องจากหออาลักษณ์”
ขุนนางชราดูหลักฐานที่ผมยกมาและถอนหายใจส่ายศีรษะ
ผมพยักหน้า
ตั้งแต่เขาแค่ปฏิเสธแค่ในเรื่องหลักฐาน
พวกเขาก็รู้แล้วว่าหากยอมรับมันต้องมีเรื่องยุ่งยากตามมา
แต่นั้นก็คือแผนการของผมล่ะ
ผมไม่ยอมแบกรับภาระที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวคนเดียวเด็ดขาด
ต้องให้คนอื่นมาร่วมกันซวยไปด้วย
นี่ล่ะคือพลังมิตรภาพ
“ไม่ต้อง ข้าเข้าใจแล้ว”
ควีนออโรร่าโบกมือห้ามผมเมื่อผมพยายามจะยกหลักฐานมาประกอบการอธิบายเพิ่มขึ้น
“ข้าควีนออโรร่าขอต้อนรับท่านน้าอิทมาริมาเป็นแขกของข้า”
เท่านั้นก็เท่ากับว่าพวกเราปลอดภัยจากการโดนทำร้ายโดยตรงด้วยฝีมือของควีนออโรร่าแล้ว
แต่นั่นไม่รวมไปถึงความปลอดภัยจากการลอบสังหารของกลุ่มการเมืองอื่นๆที่ไม่ได้มาจากควีนออโรร่า
นั่นคือ Guest’s right สิทธิของแขก
ที่เจ้าบ้านต้องปกป้องคุ้มกันแขกที่มาเยือนและแขกที่มาเยือนจะต้องไม่ทำร้ายเจ้าบ้าน