เพียงแค่ก้าว

    ตอนที่8

    อี้ซินที่พาอี้ฟงเดินกลับมายังร้านบะหมี่ร้านที่แวะถาม เห็นว่าคนบางเบาจากในตอนแรกและมีที่ว่างจึงได้เดินเข้าไปนั่ง ก่อนจะสั่งบะหมี่ที่ส่งกลิ่นหอมฉุยเรียกน้ำย่อย

    "เถ้าแก่บะหมี่สองชามเจ้าค่ะ" 

    เถ้าแก่ที่เหลือบมามองทั้งสองแวบหนึ่งก่อนจะลงมือทำอย่างคล่องแคล่วแล้วยกบะหมี่สองชามมาวางตรงหน้าเด็กน้อยตั้งสองที่มองตามชามบะหมี่ตาเยิ้ม อี้ซินเมื่อเห็นบะหมี่ในชามรีบเงยหน้าขึ้นมองเถ้าแก่เจ้าของร้านที่ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะกล่าวขึ้นแล้วกลับไปทำบะหมี่ต่อ

    "พิเศษ ข้าให้" 

    "ขอบคุณเจ้าค่ะ" 

    ในชามบะหมี่ของนางและน้องมีบะหมี่เกือบเต็มชาม นางจึงรีบมองใบหน้าที่ส่งยิ้มมาให้อย่างมีเมตตา เพราะบะหมี่เยอะขนาดนี้คงไม่ใช่ชามละสิบอีแปะกระมัง จากนั้นจึงลงมือทานบะหมี่รสชาติกลมกล่อมน้ำซุปหอมหวานจนหมดชามไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปสักหยด ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็เช่นเดียวกันกินจุเหมือนกันนะนี่ ก่อนจะจ่ายเงินให้เถ้าแก่ใจดี

    "แล้วจะมาอุดหนุนอีกนะเจ้าคะ ขอบคุณมากเจ้าค่ะ" 

    อี้ซินที่คิดว่านางช่างโชคดีที่ผู้คนที่นี่ยังมีคนดีๆ อยู่ ไม่ได้เจอแต่กับคนไม่ดี แต่ไม่ว่าที่ไหนๆ ล้วนมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป นางแค่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทก็พอ

    แล้วทั้งสองก็พากันเดินดูของที่จำเป็นต้องซื้อและต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดด้วย และสิ่งแรกที่จำเป็นมากๆ คือข้าวสาร ร่างกายของนางและน้องขาดข้าวสวยร้อนๆ มานานเกินไปแล้ว จึงพากันเดินเข้าไปซื้อข้าวสาร เมื่อได้ข้าวมาแล้วก็ใส่ไปในตะกร้าที่สะพายอยู่ ที่ขากลับยังได้ใช้ประโยชน์ แล้วจึงแวะไปยังร้านผ้า เพราะผ้าที่นางและน้องสวมอยู่นั้นแทบจะไม่มีที่ไหนเลยที่ไม่มีรอยปะชุนและก็มีแค่คนละสองชุดเท่านั้นส่วนที่เหลือก็ขาดจนใส่ไม่ได้แล้วแต่นางก็ไม่ได้ทิ้งเพราะอาจจะใช้ประโยชน์ได้ นางเลือกเดินเข้าไปในร้านธรรมดาที่ไม่ใหญ่มากและที่สำคัญนางจะต้องดูสีหน้าเจ้าของร้านก่อนเป็นอันดับแรก นางไม่ได้อยากจะคุยหรอกนะว่านางนี่แหละยืนหนึ่งในการมองคนว่าคนผู้นั้นเป็นคนดีหรือเป็นคนร้าย คบได้หรือว่าคบไม่ได้ ซึ่งร้านที่นางเลือกเข้าไปนั้นเจ้าของร้านเป็นสตรีสาวสวยเสียด้วยแต่แววตานั้นอ่อนโยนยิ่ง สังเกตมือไม้ที่กำลังหยิบจับข้าวของก็ดูนิ่มนวลบอกให้รู้ว่านางเป็นคนใจเย็นเลยทีเดียว ไง เป็นไงล่ะ การดูคนของข้าเก่งกาจใช่หรือไม่

    "พี่สาวคนสวยเจ้าคะ ข้าอยากได้ชุดสำเร็จสำหรับข้าและน้องคนละสองชุด ท่านพอจะหาให้ได้หรือไม่" 

    หญิงสาวเจ้าของร้านที่หันมาเห็นดรุณีน้อยและเด็กชายตัวเล็กที่ยืนมองนางอยู่หน้าร้านผ้า จึงส่งยิ้มหวานละมุนไปให้

    "มีสิ เข้ามาก่อนเดี๋ยวพี่สาวจะดูให้" 

    ก่อนที่ร่างระหงจะเดินไปยังชั้นที่มีผ้าสำเร็จพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ อี้ซินที่เดินตามเข้ามาด้านใน เห็นด้านในร้านที่แบ่งออกเป็นฝั่ง ฝั่งหนึ่งขายอาภรณ์สำเร็จและผ้าหลากหลายชนิด อีกฝั่งมีช่างที่กำลังตัดเย็บผ้าอย่างแข็งขันอยู่สองคน ทั้งสองเหลือบมามองพวกนางเพียงเล็กน้อยก่อนจะก้มลงทำงานในมือต่อ ตรงมุมห้องยังมีเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยขนาดเท่าสองฝ่ามือนางกองรวมกันอยู่ทั้งใหม่และเก่า และที่พื้นด้านล่างที่ยังไม่ได้เก็บก็ยังมีอีกมาก อี้ซินที่นัยน์ตาหงส์พลันกระจ่างใส รีบเดินไปยังพี่สาวที่กำลังหาชุดให้นางอยู่

    "พี่สาวคนสวยเจ้าคะ เศษผ้าพวกนั้นท่านเอาไว้ใช้ทำอะไรหรือเจ้าคะ" 

    เจ้าของร้านผ้าที่มองตามนิ้วเรียวเล็กที่ชี้ไปยังเศษผ้าที่ถูกตัดออกที่กองรวมๆกันอยู่ ยกยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น

    "ไม่ได้เอาไปทำอะไรหรอก ผ้าพวกนั้นเป็นเศษผ้าที่ถูกตัดออกจากผ้าที่ลูกค้านำมาสั่งตัดชุด พี่สาวไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์อันใด มีอะไรหรือไม่"

    อี้ซินที่ส่งยิ้มที่นางคิดว่าหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมทำตาปริบๆ ส่งไปให้จนพี่สาวคนสวยตรงหน้าหัวเราะออกมากับท่าทางเช่นนั้นของนาง

    " เจ้าอยากได้หรือ จะเอาไปทำอันใดกันผ้าพวกนั้นมันใหญ่กว่าฝ่ามือแค่นิดเดียวเท่านั้น"

    เจ้าของร้านผ้าถามอย่างสงสัย

    " ข้าจะเอาไปเย็บติดกันใช้เป็นผ้าห่มในฤดูหนาวนี้เจ้าค่ะ ผ้าห่มผืนเก่ามันขาดและผุหมดแล้ว" 

    สาวเจ้าได้ยินถึงกับอึ้งมองมายังนางและน้องอย่างเมตตาสงสาร บอกให้นางขนเอาไปหากไม่พอก็สามารถมาเอาได้ทุกเมื่อ แล้วยังยกผ้าผืนใหญ่ที่ตัดผิดพลาดจนใช้ไม่ได้ให้อีกสามผืน อี้ซินกับอี้ฟงต้องขอบคุณแล้วขอบคุณอีก คำนับแล้วคำนับอีกอย่างดีใจ อี้ซินได้แต่คิดเกิดมาหน้าตาน่ารักและเป็นเด็กมันดีเช่นนี้เอง ชาติก่อนร่างกายสูงใหญ่บึกบึนจนมีแต่คนคิดว่านางเป็นคนเข้มแข็ง ไม่มีหรอกที่จะมองว่าน่าเอ็นดู