ฉันนั่งเล่นอยู่แถวนั้นรอพวกทีมงานเก็บของให้เสร็จ และคิดว่านัชคงจะเลือกเข้ามาหาฉันหลังจากคนกองกลับไปแล้วมากกว่าแต่มันผิดจากที่คิดไว้เล็กน้อย เมื่อนัชเดินตรงมาหาฉัน โดยที่วีเดินขึ้นไปรอนั่งรอในรถตู้ก่อนแถมไม่มีทีท่าว่าจะลงมาขัดขวางการสนทนาส่วนตัวครั้งนี้เหมือนอย่างเคย
“เราคุยกันเป็ส่วนตัวหน่อยได้ไหม...ที่ร้านเธอก็ได้นะ”
นัชชวนฉันเข้าไปในร้าน
ฉันหันไปสบตากับนายดินกับวันดาที่ยืนเกาะกระจกมองอยู่แวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินนำเขากลับเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูนัชเอื้อมมือไปล็อกกลอนประตูยิ่งไปกว่านั้นเขายังดึงผ้าม่านลงมาปิดทึบทุกด้านเพื่อไม่ให้ใครมองเห็นอีก
“ชา... นัชแค่อยากเคลียร์เื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมดให้ชาเข้าใจ”
นัชเริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เื่ระหว่างเรามันอาจจะเป็แค่ความเข้าใจผิดที่สะสมมายาวนานเกินไป”
“หมายถึงเื่ไหนล่ะเื่ที่ชาโง่คิดไปเองว่านัชมีใจให้น่ะเหรอ”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงประชดเบาๆ นัชถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“ตอนนั้น... นัชรู้สึกชอบชาจริงๆนะ แต่นัชบอกออกไปตรงๆ ไม่ได้ เพราะชาเป็เพื่อนกับวี”
ฉันนิ่งอย่างเดียวไม่มีคำถามหรือความสงสัยใดๆ ฉันไม่สนใจว่าเหตุผลที่เขาจะเล่ามันจะดีแค่ไหนเพราะฉัน..ไม่มีวันกลับไป ฉันมั่นใจ นัชเริ่มเล่าต่อ
“เื่มันเริ่มั้แ่ตอนม.3 พ่อของวีเป็นักแต่งเพลงชื่อดังให้ค่ายเพลงั์ใหญ่ นัชเลยคบกับวี ยอมรับตรงๆว่าส่วนหนึ่งก็เพราะอยากดังด้วยแหละ แต่ปัญหาใหญ่คือมัณฑนา ยัยนั่นดันคลั่งไคล้นัชและคอยตามราวีทำร้ายทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิดวีเลยจำใจต้องแกล้งตีเนียนทำเป็ไม่รู้จักเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็เป้าหมายถูกยัยนั่นเล่นงาน มันเป็แบบนั้นมาตลอดสามปีเต็มแต่พอใกล้เรียนจบนัชตั้งใจขอเลิกกับวี แต่วีไม่ยอมท่าเดียว พอดีกับที่ชาเดินเข้ามเื่มันก็เลยเป็แบบนั้น”
“แต่หลังเรียนจบนัชกับวีก็ยังคบหาดูใจกันต่อไม่ใช่เหรอไง”
ฉันถามสวนกลับทันควัน
“ก็ใช่นั่นแหละเพราะฉันเพิ่งได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มเดี่ยวกับค่ายนั้นพอดีถ้าเกิดบอกเลิกกับลูกสาวเ้าของค่ายตอนนั้นชีวิตในวงการของฉันคงดับวูบไม่เป็ท่าแน่ๆ”
“แล้วทำไมนัชถึงเอานาฬิกาข้อมือที่ชาซื้อให้ไปให้วีล่ะ”
ถึงตรงนี้ฉันเริ่มน้ำตาคลอ มันเป็สิ่งที่ฉันเจ็บใจที่สุด
“วีเป็คนชอบเอาชนะชาน่าจะรู้นิสัยข้อนี้ดี พอวีรู้ว่าเรือนนี้เป็ของที่ชาซื้อให้ เธอแย่งเอาไปดื้อๆเลย นัชพยายามห้ามหลายครั้งบอกว่าอย่าเอาของขวัญที่แฟนคลับหรือคนสำคัญซื้อให้มาใส่มันดูไม่ให้เกียรติความรู้สึกคนอื่น สุดท้ายวีก็ไม่ยอมคืน แม้กระทั่งตอนที่เราตกลงเลิกรากันแล้ววีก็ยังคงจงใจใส่มันตลอด เหมือนกับจะประกาศให้รู้ว่า ‘ไม่มีวันได้มันคืนหรอก’ อย่างนั้น”
“แล้วตกลงเลิกกันทำไม?”
“เพราะฉันไม่ได้รักวีั้แ่แรกอยู่แล้วไงพอหมดสัญญากับค่ายเพลง นัชก็ผันตัวมารับงานแสดงละครและภาพยนตร์มีงานร้องประปรายบ้าง แต่พวกเราก็ห่างเหินกันไปราวๆ สองปีจนกระทั่งมาถึงวันนี้นิยายที่วีเขียนมันโด่งดังเป็พลุแตกและเธอก็เป็คนขอร้องให้ผู้กำกับดึงตัวนัชมารับบทพระเอกเื่นี้ โดยอ้างว่านัชเป็ต้นแบบของพระเอกในเื่ทั้งที่ความจริงนัชชงกาแฟไม่เป็ด้วยซ้ำ น่าขำดีเนาะ”
“นี่เหรอเื่ทั้งหมดที่อยากจะเคลียร์?”
“นัชแค่อยากให้ชาเข้าใจความจริงเราจะได้กลับมาเป็เพื่อนกันได้สนิทใจ ไม่อยากให้ชาเกลียดกันไปชั่วชีวิตหรอกนะ”
ในขณะที่ฉันทนฟังคำแก้ตัวของนัชอยู่นั่นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฉันสะดุ้งรีบเดินไปปลดล็อกแล้วผลักประตูเปิดออกวียืนหน้าบึ้งตึงแผดรังสีอำมหิตใส่ไม่ยั้ง
“กลับบ้านได้แล้ว!”
เธอตะคอกใส่หน้านัชแต่สายตาอาฆาตกลับจ้องมองมาที่ฉันอย่างกับจะกินเืกินเนื้อกันนัชพยักหน้ารับสั้นๆ ว่า “ครับ” ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่ไหล่ฉันเพื่อลา
“กลับก่อนนะชา”เขาส่งยิ้มจอมปลอมให้เหมือนทุกครั้ง ก่อนเดินออกไป
หลังจากวีสะบัดบ๊อปใส่ฉันและเดินออกไปพร้อมกับนัชนายดินก็เดินย่องเข้ามาสะกิดข้างหลังพร้อมเอ่ยถาม
“คุยอะไรกันนานสองนานหรอกคุณหน้าตาเคร่งเครียดเชียว คงไม่ได้มาขอคืนดีหรอกนะ..แบบตามสเต็ปพระเอกสารเลวทั่วไป ที่มานั่งแก้ตัวหยอดคำหวานเพื่อลบล้างความผิดที่เคยทำไว้ในอดีตอะไรแบบเนี้ย”
ฉันหัวเราะเสียงดังขึ้นมาทันที ขนาดอยู่ตั้งไกลเขารู้ได้ยังไงว่านัชมาแก้ตัวเื่เก่าๆ
“นาย...มีพลังจิตรึเปล่าเนี้ย...เดาถูกหมดเลย”
เขาเงียบครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คงไม่ใช่มั้ย.....”
“ไม่อะไร?....”
“ไม่กลับไป...แล้วใช่มั้ย”
สีหน้ากับคำถามนั้นทำให้ใจฉันเต้นตึกตักเขาไม่อยากให้ฉันกลับไปคืนดีกับนัชอย่างนั้นเหรอ...เพราะอะไร...หรือเพราะ...ฉันรีบส่ายหัวไปมาทันทีไม่อยากคิดไกลถึงขึ้นนั้น
“ใครมันจะโง่กลับไปโดนหลอกซ้ำกัน”
เหมือนคำตอบนั้นจะทำให้นายดินพอใจไม่น้อยรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนมุมปากของเขาอย่างเห็นได้ชัด... แปลกชะมัด ทำไมฉันต้องตอบเื่แบบนี้ด้วยแม้จะยังไม่กล้าฟันธงลงไปชัดๆ ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่ก็ตาม
วันที่สองของการถ่ายทำถูกล็อกคิวไว้สำหรับฉากของนางเอกเพียงลำพัง ออยวรัญญา โชว์ฝีมือการแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมสมราคา วันนี้ผู้กำกับสั่งให้ฉันเตรียมอุปกรณ์สำหรับเข้าฉากเป็เสื้อไหมพรมสีน้ำเงินสลับแถบขาวซึ่งเป็ตัวละครนางเอกตั้งใจถักขึ้นมาเพื่อต้อนรับพระเอกที่ย้ายเข้ามาอยู่ข้างร้านเป็งานเร่งด่วนที่กะทันหันจนฉันเร่งถักทั้งคืนโชคดีที่คิวถ่ายวันนี้ยังไม่ต้องใช้ชิ้นงานที่เสร็จแล้วแค่ขึ้นโครงไว้พอเป็พิธีเพื่อให้เธอนำไปสานต่อหน้ากล้อง จากนั้นค่อยๆเก็บรายละเอียดไปทีละขั้นแค่ฉากนั่งถักไหมพรมฉากเดียวปาเข้าไปหลายเทคไม่ใช่เพราะฝีมือของเธอมีปัญหาแต่เป็เพราะผู้กำกับพิถีพิถันเื่แสงและองค์ประกอบภาพแม้ฉันจะมองว่าท่าทางของเธอคล่องแคล่วสมบูรณ์แบบแล้วแต่ผู้กำกับก็ยังไม่วายสั่งให้หยุดแล้วเรียกฉันไปช่วยนั่งประกบสอนท่าทางให้ดูใหม่อีกหลายรอบ ให้ตายเถอะ ก่อนหน้านี้มีเวลาว่างถมไปแต่ไม่เคยมีใครคิดจะเรียกฉันมาปรึกษาหรือให้สอนงานสักนิดพอเปิดกองปุ๊บก็รุกคิวสอนปั๊บ งานลวกสไตล์กองถ่ายนี่มันน่าปวดหัวจริงๆ
ระหว่างที่ฉันยืนมองการทำงานอยู่ห่างๆนายดินก็แอบย่องมาเกาะขอบหน้าต่างดูด้วยท่าทางสนใจไม่แพ้กัน
“จนถึงตอนนี้ผมก็ยังดูไม่ออกเลยนะว่าเธอจะเริ่มแรดตรงไหน นั่งถักเสื้อให้ผู้ชายที่แอบชอบเนี่ยดูเรียบร้อยเป็ผ้าพับไว้ชัดๆ”
“ตามบทเธอถักเสื้อให้ก็เพราะหวังจะกินพระเอกนั่นแหละ”
“อ่อ..จริงด้วย...แต่สุดยอดเลยนะคุณออยเนี้ย..สวยเก่งและมืออาชีพสุดๆ”
พอเห็นนายดินออกอาการชื่นชมออย วรัญญา ออกนอกหน้าแล้วฉันก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ยิ่งจังหวะที่เขาเสนอหน้าเดินรี่เข้าไปถามว่าเธออยากดื่มอะไรเป็พิเศษไหมเดี๋ยวเขาจะอาสาเดินไปซื้อมาให้ อย่างกับเป็ชายหนุ่มแสนดีทำเอาดาราสาวถึงกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม พร้อมกล่าวขอบคุณ จนเขาอายม้วนเลยทีเดียว
“อเมริกาโน่ไม่หวาน...ชอบทานกาแฟรสชาติเดียวกับผมเลยนะครับเนี่ย” นายดินส่งยิ้มเขินอาย
“ขอบคุณมากๆนะคะ ที่อุตส่าห์ซื้อมาฝาก”
ออยหัวเราะคิกคัก ทั้งคู่ยืนคุยกะหนุงกะหนิง อย่างกับรู้จักกันมานานปล่อยให้ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่คนเดียว สุดท้ายเลยต้องเดินหนีความน่าหมั่นไส้ไปหาวันดาที่เคาน์เตอร์ร้านกาแฟ
“พี่ดินสุดยอดไปเลยอ่ะหน้าหม้อของแท้ กล้าเดินเข้าไปตีสนิทกับดาราดังขนาดนั้นได้ไงเนี้ย”
วันดาทักขึ้นตอนที่ฉันเดินไปถึง
“เห็นผู้หญิงเป็ไม่ได้ไม่ไหวเลยจริงๆ”
“จะว่าไปั้แ่มีกองถ่ายเข้ามาเนี่ย พี่ดินแต่งตัวดูดีขึ้นเป็กองเลยนะ ตัดผม หวีผม ดูหล่อขึ้นเป็กองเลยนะ”
“ก็คงคาดหวังอยากให้สะดุดตาผู้กำกับเผื่อฟลุคได้เดินผ่านกล้องบ้างล่ะมั้ง”
“แล้วพี่ชาล่ะคะแต่งหน้าทำผมจัดเต็มสวยปิ๊งทุกวันแบบนี้ คาดหวังอะไรเหมือนกันหรือเปล่าเอ่ย?”
คำถามจี้จุดทำเอาฉันชะงัก...ใช่ ฉันอาจกำลังคาดหวัง การลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวทำผมสวยสะดุดตาทุกวันใน่นี้มันเป็เพราะฉันไม่อยากดูโทรมต่อหน้าผู้คนมากมาย หรืออาจจะอยากให้ใครสักคนเหลียวมองมามันเป็สัญชาตญาณดิบของผู้หญิงทุกคนนั่นแหละโดยเฉพาะกับคนที่ตัวเองแอบให้ความสนใจ... ว่าแต่....ใครกันล่ะคือคนที่ฉันแอบสนใจอยู่?
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*