ในระหว่างนั่งเฮลิคอปเตอร์มา ขจรพยายามรวบรวมข้อมูล ทั้งหมดของ คนร้ายทั้งห้าคน แล้วพยายามเชื่อมโยงกับ ชายที่ชื่อส่างตา และ นายทุนใหญ่ชาวโปรตุเกสชื่อ ฟิลิป โตนินโญ่ ที่ต้องการพระแก้วเพชรเช่นกันแต่น่าสงสัยว่า เมื่อพวกเขาได้พระแก้วเพชรสีน้ำเงินมาแล้ว ทำไมไม่หนีไปให้ไกลๆ แต่กลับยังเอาพระแก้วเพชรสีน้ำเงิน มาเอาไว้ที่ถ้ำในป่ามูเซอดำทำไม แล้วรวมถึง ตาเฒ่าจัน กับศิษย์ทั้งสี่คนนี่อีก ซึ่งแต่ละคนนั้น ไม่ได้มาแค่จะชดใช้เวรกรรม ก่อนตาย อย่างที่พูดเอาไว้แน่ๆ หรือว่า พวกเขาล้วนแต่ต้องการ พระแก้วเพชรสีน้ำเงินเช่นกัน ถึงที่แล้วก็จะรู้เอง ขจรเก็บความสงสัยเอาไว้ เพราะสุดท้ายพวกเขาก็จะต้องเปิดเผย จุดประสงค์ของตนอยู่ดี
เฮลิคอปเตอร์ มาจอดในสถานที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง เป็นค่ายทหารเก่า ที่ปัจจุบันไม่มีกองทหารประจำการที่นี่แล้ว ขจรสั่งให้นักบินกลับไปจอด ฮ. ที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ที่โรงแรมในเครือ นาคบดินทร์ หากเขาทำธุระเสร็จแล้ว จะให้โทรบอกให้มารับ
“ ห่างจากตรงนี้ไป พวกเราจะขึ้นไปทางเนินเขาลูกนี้ แล้วพวกเราก็สามารถเห็นป่ามูเซอดำแล้ว”
วายุ กางแผนที่ออกมาให้ทุกคนดู แต่ขจรมองปราดเดียว ก็รู้ว่า ระยะทางที่เดินเกือบสิบกิโลเมตร แล้วเป็นป่าเขา ไม่ใช่ทางเดินเรียบๆ ตาเฒ่าจัน จะเดินไปได้อย่างไร ตัวแกเองคล้ายจะมองสายตาของขจรออก
“ ไม่ต้องห่วง ฉันสามารถเดินได้เร็วกว่าพวกหนุ่มสาวอย่างพวกเธอเสียอีก”
ตาเฒ่าจันพูดจบ ก็หยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าสะพาย แล้วมาอมเอาไว้ แล้วเด็ดใบไม้ออกมา 4 ใบ แล้วบริกรรมคาถาบางอย่าง แล้วเหวี่ยงออกไปใบไม้กลายเป็นผีเสื้อสี่ตัว บินนำทางไปในป่าทันที
“ ไม่ธรรมดา สามารถเสกใบไม้ให้กลายเป็นผีเสื้อได้ด้วย”
ขจรเอ่ยชมเบาๆ
ศิษย์ทั้งสี่คนไม่มีใครตื่นเต้นหรือว่าพวกเขาคงเห็นตาเฒ่าจันทำแบบนี้บ่อยๆ แล้วกระมัง ตอนนี้ตาเฒ่าจันน่าจะอายุ 90 ปีได้ พอหลังจากอมอะไรบางอย่างก็ เดินตัวตรงนำหน้าทุกคนเข้าไปทางเนินเขาที่ขวางหน้า อย่างกระฉับกระเฉง หาได้เหมือนคนแก่ที่มีโรคประจำตัวเหมือนวันแรกที่เจอไม่
“คุณตากินอะไรเข้าไปครับนั่น”
“ ว่านม้าขาวปลุกเสก ช่วยให้กระฉับกระเฉง แข็งแรง จะลองสักหน่อยไหมล่ะ”
“ ไม่ล่ะครับ แต่ว่ามันเป็นเหมือนยาโด๊ปแบบนี้ พอยาหมดฤทธิ์ ร่างกายของคุณตาไม่แย่ลงเหรอครับ” ขจรสงสัย
“ ไม่หรอก มันผ่านการปลุกเสกแล้ว”
ทั้งหมดเดินทางผ่านเนินเขามาอย่างสบายๆ ไม่มีปัญหาอะไร จนเข้าเขตป่ามูเซอดำ
“ ข้างหน้าเป็นที่อยู่เผ่ามูเซอ ระวังตัวให้ดี ตอนนี้ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่รับจ้างขนยาเสพติด ดังนั้นไม่ค่อยต้อนรับคนแปลกหน้าเท่าไร”
ตาเฒ่าจันเอ่ยออกมาแล้วก็เดินนำเข้าไป พอผ่านเข้าต้นไม้หนาทึบเข้าไป ก็เห็นหมูบ้าน ทางเข้าหมู่บ้าน มีชาวบ้านถืออาวุธปืน ยืนเฝ้าอยู่สี่คน พอทุกคนเห็นกลุ่มของขจรก็ยกปืนขึ้นขู่
“ พวกคุณเป็นใคร มาที่นี่ทำไม?” ทหารเอ่ยภาษาไทยออกมา แต่ยังคงไม่ยอมลดปืนลง
“ ฉันเป็นเพื่อนกับ ส่างคำ จะมาเยี่ยมเขาสักหน่อย”
พอคนเฝ้าได้ยิน ก็วิทยุเข้าไปถามหัวหน้าที่อยู่ข้างใน แล้ว ทั้งหมดก็ถูกทหารนำทางเข้าไปในหมู่บ้านมูเซอดำทันที
ระหว่างทาง ขจรสังเกตว่า ชาวบ้านที่นี่ ยังมีวิถีชิวิตที่เรียบง่าย มีการนำเนื้อสัตว์ป่ามาตากแห้ง มีการเลี้ยงหมูดำ เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ที่นี่มีโซล่าเซลล์ ติดตั้งอยู่โดยรอบๆ เพื่อผลิตไฟฟ้า บ้านเรือนก็ทำจากไปไม้ในป่าแห่งนี้ ไม่มีบ้านปูนสมัยใหม่ มีโรงเรียนสอนหนังสือเล็กๆ พร้อมกับโรงพยาบาลที่เป็นคล้ายบ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ ขจรไม่ได้มองเข้าไปข้างใน ไม่รู้ว่า หมอที่รักษาคนพวกนี้เป็นชาวมูเซอหรือไม่
ทุกคนถูกพามาที่ บ้านที่เป็นเหมือนศาลาวัด มีชายชราคนหนึ่งสวมชุดเผ่ามูเซอสีดำ นั่งอยู่กับชายหนุ่มอีกสี่ห้าคน พอตาจันเดินเข้าไป ชายชราเผ่ามูเซอก็ทักขึ้นมาว่า
“ ในที่สุด ก็มาจนได้นะ พี่จัน”
“ ส่างคำ นี่นายเป็นผู้นำเผ่ามูเซอไปแล้วรึ?”
ส่างคำได้แต่พยักหน้า แล้วไล่ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างให้ออกไปจากห้องนี้ พอทั้งหมดออกไป ตาเฒ่าทั้งสองคนก็กอดกัน แล้วพากันมานั่งคุยกัน ส่วนขจรกับลูกศิษย์ได้แต่ยืนฟัง
“ นายรู้เรื่องของ พระแจ่มแล้วใช่ไหม”
“ รู้แล้ว ไม่รู้ว่าพวกมันทำร้ายหลวงพี่ได้ยังไง ทั้งๆที่หลวงพี่มียันต์เกราะเพชรคุ้มครองอยู่”
ขจรได้ฟังเช่นนี้ก็ได้แต่รู้สึกผิดอีกครั้ง
“ นี่คือลูกศิษย์ของ พระแจ่ม เขาชื่อขจร”
ขจรยกมือไหว้ตามธรรมเนียม
“ อืม หน่วยก้านไม่เลว เอ๊ะ !! นี่หลวงพี่แจ่มมอบยันต์เกราะเพชรให้กับเธออย่างนั้นรึ?”
“ ครับ”
“ เวรกรรม มันคงเป็นเวรกรรมจริงๆ ไอ้คนร้ายพวกนั้น มันช่างมีหน้าตาเหมือน พรานที่พวกเราเจอในวันนั้นเลย”
“ บอกฉันมาตามตรง นายเป็นคนบอกที่อยู่ของพระแก้วเพชรให้พวกมันใช่ไหม?”
“ เปล่าเลย นับตั้งแต่สาบานกันเอาไว้ในถ้ำ ฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใครเลย”
“ แล้วพวกคนร้ายรู้ได้ยังไง?”
“ ตอนนี้เผ่ามูเซอของเรา ถูกแบ่งเป็น 2 เผ่า มีเผ่ามูเซอเหนือ พวกมันไปเข้าร่วมกับกองกำลังของ ประเทศคองบองแลนด์ แล้วย้ายไปอยู่ป่าทางด้านทิศเหนือ มีนายฝรั่งมาใหม่คนหนึ่งชื่อว่า ฟิลิป โตนินโญ่ เป็นผู้สนับสนุนให้เงินทุน และอาวุธทันสมัยกับพวกมัน หัวหน้าเผ่ามูเซอเหนือ ชื่อว่า เล่าต๋า มันมีคาถาอาคมแก่กล้านัก ฉันคิดว่า ต้องเป็นมันที่ล่วงรู้ที่อยู่ของ พระแก้วเพชร แล้วจึงส่งคนไปเอามา โดยมีไอ้ฝรั่งนั่นสนันสนุน”
“ แล้วตอนนี้มันเอา พระแก้วเพชรไปไว้ที่ไหน?”
“ ฉันไม่รู้ แต่ว่า ตอนนี้ พวกมันนำกำลังมาปิดล้อม ที่ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ 7 วันแล้ว ห้ามไม่ให้ใครเข้าไป ใกล้บริเวณถ้ำเลย”
“ หรือว่ามันจะรู้ความลับภายในถ้ำนั่น?”
“ ฉันก็ไม่รู้ แต่ดูเหมือนว่ามันเอาทหารฝรั่งของมัน มาเฝ้าเพิ่มเติมอีกด้วย”
“ หรือว่า พวกมันจะรู้ความลับในถ้ำ แล้วรอเวลา พระจันทร์เต็มดวงในคืนนี้?”
“ อาจจะใช่ แต่ถึงพวกมันจะเข้าไปใน้ถ้ำได้ แต่ก็เข้าไปส่วนลึกของถ้ำไม่ได้อยู่ดี พี่ก็รู้ถ้าไม่มียันต์เกราะเพชรของอาจารย์ เข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย”
“ ฉันอยากจะเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง” ตาเฒ่าจันเอ่ยขึ้นมา
“ จะบ้าเหรอ พี่กับฉันล้วนให้คำสาบานแล้ว ว่าจะไม่เข้าไปอีก พี่ไม่กลัวรึ?”
“ ฉันอายุขนาดนี้แล้ว อยู่ไปก็ไร้ค่า มิสู้ไปตายในถ้ำดีกว่า”
“ อย่าว่าแต่จะเข้าไปในถ้ำเลยพี่ ตอนนี้แค่จะเดินผ่านยังไม่ได้เลย พวกมันนำกองกำลังทหารมากันเป็นร้อย”
“ เรื่องนั้นฉันจัดการเอง แล้วเธอจะเอายังไงต่อ” ตาเฒ่าจันหันมาถามขจรที่ยืนนิ่ง
“ ผมรักปากคุณตาว่า จะพามาที่นี่ ผมก็พามาแล้ว ผมก็คงหมดหน้าที่แล้วใช่ไหมครับ”
“ รอก่อน คืนนี้ฉันอยากให้เธอเข้าไปในถ้ำด้วยกัน ยันต์เกราะเพชรของเธอจะทำให้พวกเราผ่านเข้าไปส่วนลึกของถ้ำได้”
“ ข้างในถ้ำมีอะไรหรือครับ”
“ หลวงพี่แจ่มไม่ได้เล่าเรื่องในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ให้เธอฟังเลยหรือไง?”
ขจรส่ายหัว มองหน้าตาเฒ่าจัน
“ ข้างในมีสมบัติมากมายของ พระเจ้านันทบุเรง กษัตริย์หงสาวดีในสมัยนั้น หลังจากที่กองทัพยะไข่ นำโดยแม่ทัพชาวโปรตุเกสชื่อว่า แม่ทัพฟิลิป เดอปรีโต บุกเข้ามาปล้นเอาทรัพย์สมบัติที่พระบิดาคือ พระเจ้าบุเรงนองได้ยึดมาจากเมืองขึ้นต่างๆ แถบแดนอุษาคเนย์ทั้งหมด รวมทั้งพระแก้วเพชรสีน้ำเงินนี้ด้วย
หลังจากได้ทรัพย์สมบัติมหาศาลมา นายฟิลิป เดอปรีโต ก็นำทรัพย์สินทั้งหมดไปเก็บซ่อนเอาไว้ แต่ยังไม่ทันได้นำออกมาใช้ ก็ถูกทายาทของพระเจ้าบุเรงนองบุกตีเมือง แล้วสังหารนายฟิลิป เดอปรีโต มีนายทหารคนสนิทหนีรอดไปได้ โดยนำพระแก้วเพชรสีน้ำเงินหลบหนีไปด้วย สุดท้ายบรรบุรุษเผ่ามูเซอได้มาเจอ ศพของเขาที่ปากทางเข้าถ้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยที่ศพไม่ได้เน่าเปื่อย หรือ โดนสัตว์ป่าแทะกินแต่อย่างใด
ตอนนั้นอาจารย์ขาวพอได้สัมผัสกับ พระแก้วเพชร ท่านก็รู้ทันทีว่า ด้วยสัมผัสที่ 6 ของท่านว่ามีทรัพย์สมบัติมากมายอยู่ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จึงพาพวกเราไปที่ถ้ำแห่งนั้น แต่ว่าพอเข้าไปด้านใน ก็ได้พบกับ เทพธิดาในถ้ำ่ศักดิ์สิทธิ์์ ที่เราไม่อาจต่อกรได้ แต่ว่าเทพธิดาองค์นั้นก็ไม่อาจทำอะไร พวกเราได้ เพราะอาจารย์ขาวมียันต์เกราะเพชรคุ้มครองพวกเราอยู่ แต่ก็ถูกกังขังเอาไว้เกือบอดหารตาย สุดท้ายอาจารรย์ขาวเลยบอกว่า ท่านจะบวชตลอดชีวิตและจะไม่มาที่นี่อีก เพื่อแลกกับการปล่อยตัวทุกคนไป ทุกคนเลยสาบานร่วมกัน เลยไม่ได้ถูกขังเอาไว้ เลยรอดมาได้ถึงทุกวันนี้” ตาเฒ่าจันเอ่ยออกมาแต่ขจรรู้สึกว่ามันคงต้องมีอะไรอีกแน่ๆ แต่แกไม่ยอมบอกออกมา
“ ที่แท้อยากได้สมบัติกันนี่เอง คุณตาก็อายุมากแล้ว คิดอยากได้สมบัติอีกหรือครับ”
“ สมบัติของนอกกาย ฉันไม่อยากได้หรอก ฉันแค่อยากมาตายที่นี่เท่านั้น ไม่อยากตายที่โรงพยาบาล”
“ พี่จัน ทำไมพูดแบบนี้ คนเราเมื่อถึงเวลาตายมันก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาตายที่นี่ก็ได้” ส่างคำเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“ เรื่องแบบนี้อธิบายไป นายก็ไม่เข้าใจ ตกลงเธอจะช่วยฉันหรือเปล่า ฉันรับรองความปลอดภัยให้ และหากได้สมบัติฉันจะยกให้เธอทั้งหมด ฉันกับคนของฉันจะไม่สนสมบัติเหล่านั้นเลย” ตาเฒ่าจันหันมาถามขจร
ขจรฟังแล้วก็สงสัยยิ่ง มีหรือที่เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทอง นอกจากมีมากมายเหลือเฟือแบบเขาเท่านั้น
“ ตกลงตามนั้น” ขจรก็อยากรู้ว่าพวกเขานั้นต้องการอะไรกันแน่
ตาจันยิ้มออกมา คล้ายกับว่าคิดเอาไว้อยู่แล้ว ว่าพอพูดเรื่องสมบัติขจรต้องเกิดโลภขึ้นมา แล้วต้องช่วยเขาแน่ๆ ส่วนเฒ่าส่างคำ ไม่อยากยุ่งด้วยกลัวตาย
ตกกลางคืน ทั้งหมดก็มาซุ่มดูที่หน้าถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งรอบๆ มีทหารทั้งของ เผ่ามูเซอเหนือ กับ ทหารรับจ้างคนของ ฟิลิป โตนินโญ่ รวมกันแล้วประมาณ 100 คน
หน้าถ้ำมีการจัดแท่นบูชา มีไก่สดอยู่ในส่ม 2 ตัว มีหัวแพะ หัวหมู วางเรียงรายนับสิบ ที่เด่นชัดคือ มีพระแก้วเพชรตั้งอยู่ด้วย มีชายวัยกลางคน เขาคือหัวหน้าเผ่ามูเซอเหนือ เล่าต๋า ทุกคนกำลัง รอเวลาดวงจันทร์ขึ้น เต็มดวง ด้านข้างมีฝรั่งอีก สองคน แต่ไม่ใช่ ฟิลิป โตนินโญ่ และที่สำคัญ คือมีชาย ห้าคนที่เป็นคนสังหารหลวงตาแจ่ม ยืนอยู่ข้างๆ
พอพระจันทร์ขึ้นเต็มดวงแสงจันทราส่องมาที่ปากถ้ำ ทำให้ประตูปากถ้ำค่อยๆเปิดออกมา แล้วเล่าต๋า ก็อุ้มพระแก้วเพชรเดินนำ เข้าไปด้านใน
ขจรกำหมัดแน่น คิดอยากจะสังหารพวกมันให้หมด แต่ทว่า ตาจันนั้นบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ รอเวลา ทหารที่มีอยู่เข้าไปเหลือเฝ้าทางเข้า ประมาณ 50 คน
จากนั้น ตาจันก็นำขวดแก้วออกมา ภายในมีตะขาบสีทอง 1 ตัว แล้วปล่อยลงพื้น ทันใดนั้นเอง ตะขาบเป็นจำนวนมาก ไม่รู้มาจากไหน เข้าโจมตีทหารรับจ้างที่เฝ้าหน้าประตู ทุกคนพยายามปัดตะขาบออก ไปจากร่าง บางคนถูกกัด จนลงไปนอนนำลายฟูมปาก ล้มระเนระนาด
“ จัดการพวกมันให้หมด” ตาเฒ่าจันสั่งออกไป ศิษย์ทั้งสี่คน พุ่งตัวออกไปราวภูตพราย ยิงเข็มเงินออกจากปลอกแขน เข้าใส่ทหาร ไม่ถึง สองนาที ทหารรับจ้างห้าสิบคนก็ตายกันเรียบ
“ ไปกันเถอะ” ตาจันเดินเข้าไปในถ้ำได้สักครู่ ข้างในที่มีแสงสว่าง จากคบเพลิงที่ปักเอาไว้ สองข้างทาง มองเห็นแสงอยู่ไกลๆ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน พร้อมกับเสียงปืนกลยิง หูดับตับไหม้ มีคนวิ่งหนีออกมา ด้วยสีหน้าแตกตื่น
“ ฆ่าพวกมันให้หมด”
ศิษย์ทั้งสี่ก็เหี้ยมไม่เบา ยิงเข็มเงินจากปลอกแขนออกไปเป็นห่าฝน คนที่วิ่งออกมา ล้วนนอนตาย เกลื่อนไม่อาจออกไปได้ พอเดินเข้าไปพบทหารฝรั่งถือปืน ถูกสัตว์ร้ายบางชนิด ตะปบร่างขาดเป็นชิ้นๆ มีซากศพหมียักษ์ถูกยิงตายไปสองตัว
“ หมีดำยักษ์ พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“ มันเป็นสัตว์อารักษ์ ที่เฝ้าอยู่ในถ้ำแห่งนี้ ไปกันต่อเถอะ” ตาเฒ่าจันเดินเข้าไปอีก
ก็พบว่าตอนนี้มีทหารฝรั่งเหลือแค่ สิบคน กับ คนฆาตกรอีกห้าคน และหัวหน้าฝรั่งสองคน กับ เล่าต๋า กำลังวาง พระแก้วเพชรตรงแท่นบูชา
ทันใดนั้นก็มีแสงจากผนังถ้ำส่องลงมาที่กระทบองค์พระแก้วเพชร แล้วหันเหแสงไปที่ผนังถ้ำอีกมุมหนึ่ง ผนังถ้ำก็ค่อยๆเปิดออกมา มองเห็นสมบัติมากมาย วางเรียงรายระเกะ ระกะไปหมด และยังมีโครงกระดูกนักรบโบราณอยู่ในท่านั่ง ถืออาวุธทวน และดาบ ยี่สิบตน ปะปนอยู่กับสมบัติ ฝรั่งสองคนสั่งลูกน้องที่เหลือให้ไป แบกสมบัติออกมาให้หมด
“ พวกเรารวยแล้ว ท่านเล่าต๋า” ชายที่เป็นคนใช้มีดเขี้ยวเสือ สังหารหลวงพ่อเอ่ยเบาๆ
“ ใจเย็นๆ ก่อน ข้าว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ”
ทันใดนั้นเอง ทหารโครงกระดูก ก็ขยับตัวได้ แล้วใช้ทวนทิ่มใส่ ทหารรับจ้าง
ฉึก !!
ทหารรับจ้างถึงกับตาเหลือกด้วยความตกใจ แต่ก็หนีไม่ทันตายไปเป็นคนแรก ที่เหลือก็กระหน่ำปืนเอ็ม 16 อัดเข้าใส่ทหารโครงกระดูก จนกระดูกหักแตกกระจายไปหมด แต่ทว่ากระดูกของมันกลับมาเรียงตัวกันใหม่อีก
“ ทุกคนถอยไป” เล่าต๋า ก้าวเข้ามาข้างหน้า แล้วปล่อยหุ่นดินรูปเสือออกไปสองตัว กลายเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ เข้าจัดการกับ ทหารโครงกระดูกทั้งยี่สิบคนอย่างชุลมุน
“ รีบขนสมบัติออกไปเร็ว”.........