ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่317 ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ เจียวหยาง

  เมื่อทั้งสอง ทำข้อตกลงกันเสร็จสิ้น อี้เฉิน เขาจึงนำกระถางทองแดงเก่าแก่ ใบใหญ่ออกมา กลิ่นอายความเก่าแก่ ของกาลเวลาแพร่กระจายมาในทันที กระถางใบนี้มันก็เหมือน หม้อ กลั่น หลอม ดี ดี นี่เอง แถมยังไม่สิ้นเปลืองพลังงานแต่อย่างใด เพียงขับเคลื่อนปราณพลังออกมา ก็สามารถใช้งานมันได้ อย่างง่ายดาย


 

  เจียวหยางน้อย ที่เห็น กระถางทองแดงเก่าแก่ 4ขา ตั้งอยู่ตรงหน้า นางอดไม่ได้ที่จะเข้าไปลูบคลำ เชยชมมันอย่างไม่วางตา รอบๆ กระถางใบนั้นเต็มไปด้วยอักขระ ที่ซับซ้อน แม้แต่ตัวนางก็ไม่เคยเห็น อักษรพวกนี้มาก่อน มันให้ทั้งความรู้สึกที่เก่าแก่ และน่าคร้ามเกรงในเวลาเดียวกัน ประหนึ่งมาจากยุคสมัยโบราณ


 

ครั้นเมื่อ กระถางทองแดง ถูกเติมเลือดลงไป พร้อมกับการขับเคลื่อนปราณพลังของอี้เฉินส่งเข้ามา ภายในกระถางทองแดงใบใหญ่ อักขระที่ถูกขีดเขียนรอบๆ ตัวกระถาง ก็พลอยทอแสงประกายขึ้นมา ราวกับตราประทับได้ถูกจุดขึ้น


 

  โลหิตภายใน กระถางทองแดงใบใหญ่ ค่อยๆ เริ่มเดือด ปูดๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะค่อยๆ แยกชั้น ออกจากกันช้าๆ ระเหย ส่วนที่ปนเปื้อนออกไป เลือดที่ถูกกลั่น หลอมอีกคราเอง ก็หนืดข้นขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งกลิ่นหอมของ เลือดบริสุทธิ์ แพร่กระจายออกมาเป็นอายราวกับหมอกเลือด


 

  เจียวหยาง นางที่เห็นอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ไม่คิดเลือดเหล่านั้นยังจะถูกกลั่นหลอม ให้บริสุทธิ์ได้อีก แถมมันยังเข้มข้นเป็นอย่างมาก แต่นางกลับมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก 'การที่จะใช้ เลือดบริสุทธิ์พวกนี้ถึง2คน เกรงว่าคงจะไม่พอสำหรับพวกเขาทั้งคู่ ฝ่ามือจึงอดไม่ได้ ที่จะกำหมัดไว้จนแน่น กลัวอี้เฉินจะบิดพลิ้วคำพูด'



...ผ่านเวลาไปไม่ถึง ครึ่งชั่วยาม เลือดที่ถูก กลั่น หลอมจนบริสุทธิ์ ก็ค่อยๆ กลายสภาพเป็นสีทองอร่ามตา ส่องแสงศักดิ์สิทธิ์อ่อนๆ ขึ้นมาพร่างพราว แม้แต่ถ้ำใต้ดินยังสว่างจ้า จนแสบตา อี้เฉินที่เห็นว่าเลือดเหล่านั้น บริสุทธิ์ ไร้สิ่งเจือปนเขาก็อด ยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาไม่ได้


 

เจียวหยาง ที่เห็นนาง ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย แม้แต่กลิ่นที่หอมหวน ยังเตะจมูกนาง ครั้นเมื่อ หรี่ตา จ้องมองลงไป กลับเห็นเลือดอยู่เพียงน้อยนิด ปากของนางอดไม่ได้ที่จะสบถด่าขึ้นมา "บัดซบ บัดซบ มันมีน้อยเกินไป แล้วเราจะแบ่งกันอย่างไรเล่า"


 

  อี้เฉิน เกาหัวเบาๆ ตัดบทพูดของนางในทันที ที่จะเอ่ยคำพูดออกมา "เจ้าพร้อมหรือไม่ เจียวหยางน้อย หากเจ้าพร้อม ก็ถอดเสื้อผ้าเข้าไปนั่งภายในเสีย" ครั้นเมื่ออี้เฉินเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น เขาหยิบเถาวัลย์อายุหลายพันปี ที่ได้มาจากการฆ่าสังหาร ซีจุ๊ เผ่าเถาวัลย์ปีศาจ แห่งศาลายา โยนลง ภายใน กระถาง กลั่น หลอม ต่อในทันที หมายมั่นยกระดับเลือด ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น



อี้เฉินที่หวนนึกถึงสงคราม เทพสวรรค์ ดินแดนเบื้องล่างทีไร มันก็ทำให้เขาเกิดโทสะขึ้นมาไม่น้อย ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 


เจียวหยาง ที่เห็นอี้เฉินมี เถาวัลย์อายุหลายพันปี นางอดไม่ได้ที่จะเบิกตาออกกว้าง รูม่านตาขยายออกจนสุด ตกตะลึงสุดแสน หากผู้ใดล่วงรู้ ว่าอี้เฉิน มีของล้ำค่าเช่นนี้ ไว้ในครอบครอง เกรงว่าทั้งทุ่งกว้างได้ กลายเป็นลานโลหิตเป็นแน่

 


เจียวหยาง นาง อดไม่ได้ที่จะมองชายหนุ่มผู้นี้ใหม่ ถอดเสื้อผ้า ลงไปชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก อย่างไม่มีท่าที ขวยเขิน ในตัวของอี้เฉิน


 

ครั้นเมื่อทั้งคู่นั่งพิง กระถางทองแดงใบใหญ่ คนละทิศเสร็จสิ้น อี้เฉินเขาขับเคลื่อนกระถางทองแดงขึ้นมาอีกครั้งในทันที แต่ในยามนี้อี้เฉินรู้ดี เลือดภายในกระถาง มีไม่เพียงพอ ที่จะให้พวกเขาทั้งสองคนใช้ดูดซับ เติมเต็มการชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก


 

อี้เฉินตัวเขาไม่มีท่าทีลังเล ยกนิ้วทั้งสอง กดแทง หัวไหล่ของเขาอย่างรุนแรง "ฉึก!!!!" ส่งเลือดหลั่งไหล ลงมาเติมเต็มภายในกระถางในทันที


 

เจียวหยาง ที่ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น นางอดไม่ได้ที่ จะเปิดเปลือกตาขึ้นมามอง ครั้นเห็นเลือดค่อยๆ ไหลท่วมออกมา นางอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ใจลึกๆ นางเองก็ไม่คิดอยากจะเอาเปรียบชายหนุ่มแต่อย่างใด เตรียมที่จะยกฝ่ามือแทงร่าง เช่นเดียวกัน


 

  แต่กลับเห็นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ดันส่ายหัวน้อยๆ ขึ้นมา  ก่อนเขาผู้นั้นจะยกยิ้ม ทอประกายออกมาให้นาง
"เจ้าตั้งใจดูดซับเถอะ ข้าไม่ได้ทำเพื่อเจ้า  แต่ข้าทำเพื่อตัวข้าเอง   เวลาที่เจ้าจะอยู่ภายในนี้ได้ แค่ครึ่งวันเท่านั้น"


เมื่ออี้เฉินเอ่ยวาจาเสร็จสิ้น เขาก็เอาผลของต้นหม่อนเลือด ที่เก็บมาจากหมู่บ้านลมหวน กลืนลงคอไป ในยามนี้ภาระของผลหม่อนเลือด แทบไม่มีผลกับหัวใจอี้เฉินอีกต่อไป เลือดเองก็ค่อยๆ หลั่งไหลออกมา กลั่น หลอม ซ้ำไป ซ้ำมา วนลูปอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะถูกพวกเขาค่อยๆ ดูดซับกลับเข้าไปภายในกายา

 

กายาของทั้งสองแดงฉานราวกับเหล็กร้อนที่ถูกเผา แม้แต่ปราณพลังรอบๆ ตัว ยังบิดเบี้ยว จากความร้อนที่กายาส่งออกมา



อี้เฉินที่หลับตา บอกกล่าวนางออกไปในทันที ครั้นรู้สึกถึงแรงสั่นไหวของโลหิต "เจียวหยาง หากเจ้าทนต่อไปไม่ไหว คิดจะถอยจากไป ก็ไม่มีใครว่ากล่าว ตักเตือน เจ้าหรอกนะ"

 

เจียวหยาง ที่ร่างสั่นเทิ่มกายาเริ่มค่อยๆ ปริแตก เนื่องด้วยดูดซับของล้ำค่าที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป แต่นางก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมถอยหนี กัดฟันไว้แน่น อยากหลุดพ้นสิ่งที่เป็นอยู่ในยามนี้ นั่งดูดซับโลหิตบริสุทธิ์ ไปพร้อมกับอี้เฉินด้วยความอดทน



…ยิ่งเวลาไหลผ่านไปยาวนาน กายาของนาง ยิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ผิวหนังที่เคยหยาบกร้าน ราวกับ เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ สลายผิวหนังของนางหลุดลอกช้าๆ เส้นขนทั่วกายาหลุดร่วงออกจนหมด แม้แต่ผมสักเส้นก็ไม่หลงเหลือ ความเจ็บปวดโลดแล่นเข้ามาภายในโสตประสาท จนยากที่คนทั่วไปจะรับได้



ครั้นเมื่ออี้เฉินหรี่ตาดู ก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้ เมื่อเห็นความดื้อรั้นของเด็กน้อยผู้นี้ ตัวเขาถือว่าห้ามปรามตัวนางไปแล้ว หากนางตายตกก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกต่อไป ครั้นเมื่อเขาคิดเช่นนั้นได้ ก็กลับไปนั่งจดจ่อ ดูดซับเลือดบริสุทธิ์ต่ออีกครา โดยไม่สนใจสิ่งเร้าอีกต่อไป



ในยามนี้ อี้เฉินอยากชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูกของเขาอีกครา หมายมั่นเพิ่มพูนพละกำลังของตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่คิดจะตามหาของล้ำค่าที่ช่วยรักษา จุดตันเถียนทั้ง5ของเขา

 


  เนื่องด้วยตัวเขาในยามนี้ไม่สามารถเลื่อนขั้นพลังได้ ทำได้แค่เก็บสะสมประสบการณ์ความรู้ เช่นนี้ต่อไป หากจุดตันเถียนไม่เสียหาย ป่านนี้เขาคงเลื่อนขั้นพลัง ย่อยไปแล้วเป็นแน่ การเดินทางต่อจากนี้ คงจะยากลำบากกว่านี้อีกหลายสิบเท่า ครั้นเมื่อต่อสู้ ก็เหมือน การกดขั้นพลังตนเอง ไว้ทั้งๆ ที่เจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ยังดีที่ขั้นพลังแฝงยังพอจะสำแดงพลังออกมาบ้าง



...ระหว่างที่อี้เฉินครุ่นคิดอะไรเรื่อยเปื่อย อยู่หลายอึดใจ จู่ๆ ตัวเขากลับสัมผัสได้ ว่าน้ำเลือดภายในกระถางในยามนี้ กระเพื่อมไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง มาพร้อมกับแรงดูดซับที่บ้าคลั่ง


 

มันทำให้อี้เฉินตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เปิดเปลือกตาออกมาสำรวจดูในทันที ครั้นอี้เฉินที่เห็นการเปลี่ยนแปลงร่างกายของเจียวหยางน้อย มันก็อดไม่ได้ที่ เขาจะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่

 


จู่ๆ กายาที่เหมือนเด็กอายุ12ปี ของนางก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนสภาพ กระดูกภายในกายาขยับขยายอย่างรวดเร็ว ส่งเสียง "กรอบแกรบ!!" ดังขึ้นมาทั่วร่าง ก่อนมันจะค่อยๆ ดันกายาของนางเติบโตขึ้นมาช้าๆ


จากเด็กน้อย เนื้อตัวแดงฉานค่อยๆ เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผมที่เคยหลุดร่วงค่อยๆ เติบโตขึ้นช้าๆ ผิวที่เคยแห้งกร้าน กลับกลายเป็นนุ่มนวลอีกครั้ง ราวกับสาวแรกรุ่นบานสะพรั่ง หน้าอกที่มีอยู่น้อยนิด ค่อยๆ ขยับขยาย ขึ้นมาตามวัย ประหนึ่งตัวนางในยามนี้ แปรเปลี่ยนเป็นเด็กสาว อายุราวๆ 15ปี แสงสีทองเปล่งประกายออกมาตามผิวหนัง มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน




  เจียวหยางที่อดทนจนเกือบจะหมดวัน ใบหน้าค่อยๆ คลายความเจ็บปวดออกมาน้อยๆ ก่อนที่นางจะยกยิ้มขึ้นมา ครั้นเมื่อสัมผัสได้ว่า ขั้นพลังกายาของนาง ข้ามขั้นมาอยู่ใน ขั้นกายาทองคำ อย่างก้าวกระโดด มันจึงทำให้นางอดที่จะดีใจไม่ได้

 

เมื่อนางออกจากการปิดด่านมาได้ ลุกขึ้นยืน ตีหน้าอกตนเองอย่างแรง ประหนึ่งเป็นการบอก ข้านี่และสุดยอดที่สุด ปาก อดไม่ได้ที่จะคำรามออกมากู่ก้อง


"ในที่สุดข้าก็ทำได้"


ครั้นเมื่อนางเห็นกายาตนเอง ไม่ใช่เด็กหญิงอีกต่อไปถึงกับเบิกตาออกกว้าง แล้วยิ่งเห็นชายหนุ่ม ใช้ฝ่ามือปิดบังดวงตาของเขาไว้ แต่มือคู่นั้นกลับ กลางออกจนกว้าง นางอดไม่ได้ที่จะด่ากราดออกมา "ไอ้เวร เจ้าแอบดูข้า ตั้งแต่เมื่อใด"


 

อี้เฉินส่ายหัว "เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเจียวหยาง ระวังคำพูดของเจ้าหน่อย"ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หลับตา นั่งดูดซับเลือดต่อไป



เจียวหยาง นางมีใบหน้าบูดเบี้ยวในทันที ครั้นได้ยินคำพูดเหน็บแนม จากปากของอี้เฉิน เมื่อนางออกไปใส่เสื้อผ้า อาภรณ์ของนางในยามก่อน มันกลับทำให้นาง อึดอัดตัวเป็นอย่างมาก ทำได้เพียงนำผ้ามาคลุมกายาไว้


แต่ในใจลึกๆ ก็อด ยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ไม่คิดชายหนุ่มอัปลักษณ์ผู้นี้จะเป็นตัวนำโชค ของนาง นางไม่รอช้าที่จะนั่งบำเพ็ญเพียร ให้กายามั่นคง ไม่ผลีผลาม ใช้กายาในช่วงเวลานี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน