ภายในบาร์นั้นสามารถพบเห็นผู้คนมากมาย ในตอนนี้นั้นเป็่เวลาดึกมากแล้วแทบจะทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเหล่า NPC กำลังนั่งดื่มและพูดคุยกันบางโต๊ะก็มีเหล่านักผจญภัยนั่งอยู่กับเหล่า NPC บ้างเป็ประปราย
ชิมิเคนเดินเข้าไปภายในร้านจ้องมองไปรอบๆ พยายามหาโต๊ะว่างอยู่ มองหาโต๊ะนั่งไปสักระยะ สายตาของชิมิเคนก็ไปสะดุดอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งบนโต๊ะมีดอกกุหลาบอยู่สองดอก ดอกหนึ่งมีสีขาว อีกดอกมีสีแดง วางไว้ประดับบนโต๊ะชิมิเคนจ้องมองอยู่สักครู่หนึ่งจึงรู้สึกมั่นใจว่าไม่มีคนนั่งที่โต๊ะตัวนั้น ชิมิเคนรีบเดินเข้าไปเพื่อนั่งจองและโบกมือเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดืม
พนักงานเดินเข้ามาหาชิมิเคนแทบจะอึดใจที่เขายกมือเรียกพนักงานกำลังอ้าปากจะพูดแต่ แต่ชิมิเคนพูดแทรกขึ้นมาก่อน “ผมขอเบียร์หนึ่งเหยือกครับพี่“ จากนั้นชายชิมิเคนก็ลุกขึ้น “ผมขอเข้าห้องน้ำก่อนนะครับพี่รบกวนช่วยจองโต๊ะไว้ให้ผมด้วยนะครับ “ เมื่อพูดเสร็จชายหนุ่มหันมองซ้ายทีขวาทีจนพบกับป้ายทางไปห้องน้ำเมื่อเห็นป้ายชิมิเคนรีบออกตัวพุ่งไปทันทีเพราะเขานั้นแทบจะกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว
หลังจากชิมิเคนปลดทุกข์เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มเดินกลับมายังโต๊ะ กลับพบเห็นว่าโต๊ะของเขานั้น กลับมีคนอื่นนั่งไปแล้วชายหนุ่มพยายามทบทวนในความคิดของตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่าเขานั้นจำถูกต้องหรือเปล่าว่านั้นคือโต๊ะที่เขาฝากพนักงานจองไว้ในตอนแรกแต่เมื่อคิดไปคิดมาชายหนุ่มจึงมั่นใจว่านั้นแหละคือโต๊ะที่เขาได้ฝากจองไว้
ชิมิเคนไม่รอช้าเดินเข้าไปที่โต๊ะ“ขอโทษนะครับ โต๊ะตัวนี้ผมฝากพนักงานจองไว้แล้ว แล้วจึงไปเข้าห้องน้ำไม่ทราบว่าพวกเธอทั้งสองคนเป็ใครกัน ถึงมานั่งที่โต๊ะตัวนี้ “ สองสาวเงยหน้าขึ้นมาและสบตากับชิมิเคนทั้งสาวหน้าตาคล้ายกันราวกับแกะ สิ่งที่สามารถแยกพวกเธอออกจากกันให้ไม่เหมือนกันได้นั้นก็คือสีของเส้นผมเธอสาวคนหนึ่งเธอมีเส้นผมสีขาวนวลดุจหิมะตกฤดูแรก ส่วนสาวอีกคนเธอมีเส้นผมสีแดงร้อนแรงประดุจเปลวไฟเมื่อจ้องมองไปเนิ่นนานความรู้สึกเหมือนเปลวไฟกำลังเผาพลาญดวงจิตอยู่ยังไงยังงั้น
ทั้งสองสาวทำหน้างุนงงเล็กน้อยสาวผมแดงเธอพูดขึ้น “ท่าน้าสิ่งใดกันแน่โต๊ะนี้นั้นเป็ข้าและน้องได้จ้องกับพนักงานก่อนและลุกไปเข้าห้องน้ำข้าได้ทิ้งดอกกุหลาบสองดอกเพื่อจองโต๊ะไว้เป็หลักฐาน หรือถ้าท่านไม่เชื่อข้าท่านก็ลองถามกับพนักงานดูเองสิ “ พนักงานเมื่อเห็นเหตุการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยจึงรีบเดินเข้าไปเพื่อถาม“ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าเมื่อเื่ราวประการใดกันหรือเปล่าครับ“
หลักจากที่ชิมิเคนได้ฟังสาวผมแดงพูดมานั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าก่อนที่ตนเองจะมานั่งนั้นเขาได้สังเกตเห็นดอกกุหลาบสองดอกวางอยู่บนโต๊ะ แต่ตัวเขานั้นคิดว่าดอกกุหลาบพวกนี้มีไว้ประดับโต๊ะทั่วไปเท่านั้นจึงได้มานั่ง
ชิมิเคนไม่รอช้ารีบกล่าวกับพนักงาน“เหมือนผมจะเข้าใจผิดคิดว่าโต๊ะนี้ไม่มีคนนั่งผมเลยฝากพี่พนักงานจองไว้ แต่ทำไมพี่ไม่ยอมบอกผมว่ามีคนจองโต๊ะตัวนี้ไว้แล้วกันนะ “ในตอนแรกนั้นพนักงานกำลังจะบอกกับชิมิเคนแล้วแต่ชิมิเคนพูดตัดบทกับพนักงานก่อนและรีบลุกไปเข้าห้องน้ำซึ่งทำให้พนักงานไม่มีโอกาสที่จะได้บอกเขา “ผมขอโทษนะครับ ตอนแรกผมจะบอกกล่าวต่อท่านลูกค้าแล้วละครับแต่ท่านพูดสั่งเบียร์อย่างรวดเร็วจนผมไม่มีโอกาสได้บอกท่าน และท่านก็รีบลุกเพื่อไปเข้าห้องน้ำ”
ชิมิเคนได้ฟังดังนั้นเขาก็รู้สึกเขินขึ้นมาเื่ทั้งหมดนั้นเป็เพราะเขาเป็ต้นเหตุโดยแท้จริง “พี่พนักงานผมต้องขอโทษด้วยนะครับไม่ทราบว่าพอจะมีโต๊ะตรงไหนในร้านที่ยังว่างอยู่อีกหรือไม่ครับ “ พนักพยายามมองไปรอบๆและเขาก็เอ่ย “ตอนนี้ทุกโต๊ะเต็มหมดเลยครับคุณลูกค้า ทางร้านต้องขอโทษด้วยนะครับได้โปรดรอสักครู่นะครับ เมื่อโต๊ะว่างแล้วผมจะมาเรียกท่านครับ “
ชิมิเคนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยหญิงสาวผมสีขาวเห็นสีหน้าผิดหวังของชิมิเคนเธอจึงกล่าวไปว่า “ ท่าน ... ดูเหมือนว่าท่านจะเป็นักผจญภัยสินะ ถ้าท่านไม่รังเกลียดพวกเราสองคนท่านสามารถนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเราได้นะ “ ชิมิเคนอึ้งไปเล็กน้อย เขาหันไปมองสาวผมแดงสีหน้าของเธอดูไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรสาวผมแดงจ้องมองพิจารณาชิมิเคนอยู่สักครู่เธอจึงพูด “เอาเถอะถ้าเ้าปรารถนาจะนั่งก็จงนั่งชะเถอะ “ น้ำเสียงของเธอนั้นดูดุดัน สุขุมเป็อย่างยิ่งน้ำเสียงของทั้งสองสาวชั่งต่างกันราวฟ้ากับเหว สาวผมขาวน้ำเสียงของเธออ่อนหวานประดุจดั่งเทพธิดา ส่วนสาวผมแดงนั้นน้ำเสียงของเธอดูมีความขุ่นเคืองอยู่ตลอดเวลาประดุจดั่งนางมารร้ายประทับอยู่ในขุมนรกอเวจี
ชิมิเคนหันมองไปรอบๆเพื่อเสาะหาโต๊ะอีกครั้งแต่ทุกโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ชายหนุ่มจนใจจึงต้องนั่งร่วมโต๊ะกับทั้งสองสาว “ขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่สาวทั้งสองน้ำใจของท่านผมจะจดใจไว้ หากไว้วันใดมีโอกาสตอบแทนผมจะทำให้สุดความสามารถ “หลังกล่าวจบชิมิเคนก็นั่งลงหลังจากนั้นพนักงานก็นำเบียร์มาเสริฟให้ชิมิเคน
บรรยากาศภายในโต๊ะนั้นดูอึมครึมเป็อย่างมากไม่มีใครเริ่มเปิดบทสนทนากันก่อน ชิมิเคนบอกกับตัวเองว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูแย่ลงไปกว่านี้ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะพูดคุยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ “สวัสดีครับพี่สาวทั้งสองผมชื่อชิมิเคนนะครับ แล้วพวกท่านทั้งสองละครับชื่ออะไร “
สาวผมแดงเมื่อได้ฟังอย่างนั้นก็หันมาจ้องหน้าชิมิเคนแต่เธอก็ไม่พูดอะไรสาวผมขาวมองชิมิเคนและยิ้ม เธอตอบไปว่า “ สวัสดีจ๊ะ ฉันชื่อยูกิมิส่วนผู้หญิงผมแดงตรงนี้เป็พี่สาวฝาแฝดของฉันเองเธอชื่อ คะจิมิ “ คะจิมิเมื่อได้ฟังดังนั้นขนาดที่เธอกำลังจ้องมองชิมิเคนอยู่เธอจึงหันกลับมาพูดกับยูกิมิ“ นี่ ยูกิมิ เธอจะไปบอกชื่อพวกเรากับเ้านักผจญภัยแปลกหน้านี้ทำไมกัน “