The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 57 ข้ามขั้น

    ยกระดับขีดความสามารถข้ามขั้น เป็นเวลา 5 นาที ผลกระทบ : ค่าสถานะพละกำลัง ความเร็ว และสติปัญญาจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์
    ความสามารถและสถานะพลันถูกยกระดับไปอย่างก้าวกระโดดไม่เพียงสถานะทางร่างกายเท่านั้น ทว่าทักษะทุกอย่างกลับข้ามขั้นเป็นขั้น 3 ทั้งหมด
    ผลลัพธ์ที่ได้มันน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก เพียงแค่ทุกอย่างจะคงอยู่ได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น แถมผลกระทบที่เขาจะได้รับหลังหมดเวลายังน่าหนักใจไม่น้อย
    แต่เวลานี้หากเขายังอยากมีชีวิตรอดคงต้องยอมรับผลกระทบนั้นเสียแล้วละ
    เปรี๊ยะๆๆพรึบๆๆๆก๊าซซซซเสียงข่มขวัญดังขึ้นพร้อมกัน 3 เสียง สองเสียงแรกกึกก้องและกังวาลชวนน่าพิศวง อีกเสียงขู่คำรามเกรี้ยวกราดแต่กลับแฝงความหวั่นเกรงในน้ำเสียง
    ”เวลามีค่า คงต้องรีบแล้ว”
    ฟุบเปรี๊ยะๆๆพรึบๆๆ
    ทักษะตัดระยะขั้น 3 ถูกเรียกใช้ปรากฏคลื่นความร้อนและประกายอัสนี ผลักดันการเคลื่่อนไหวให้พุ่งทะยานไปด้านหน้ารวดเร็วไม่ต่างจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเสียง
    บูมมม
    ฟ่อ
    พญาอสรพิษเขี้ยวมรกตที่เห็นว่าศัตรูเริ่มเคลื่อนไหว มันที่ยังหวั่นเกรงอยู่พลันตัดสินใจพุ่งสวนเข้าไปด้วยความเร็วที่มีทั้งหมด อย่างไม่ลังเลใดๆอีก
    ก๊าซควันพิษสีเขียวเข้มลอยออกมาจากปากของมัน พลันบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายขมุกขมัว และมลพิษอันตรายน่าหวั่นเกรง
    พื้นหญ้าหรือต้นไม้ที่ได้รับพิษเหล่านั้นเข้าไปพลันกลับกลายเป็นแห้งเหี่ยวและเน่าสลายภายในไม่กี่วินาที
    เปรี๊ยะๆๆระยะห่างที่ว่าไกลกลับหดสั้นเพียงชั่วอึดใจ เมื่อเวลานี้เขามาถึงระยะการโจมตีแล้ว
    ฟู่ควันพิษถูกพ่นเข้าใส่ ปรากฏม่านควันเขียวเข้มลอยวนเวียนไปมาเต็มไปหมด ทว่าท่ามกลางควันเขียวกลับปรากฏประกายไฟและสายฟ้าสาดประกายระยิบระยับ ขจัดพิษร้ายที่คืบคลานเข้าใกล้ไปจนหมดสิ้น
    ฟู่ๆซ่าๆๆ
    ฟุบก๊าซเขาตัดระยะโผล่ขึ้นมาด้านบนเหนือศรีษะของมัน พร้อมมือกำเข้าหากันและยกขึ้นเหนือศรีษะ บริเวณมืออัดแน่นไปด้วยพละกำลังเต็มสิบส่วนและหุ้มด้วยเพลิงพิภพขั้น 3 กับประกายอัสนีสีเขียวเข้ม ทุบเข้าใส่หัวของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตที่ยังไม่ทันตั้งตัวเข้าอย่างจัง
    ตูมมมมม
    หัวของมันพลันสะบัดตามแรงหมัดของเขา ฟาดลงกระทบพื้นดิน ส่งเสียงดังลั่น และฝุ่นควันตลบอบอวลไปหมด
    ก๊าซซซซประกายไฟที่ร้อนแรงยังติดและเผาไหม้บนเกล็ดหนาของมัน หากสังเกตดีๆจะเห็นรอยปริแตกที่เกิดขึ้นบนเกล็ดหนา พร้อมด้วยรอยไหม้เกียมและกลิ่นฉุนโชยออกมา
    ตูมๆๆผัวะๆๆก๊าซซซซโดยไม่เสียเวลาคิดเขาตัดระยะและกระหน่ำโจมตีมันอย่างหนักหน่วง ทั้งหมัดทั้งเท้าต่างประเคนเข้าใส่อย่างไม่มีหยุดชะงัก ทุกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไหลลื่นไม่มีหยุด
    ด้วยพละกำลังมหาศาลกับเปลวเพลิงและประกายอัสนีที่ห่อหุ้มหมัดและเท้า ช่วยเสริมแรงโจมตีอันหนักหน่วง ทั้งร้อนแรงและชาหนึบทุกครั้งที่กระทบลงบนร่างของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกต
    ส่วนพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตที่โดนกระหน่ำอยู่ฝ่ายเดียว เวลานี้ตัวมันไม่อาจตอบโต้กลับคืนใดๆได้นอกจากทำใจรับแรงกระแทกจากหมัดและเท้าอันหนักหน่วงที่โหมกระหน่ำลงบนศรีษะและเนื้อตัวของมันเท่านั้น
    เนื่องด้วยสถานะที่แตกต่างกันอย่างก้าวกระโดด ทำให้การกระทำของเขาแทบไม่ต่างจากผู้ใหญ่รังแกเด็ก เพียงแต่เด็กคนนั้นกลับตัวใหญ่กว่าเขาหลายสิบเท่า
    หัวของมันที่โดนกระหน่ำทุบตีไม่ต่างจากถูกฆ้อนหนักหลายร้อยปอนด์ฟาดเข้าใส่ ทำให้มันพลันมึนงงสับสนไปหมด เกล็ดหนาบริเวณศรีษะและตามเนื้อตัวของมันปรากฏรอยปริแตกขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    ตูมๆๆๆก๊าซซซซเลือดสีเขียวเข้มไหลลามไปตามร่างกายใหญ่โตของมัน แรงทุบตีที่กระหน่ำลงมายังไม่มีที่ท่าว่าจะจบสิ้น กลบเสียงร้องคำรามลั่นแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดและความเจ็บปวดดังสมโรงกันอยู่ตลอดเวลา
    "ย๊ากกก"ตูมมมโครมมมมแฮกๆร่างใหญ่โตของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตพลันล้มตึงดังสนั่น ฝุ่นควันฟุ้งกระจัดกระจาย เขาที่ยืนหอบหายใจบนพื้นปรากฏหยาดเหงื่อไหลลามตามใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นควัน ตามร่างกายมีรอยบาดลึกและกลิ่นฉุนของพิษร้ายลอยออกมาอยู่เนื่องๆ
    ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่อาจทำอะไรร่างกายของเขาเวลานี้ได้ พวกมันต่างทยอยถูกกำจัดออกไปทีละเล็กทีละน้อย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกลับจบสิ้นลงภายในไม่ถึง 2 นาทีตั้งแต่ที่เขายกระดับครั้งใหม่
    เนื่องด้วยเวลาที่จำกัดกับผลกระทบที่เขาจะได้รับ จึงทำให้เขาตัดสินใจรีบจบศึกครั้งนี้โดยเร็วที่สุด ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับเหนือความคาดหมายของเขาไปไกล
    เมื่อระดับชองเขาถูกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกะรโดด เพียงหมัดเพียวๆเท่านั้น กลับทุบทำลายเกล็ดหนาของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตได้ ทั้งๆที่หอกฟ้าครามของเขายังมิอาจระคายเคืองเกล็ดของมันได้แม้แต่น้อย
    เขาเดินเข้าหาพญาอสรพิษเขี้ยวมรกิตที่นอนหมดสภาพบนพื้นดิน ร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของมัน นอนแผ่ราบไปกับพื้น ตามตัวและเกล็ดต่างมีเลือดสีเขียวเข้นซึมและไหลลามออกมาทั่วบริเวณ
    ยิ่งกว่านั้นรอยปริแตกที่เกิดขึ้น กระทั่งหนักหนาสาหัส ถึงขั้นบริเวณที่ถูกทุบภายในต่างบอบช่ำ นั่นจึงเป็นเหตุให้พญาอสรพิษเขี้ยวมรกตไม่อาจฝืนยืนหยัดต่อไปได้
    ถ้าหากเขามองเห็นพลังชีวิตของมันได้ เวลานี้หลอดพลังของมันคงเหลือไม่ถึง 5 จุด จาก 100 จุดด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นแรงทุบตีที่ส่งผลให้ภายในของมันบอบช่ำ เปลวเพลิงร้อนแรงและสายฟ้าเกรี้ยวกราดที่แทรกซึมเข้าไปภายในร่างกายของมัน ส่งผลให้พลังสองสายนั้นบุกเข้าทำลายอวัยวะและส่วนต่างๆของมันจนเละเทะเจ็บปวดอย่างสุดประมาณ
    ร่างกายของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตที่เคยน่าเกรงขาม มาบัดนี้กลับกลายมาเป็นงูพิการที่ไม่ต่างจากรอคอยวันตายเท่านั้น และเขาที่เห็นสภาพของมันพลันตัดสินใจได้ทันทีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
    "ลองดูก็ไม่เสียหาย"แวบบ
    พันธนาการแห่งทาส
    ประกายแสงและสัญลักษณ์พิศวงลอยคว้างกลางอากาศ ประสานเข้ากับกลางฝ่ามือแกร่งและค่อยๆถูกจรดประทับตรายังหน้าผากของพญาอสรพิษเขี้ยวมรกต
    ทันทีที่ตราประทับถูกตราขึ้นมา พญาอสรพิษเขี้ยวมรกตที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกลับฝืนร่างกายดิ้นรนอย่างไม่ยอมรับ
    ก๊าซซซซ
    ถึงมันจะหวาดกลัวและไม่อยากยอมรับมนุษย์เบื้องหน้าที่สามารถสยบมันลงได้ ทว่าครึ่งความคิดของมันกลับยอมรับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไปโดยปริยาย ยิ่งความแข็งแกร่งที่ได้เห็น พอมันนึกย้อนกลับไปยังอดที่จะขวัญผวาและสั่นกลัวไปถึงขั้วหัวใจ
    บาดแผและความเจ็บปวดที่มันสัมผัสได้ในเวลานี้ ย่อมการันตีได้ดีถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย จนเวลาค่อยๆผ่านไป ร่างกายใหญ่โตที่ดิ้นรนไม่ยอมความกลับค่อยๆขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวช้าลงๆ จนในที่สุดก็สงบนิ่ง
    -ยินดีด้วยได้รับ พญาอสรพิษเขี้ยวมรกต เป็นทาสรับใช้-
    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในสมองของเขาตามปกติที่เคยใช้งานทักษะพันธนาการแห่งทาสนี้มาก่อน ทว่าเนื้อหาที่แจ้งเข้ามาล่าสุดนี้ย่อมทำให้เขาอดที่จะตื่นตะลึงไม่ได้
    เมื่อการใช้ทักษะนี้ครั้งแรกกับเผ่าพันธุ์อื่นบังเกิดผลสำเร็จที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะอสูรกลายพันธุ์ตัวแรกที่เขากำราบให้อยู่ใต้อานัติได้นั้นกลับกลายเป็น พญาอสรพิษเขี้ยวมรกต อสูรกลายพันธุ์ ระดับวิวัฒนาการขั้น 1 ซึ่งมีระดับดังเดิมไม่ต่างจากเขาแม้แต่น้อย
    แบบนี้มันจะไม่ดีใจได้อย่างไร จากนั้นด้วยกลัวว่าพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตจะตายก่อนกำหนด เขาจึงตัดสินใจป้อนยาฟื้นฟูเข้าปากมันทันที
    และด้วยฤทธิ์ของยาฟื้นฟูระดับ 5 ทำให้ร่างกายของมันค่อยๆฟื้นฟูกลับมาดังเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงก็ตาม
    ส่วนเขี้ยวพิษเร้นกายทั้งสอง เขาที่เห็นสภาพของมันก็ไม่เสียเวลาคิด ลองตราพันธนาการแห่งทาสเช่นกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ สำเร็จด้วยดี และได้รับอสูรกลายพันธุ์ขั้น 4 ทั้ง 2 ตัวมาครอบครอง
    และก็เช่นเดียวกัน เขาจำต้องรีบป้อนยาฟื้นฟูใส่ปากของพวกมันทั้งสองทันที เพราะเกรงว่าพวกมันจะตายกันก่อน จากบาดแผลที่หนักหนาสาหัสที่เกิดจากน้ำมือของพวกเขา
    เมื่อทุกอย่างลงตัว เขาที่รอเวลาจนครบ 5 นาที กำลังเตรียมใจรับผลที่จะตามมา แต่ก่อนหน้านั้นเขาลองเข้าไปตรวจสอบภายในโกดังผลิตรถถังเสียก่อน
    จากการเข้าไปตรวจสอบพบว่าสภาพภายในนั้นยังเป็นปกติดีทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโกดังเขายังพบพวกผู้รอดชีวิตอีกจำนวนหนึ่งที่มีสภาพอิดโรยและสูบผอม ทว่าก็ยังมีเรื่องน่าเศร้า เมื่อภายในโกดังเขายังพบศพของทหารประจำการอีก 5-6 คนที่ตายเนื่องจากขาดอาหารมาเป็นเวลานาน
    ส่วนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่ได้รับอาหารของเขา พวกเขาแต่ละคนต่างหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสาย พร่ำพรรณนาสรรเสริญเขาจนฟังไม่ได้สรรพ แต่ที่เขาพอจะจับใจความได้ ก็มีประมาณว่า ขอบคุณมากๆ ผู้มีพระคุณ อะไรทำนองนั้น
    จนกระทั่งครบเวลา ร่างกายของเขาที่ยกระดับจึงกลับสู่สภาพเดิม พร้อมความเจ็บปวดรวดร้าวที่เข้ามาแทนที ด้วยอาการเจ็บปวดที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ทำให้เขาจำต้องขอตัวออกมาจากกลุ่มผู้รอดชีวิตและเข้าไปหลบในห้องเงียบๆตามลำพัง โดยแจ้งผู้รอดชีวิตไปว่า อีกประมาณ 1 ชั่วโมงจะมีคนมารับ อย่งพึ่งออกไปจากโกดังแห่งนี้
    อึกส่วนเขากำลังฝืนอดทนกับความเจ็บปวดที่กำลังถาโถมเข้าใส่ ร่างกายบิดเกร็งและปวดร้าว เนื้อตัวต่างชะโลมไปด้วยหยาดเหงื่อ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเสมือนร่างกายกำลังถูกฉีกทึง ดึงรั้ง เหมือนมันจะขาดออกจากกันให้ได้ ยิ่งรวมเข้ากับอัตราฟื้นฟูที่สูงของเขาแล้ว กลับไม่ต่างจากความทรมานที่ไร้วันสิ้นสุด
    เมื่อหนึ่งเจ็บปวด และอีกหนึ่งรักษาวนเวียนแบบนี้นับชั่วโมง ส่วนอสูรกลายพันธุ์ทั้ง 3 ตัวที่กำลังฟื้นฟู เมื่อขยับตัวได้ พวกมันต่างแยกย้ายกันไปหลบพักฟื้นตัว เพื่อรอให้ร่างกายฟื้นฟูกลับคืนสภาพเดิมก่อนมารับใช้เขาตามที่ได้รับคำสั่งไว้
    ทางด้านกองกำลังของเขาที่ปลีกตัวถอยออกมาตามคำสั่ง พวกเขาแต่ละคนที่จัดขบวนทับรออยู่ด้านนอกทางเข้าป่า แต่ละคนต่างมีสีหน้าหวั่นวิตกไม่สู้ดี
    "พี่" "ปล่อยนะ ฉะ ฉันจะเข้าไปช่วยพี่วิน"
    เสียงหยกแหกปากตะโกนและพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการจับกุมของนานะและหลิน ที่เวลานี้พวกเธอทั้งสองต่างพยายามรั้งหยกเอาไว้ไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่ามหรือคิดฆ่าตัวตายโดยการเข้าไปช่วยพี่ชายตัวเอง
    ไม่เพียงแค่หยกที่กังวล แต่ทุกๆคนในที่แห่งนี้ก็เช่นกัน แม้พวกเขาจะเชื้่อมั่นว่าหัวหน้าของพวกเขาจะต้องปลอดภัยและอาจได้รับชัยชนะกลับมา แต่สภาพที่พวกเขาเห็นก่อนถอยกันออกมาก็ยังฝังลึกในใจพวกเขา
    เมื่อหัวหน้าที่พวกเขานับถือกลับมีสภาพย่ำแย่ และเคร่งเครียดเมื่อเผชิญหน้ากับงูยักษ์ตัวนั้น ช่วงเวลาที่พวกเขาถกเถียงกันคือช่วงเวลาเดียวกับที่เขายกระดับและไล่ตืบพญาอสรพิษเขี้ยวมรกตอยู่ จนกระทั่ง เวลาผ่านไปอีกสักพักก่อนที่เวลามันจะหมดลง เขาจึงตัดสินใจวิทยุไปบอกทุกคน

    แซดๆๆ"ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อย" "อีก 1 ชัั่วโมงค่อยเข้ามา"

    End