The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์)

    ตอนที่ 36 หลอกกันนี่หว่า

        ทั้งสองฝ่ายเคลียร์พื้นที่บนลานกว้าง โกสยืนสงบนิ่ง  ใบหน้าซีดเผือดดูเรียบเฉย  ส่วนมาวินกำลังอบอุ่นร่างกายด้วยการกระโดดขึ้นลงสลับเหยียดแขนขา โดยมีเหมยลี่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง 


    “ เอาล่ะนะ  พร้อมรบแล้ว  ยะฮู้ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวแกว่งแขนไปมา แต่ก่อนประจัญบาน  เหมยลี่ได้ร้องเรียกเบาๆ 


    “ เดี๋ยวก่อน ” 


    “ เอ๊ะ  มีอะไร  ยัยโย่ง ” มาวินหันกลับมาถาม 


    “ ก่อนจะออกไปสู้  นายรู้มั้ยว่าเนโครมันเซอร์น่ากลัวยังไง ” เด็กสาวลองไถ่ถาม


    “ ไม่รู้สิ ยังไงล่ะ ” มาวินเริ่มคลายความทะนง  เพราะฉุกคิดได้ว่าเหมยลี่ไม่เคยมีทีท่าหวาดหวั่นแบบนี้มาก่อน นั่นก็แปลว่านายโกสน่าจะมีดีอยู่ไม่น้อย 


    “ เนโครมันเซอร์คือผู้ใช้มนตร์ดำ  เป็นศาสตร์มืดที่ฝืนธรรมชาติ เวทแต่ละบทล้วนสยดสยองและน่าสะพรึงกลัว ” เหมยลี่อธิบายอย่างละเอียด  ด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เรียบเฉย  ทำให้วาจาของเธอดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม


    “ เฮือก ” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอหลายเฮือกใหญ่  ก่อนเอ่ยถามเสียงสั่น


    “ แล้วเวทมนตร์พวกนั้นน่ากลัวยังไง ”


     

         เหมยลี่มองหน้ามาวินนิ่งๆ ความเงียบปกคลุมสถานการณ์จนแทบได้ยินเสียงสายลม  เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง  เด็กสาวก็แจงช้าๆ


    “ หลักๆก็ใช้คำสาปพื้นฐาน  เช่นสั่งให้ขยับไม่ได้ ฝันร้าย  พูดไม่ออก  แต่ถ้าเป็นคำสาปร้ายแรง  ก็สามารถสั่งให้ตายในทันทีหรือตายอย่างทุกข์ทรมาน”


     

         มาวินถึงกับหน้าเสีย  กระนั้นเขาก็พยายามยิ้มสู้  ก่อนถามเด็กสาวอีกครั้ง  เพื่อให้แน่ใจว่าฟังไม่ผิด 


    “ ล้อเล่นรึเปล่า  อำกันใช่มั้ย  ที่ว่ามาทั้งหมด  เข้าข่ายพวกเล่นของในโลกของชั้นเลย”


     

        เด็กสาวร่างสูงมึนกับคำพูดของมาวิน  แต่สุดท้าย ก็เลิกใส่ใจ  เพราะเด็กหนุ่มจอมเพี้ยนมักจะพล่ามเลอะเทอะเป็นประจำอยู่แล้ว เธอจึงเข้าประเด็นที่ต้องการ


    “ จริงๆแล้ว  ความมหัศจรรย์ของผู้ใช้มนตร์ดำยังมีมากกว่านั้น  ว่ากันว่าถ้าเป็นเนโครมันเซอร์ระดับสุดยอด  จะมีพลังอำนาจถึงขั้นควบคุมความตาย ” 


    “ บ้าน่า  อย่าบอกนะว่าเจ้าเน…อะไรซักอย่างเนี่ย  เรียกผีขึ้นมาได้  พูดเป็นเล่นน่า ชั้นสู้แต่กับคนเท่านั้น  แต่กับพวกผี  ชั้นสู้ไม่ไหว บรื้อ..... ” มาวินเริ่มโวยวาย  ถ้ามีเรื่องผีมาเกี่ยวข้อง  เขามักจะขี้ขึ้นสมองทุกที



        เหมยลี่หันไปมองโกส  ดวงตาคมดูกระสับกระส่าย คล้ายเกิดความกังวล  ครู่หนึ่ง  เธอก็แนะนำมาวินต่อ


    “ การต่อสู้กับผู้ใช้เวท  จะยืนทื่อเป็นเป้านิ่งไม่ได้  ต้องเคลื่อนที่ตลอด  ทันทีที่คู่ต่อสู้เริ่มร่ายเวทบทต่อไป  จะใช้เวลาประมาณ 3 วินาที  ช่วงนี้แหละที่ต้องกุมความได้เปรียบ  เข้าไปอัดมันให้เร็วที่สุด  เพราะพวกนักเวทไม่มีทางไวไปกว่านักสู้ระยะประชิดแบบเรา ”


     

         มาวินพยักหน้าหงึกๆ ถึงจะรู้สึกกลัวผี  แต่เด็กหนุ่มก็พยายามข่มใจ เพื่อก้าวมาเผชิญหน้ากับโกสที่ยืนอยู่กลางลานประลอง


    “ สั่งเสียกันเสร็จแล้วใช่มั้ย  เจ้าหนู ” โกสแสยะยิ้มที่ชวนขนลุก



        มาวินตั้งท่าต่อสู้โดยไม่ยอมต่อปากต่อคำ  ตั้งแต่รับรู้ว่าเนโครมันเซอร์ทำอะไรได้บ้าง เขาก็ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมาทันควัน  อาการแบบนี้  ยิ่งทำให้โกสได้ใจจนถึงขั้นคำรามดัง


    “ พอรู้ถึงความน่ากลัวของข้า  ก็เลิกอวดดีเลยนะ  ไอ้เด็กปากเปราะ  เอานี่ไปกิน  ไบโอ ”


     

        ทันทีที่พูดจบ  ก็ปรากฏแสงสีเขียวอ่อนบนมือขวาของเนโครมันเซอร์หนุ่ม  จอมเวทกางฝ่ามือมาที่มาวิน  ทำให้แสงประหลาดพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มโดยพลัน 


    “ เฮ้ย  อะไรเนี่ย ” มาวินตกใจสุดขีด  แต่ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็ว  ทำให้หลบลำแสงได้อย่างหวุดหวิด 


    “ ตูม ”


     

         ลำแสงพุ่งปะทะพุ่มกุหลาบ เมื่อควันจาง  ก็ปรากฏว่าหมู่ดอกไม้ได้เหี่ยวเฉาไปทั้งแปลง 


    “ อึ้ย  นี่ถ้าเราโดนล่ะก็….” มาวินนึกสยองอยู่ในใจ  ทันใดนั้นเอง  เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งของเนโครมันเซอร์


    “ หึๆ  รวดเร็วดีนี่  เจ้าหนู แต่จะหลบได้ซักกี่ครั้ง ” โกสแสยะยิ้ม  มือขวาเริ่มเรืองแสงอีกครั้ง



         ใบหน้าของมาวินซีดเผือด ความปอดแหกเข้าเกาะกุมหัวใจ  เวลาต่อมา เขาก็ได้ยินเสียงของเหมยลี่ 


    “ อย่าหยุดนิ่ง  เคลื่อนที่ตลอด ”


     

         เมื่อได้รับคำชี้แนะ  มาวินก็คลายความกลัวลง  เด็กหนุ่มเริ่มขยับกายไปซ้ายทีขวาที  ความเร็วในการเคลื่อนที่ แทบทำให้ชาวบ้านและลูกสมุนของโกสมองไม่ทัน 


    “ โห…เจ้าหนูนั่นเร็วชะมัด ” เสียงโห่ร้องชื่นชมจากเหล่าชาวบ้านเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ


     

        แม้โกสจะเจอความไวขนาดนั้น  แต่สีหน้าดูไม่เปลี่ยนเลยซักนิด คล้ายว่ายังมีไม้เด็ดซ่อนอยู่  เขาพยายามยิงคาถา “ไบโอ” ใส่มาวินที่วิ่งวนรอบตัว  ทว่าทุกการโจมตี หาได้ต้องกายของเด็กหนุ่ม


    “ ตูม  ตูม  ตูม....... ”


     

        เสียงระเบิดจากคลื่นแสงสีเขียวดังเป็นระยะ  จนเหล่าชาวบ้านและลูกสมุนต่างพากันถอยหนี  เพราะกลัวจะโดนลูกหลง


     

        ขณะที่มาวินวิ่งวนไปมา  สมองก็พยายามหาวิธีแก้อยู่ตลอด ไม่นาน  ก็คิดออก


    “ เราเริ่มจับจังหวะการร่ายเวทของมันได้  แต่ละครั้งน่าจะใช้เวลาประมาณห้าวินาที ถึงปล่อยลำแสงชุดใหม่ออกมาได้ ดีล่ะ ”


     

         เมื่อคิดได้ดังนั้น  มาวินจึงเสี่ยงพุ่งเข้าหาเป็นมุมทแยงสลับซ้ายขวา  พออยู่ในระยะสามก้าวก่อนถึงตัว  โกสก็โต้ตอบด้วยการปล่อยแสงสีเขียวใส่


    “ อึบ ” มาวินเอี้ยวตัวหลบ ลำแสงพุ่งเฉียดปลายผม  และพอเข้าประชิดได้  เด็กหนุ่มก็กระหน่ำด้วยท่าถนัด


    “ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 


    “ ปั้ก ปั้ก ปั้ก ” เสียงพายุกรงเล็บดังสนั่น  ผ้าคลุมดำที่สวมใส่บุ๋มไปตามแรงกระแทก  เมื่อจบกระบวนท่า  เด็กหนุ่มก็ต้องประหลาดใจ  เพราะทุกการโจมตีล้วนอัดเข้าไปที่ผ้าคลุมว่างเปล่า หาได้ต้องกายของเนโครมันเซอร์หนุ่ม


    “ เฮ้ย  มันหายไปไหน ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา  เพื่อหาศัตรูที่สูญหาย ส่วนผ้าคลุมดำค่อยๆร่วงหล่นลงไปกองบนพื้นและปลิวหายไปกับสายลม  วินาทีที่เด็กหนุ่มกำลังงุนงง  โสตประสาทก็แว่วเสียงแหบแห้ง 


    “ หาข้าอยู่เหรอ ”  


    “ หา!  อยู่ข้างหลังได้ไง ” เด็กหนุ่มหมุนกาย  แต่ก็ช้าเกินไป  เขาโดนลำแสงสีเทาอ่อนเข้าเต็มอก


    “สต็อป ”


     

         เด็กหนุ่มกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว  มันเหมือนถูกหมัดเบาๆกระแทกที่อก  แม้ไม่เจ็บเท่าไหร่  แต่ก็ทำให้รู้สึกแปลกๆ  และในเวลาต่อมา  เขาก็พบว่าตนเองไม่สามารถขยับกาย 


    “นี่มันอะไรกัน  ทำไมเราถึงขยับตัวไม่ได้ ”


    “ หึๆ  เป็นเพราะโดนคาถาสต็อปเข้าไปไง "โกสยิ้มเยาะ  เขาอยู่ในชุดนักสู้แขนกุดสีม่วงเข้ม  ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีเดียวกัน


    “ กะ….แกหลบหมัดของชั้นได้ไง ” เด็กหนุ่มยืนเกร็ง  ปากก็เอ่ยถามอย่างยากลำบาก 


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ก็แค่หลบธรรมดาๆ ไม่น่าถามเลย ” โกสหัวเราะลั่น 


    “ เป็นไปได้ไง  นักเวทอย่างแกไม่น่าไวขนาดนั้น ” เด็กหนุ่มหัวเขียวยังคงสงสัย 


    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า……” คราวนี้เป็นทีของเหล่าลูกสมุนหัวเราะบ้าง  แต่เมื่อโกสยกมือเป็นสัญญาณ  ชาวแก๊งก็หยุดโดยพลัน เปิดโอกาสให้เนโครมันเซอร์หนุ่มคลายความสงสัยของคู่อริ


    “ สาเหตุที่ว่องไวขนาดนั้น  เพราะข้าเคยเป็นนักสู้มาก่อน ” 


    “ อะไรฟะ  แบบนี้ขี้โกงนี่นา  หลอกลวงประชาชน ” มาวินกัดฟันกรอดใหญ่ พร้อมพยายามขยับตัว  แน่นอนว่ามันไร้ผล 


    “ จะบ้าเหรอ  ไอ้หนู  ก่อนสู้กัน ไม่มีใครป่าวประกาศว่าตัวเองเก่งด้านโน้นด้านนี้หรอก ” โกสหยอกล้อ  พลางเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ขณะนี้มีสภาพเหมือนหมูในอวย 


    “ เออ  ก็จริง  แต่แกน่าจะบอกซักนิดว่าเคยเป็นนักสู้  เพราะตอนแข่งมวยไทยในโลกของชั้น  ยังมีการประกาศก่อนชกเลยว่านักมวยคนไหนถนัดอาวุธอะไร ” มาวินยังเถียงไม่เลิก


     

         พอโกสเจอไม้นี้เข้าไป ก็ถึงกับหน้าเบี้ยวและเกาหัวแกรกๆ  ในใจแอบขบคิด


    “ ไอ้เด็กนี่บ้าหรือดีกันแน่ฟะ  แล้วที่มันพูดออกมา หมายความว่าไง ”


     

         โกสยืนงงอยู่พักนึง  ดูเหมือนว่าคำพูดบ้าๆบอๆของเด็กหนุ่มจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับคาถา “สต็อป”  แต่พอหายมึน  เขาก็ตอบกลับเบาๆ 


    “ ถ้าอยากรู้นัก  ก็ย่อมได้  ตอนข้าเป็นนักสู้ฝึกหัด  ถนัดวิทยายุทธ์สายความเร็วแบบแก ” 


    “ ฮะๆ  ดีใจที่ได้เจอนะ  รุ่นพี่ ” มาวินตอบกลับเบาๆเช่นกัน ใบหน้าเล็กเรียวดูแหยเก


    “ เหอๆ  ยังตลกไม่เลิก  งั้นจะบอกให้อีกอย่าง  กระบวนท่าที่ข้าถนัดที่สุดก็คือ…..” โกสตั้งท่าต่อสู้  น่าแปลกที่มาวินรู้สึกคุ้นตา และในวินาทีต่อมา  เขาก็จำได้


    “ กระบวนท่าแมวป่า  ใช่มั้ย ” 


    “ ถูกต้อง ” โกสพยักหน้ารับ  ก่อนพุ่งเข้าโจมตีเด็กหนุ่ม


    “ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 


    “ ปั้ก  ปั้ก  ปั้ก ” กรงเล็บนับสิบกระแทกทุกจุดบนร่างกายของมาวิน น้ำหนักหมัดและความไวแทบไม่เป็นรองเด็กหนุ่ม  ว่ากันตามจริง  ท่วงท่าที่ปล่อยออกมา  ดูมีพลังและคล่องแคล่วกว่าด้วยซ้ำ 


    “ อุ้ก  อั้ก  อู้ว โอ้ว  อึบ ” ใบหน้าของเด็กหนุ่มบิดเบี้ยวไปมา  และในจังหวะสุดท้าย โกสก็เเถมให้อีกดอกด้วยการกระโดดหมุนตัวเตะ


    “ ปัง ”


     

         เสียงฝ่าเท้าปะทะก้านคอดังสนั่น  ก่อนที่ร่างเล็กบางจะกระเด็น  ปิดท้ายด้วยการไถลไปกับพื้น



         ฝ่ายชาวบ้านถึงกับเงียบกริบ  ส่วนกลุ่มอันธพาลพากันเฮลั่น


    “ เฮ.......ท่านผู้วิเศษสุดยอดไปเลย ”


     

        ขณะที่ชาวแก๊งแสดงความยินดี  มาวินก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน  เขาปาดเลือดที่มุมปาก ใบหน้าเรียวเล็กบิดเบี้ยว  เพราะจุกเสียดจากการโดนอัดชุดใหญ่


    “ อึดดีนี่  เจ้าหนู  โดนขนาดนี้ ยังลุกไหว ” โกสกล่าวชม  พลางแสยะยิ้มท้าทาย


     

        มาวินหัวเสียกับการเพลี่ยงพล้ำอยู่แล้ว  เมื่อมาเจอท่าทีเยาะเย้ยของคู่อริ  ก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิม 


    “ หน็อย....แก  ไอ้หน้าซีด” มาวินสบถลั่น  ก่อนพุ่งเข้าจู่โจม  หมัดซ้ายขวาประเคนใส่โกสถี่รัว  แต่ทุกดอกล้วนสะเปะสะปะ ชายหน้าซีดจึงพริ้วหลบได้ตลอด 


    “ ฮ่าๆ  บุกเข้ามาเป็นวัวบ้าเลยนะ  ใช้สมองหน่อยสิ  เอ้า  รับนี่ไป ” โกสหลบไป หัวเราะไป  สุดท้ายเขาก็สอนมวยด้วยการก้มลงไปเตะตัดขา ส่งผลให้มาวินเสียหลักจนล้มหงาย


    “ ฮ่าๆ  จับกบอีกแล้วเฟ้ย  ได้มากี่ตัวฟะ  ไอ้หนู ” เหล่าชาวแก๊งพากันล้อเลียน  ส่วนโกสยืนเก๊กอยู่ที่เดิม  เขาคิดว่าน่าจะปิดฉากยกแรกแบบไม่ยาก  แต่มันไม่เป็นไปตามที่คิด  เด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง 


    “ ฮึ่ม.....ทำไมหลบเก่งอย่างนี้ ” มาวินกัดฟันกรอดใหญ่  


    “ ก็แล้วทำไม  แกยังไม่ยอมแพ้อีกเล่า ” โกสถามเสียงเอื่อย  คล้ายเบื่อหน่าย 


    “ ยอมบ้ายอมบออะไร  ตราบใดที่ชั้นยังไม่น็อก ก็ไม่ยอมแพ้ ” มาวินตะโกนกลับ  โดยไม่ดูสภาพของตัวเองว่าร่อแร่แค่ไหน 


    “ หึๆ  ได้  เดี๋ยวจัดให้ ” โกสแสยะยิ้ม  ก่อนพุ่งเข้าโจมตี  พายุหมัด  เท้า  เข่า ศอกถูกระดมใส่ไม่ขาดสาย  


    “ เฮ้ยๆ  ช้าๆ  อย่าไวนัก อุ้ก  อั้ก  โอ้ย ” มาวินยกสองมือ  สองเท้าขึ้นปัดป้องเป็นพัลวัน  แต่การโจมตีบางส่วนก็หลุดเข้ามาอัดตามร่างกายจนก่อให้เกิดเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด



         เด็กหนุ่มถูกอัดอย่างต่อเนื่อง  แม้หมัดของโกสจะไม่หนักนัก  แต่ก็สร้างความบอบช้ำได้พอสมควร ถึงกระนั้น  เขาก็ไม่คิดปัดป้องอยู่ฝ่ายเดียว  พอได้จังหวะ  มาวินก็ปล่อยกระบวนท่าเด็ด 


    “ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ”


     

        เหมือนโกสจะรู้ทัน  จึงรีบถอยฉากออกมา พอพ้นระยะหมัด  แสงสีช้ำเลือดช้ำหนองก็ปรากฏบนมือขวา  วินาทีต่อมา  เขาก็ปล่อยคาถาใส่เด็กหนุ่ม 


    “ ไนท์แมร์ ” 


    “ เฮ้ย ” มาวินร้องได้คำเดียว ก่อนจะโดนลำแสงนั้นเต็มๆ   ดวงตาที่เคยสดใสแปรเปลี่ยนขุ่นมัว พร้อมหยุดชะงักอย่างฉับพลัน  เปิดโอกาสให้โกสโดดถีบยอดอกจนร่างเล็กเพรียวกระเด็นไปกระแทกหน้าต่าง


    “ เพล้ง ”


     

         ความแรงของลูกถีบมีมากพอจะส่งให้มาวินพุ่งเข้าไปในบ้าน กระจกแตกละเอียดและร่วงกราว


    “ เฮ.....ไชโย  คราวนี้จบแน่ เพราะไอ้หนูนั่นโดนไนท์แมร์เข้าไปเต็มๆ ” สมุนแก๊งยมทูตโห่ร้องเกรียวกราว  ทุกคนมั่นใจว่าลูกพี่ตนจะชนะ



        ฝ่ายชาวบ้านต่างพากันเงียบกริบ  เพราะการต่อสู้ยกแรก พวกเขาพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า  หลายคนนึกห่วงเด็กหนุ่ม  มีคุณยายคนหนึ่งเดินเข้าไปดูอาการ  แต่พอประจักษ์ร่างบางที่นอนเหยียดยาว  เธอก็กรีดร้องเสียงดัง


    “ กรี๊ด…ตายแล้ว  เจ้าหนูนั่นนอนตาเหลือก ”


     

        เหล่าชาวบ้านรีบรุดเข้าไปดูอาการ  ส่วนโกสได้แต่ยืนเก๊กท่าอยู่กับที่ ราวกับเป็นนายแบบบนแคทวอล์ค  ปากบางๆเริ่มแสยะยิ้ม  ก่อนเอื้อนเอ่ยช้าๆ


    “ ฝันดีนะ เจ้าหนู ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์) ที่คุณอ่าน