ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 9 บทที่ 242 ร่างเทพ! พลังเทพ! จิตวิญญาณเทพ!

        เดิมทีมีจ้าวแห่งสัตว์อสูรตายไป4 ตนแล้ว บวกกับจ้าวอสูรเต่าทมิฬที่เพิ่งถูกสังหารตอนนี้จึงเหลือจ้าวแห่งสัตว์อสูรเพียงแค่ 7 ตนเท่านั้น

        เย่เทียนไม่ได้รู้ว่าจ้าวอสูรเต่าทมิฬตายแล้วและจ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งเจ็ดก็ไม่รู้ว่ามีมนุษย์คนหนึ่งกำลังไล่ล่าเหล่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรอยู่

        เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ!

        พริบตาเดียว สิบวันก็ผ่านไป

        ในช่วงสิบมาวันนี้เย่เทียนก็ได้พบกับจ้าวแห่งสัตว์อสูรอีกตนมันคือจ้าวอสูรงูยักษ์ปาหลิง!

        จ้าวแห่งสัตว์อสูรตนนี้อ่อนแอกว่าจ้าวอสูรกระทิงเขียวและมันยังเพิ่งเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดไปเพียง 11 ครั้ง

        เย่เทียนฆ่าอีกฝ่ายโดยใช้เวลาเพียงไม่นานและยังฆ่าสัตว์อสูรที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไปด้วย

        ถึงตอนนี้

        มีจ้าวแห่งสัตว์อสูรสามตัวแล้วที่ตายด้วยน้ำมือของเย่เทียนและตอนนี้จำนวนจ้าวแห่งสัตว์อสูรก็ลดลงเหลือเพียงแค่ 6 ตน

        เดิมที

        เย่เทียนต้องการที่จะออกค้นหาจ้าวแห่งสัตว์อสูรและฆ่าพวกมันทีละตนต่อแต่สิ่งหนึ่งก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผน เพราะตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของสัตว์อสูรและเรื่องนี้ได้ดึงดูดความสนใจของเย่เทียนอย่างมาก

        ในทะเลที่ห่างไกล

        ภาพนิมิตของมังกรทองขนาดใหญ่คำรามกลางอากาศสั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศทางกระทั่งเสียงมังกรคำรามนี้ก็ได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งผืนดินด้วยความเร็วนับสิบล้านลี้ในพริบตามันเกิดขึ้นเพราะอะไรนั้นไม่มีใครรู้

        แม้แต่สัตว์อสูรที่อยู่ไกลออกไปก็ยังเห็นเงามังกรทองแม้เงานั้นมันดูเหมือนอยู่ไกลมาก แต่มันกลับรู้สึกราวกับว่ามังกรทองนั้นกำลังคำรามอยู่เบื้องหน้า

        เย่เทียนเองก็เห็นเช่นกัน

        “นั่น...”

        หัวใจของเย่เทียนสั่นระรัว

        มังกร!

        มันเป็นเงาของมังกรอย่างแน่นอนแม้ว่าจะไม่รู้ว่าโลกใบนี้มีมังกรอยู่หรือไม่ แต่นิมิตเช่นนี้มันน่าทึ่งมาก!

        เขาเคยเห็นแต่เพียงซากของมังกรที่ทิ้งไว้ในโลกของสัตว์อสูรวานรมังกรหรือก็คือภูเขาอุกกาบาตมังกรที่เกิดจากซากศพของมังกร แต่เขาก็ไม่เคยเห็นนิมิตเช่นนี้มาก่อน

        “ที่แท้โลกนี้ก็เคยมีมังกรเหมือนกัน!พลังของเผ่ามังกรนั้นแข็งแกร่งจริงๆ มันแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทุกโลกของสัตว์อสูร!”

        เย่เทียนคิดกับตัวเอง

        “จะไปหรือไม่ไปดี?”

        เย่เทียนกำลังครุ่นคิดถึงปัญหานี้อยู่

        มีนิมิตเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแน่นอนว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น บางทีอาจจะเป็นสมบัติบางอย่างที่เพิ่งปรากฏขึ้นหรืออาจจะเป็นสถานการณ์อื่นๆ

        แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนี้ต้องดึงดูดความสนใจของเหล่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรอย่างแน่นอนไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่นก็เป็นได้

        ดังนั้นหากเขาเดินทางไปยังสถานที่ที่ปรากฏนิมิตนี้เขาจะต้องหาตัวจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่เหลือเจออย่างแน่นอน

        แต่หากมีสัตว์อสูรรวมตัวกันอยู่ที่นั่นมากมายเขาคนเดียวไม่มีทางที่จะรับมือกับพวกมันได้

        “ไปดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”

        เย่เทียนตัดสินใจ

        ทันใดนั้น

        เขาเปิดใช้งานพรสวรรค์ล่องหนและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เกิดนิมิตทันที

        จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตที่เพิ่งออกจากทะเลมองไปยังเงาของมังกรทองลึกลงไปในดวงตาของมันเผยให้เห็นถึงความตกใจเล็กน้อย

        “มังกร! นั่นคือ...”

        มันนึกถึงตำหนักมังกรที่เต่าทมิฬพูดถึงและนิมิตนี้ยังปรากฏขึ้นในทะเลแห่งหนึ่ง บางทีมันอาจเกี่ยวข้องกับตำหนักมังกรแห่งนั้น

        “จะไปดีหรือไม่?”

        จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก็ลังเลเช่นกัน

        มันไม่อยากแตะต้องเรื่องที่เกี่ยวกับมังกรแต่มันก็ลังเลใจอยู่บ้าง

        ไม่ต้องสงสัยเลยว่าของเผ่ามังกรจะต้องมีมรดกที่ล้ำค่าอยู่อย่างแน่นอนไม่แน่ว่าบางทีมันอาจได้รับวาสนาบางอย่าง หรือแม้แต่ได้รับสมบัติเทพ ที่อาจจะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้มันได้

        “เอาละ ไปก็ไป!”จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตตัดสินใจ บางทีนิมิตนั้นอาจจะเป็นนิมิตที่เกิดจากการที่จ้าวแห่งสัตว์อสูรบางตนบุกเข้าไปในตำหนักมังกรก็ได้หากประโยชน์ทั้งหมดต้องตกเป็นของจ้าวแห่งสัตว์อสูรตนอื่น แน่นอนว่าจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตย่อมไม่ต้องการให้กลายเป็นเช่นนั้น

        วู๊ซซซ!

        จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตออกบินมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ปรากฏภาพนิมิตทันที

        ที่ใดที่หนึ่งหนึ่งในโลกของสัตว์อสูร

        จ้าวอสูรวานรขาว!

        จ้าวอสูรหมาป่าคลั่ง!

        จ้าวอสูรวายุ!

        จ้าวอสูรอีกาโลหิต!

        จ้าวอสูรแห่งภูเขาไท่ซาน!

        จ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งห้าต่างออกมาจากการเก็บตัวและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ปรากฏภาพนิมิต

        อย่างไรก็ตาม

        สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อยู่ใกล้สถานที่ที่ปรากฏภาพนิมิตต่างมุ่งหน้าไปทันทีหลังจากมาถึง พวกมันก็ได้พบกับพระราชวังขนาดใหญ่ซึ่งกินพื้นที่หลายพันไมล์

        ด้านนอกของพระราชวังมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่กำลังยืนอยู่และมองไปที่พระราชวังด้วยแววตาที่จริงจัง

        มันคือจักรพรรดิเงินเขาทองผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดอำนาจของมันทรงพลังจนสามารถกดทับทะเลนับล้านไมล์ ทำให้สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากไม่กล้าเข้าใกล้

        ในเวลาเดียวกัน

        สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิขนาดใหญ่ที่มีร่างกายสีเขียวบุกก็เข้าไปในทะเลที่จักรพรรดิเงินเขาทองอยู่โดยไม่เห็นคำเตือนของจักรพรรดิเงินเขาทองอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

        “ตาย!”

        เสียงเย็นเยียบดังกึกก้องไปทั่วทั้งอากาศ

        วินาทีถัดไป

        สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้นก็กลายเป็นหมอกโลหิตและตายไปในทันที!

        เมื่อเห็นดังนั้น สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากก็ตกใจและไม่มีใครที่จะกล้าบุกเข้าไปอีกต่อไป

        พวกมันไม่ได้โง่!

        จักรพรรดิเงินเขาทองอยู่ที่นี่พวกมันไหนเลยจะกล้าเข้าใกล้

        ไม่นานหลังจากนั้น

        เงาร่างสายหนึ่งก็บินมาอย่างรวดเร็วไม่นานก็ปรากฏตัวอยู่ข้างกายของจักรพรรดิเงินเขาทอง แต่จักรพรรดิเงินเขาทองทำเพียงแค่ขมวดคิ้วไม่ได้ลงมือหรือห้ามสัตว์อสูรตนนี้

        เพราะสัตว์อสูรตนนี้เป็นหนึ่งในจ้าวแห่งสัตว์อสูรเช่นกันมันคือจักรพรรดิแมวเก้าชีวิต!

        “จักรพรรดิเงินเขาทองที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง! เจ้าเป็นคนทำให้เกิดนิมิตนี้ขึ้นมาใช่ไหม?”

        จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตกล่าว

        “เป็นข้าแล้วอย่างไร?”

        จักรพรรดิเงินเขาทองกล่าวอย่างหยิ่งยโสราวกับว่ามันนั้นไม่ได้เห็นจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตอยู่ในสายตา

        ในตอนแรกจ้าวแห่งสัตว์อสูรตนอื่นๆยังคงติดอยู่ในขอบเขตการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่ 10 เนื่องจากพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ แต่ตัวจักรพรรดิเงินเขาทองนั้นได้รับโชคชะตาบางอย่างทำให้มันสามารถเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดสำเร็จครั้งที่ 11 ได้ ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งของมันมันจึงสามารถบดขยี้จ้าวแห่งสัตว์อสูรตนอื่นได้ ท้ายที่สุดมันก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดไม่มีใครที่กล้าจะเผชิญหน้ากับมัน

        และในวันนี้

        มันใช้ประโยชน์จากสมบัติและทรัพยากรมากมายนับไม่ถ้วนที่มันเคยได้รับมาก่อนหน้านี้ทำให้ภายในระยะเวลาอันสั้นมันสามารถเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดเป็นครั้งที่ 13 ความแข็งแกร่งของมันจึงเหนือกว่าก่อนหน้านี้มากมันสามารถสังหารตัวเองก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย

        ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะไม่เห็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรตนอื่นๆดังเช่นจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตอยู่ในสายตา

        เมื่อจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตเห็นท่าทีของจักรพรรดิเงินเขาทองมันจึงไม่พอใจเป็นอย่างมากและพุ่งเข้าโจมตีจักรพรรดิเงินเขาทองในทันที

        ตูม!!!!

        จ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งสองปะทะกัน

        แต่ตัวที่กระเด็นออกไปกลับกลายเป็นจักรพรรดิเงินเขาทองไม่ใช่จักรพรรดิแมวเก้าชีวิต

        “จะเป็นไปได้ยังไง...”

        จักรพรรดิเงินเขาทองตกใจอย่างมาก

        มันคิดมาตลอดว่าจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตนั้นอ่อนแอที่สุดในบรรดา12 จ้าวแห่งสัตว์อสูรมันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่โชคดีได้รับผลมังกรศักดิ์สิทธิ์ไป

        หากมันต้องการที่จะฆ่าจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก็ไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยงได้

        แต่ตอนนี้มันกลับถูกกรงเล็บของจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตซัดกระเด็นออกไป

        เมื่อมันใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมันกวาดผ่านร่างของจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตแล้วมันก็จะหนักได้ถึงทุกอย่างในทันที!

        “เจ้าเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดแค่เพียง11 ครั้ง แต่ร่างกายของเจ้า...เจ้ากำลังเดินบนเส้นทางของสัตว์อสูรระดับเทพนี่เจ้าไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงทั้งสายเลือดครั้งที่ 12 หรือ 13 อย่างนั้นหรือ?”

        จักรพรรดิเงินเขาทองตกใจ

        แม้ว่าร่างกายของจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตจะยังอยู่ในร่างของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิแต่จิตวิญญาณของมันกำลังเปลี่ยนแปลง นี่เป็นขั้นตอนแรกในการขัดเกลาร่างกายให้กลายเป็นร่างเทพ!

        ในฐานะจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่เปลี่ยนแปลงทางสายเลือดถึง13 ครั้ง มันย่อมเข้าใจดีถึงวิธีการการสร้างร่างเทพ

        ร่างเทพ พลังเทพ และจิตวิญญาณเทพ!

        การเปลี่ยนแปลงทั้งสามด้านเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้!

        สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับจันทราไม่สามารถแม้แต่จะเข้าสู่ร่างเทพได้แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันสามารถวิวัฒนาการไปสู่ร่างเทพได้

        แต่หากก้าวมาถึงขั้นนี้แล้วจะไม่สามารถทะลวงขอบเขตการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่14 ได้อีก!

        จักรพรรดิเงินเขาทองต้องการที่จะทะลวงเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่14 ในขณะที่จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตเริ่มขัดเกลาร่างกายเป็นร่างของเทพหลังจากเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดไปแค่เพียง11 ครั้งเท่านั้น!

        เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตได้ละทิ้งการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดไปอย่างสมบูรณ์!

        เมื่อได้ยินคำพูดของจักรพรรดิเงินเขาทองจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตดูเหมือนจะโกรธเป็นอย่างมาก มันตะโกนขึ้นว่า “จักรพรรดิเงินเขาทองเจ้านั้นเกิดมาในเผ่าที่สูงส่ง เจ้าจะไปรู้ความทุกข์ยากของข้าได้อย่างไร ข้านั้นยอมสูญเสียรากฐานของข้าเพื่อที่จะเติบโตขึ้นและเพื่อที่ข้าจะบรรลุการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือด ข้าจึงใช้วิธีบางอย่างเพื่อแลกกับมันมิฉะนั้นเจ้าคิดว่าข้าไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดต่อไปอย่างนั้นหรือ?”

        จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตต้องการที่จะทะลวงการเปลี่ยนแปลงทางสายเลือดครั้งที่12 แต่มันก็ล้มเหลว!

        ต่อให้มันมีพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันและยังสิ้นเปลืองทรัพยากรไปมากมายนับไม่ถ้วน มันก็ยังล้มเหลวอยู่ดี!

        ภายใต้ความสิ้นหวังนี้ มันจึงทำได้เพียงเปลี่ยนกายเป็นร่างเทพเข้าสู่เส้นทางการกลายเป็นสัตว์อสูรระดับเทพเท่านั้น!

        “มันเป็นแบบนี้นี่เอง!”

        จักรพรรดิเงินเขาทองขมวดคิ้ว

        มันไม่ได้หวาดกลัวจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตแม้ว่าอีกฝ่ายจะเริ่มเปลี่ยนร่างเทพแล้วก็ตาม แต่จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก็เปลี่ยนแปลงทางสายเลือดไปเพียงแค่11 ครั้งเท่านั้น

        แม้ว่าพลังโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่งแต่มันเองก็ยังไม่ได้แสดงพลังทั้งหมดออกมา

        ในการต่อสู้ที่แท้จริงใครจะชนะหรือใครจะแพ้นั้นไม่มีใครรู้!

        และจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตเองก็ไม่ได้มั่นใจว่ามันจะสามารถเอาชนะจักรพรรดิเงินเขาทองได้ดังนั้นมันจึงถอยออกมาหลังจากการปะทะในครั้งแรก และไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีต่ออีก!

        ในขณะเดียวกัน ตอนนี้จ้าวแห่งสัตว์อสูรตนอื่นๆก็มาถึงแล้ว!