ราวกับจะได้ยินเสียงร่ำร้องในใจของเธอเสียงของระบบจึงดังขึ้นด้วยโทนเรียบเรื่อยไร้ความรู้สึก“โฮสต์โปรดวางใจ ระบบนี้ผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำมาแล้วมุมองศาไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน...”
เจียงอิ๋งอิ๋งกลอกตาบนใส่“จ้าๆ ไอคิวสูงจ้า พ่อคนเก่ง พอใจหรือยัง?”
ระบบ:“ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ระบบนี้มีไอคิว 180 โปรดอย่าดูถูกตัวเองเลยครับโฮสต์...”
เจียงอิ๋งอิ๋งไม่อยากจะเสวนากับมันอีกต่อไปเธอตัดการเชื่อมต่อทันทีแล้วหันไปมองห่านป่าผู้น่าสงสารตัวนั้น
มิน่าล่ะถึงได้กระแทกเธอจนเจ็บขนาดนี้ดูจากน้ำหนักตัวมันแล้ว อย่างน้อยต้องราวสิบกว่าชั่งเป็แน่!
สายฝนยังคงพรั่งพรูลงมาไม่ขาดสายหลี่เสวี่ยเหลียนที่อารมณ์ดีเป็พิเศษกวักมือเรียกทุกคนเข้าบ้าน“เร็วเข้าๆ เข้าบ้านกันก่อน เดี๋ยวจะเป็หวัดเอา!”
เสี่ยวฮวาเดินตามเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นกลับเข้าไปในห้องด้วยอาการเหม่อลอยั้แ่เกิดมาจนโตขนาดนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นเื่แบบนี้กับตา
ในแถบพื้นที่แถวนี้ใช่ว่าจะพบเห็นห่านป่าได้บ่อยๆยิ่งประเภทที่อยู่ดีๆ ก็ร่วงลงมาจากฟ้าแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
หรือว่านี่จะเป็อย่างที่คนเฒ่าคนแก่ชอบพูดกัน...ลาภลอยตกลงมาจากฟ้า?
เจียงอิ๋งอิ๋งเช็ดผมที่เปียกชื้นจนแห้งสนิทเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ที่สะอาดเรียบร้อยแล้วจึงร้องเรียก“เสี่ยวฮวา เที่ยงนี้กินข้าวที่บ้านพี่สะใภ้นี่แหละมาลองชิมรสชาติห่านป่ากันดู”
เสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้นก็รีบโบกไม้โบกมือพัลวัน“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่เป็ไร หนูมาทำงานก็ได้ค่าจ้างแล้วจะอยู่กินข้าวด้วยได้ยังไงคะ”
ที่สำคัญ...บ้านนี้จะกินเนื้อกันเชียวนะ!
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นประดับรอยยิ้มตรงมุมปากเธอคว้ามือเสี่ยวฮวาไว้ด้วยท่าทางภาคภูมิใจและอวดดีนิดๆ“พี่สะใภ้ฉันไม่ใช่คนขี้งกหรอกนะจะบอกให้ ขอแค่เธอขยันทำงานว่านอนสอนง่าย ต่อไปจะมีเนื้อให้กินอีกเพียบ!”
คำพูดนี้อาจจะดูเกินตัวไปสักหน่อยแต่เจียงอิ๋งอิ๋งก็ไม่ได้คัดค้าน เธอแอบขำอยู่ในใจ
แม่สาวน้อยเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นคนนี้ดูท่าจะเรียนรู้ทักษะการ ‘วาดขนมปัง’ ของพวกเ้านายในยุคหลังมาได้สักหนึ่งถึงสองส่วนแล้วเห็นทีในอนาคตคงจะเป็นักบริหารที่เก่งกาจไม่เบา
เสี่ยวฮวาถูกดุด่าทุบตีมาั้แ่เด็กไม่เคยแม้แต่จะกินอิ่มสักมื้อ พอได้ยินคำสัญญาเช่นนั้นก็รีบแสดงท่าทีทันที“เสี่ยวอวิ๋น เธอวางใจเถอะ ฉันจะเชื่อฟังแน่นอน”
แม้ข้างนอกฝนจะตกหนักแต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคต่อสองสามีภรรยาอย่างหลี่เสวี่ยเหลียนและเสิ่นชิ่งหงที่กำลังวุ่นวายอยู่ในครัว
ด้วยมีประสบการณ์จากคราวที่กระต่ายวิ่งชนตอคราวก่อนครั้งนี้หลี่เสวี่ยเหลียนจึงไม่ได้รู้สึกเสียดายเท่าไรนักเธอถอนขนไปพลางต้มน้ำไปพลาง “จะว่าไปฉันเกิดมาจนป่านนี้ยังไม่เคยรู้เลยว่าเนื้อห่านป่ามันรสชาติเป็ยังไง! เฮ้ออิ๋งอิ๋งแต่งเข้ามาไม่กี่วัน พวกเราได้กินเนื้อติดต่อกันเลยฉันรู้สึกเหมือนฝันไปเลยจริงๆ”
เสิ่นชิ่งหงก็ถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง“เมื่อก่อนได้ยินแต่คนอื่นเขาซุบซิบนินทาเื่อิ๋งอิ๋งในทางที่ไม่ดีพอเธอมาอยู่ในบ้านเราแล้วฉันถึงได้รู้ว่า ข่าวลือนี่มันน่ากลัวจริงๆ! ลองคิดดูสิลูกสาวดีๆ แบบนี้ คนพวกนั้นจะไม่ริษยาได้ยังไง?”
“ถ้าให้ฉันพูดนะ เื่คราวนั้นของเธอกับอาเหยาไม่รู้ว่าไอ้คนใจดำที่ไหนหวังจะทำร้ายเธอ! แต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็ว่ามาช่วยเติมเต็มให้ลูกชายบ้านเราเสียอย่างนั้น!”
พอพูดถึงตรงนี้หลี่เสวี่ยเหลียนก็หัวเราะร่าออกมา “ฮ่าๆฉันว่านะ อิ๋งอิ๋งน่ะเกิดมาเพื่อเป็คนบ้านเราจริงๆ!เธอกับอาเหยาเป็เนื้อคู่ที่ฟ้าประทานมาชัดๆ!”
เสิ่นชิ่งหงเม้มปากขยับยิ้มเพียงแต่ไม่รู้ว่าเ้าลูกชายทื่อๆ คนนั้นเมื่อไรจะตาสว่างเสียที
ลูกสะใภ้ดีๆแบบนี้ ต่อให้ถือตะเกียงหรือถือไฟฉายส่องหาก็หาไม่ได้อีกแล้ว!
เพราะฉะนั้นห่านป่าตัวนี้ในเมื่อลูกสะใภ้บอกว่าให้กิน พวกเขาก็จะกิน!
ไม่นานนักกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อก็ลอยละล่องมาตามสายฝนก่อนจะมุดลอดเข้าไปในจมูกของเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวฮวา
เข็มและด้ายในมือของทั้งสองสาวร่ายรำรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก“หอมจริงๆ เลย!”
เสี่ยวฮวาที่เมื่อเช้ามีเพียงซุปใสๆตกถึงท้องเพียงชามเดียวก็พยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย“หอมมากค่ะ!”
แค่ได้กลิ่นเธอก็รู้สึกว่าสามารถกินหมั่นโถวข้าวโพดได้ตั้งหลายลูกเลยทีเดียว!
ยังไม่ทันจะเที่ยงดีเสิ่นเหยาก็กลับมาถึงบ้าน ประจวบเหมาะกับที่ฝนค่อยๆ ซาลงพอดี
เขาแบกตะกร้าใบหนึ่งไว้บนหลังมีผ้าคลุมปิดทับไว้มิดชิดจนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
เจียงอิ๋งอิ๋งใจกระตุกวูบนึกถึงวันที่ทั้งคู่ไปตลาดมืดด้วยกัน วันนั้นเขาก็ทำท่าทางลึกลับซับซ้อนแบบนี้ไม่รู้ว่าแอบเอาอะไรไปขาย
แต่ในเมื่อเขาไม่อยากบอกเธอก็ไม่ได้มีความคิดที่จะซักไซ้
กลิ่นหอมของห่านป่านั้นยั่วยวนเหลือเกินเสิ่นเหยาเพิ่งก้าวเข้าสู่ลานบ้านคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นเขาปัดเป่าละอองน้ำแล้วเอ่ยปากถาม “แม่ทำอะไรกินกันหรือครับ?”
หลี่เสวี่ยเหลียนดึงตัวเขาไว้แล้วกระซิบ“ห่านป่าที่เมียแกหามาน่ะสิ!”
“ห่านป่า? เจียงอิ๋งอิ๋งหามาหรือ?”
เสิ่นเหยาไม่เชื่อหูตัวเองแม้แต่น้อยเขาฝึกยิงหนังสติ๊กมาั้แ่เด็กยังไม่เคยล่าห่านป่าได้สักตัว แค่ยิงนกตัวเล็กๆได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว
หลี่เสวี่ยเหลียนถลึงตาใส่เขา“ก็ห่านป่ามันร่วงจากฟ้าตกใส่ตักเมียแกเองเลยน่ะสิ!”
พอนึกถึงเื่กระต่ายวันนั้นเสิ่นเหยาก็ถึงกับอึ้งไป “เป็ไปได้ยังไง...”
จังหวะนั้นเองเสิ่นชิ่งหงก็ยกกะละมังใส่เนื้อใบโตเดินออกมา “ฉันปรึกษากับอิ๋งอิ๋งแล้วเนื้อนี่แบ่งไว้ครึ่งหนึ่งให้บ้านพ่อตาแม่ยาย บ่ายนี้แกเอาไปส่งนะส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งก็หมักเกลือเก็บเอาไว้”
พูดมาถึงตรงนี้เขาก็ทำท่าครุ่นคิดพลางกล่าว “เอ้อในบ่อน้ำยังมีปลาแช่ไว้อีกนะ พรุ่งนี้ต้องต้มมันกินให้ได้!”
นอกจากเมื่อวานที่อิ๋งอิ๋งไม่อยู่บ้านพวกเขาก็ไม่ได้ขาดเนื้อเลยสักวัน...
หลี่เสวี่ยเหลียนอุทานออกมาแล้วเอ่ยว่า “นี่มันจะ... จะ... เกินไปหน่อยไหม”
เธออึกอักอยู่นานก็นึกคำไม่ออกเสิ่นชิ่งหงจึงต่อให้ “ฟุ่มเฟือยใช่ไหมล่ะ?”
ช่างสรรหาคำมาพูดนัก!
หลี่เสวี่ยเหลียนฮึดฮัด“ก็นั่นแหละ กินแบบนี้แล้วมันใจสั่นยังไงก็ไม่รู้”
เสิ่นชิ่งหงหัวเราะเบาๆ“เสวี่ยเหลียนเอ๋ย โบราณว่าไว้เมื่อมีลาภยศความสุขก็จงเสพสำราญให้เต็มที่ ปล่อยวางทำใจให้สบายเถอะ...”
พูดจบเขาก็เปรยออกมาด้วยความเสียดายเล็กน้อย“ถ้ามีเหล้าสักหน่อยก็คงจะวิเศษไปเลย!”
“วิเศษอะไรกัน! ฉันว่าคุณเริ่มจะลืมวันคืนที่อดมื้อกินมื้อไปแล้วล่ะสิ!”หลี่เสวี่ยเหลียนผลักเขาออกด้วยความระอา “หลีกไปเลยฉันจะไปตามอิ๋งอิ๋งกับพวกเด็กๆ มากินข้าว!”
เสิ่นชิ่งหงมองเสิ่นเหยาอย่างอ่อนใจ“มัวยืนบื้ออยู่ทำไม ไปเอาถ้วยในครัวสิ! อ้อหมั่นโถวแป้งขาวนั่นเก็บไว้ให้อิ๋งอิ๋งด้วยนะ...”
นี่มันการปรนนิบัติราวกับนางฟ้ามาจุติชัดๆ!
ตอนที่เสิ่นเหยาก้าวเข้าไปในครัวเขาเผลอเงยหน้ามองท้องฟ้าโดยสัญชาตญาณท้องฟ้าหลังฝนตกช่างเป็สีครามสดใสราวกับถูกชะล้างมาใหม่ ดูสะอาดตายิ่งนัก
อย่าว่าแต่ห่านป่าเลยแม้แต่นกกระจอกสักตัวก็ไม่มีบินผ่านมา
หรือว่ามันจะเป็เื่บังเอิญจริงๆ?
เขาส่ายหน้าช้าๆแล้วก้มหน้าหยิบจานใส่แป้งทอดและหมั่นโถวต่อไป
ทางด้านสาวๆในห้องนั้น ใจลอยออกนอกหน้าต่างไปนานแล้ว เจียงอิ๋งอิ๋งยังพอทำเนาแต่เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวฮวานั้นแทบนั่งไม่ติดที่กลิ่นหอมนั้นเย้ายวนจนเหมือนมีหนามแหลมมาทิ่มแทงก้นให้กระสับกระส่าย
เสี่ยวฮวายังเด็กนักั้แ่เธอเกิดมาก็ไม่เคยได้ลิ้มรสเนื้อเลยสักครั้งแม้แต่่ตรุษจีนที่ได้กินเกี๊ยว เธอก็ได้ชิมเพียงแป้งห่อเกี๊ยวเท่านั้น...
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจดจำว่านั่นคือรสชาติที่อร่อยที่สุดในโลกมนุษย์แล้ว
หลี่เสวี่ยเหลียนเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม“เนื้อห่านป่านี่แน่นเด้งดีจริงๆ พ่อพวกเธอตุ๋นอยู่นานเชียวนี่ก็เลยเวลาอาหารมาแล้ว หิวกันแย่เลยใช่ไหม?”
เจียงอิ๋งอิ๋งลุกขึ้นยืน“แม่คะ หนูเดาว่าแม่ต้องเป็คนลงครัวเองแน่ๆไม่อย่างนั้นจะหอมขนาดนี้ได้ยังไง? หนูหิวจนจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ!”
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นรีบลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น“พี่สะใภ้ ไปกินข้าวกันเถอะ...”
เสี่ยวฮวาลุกขึ้นตามอย่างเก้ๆกังๆ แล้วร้องเรียก “คุณป้าคะ...”
วันนี้หลี่เสวี่ยเหลียนอารมณ์ดีอีกทั้งเห็นว่าเสี่ยวฮวาน่าสงสารจริงๆ จึงใจอ่อน กวักมือเรียกอย่างปรานี“ฮวาเอ๋อร์ เลิกทำได้แล้ว วันนี้กินข้าวบ้านป้านี่แหละจะให้เธอกินของอร่อยๆ ให้หนำใจเลย!”
ในใจเสี่ยวฮวารู้ดีว่าไม่ควรอยู่กินข้าวด้วยโดยเฉพาะในวันที่เขาทำเนื้อกินกันแบบนี้ แต่ทว่ากลิ่นนั้นมันหอมเกินห้ามใจจนทำให้ขาของเธอแข็งทื่อก้าวไม่ออก และปากก็หนักเกินกว่าจะเอ่ยคำลา
เจียงอิ๋งอิ๋งจูงมือเธออย่างสนิทสนม“ไปเร็วๆ เข้า ถ้าเย็นชืดแล้วจะเสียรสชาตินะ!”
ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสามจะก้าวพ้นประตูเสียงแหลมปรี๊ดก็ดังแทรกมาจากข้างนอก “นังลูกไม่รักดีงานการในบ้านยังทำไม่เสร็จ ดันสะเออะออกมาทำงานให้คนอื่นอีก!ทำไมไม่ไปตายข้างนอกนั่นเลยล่ะ!”
ใบหน้าของหลี่เสวี่ยเหลียนเย็นวูบลงทันทีเธอเป็ฝ่ายเปิดประตูออกไปเป็คนแรก ตามด้วยเจียงอิ๋งอิ๋งและคนอื่นๆ