ตอนที่สี่สิบหก ซี่โครงไก่ Dilemma
สารภาพตามตรงว่าผมชิลๆกับชีวิตมากในการใช้ชีวิตแบบคนรวยของอ้าวป้าหม่า
กินอาหารที่อยากกิน ซื้อของที่อยากซื้อฝึกวิชาที่อยากฝึก เป็นอิสระมากๆในการเดินทางไปไหนมาไหน
สามารถเดินทางไกลๆได้โดยเครื่องบินส่วนตัวอยากทำอะไรก็มีคนทำให้
และยังสามารถทำให้คนทั่วไปเชื่อได้อีกว่าเป็นคนรวยแล้วมีความทุกข์มากกว่าคนจน
ทั้งที่คนที่พูดอย่างนั้นอย่างผมนอนอยู่ริมสระว่ายน้ำส่วนตัว ส่วนคนจนที่อ้างว่ามีความสุขเหมือนกัน อยู่บ้านเช่าไม่มีอสังหาริมทรัพย์ของตนเองไปชั่วชีวิตหากไม่ได้รับมรดก
แต่อย่างที่วอเรน บัฟเฟตกล่าวไว้
เราต้องมองดูล่วงหน้าสิบปียี่สิบปีว่ากิจการ เหตุการณ์ใดใดยังสามารถมีพื้นฐานเหมือนเดิมได้หรือไม่นั่นเองเราจะสามารถร่ำรวยได้อย่างยาวนาน
ผมถึงเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ไปหาเรื่องใส่ตนเอง ใช้เงินซื้อโสมหลายพันล้านเพื่อเพิ่มพูนพลัง
ว่าต่อให้อนาคตสกุลอ้าวล่มสลายผมก็ยังมีวรยุทธมากพอที่จะหลบหนีไปทำอย่างอื่นนั่นเอง
และอาหู่ก็เอาเรื่องไป่มู่หลิงและสกุลไป่มากวนใจผมอีกจนได้ ทั้งที่ผมคิดว่าจะสบายใจ ใช้ชีวิตสโลไลฟ์แบบคนรวยไปวันวันแล้วแท้ๆ
ตามเนื้อเรื่องราวกับตำนานรักดอกเหมย
จากคุณปู่ของสกุลอ้าวและสกุลไป่ลำบากมาด้วยกันเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกัน สาบานว่าหากมีลูกชายหญิงจะให้แต่งงานกัน หากมีลูกชายเหมือนกันจะให้เป็นพี่น้อง
ซึ่งพอเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็ต้องสืบทอดมารุ่นหลานอย่างผมอ้าวป้าหม่าและไป่มู่หลิงนั่นเอง
ทั้งสองตระกูลควรจะรวมเป็นหนึ่งสร้างความยิ่งใหญ่ต่อไป
อนิจจา ความรักมันห้ามกันไม่ได้
นี่คือแนวคิดที่แตกต่างอีกอย่างหนึ่งของยุคสมัย
พ่อแม่สมัยก่อนเชื่อว่าการหาคู่ครองให้ลูกคือความรับผิดชอบและหน้าที่ของพ่อแม่ จัดการหมั้นหมายวางแผนการชีวิตกันไว้ให้เรียบร้อยครบถ้วน จึงจะได้ชื่อว่าพ่อแม่ที่ดี
ปัจจุบันแนวความคิดนี้มีน้อยลงเห็นใจกับความรักส่วนบุคคลและเสรีภาพมากกว่า
หากว่ากันตรงๆผมก็ถือว่าหลอกใช้งานไป่มู่หลิงให้เป็นแพะรับบาปของผมนั่นเอง
ให้เธอรับคำด่าว่ากล่าวเรื่องการผิดสัญญาไปทั้งหมดส่วนผมใช้ชีวิตชิลชิลสโลไลฟ์ไปนับแต่นี้
ผมจิบไวน์อีกครั้งและทานชีสอย่างครุ่นคิด
“ชั้นกล่าวไปชัดเจนแล้วนะว่าจะไม่ไปข้องเกี่ยวในเมืองนั้นอีก”
พนักงานเสิร์ฟไวน์ รินไวน์ในแก้วให้กับผมอย่างรู้งานผมหมุนไวน์ในแก้วด้วยพลังปราณอย่างช้าๆพร้อมกับครุ่นคิด
ผมหลับตาสักครู่หนึ่ง
”แต่หากมีใครถามบอกว่าชั้นเคารพผู้อาวุโสสกุลไป่แบบญาติผู้ใหญ่ไม่มีความคิดที่ไม่เคารพแต่ประการใด เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของผมกับไป่มู่หลิงผมยังเคารพสกุลไป่ดุจเดิม”
ผมคิดว่าเท่านี้ก็น่าจะลดความกดดันของสกุลไป่ที่อาจจะมีต่อไปมู่หลิงและมีดราม่าในอนาคตได้ล่ะนะ
ผมพยายามหลีกเลี่ยงมุก
“พ่อบอกว่าเจ้าต้องไปแต่งงานกับอ้าวป้าหม่า”
และเป็นดราม่าหลายตอนจบอยู่
แต่ผมไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากความให้มันลำบากผมดังนั้นแผนการของผมมีแบบเดิม
ส่งอาหู่ไปแก้ปัญหาที่ผมไม่อยากทำ
เป็นคนรวยนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง
ไม่ต้องไปชกกับแก๊งหมีดำแก๊งมังกรแดงเพื่อแย่งชิงเงินในตู้เซฟของพวกสองแก๊งในเมืองนั้น เพราะผมมีเงินมากกว่าพวกนั้นอยู่แล้ว
ไม่อย่างนั้นจะไปเสียเวลาทำไมกับพวกคนจนไร้สาระ
คนรวยแค่อยู่เฉยๆก็ชนะการลงทุนของคนจนที่เก่งกาจได้อย่างง่ายดาย
แก๊งหมีดำ มังกรแดง เก็บค่าคุ้มครองทั้งปีก็สู้รายได้ของผมจากการอยู่เฉยๆเพียงสัปดาห์เดียวยังไม่ได้นั่นเอง
“ได้เงินจำนวนนี้มา เอาพันล้านหยวนไปให้พวกข้าราชการท่านผู้ตรวจการต่างๆอีกพันล้านหยวนเอาไปให้ท่านผู้บัญชาการตำรวจที่ให้ความร่วมมือกับเราและอีกพันล้านหยวนให้ซื้อพวกอุปกรณ์ต่างๆเช่นรถปราบจราจล กล้องวงจรปิดและเสาไฟต่างๆทั่วเมืองถือว่าเป็นของขวัญของผมสุดท้ายต่อชาวเมืองเถอะ”
“ทราบแล้วขอรับนายน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
อาหู่โค้งคำนับและเดินจากไปทำงานตามคำสั่งส่วนผมก็อาบแดดต่อไปแม้กระทั่งการคำนวณเส้นสายลมปราณ ผมก็โยนเป็นงานของนักคณิตศาสตร์และกายวิภาคต่างๆ
ผมไม่ต้องทำแม้แต่คิดเองอีกต่อไปแล้ว หากมีการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งมีเงินทุนและนักวิทยาศาสตร์มากพอนั่นเอง
“ไม่ต้องเอาคาเวียร์มานะ ผมเบื่อแล้วได้ยินว่าเร็วๆนี้จะมีคนผลิตจำนวนมากให้ชาวบ้านกินได้มากขึ้นแล้วผมไม่อยากทานอาหารของคนจนน่ะ”
ผมโบกมือห้ามเชฟที่พยายามจะเสิร์ฟคาเวียร์ให้กับผม
เราต้องรู้จักมองอนาคตนั่นเอง
คาเวียร์ผลิตจำนวนมาก ทำให้ไม่กลายเป็นของหายากอีกต่อไป
โสมร้อยปี ทานต้นหนึ่งก็น้อยลงต้นหนึ่งยังเป็นของหายากอยู่เสมอ