cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    เรื่องปกติของตระกูลไป๋

    เมื่อไป๋เฉินแนะนำท่านย่าและป้าสะใภ้ให้ไป๋ฉีได้รู้จักจนหมดทุกคนแล้ว เขาก็หันไปพูดคุยกับแม่ๆของตัวเองเสียเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดเผยไปว่า นอกจากไป๋ฉีแล้วเขายังมีลูกอีกสองคนด้วยกัน คำพูดนี้ทำให้บรรดาแม่ๆของเขาพากันดีใจยกใหญ่ และรีบขอให้ไป๋เฉินพาไปหาหลานๆอีกสองคนในทันที

     

    แน่นอนว่าลูกชายอย่างไป๋เฉินก็ไม่ได้ปฏิเสธและพาแม่ๆกับพี่สะใภ้ของตัวเองไปที่บ้านโดยไม่รอช้า

     

    "นี่น้องชาย พอว่างๆพวกเราไปเที่ยวเล่นในจักรวาลเสมือนจริงกันดีหรือไม่"ในขณะเดินทางกลับบ้านไป๋หมิงเอ่ยปากชักชวนไป๋ฉีไปทำเรื่องแปลกๆอีกครา

     

    "จักรวาลเสมือนจริง? มันคืออะไรอย่างนั้นหรือ?"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "จักรวาลเสมือนจริงคือสิ่งที่เผ่าพันธุ์ต่างๆรวมถึงมนุษย์ร่วมมือกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งรวมตัวและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน จะกล่าวง่ายๆมันก็คือสถานที่ๆมีไว้กระชับมิตรระหว่างเผ่าพันธุ์นั่นแหละนะ"ไป๋หมิงกล่าวอธิบาย

     

    "โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปกับท่านสักครั้ง"ไป๋ฉีตอบรับ ไป๋หมิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

     

    ในขณะเดียวกันตอนนี้พวกเขาก็ได้มาถึงบ้านของไป๋เฉินเป็นที่เรียบร้อยและกำลังจะเดินเข้าไปด้านใน เมื่อเข้ามาสิ่งที่ทุกคนพบเห็นคือหมิงหรงที่กำลังใช้พลังจิตยกอาหารเดินไปวางที่โต๊ะด้วยท่าทางสบายใจ

     

    ซึ่งบอกได้เลยว่าภาพนี้ทำเอาแม่ๆและพี่สะใภ้ของไป๋เฉินตกใจเป็นอย่างมาก เพราะต้องบอกก่อนว่าพลังจิตนั้นเป็นพลังที่หายากมากๆอย่างหนึ่งสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์

     

    จากประชากรจำนวนนับไม่ถ้วนจะมีคนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่จะมีมัน ดังนั้นเมื่อเห็นหมิงหรงใช้พลังจิตยกอาหารผ่านหน้าไปพวกเธอก็ราวกับเจอเพชรเม็ดงามอย่างไรอย่างนั้น

     

    "เฉินเอ่อร์ เด็กคนนั้นคือใครหรือ"หมิงเฉียนซึ่งเป็นแม่แท้ๆของไป๋เฉินกล่าวถามด้วยความสนใจ

     

    "อ่อ....เธอชื่อหมิงหรงครับ เป็นน้องสาวของภรรยาผมเอง แม่มีอะไรหรือเปล่า?"ไป๋เฉินกล่าวตอบแถมตอนท้ายยังทิ้งทวนด้วยคำถาม

     

    "โอ้ แซ่หมิงเหมือนแม่เลยนะเนี้ย ท่าทางโชคชะตาจะต้องกัน นี่ๆลูกช่วยไปถามเธอให้หน่อยได้หรือเปล่าว่าสนใจมาเป็นศิษย์ของแม่ไหม คนที่มีพลังจิตไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆหากปล่อยไปคงน่าเสียดายแย่"

     

    เมื่อได้ยินแม่ของตัวเองกล่าวออกมาเช่นนั้นไป๋เฉินก็หัวเราะออกมาเบาๆ "ท่านแม่ ถ้าท่านอยากจะรับเธอเป็นศิษย์ล่ะก็ ท่านคงต้องไปขอจากหลานชายของท่าน เพราะหมิงหรงตอนนี้เป็นศิษย์ของฉีเอ่อร์"

     

    "โอ้ งั้นหรือ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ปล่อยไปเถอะ แม่ไม่อยากแย่งศิษย์ของหลานชาย"หมิงเฉียนถอนหายใจ เธอก็รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร

     

    ในเวลาเดียวกันหมิงหรงที่สังเกตุเห็นกลุ่มคนจำนวนมากก็วิ่งเข้ามาดูในทันใด ก่อนที่จะดวงตาของเธอเป็นประกายเพราะความงดงามของหญิงสาวทั้งสิบคนที่อยู่เบื้องหน้า

     

    "พี่เขย พวกพี่สาวคนสวยเหล่านี้เป็นใครงั้นหรือคะ?"หมิงหรงกล่าวถามออกมา ทำเอาหญิงงามทั้งสิบคนเบื้องหน้าพากันยกมือป้องปากหัวเราะออกมาเบาๆไปตามๆกัน พี่สาวอย่างนั้นหรือ? คำๆนี้นอกจากพวกเธอเรียกกันเอง ก็ไม่ค่อยมีใครใช้มันกับพวกเธอเท่าไรนัก เนื่องจากส่วนใหญ่ทุกคนมักจะเรียกพวกเธอว่าผู้อาวุโส หรือไม่ก็ฮูหยินไป๋

     

    "ฮ่าๆๆหรงหรง ไม่ใช่พี่สาวหรอกนะ แต่เป็นพวกท่านแม่กับพี่สะใภ้ของฉันเอง"ไป๋เฉินกล่าวอย่างขบขัน หมิงหรงที่ได้ยินก็หันขวับมองมองเหล่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอีกครา รอยยิ้มบนใบหน้าจะค่อยๆเจื่อนลงก่อนที่จะโค้งตัวทำเคารพและขอโทษอย่างมีมาทยาท

     

    "ขออภัยเจ้าค่ะ พวกท่านสวยมากเลย ข้าก็เลยทักผิดไป"

     

    "ฮิฮิ ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องมากพิธีเช่นนั้น"หมิงเฉียนที่เห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกประหม่าจึงกล่าวขึ้นอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้อีกฝ่ายไม่เกร็งจนเกินไป

     

    "หรงหรง ช่วยไปตามทุกคนมาหน่อยสิ บอกว่าฉันมีคนจะแนะนำให้รู้จัก"ไป๋เฉินกล่าว หมิงหรงที่ได้ยินก็พยักหน้าตอบรับแล้ววิ่งออกไปในทันทีโดยไม่รอช้า

     

    ภาพนี้ทำเอาบรรดาแม่ๆและพี่สะใภ้ของไป๋เฉินถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู ส่วนไป๋ฉีที่ได้เห็นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เช่นเดียวกัน

     

    ต่อมาเพียงไม่นานก็มีหญิงสาวทั้งหมดสิบคนเดินออกมาจากห้องครัวและห้องพยาบาล ซึ่งทุกคนล้วนแต่งดงามจนบรรดาแม่ๆของไป๋เฉินพากันตกตะลึงจนตาค้างไปตามๆกันอย่างช่วยไม่ได้

     

    ไป๋เฉินหัวเราะร่า จากนั้นจึงเริ่มแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันโดยไม่รอช้า ในเวลาต่อมาบรรดาแม่ๆและพี่สะใภ้ของชายหนุ่มก็ต้องตกใจอีกครั้ง

     

    เพราะจากที่ไป๋เฉินแนะนำ หญิงสาวสองคนเป็นแม่ยายและน้องสะใภ้ สามคนเป็นภรรยาของไป๋เฉิน และสุดท้ายซึ่งเป็นสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคืออีกหญิงงามห้าคนล้วนแต่เป็นภรรยาของไป๋ฉีทั้งสิ้นไป

     

    "น้องชาย นอกจากเจ้าจะเก่งในการต่อสู้แล้ว ด้านความรักเองก็เป็นเลิศไม่แพ้กัน พี่ชายคนนี้ขอยอมแพ้เจ้าทั้งกายใจ"ไป๋หมิงที่อยู่ข้างๆถึงกับยกนิ้วให้ การที่จะหาภรรยาที่งดงามขนาดนี้ได้ถึงห้าคนสำหรับเขามันไม่ง่ายเลยจริงๆ ทางด้านไป๋ฉีที่ได้ยินก็ยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

     

    ตัดกลับไปที่บรรดาแม่ๆกับเหล่าลูกสะใภ้หลังจากที่แนะนำตัวกันจนเสร็จสิ้นพวกเธอก็พากันไปจับกลุ่มพูดคุยกันในทันทีและสนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็วจนไป๋ฉีถึงกับตกใจ คนเราจะสนิทกันได้ง่ายดายเช่นนี้เชียวหรือ มันเป็นไปได้อย่างไรกัน

     

    ไป๋หมิงตบไหล่น้องชาย "เห้อ อีกหน่อยเจ้าก็จะชิน เพราะนี่คือเรื่องปกติของตระกูลไป๋เรา"

     

    "เรื่องปกติอย่างนั้นหรือ?"ไป๋ฉีกล่าวย้ำคำพูดของไป๋หมิงด้วยท่าทีงุนงงยิ่ง

     

    ไป๋หมิงยิ้ม "ใช่ การที่ท่านย่าสนิทกับบรรดาลูกสะใภ้ หลานสะใภ้ได้ง่ายๆนั้นเป็นเรื่องปกติของที่นี่ ในตอนที่พี่ใหญ่พาคนรักมาแนะนำก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน"

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะหันไปหาพ่อของเขาที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับถือกล่องๆหนึ่งที่ดูล้ำสมัย

     

    "พ่อ กล่องนั่นคืออะไรครับ"ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะไถ่ถาม

     

    ไป๋เฉินยิ้ม เขาเปิดกลองนั้นและหยิบกำไลข้อมือสีดำลายแดงให้กับไป๋ฉี "นี่คือกำไลข้อมือยืนยันตัวตนของลูก รักษามันเอาไว้ให้ดี วิธีใช้ก็เหมือนกับกำไลข้อมือของโลกยูโทเปียร์นั่นแหละ"

     

    "ขอบคุณครับ" ไป๋ฉีรับกำไลข้อมือมาแล้วสวมใส่แทนชิ้นเก่าโดยไม่รอช้า เพราะตั้งแต่ออกเดินทางออกนอกโลกกำไลข้อมือยืนยันตัวตนอันเก่ามันก็ใช้ไม่ได้

     

    ไป๋เฉินยิ้ม จากนั้นก็นำกำไลยืนยันตัวตนไปให้คนอื่นๆต่อไป ส่วนทางด้านไป๋ฉีเมื่อได้กำไลข้อมือมาแล้วก็ถูกไป๋หมิงชักชวนให้ไปเที่ยวในจักรวาลเสมือนจริงในทันที

     

    ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธและพากันเข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่มีแคปซูลเตียงนอนสำหรับเชื่อมต่อเข้าจักรวาลเสมือนจริงอยู่ในนั้น

     

    "พี่ชายแล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้าง"ไป๋ฉีหันไปถามวิธีการเชื่อมต่อกับไป๋หมิงที่นอนอยู่แคปซูลข้างๆกัน

     

    "อย่างแรกเจ้าต้องทำการออกแบบปัญญาประดิษฐ์ในกำไลข้อมือของตัวเองซะก่อน จากนั้นก็แค่นอนลงในแคปซูลโดยทาบกำไลไว้ที่ตำแหน่งแสกน และขั้นตอนสุดท้ายก็คือสั่งการปัญหาประดิษฐ์ให้ดำเนินการ เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้นจิตของเจ้าก็จะเข้าสู่จักรวาลเสมือนจริงได้"ไป๋หมิงกล่าวอธิบาย ไป๋ฉีจึงได้ทำตามที่ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองบอกในทันที โดยเริ่มจากการออกแบบปัญญาประดิษฐ์ของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก

     

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน