[**เปลื่ยนชื่อเ้าเมืองบาเรียลเป็เบเรียล**]
ไลท์มองดูเหตุการณ์อยู่บนหลังคาด้วยความใ นี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นการโจมตีของปืนใหญ่พลังเวทย์หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่าปืนใหญ่ป้องกันเมือง
ทุกเมืองในโลกไม่ว่าจะเป็ในหอคอยแห่งนิรันดร์หรือภายนอกหอคอยแห่งนิรันดร์จะต้องมีปืนใหญ่พลังเวทย์ติดเอาไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้
“ นึกไม่ถึงเลยว่าปืนใหญ่พลังเวทย์จะรุนแรงและทรงพลังแบบนี้ ” ไลท์พึมพำออกมา
“ แน่นอนอยู่แล้วลูกพี่ ไม่งั้นมนุษย์ก็ถูกทำลายไปหลายเมืองแล้วถ้าหากไม่มีปืนใหญ่พลังเวทย์ ” ไลก้าพูดขึ้น
“ อาจารย์แล้วเราจะลงมือกันตอนไหน? ” เดซี่ถาม
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ พวกเธอจัดการกับพวกสัตว์เวทย์ที่หลุดรอดไปแล้วกัน ส่วนที่เหลือฉันจะจัดการเอง ”
ไลท์ะโลงจากหลังคา ส่วนคนอื่นๆก็ะโตามลงมา
ไลท์และคนอื่นๆเดินมาบนกำแพงเมือง
“ แกเป็ใคร!? ” เอเตียนะโขึ้น คนอื่นๆก็มองมายังกลุ่มของไลท์
แคสเตอร์และกลุ่มของเขามองมาที่ไลท์ด้วยแววตาตื่นเต้น
‘ ดูเหมือนว่าฉันจะชนะเดิมพัน!! ’ แคสเตอร์หัวเราะในใจ ในตอนแรกเขาก็คิดที่จะหลบหนีไปเหมือนกันแต่พอมาคิดดูดีๆแล้วเขาต้องเดาว่าไลท์จะต้องช่วยเหลือเมืองทะเลสาบและเขาก็จะได้เห็นการต่อสู้ของคนที่เขาชื่นชม
หลังจากที่ออกมาจากร้านเหล้าแล้วแคสเตอร์ก็หาข้อมูลของไลท์ จนในที่สุดเขาก็หาเจอและสุดท้ายเขาก็กลายเป็หนึ่งในคนที่ชื่นชมและเคารพไลท์
“ พวกคุณอย่าไปเคร่งเครียดนักสิ เดี๋ยวผมจัดการเองพวกคุณแค่คอยจัดการกับพวกที่มันหลุดมาแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฉันถามว่าแกเป็ใคร ” เอเตียนคำรามก่อนที่จะพุ่งเข้ามาจัดการกับไลท์ เพียงแต่ก่อนที่เขาจะถึงตัวไลท์จู่ๆเขาก็ถูกอะไรบางอย่างผลักให้เขากระเด็นถอยหลังมาหลายก้าว
เป็ไลก้าที่เตะเข้าไปที่ลำตัวของเอเตียน
“ แกคิดจะทำอะไรลูกพี่? ” ไลก้าหรี่ตาลงก่อนที่จะมีกระแสไฟฟ้ารอบๆตัว
“ ท่านไลท์เราได้พบกันอีกแล้ว ” แคสเตอร์เดินเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้นและแสดงท่าทีนอบน้อม
“ อื้ม ” ไลท์พยักหน้าให้แคสเตอร์ถือว่าเป็การทักทายแล้ว
“ ท่านแคสเตอร์รู้จักกับคนๆนี้ด้วยหรอ? ” เอเตียนถามขึ้นด้วยความสงสัย ส่วนคนอื่นๆเองก็มองมาที่แคสเตอร์สลับกับไลท์ พวกเขาสงสัยว่าคนที่มีอำนาจอย่างแคสเตอร์ทำไมถึงต้องให้ความเคารพชายหนุ่มคนนี้มาก
“ ท่านแคสเตอร์ที่นี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่จะเอาคนอื่นขึ้นมาบนนี้ได้ ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
แคสเตอร์ไม่ได้โกรธเพียงแต่มองดูเบเรียลและคนอื่นๆก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากพวกคุณถามว่าใครแข็งแกร่งที่สุดในนี้ละก็ผมขอบอกเลยว่าคนๆนั้นคือท่านไลท์ ”
“ ไม่มีทาง ” เอเตียนและคนอื่นๆปฏิเสธพร้อมกัน
“ งั้นพวกคุณไม่เชื่อก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวอีกไม่นานพวกคุณก็จะเชื่อเองจริงไหมครับท่านไลท์ ” แคสเตอร์หันไปถามพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“ ก็นะ ” ไลท์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจเพราะเขามองไปยังจุดที่สัตว์เวทย์กำลังจะถึงเมืองทะเลสาบในอีกหนึ่งกิโลเมตรแล้ว
“ ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงแห่งความตายแล้ว ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหันมาหาเดซี่และคนอื่นๆ
“ ฉันขอฝากที่เหลือด้วยล่ะ ” ไลท์พูดจบเขาก็หายตัวไปทันที
“ หายไปไหนแล้ว ” เอเตียนและคนอื่นๆพากันใ ความเร็วนี้แม้แต่คนที่เร็วที่สุดในกลุ่มของพวกเขาอย่างคาชิน ที่เป็จอมเวทย์ลมระดับAก็ยังไม่เร็วเท่านี้
“ ฉันจะได้เห็นท่านไลท์แสดงฝีมือแล้ว ” แคสเตอร์มองไปนอกเมืองด้วยความตื่นเต้น
จากนั้นแคสเตอร์ก็มองมายังเดซี่และคนอื่นๆด้วยความตื่นเต้น คนเหล่านี้คือสมาชิกเดธปาร์ตี้ที่แข็งแกร่ง
“ ไลก้าอย่าลืมที่เราตกลงกันด้วยล่ะ ” เดซี่หัวเราะก่อนที่จะะโลงจากกำแพงเมืองและวิ่งไปยังสนามรบด้านนอก
“ ชิ ” ไลก้าแค่นเสียงเ็าเพราะดูเหมือนว่าการแข่งขันครั้งนี้เขาอาจจะเป็ฝ่ายแพ้ จากนั้นเขาก็ะโลงตามไป
“ ให้ตายสิเ้าพวกนี้จะรีบร้อนไปไหน ” เวโรนิก้าพูดพร้อมกับถอนหายใจจากนั้นเธอก็ะโตามลงไป
กลุ่มของเบเรียลและคนอื่นๆพากันมองไปยังพวกเดซี่ด้วยความใ
“ แม้งเอ้ยพวกบ้านี้เป็ใครกัน ” เอเตียนคำรามด้วยความโกรธ
“ เอเตียนนี้นายเป็ผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยจริงๆใช่ไหม? ” กูเรย์ที่อยู่ด้านหลังของแคสเตอร์พูดขึ้น
เอเตียนมองมายังกูเรย์ด้วยความไม่พอใจแต่เขาก็ยังตอบคำถามของกูเรย์ “ ใช่แล้วมันทำไม? ”
“ แล้วนายไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเดือนก่อนหรือไง? ” กูเรย์สงสัย
“ นี้คุณกูเรย์คุณคิดว่าฉันมีเวลาว่างมาอ่านข่าวงั้นหรอ แค่งานก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว ” เอเตียนพูดด้วยความหงุดหงิด
“ งั้นก็ไม่แปลกที่นายไม่รู้จักคนๆนั้น ” กูเรย์ส่ายหน้า
คนๆนั้นที่กูเรย์พูดถึงน่าจะเป็ชายหนุ่มที่ดูอวดดี
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข่าวกันล่ะ ” เอเตียนสงสัย
“ เพราะงั้นนายก็แค่ดูก็พอ ” กูเรย์พูดอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับมองไปยัง้าท้องฟ้า
“ ท่านไลท์เริ่มงานเลี้ยงแห่งความตายแล้ว!!!” แคสเตอร์ะโอย่างตื่นเต้น ทำให้คนอื่นๆหันไปมองที่สนามรบ ก่อนที่พวกเขาจะเบิกตากว้าง
“ เชี่ย! นี้ฉันเห็นอะไรกัน ”
“ โอ้พระเ้ามนุษย์สามารถทำแบบนี้ได้ด้วยงั้นหรอ ”
ภาพที่พวกเขาเห็นก็คือไลท์ยืนอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับดาบสีทองห้าหมื่นเล่ม
ไลท์ชี้นิ้วไปยังด้านล่างก่อนที่ดาบสีทองจะเริ่มทำการสังหารสัตว์เวทย์อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ใช้การรวมดาบปราณเข้าด้วยกันเพราะมันจะทำให้เกิดการะเิและทำให้ซากศพของสัตว์เวทย์เสียหาย เขา้านำซากศพของสัตว์เวทย์ไปขายเพื่อหาเงิน
“ ให้ตายเถอะลูกพี่จะเล่นใหญ่ไปไหม? ” ไลก้ากลืนน้ำลายมองไปยังดาบสีทองที่มากกว่าห้าหมื่นเล่ม ที่กำลังสังหารสัตว์เวทย์อย่างต่อเนื่อง
“ เล่นใหญ่ไปจริงๆนั้นแหละ ” เดซี่เห็นด้วยดูเหมือนว่าเธอจะไม่ต้องเข้าร่วมก็ได้
“ แต่อย่าลืมว่ามีสัตว์เวทย์ระดับSอยู่ด้วย ” เวโรนิก้ายังคงกังวล
ไลก้าและเดซี่ก็รู้สึกกังวลด้วยเหมือนกัน
บนกำแพงเมืองเมื่อพวกเขาเห็นฉากอันน่าใอันนี้ กำลังใจของพวกเขาก็ฮึกเหิมขึ้นมา
“ จำได้แล้ว!! ฉันจำได้แล้ว ” ยูเทียะโขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“ จำอะไรได้ยูเทีย ” เบเรียลมองไปยังยูเทียด้วยความสงสัย ส่วนคนอื่นๆเองก็อยากรู้เหมือนกัน
“ เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนมีนักผจญภัยระดับSคนล่าสุดได้ปรากฏขึ้น ว่ากันว่าชายคนนั้นเป็เพียงชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปี ทักษะที่เขาใช้คือการเรียกดาบสีทองออกมาเป็จำนวนมาก ชายคนนั้นสร้างชื่อจากการสังหารอาร์คโทเน่ จอมเวทย์ระดับS ขององค์กรเพลิงสุริยันในการโจมตีไม่กี่ครั้ง ” ยูเทียพูดขึ้นด้วยแววตาสั่นไหว
“ อะไรนะ นักผจญภัยระดับSแถมยังฆ่าอาร์คโทเน่ได้ด้วย! ” เบเรียลอุทานออกมา แม้แต่เอเตียนเองก็กลินน้ำลาย เมื่อกี้เขาไปหาเื่นักผจญภัยระดับSงั้นหรอ แค่คิดเอเตียนก็ขนลุกซู่แล้ว
แม้ว่านักผจญภัยระดับAจะห่างกับนักผจญภัยระดับSเพียงแค่ระดับเดียวแต่ความแข็งแกร่งต่างกันมาก แม้ว่าจะให้นักผจญภัยระดับAหลายสิบคนลุมนักผจญภัยระดับS นักผจญภัยระดับSก็สามารถเอาชนะนักผจญภัยระดับAได้สบายๆ
“ ชายคนนั้นเป็นักผจญภัยระดับSงั้นหรอ ” เบเรียลมองไปที่ไลท์พร้อมกับแววตาสั่นไหว
“ ส่วนคนเ่าั้น่าจะเป็สมาชิกกลุ่มเดธปาร์ตี้ที่มีท่านไลท์เป็หัวหน้า ” ยูเทียพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังเดซี่และคนอื่นๆ
“ เดธปาร์ตี้งั้นหรอ ” เบเรียลและคนอื่นๆมองไปยังเดซี่และคนอื่นๆด้วยแววตาสงสัย
“ แล้วคนเ่าั้แข็งแกร่งไหม? ” คารินถาม
“ แข็งแกร่งมาก แต่ละคนสามารถสู้กับจอมเวทย์ระดับAขององค์กรเพลิงสุริยันได้สบายๆ อย่างคนที่ชื่อเดซี่ เธอสามารถฆ่าจอมเวทย์ระดับAไปถึงสามคนในการต่อสู้ครั้งนั้นนอกจากนี้เธอยังเป็จอมเวทย์ธาตุแสงสายรักษาอีกด้วย ส่วนผู้ชายที่ชื่อไลก้าฉายาหอกสายฟ้าเขาสามารถฆ่าจอมเวทย์ระดับAไปสองคน ส่วนผู้หญิงอีกคนชื่อเวโรนิก้าแม้ว่าเธอจะไม่ได้ฆ่าจอมเวทย์ระดับAแต่เธอก็เป็ตัวแปรสำคัญในการต่อสู้” เป็แคสเตอร์ที่เป็คนอธิบายด้วยท่าทีภูมิใจ
ซี๊ดดดด
หลายคนพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ทันใดนั้นก็มีเสียงะเิดังขึ้นต่อเนื่อง
ไม่ถึงสองนาทีสัตว์เวทย์ก็ตายไปกว่าหมื่นตัวแล้ว
“ แข็งแกร่งมาก ” เหล่าทหารที่มองดูอยู่พากันแสดงสีหน้าตื่นเต้น พวกเขาถูกไลท์กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกฮึกเหิม
“ นี้สินะพลังของตัวตนระดับS ” มาร์ซิคพูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
“ ใช่เพียงแค่คนเดียวก็แข็งแกร่งกว่าพวกเราทั้งเมืองแล้ว ” เบเรียลถอนหายใจแม้ว่าเธอจะเคยเห็นพวกระดับSมาบ้างแล้วแต่ก็ไม่เคยมีใครให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งเท่ากับชายหนุ่มด้านหน้านี้สักคน
ไม่นานพวกสัตว์เวทย์ก็หลุดจากดาบสีทองของไลท์ไปเรื่อยๆ
“ พวกมันมาแล้ว ” เดซี่กำดาบแน่นพร้อมกับพุ่งตัวไปหาเป้าหมายตัวแรก
“ คลื่นดาบร้อยบุปผา ” เดซี่ะโจากนั้นเธอก็วาดดาบออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วจนกลายเป็คลื่นดาบที่มีดอกไม้ตามไปด้วย
ทางด้านไลก้าก็พุ่งไปด้านหน้าราวกับสายฟ้าพร้อมกับแทงหอกไปด้านหน้าก่อนที่จะมีัสายฟ้าขนาดใหญ่กว่าสิบเมตรพุ่งเข้าใส่สัตว์เวทย์จนทำให้พวกมันตายไปหลายตัวในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
“ เป็ไงล่ะเดซี่หอกัสายฟ้าของฉัน ” ไลก้าะโด้วยความตื่นเต้น นี้เป็หนึ่งในทักษะที่เขาได้เรียนมาจากไลท์
“ หมัดสูญญากาศ ” เวโรนิก้าะโพร้อมกับชกหมัดออกไปด้านหน้าทันที ะุปืนใหญ่ที่ถูกปล่อยออกมาจากหมัดพุ่งเข้าใส่ร่างของสัตว์เวทย์ตัวหนึ่งทำให้สัตว์เวทย์ตัวนั้นะเิเป็เศษซากทันที เท่านั้นไม่พอหมัดสูญญากาศก็พุ่งไปด้านหน้าอีกหลายสิบเมตรก่อนที่จะสลายไป ซึ่งหมัดเดียวของเวโรนิก้าก็ฆ่าสัตว์เวทย์ไปไม่ต่ำกว่าสิบตัว
เหล่าทหารและจอมเวทย์ นักผจญภัยที่อยู่บนกำแพงพากันอ้าปากค้าง
“ เชี่ยเ้าพวกนี้มันต้องโด๊ปยามาแน่ๆ ” ไมเนอร์หัวหน้ากิลด์จอมเวทย์คนหนึ่งะโขึ้น
“ โด๊ปยาบ้านแกดิวะไมเนอร์ ไม่เห็นหรือไงว่าคนเ่าั้แข็งแกร่งจริงๆ ” สโตนนารี่หนึ่งในนักผจญภัยระดับAะโขึ้น
“ พวกเราต้องไปช่วยพวกเขาไหม? ” โวกาเนียร์ถามขึ้น
“ เื่นี้… ” ทุกคนต่างแสดงสีหน้าลังเล
“ สมแล้วที่เป็เดธปาร์ตี้ กลุ่มนักผจญภัยของท่านไลท์แต่ละคนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ อย่างนั้นทางนี้ก็คงยอมไม่ได้เหมือนกัน ปู่กูเรย์ฝากจัดการด้วย ” แคสเตอร์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังปู่กูเรย์
“ ฮ่าฮ่าเข้าใจแล้วนายน้อย แม้ว่าชายชราคนนี้จะอายุเยอะไปบางแต่ครั้งนี้ชายชราคนนี้จะทำอย่างสุดความสามารถ!! ” กูเรย์ยิ้มสบายๆเพราะการต่อสู้แบบนี้นานๆจึงจะได้พบเห็นและมันก็นานแล้วที่เขาไม่ได้ต่อสู้อย่างสุดกำลัง ในเมื่อมีเื่ดีๆแบบนี้เกิดขึ้นทำไมเขาจะต้องปฏิเสธ
ครู่เดียวกูเรย์ก็ะโลงไปยังด้านล่างของกำแพงเมืองแล้ว
“ นายน้อยพวกเราลงไปด้วยได้ไหม? ” โกคิถามด้วยความคาดหวังเพราะถ้าหากพวกเขาสามารถเอาชนะสัตว์เวทย์ได้พวกเขาก็จะมีชื่อเสียงมากกว่าเดิม
“ ได้สิ ” แคสเตอร์พยักหน้า การให้คนเหล่านี้ฝึกฝนฝีมือก็เป็เื่ที่ดี
“ ขอบคุณนายน้อย..ไปกันเถอะไกคิ ” โกคิะโและะโลงจากกำแพงทันที ไกคิก็ะโตามไปด้วย
“ ดูเหมือนว่าฉันจะต้องแสดงฝีมือให้สมกับฐานะเ้าเมืองสักหน่อยแล้ว ” เบเรียลหัวเราะขึ้นพร้อมกับหยิบดาบเรเปียร์สีขาวออกมาก่อนที่จะะโลงไปจากกำแพงเมือง
“ เอาไงเอากันวะ!! ” มาร์ซิคนำขวานขนาดใหญ่ออกมาพร้อมกับะโตามลงไป
คนที่เหลือได้แต่มองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะขึ้น
“ ไปกันเถอะแสดงความสามารถของพวกเราให้ทุกๆคนได้เห็น ” เอเตียนหยิบดาบขนาดใหญ่ออกมาก่อนที่จะะโตามลงไป ส่วนคนที่เหลือก็พากันะโลงไปด้วยเช่นกัน
“ ท่านผู้บัญชาการพวกเราเองก็้าต่อสู้ด้วย!! ” ทหารหลายคนะโขึ้นอย่างแน่วแน่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับตัวตนระดับสูงแต่ถ้าหากพวกเขารวมพลังกันสัตว์เวทย์ระดับต่ำพวกเขาก็สามารถฆ่าได้สบายๆ
ทางด้านจอมเวทย์และนักผจญภัยเองก็ะโร่วมด้วยเช่นกัน
ผู้บัญชาการทหารโคนี่ที่เห็นว่ากำลังกองทัพของเมืองมีกำลังใจในการต่อสู้สูงมาก ดังนั้นเขาจึงยกดาบและะโขึ้นว่า “ เพื่อเมืองทะเลสาบ!!! ”
“ เพื่อเมืองทะเลสาบ ”
“ เปิดประตูเมืองแล้วตามฉันมา ” โคนี่คำรามก่อนที่จะวิ่งนำกองทัพออกรบ
“ ฆ่า!! ” เหล่ากองทัพเมือง
พริบตาเดียวกองทัพกว่าห้าพันคนก็พุ่งทะยานเข้าต่อสู้กับสัตว์เวทย์อย่างบ้าคลั่ง
ไลท์มองดูทางด้านฝั่งกองทัพก็ยิ้มขึ้นก่อนที่จะมองไปยังด้านหลังสุดของกองทัพสัตว์เวทย์
“ แล้วเมื่อไหร่แกจะปรากฏตัวสักทีล่ะ ” ไลท์พูดพลางหัวเราะเบาๆ
ไม่ถึงสิบห้านาทีกองทัพสัตว์เวทย์ก็ล้มตายไปกว่าครึ่ง
ซากศพของสัตว์เวทย์กองทับกันจนกลายเป็ูเาขนาดย่อม
ส่วนทางด้านกองทัพของมนุษย์พวกเขาก็ช่วยกันดี ใครที่ได้รับาเ็จะถูกพาตัวไปให้จอมเวทย์ธาตุแสงรักษาทันทีเพื่อไม่ให้เป็อันตรายถึงชีวิต
เดซี่ที่เห็นดังนั้นก็บินขึ้นบนท้องฟ้าก่อนที่จะผสานมือกัน
ไม่นานออร่าแสงสีขาวก็ลอยออกมาจากร่างของเดซี่
ออร่าสีขาวนับพันลอยไปหากองทัพของมนุษย์ทันที
และเมื่อกองทัพของมนุษย์ัักับออร่าสีขาวพวกเขาก็ต้องใเพราะพวกเขาพบว่าอาการาเ็และอาการเหนื่อยล้าของพวกเขาได้หายไปหมดแล้ว ราวกับว่าพวกเขาเพิ่งจะออกมาสู้รบ
“ นี้มันเวทย์รักษาและเวทย์ฟื้นฟู!! ” เบเรียละโพร้อมกับมองไปยังเดซี่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าด้วยความใ
“ ท่านเทพธิดา!! ” ไม่รู้ว่ามีใคระโขึ้นแต่เสียงะโก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เดซี่กลายเป็เทพธิดาในใจของใครหลายๆคนไปโดยปริยาย
เดซี่ลอยลงมาพร้อมกับหายใจหอบเล็กน้อย
“ ดูเหมือนว่าฉันจะต้องฝึกฝนพลังเวทย์บ้างแล้ว ” เดซี่ยิ้มขื่นเพราะเวลาที่ผ่านมาเธอเอาแต่ฝึกฝนลมปราณและแทบจะไม่ได้ฝึกฝนพลังเวทย์ โชคดีว่าทุกครั้งที่เลื่อนขั้นพลังปราณทำให้พลังเวทย์ของเธอเพิ่มขึ้นมาด้วย และท่านี้เธอสามารถใช้ได้เพียงแค่สองครั้งเท่านั้นไม่งั้นพลังเวทย์ของเธอจะหมด
เมืุ่์มีกำลังใจมากขึ้นพวกเขาก็ยิ่งเข่นฆ่าสัตว์เวทย์อย่างต่อเนื่องจนกระทั้งมีคลื่นพลังที่รุนแรงกระจายออกมาจากด้านหลังกองทัพสัตว์เวทย์
“ พวกมนุษย์สารเลวพวกแกต้องตาย!! ” เสียงคำรามอันโกรธเกรี้ยวดังขึ้น