5
น่าอร่อยแต่แสลง
น้ำตาไหลนองใบหน้าพรบุหลัน และยังคงไหลอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ เมื่อพรบุหลันรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเย็น และพบว่าไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยสักชิ้น ความใทำให้เธอปลดปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลอย่างสะกดกลั้นไว้ไม่อยู่ เพราะสภาพร่างเปลือยเปล่าเป็คำตอบเดียวที่ยืนยันว่า เธอไม่เหลือความภาคภูมิใจในตัวเองอีกแล้ว
สภาพห้องนอนที่ข้าวของกลาดเกลื่อนราวกับถูกพายุซัดกระหน่ำ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้คือความจริง เมื่อตั้งสติได้พรบุหลันจึงรีบถลาไปคว้าเสื้อผ้าทั้งชั้นนอกชั้นในที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ทว่ามันไม่อยู่ในสภาพที่จะนำมาสวมใส่ได้อีก เพราะถูกฉีกจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี
หญิงสาวที่มีเพียงผ้าห่มคลุมกายเดินไปที่ประตู เพราะต้องทำอะไรบางอย่างที่มีประโยชน์มากกว่านั่งรอความอัปยศอดสูอยู่ในนี้ แต่ประตูที่ถูกล็อกจากภายนอกทำให้เธอต้องหอบร่างอ่อนระโหยเพราะหมดเรี่ยวแรงกลับมานั่งอยู่บนเตียงตามเดิม
เวลาจากหนึ่งชั่วโมงเพิ่มเป็สองชั่วโมง และก็เป็สามชั่วโมงตามลำดับของเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่พรบุหลันกลับนิ่งชะงัก ด้วยสมองของเธอพยายามคิดทบทวนวนไปวนมา เพื่อหาทางหลบหนี ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะตายเสียในวันนี้พรุ่งนี้หรือเปล่า เพราะั้แ่เช้าก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง ได้เพียงน้ำเปล่าจากกายไปแก้วเดียวเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงดับกระหาย ไม่อาจทดแทนความหิว
หากเขาจะขังลืมเธอไว้ที่นี่โดยไม่คิดจะให้กินอาหาร เธอก็คงจะตายในเร็วๆ นี้แน่ เพราะตอนนี้ร่างกายของเธออ่อนล้าไปหมดแล้ว ทั้งอ่อนล้าจากการขาดน้ำขาดอาหาร และอ่อนล้าจากการถูกเขากดขี่ข่มเหง หัวใจที่เจ็บช้ำทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองสำรวจร่างกายของตนเอง แต่เมื่อสติที่กระเจิงหายไปกลับคืนมา เธอจึงได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น
หญิงสาวไล้ฝ่ามือััร่างกายจนทั่ว ดวงตามองสำรวจความผิดปกติซึ่ง ‘ไม่มี’ เลย นั่นเท่ากับว่านอกจากร่างเปล่าเปลือยแล้วก็ไม่มีสิ่งใดที่จะบ่งชี้ว่าเธอถูกเขาย่ำยีไปแล้ว แสดงว่าเขาแค่จับเธอถอดเสื้อผ้าเพื่อขู่เท่านั้น
“เขายังไม่ได้ทำอะไรเรา”
พรบุหลันพึมพำบอกตัวเองก่อนจะยิ้มเป็ครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง แม้จะให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่าอารัญทำแบบนี้กับเธอทำไม และ ‘หนี้สิน’ ที่เขาพูดถึงว่าแม่ไปติดเขาไว้นั้นคือ หนี้จากอะไร ทำไมเขาจึงดูถูกและเรียกร้องให้เธอใช้หนี้อย่างทุเรศแบบนี้
และที่เขาจับเธอถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด ถ้าไม่้าให้เธอเข้าใจผิดว่าถูกเขาข่มเหงไปแล้ว นั่นก็เพราะ้าจะกันเธอหนี คงคิดว่าเธอหน้าบางจนไม่กล้าเดินออกไปทั้งที่แก้ผ้า หรือไม่ก็หมดหนทางที่จะดิ้นหนี ‘ใช่’ เธอหน้าบางจริงตามที่เขาคิด แต่หากต้องทนอยู่ในนี้ให้เขากดขี่ข่มเหงหัวใจ เธอก็ไม่ทน ขอแค่ประตูบานนี้เปิดออก แม้ไม่มีเสื้อผ้าติดกายเลยสักชิ้น เธอก็จะออกไป
หลายชั่วโมงแล้วที่เธอต้องอยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง เมื่อท้องฟ้าที่มองเห็นอยู่นอกกระจกสูงเสียดฟ้านั้นบ่งบอกถึงเวลาที่กำลังเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แสงแดดเริ่มเลือนหาย และอีกไม่นานแสงสีส้มก็จะกระจายอยู่ที่ขอบฟ้า แต่เธอก็ยังคงอยู่ที่นี่ ในสถานที่ที่เธอไม่รู้ว่าคือที่ไหน รู้เพียงว่าที่นี่คืออาณาจักรของมารร้ายที่กระชากหัวใจของเธอออกมาขยี้จนแหลก
แกร๊ก!
เสียงที่ดังจากหน้าประตูทำให้พรบุหลันสะดุ้งสุดตัว ผ้าห่มถูกกระชับห่อร่างเปล่าเปลือยให้แน่นขึ้นพร้อมกับขยับไปจนชิดติดหัวเตียง แม้ไม่อยากเผชิญหน้ากับคนที่ก้าวเข้ามา แต่ในห้องสี่เหลี่ยมที่อาจใหญ่กว่าบ้านของเธอทั้งหลัง แต่กลับมีทางออกเพียงทางเดียวก็คือประตูที่เขาผ่านเข้ามานั้น เธอไม่มีมุมใดที่จะไปหลบเขาพ้น สิ่งที่ทำได้ก็คือเผชิญหน้าเท่านั้น
“อ้อ ฟื้นแล้วเรอะ คิดว่าจะนอนจนเช้าเสียอีก” อารัญเอ่ยถาม กวาดสายตาหยามเหยียดมองไปทั่วร่างกายที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าห่มจนไม่เห็นผิวเนื้อส่วนใด นอกจากใบหน้าของเธอที่ฉายแววตื่นตระหนกยามมองมา
“หิวรึยัง จะได้ให้อาหาร”
พรบุหลันขบไรฟันที่ริมฝีปากล่างแน่น สายตากับคำพูดของเขาไม่ได้แสดงถึงความห่วงใย แต่เขากำลังพูดกับ ‘สัตว์เลี้ยง’ และเธอยังจะต้องทนอะไรอีก
“คุณอารัญ คุณทำแบบนี้กับฉันทำไม ฉันไม่เคยทำอะไรให้คุณเลย หรือถ้าแม่เป็หนี้อะไรคุณ คุณก็บอกฉันสิ ฉันจะหามาชดใช้ให้ ไม่ใช่คุณมาทำแบบนี้กับฉัน”
“แบบนี้แบบไหน อ้อ... จับเธอแก้ผ้าน่ะเหรอ หึ! เื่สนุกยังมีอีกเยอะพรบุหลัน เธอไม่ต้องรีบหรอก เรายังมีเวลาทวงหนี้กันอีกนาน”
“ทวงหนี้อะไร แม่ฉันติดหนี้อะไรคุณ คุณก็บอกมาสิ ฉันจะได้ใช้หนี้ให้ แต่ไม่ใช่แบบนี้”
ปากเถียง แต่ยิ่งขยับออกห่างเพราะท่าทางเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ของอารัญนั่นคือการคุกคาม เขาทำให้เธอหวาดหวั่นแม้จะอยู่ห่างกันร่วมห้าเมตร ในยามนี้ความหล่อเหลาปานเทพบุตรของเขาไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะแววตายิ้มเยาะน่ากลัวยิ่งกว่า และเมื่อเขาก้าวเข้าใกล้ เธอก็แทบจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวออกมา
“ก็นี่ไง หนี้ที่แม่เธอติดฉัน แม่เธอติดหนี้ฉันมาก จำเอาไว้พรบุหลัน ทุกสิ่งที่เธอจะได้เจอนั่นเป็เพราะแม่เธอทำเอาไว้ แม่ทำผิดแค่ไหน ลูกก็ต้องรับไปแค่นั้น อ้อ...อาจมากกว่าหน่อย เพราะดอกเบี้ยมันทบต้นทบดอก และเธอต้องชดใช้จนกว่าจะคุ้ม”
“ฉัน...ฉันจะชดใช้ให้ ถ้าคุณบอกเหตุผลมา แต่ถ้าคุณไม่บอกแล้วทำกับฉันแบบนี้ ฉันก็ถือว่าคุณโมเมเอาเอง คุณต้องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ”
“จะเข้าใจผิดอะไรกัน ผู้หญิงหิวเงินอย่างพวกเธอหวังแค่เงินเท่านั้น ใครให้เงินก็พร้อมจะรี่เข้าไปรับ โดยไม่สนใจเลยว่าจะมีใครเ็ปบ้าง” น้ำเสียงเจือความเจ็บมากกว่าคำพูด ก่อนจะเปลี่ยนเป็เหี้ยมเมื่อดวงตาตวัดมองใบหน้าไร้เดียงสาของพรบุหลัน ความเดือดดาลเพิ่มมากขึ้นเมื่อรู้ว่านี่คือไม้ตายของเธอ ท่าทางบริสุทธิ์ไร้เดียงสานี่ละที่ทำให้เขาทุ่มไปหมดใจ
“คุณอารัญ ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยอธิบายให้มากกว่านี้ได้มั้ย เพราะถ้าคุณเข้าใจอะไรผิดไป ฉันจะได้อธิบายให้คุณเข้าใจถูก คุณกล่าวหาว่าแม่ฉันทำผิดกับคุณ ทำผิดเื่อะไรล่ะคะ คุณบอกฉันสิ แล้วถ้าแม่ฉันทำแบบนั้นจริง ทำไมคุณไม่ติดต่อมาหาแม่ ทำไมคุณถึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ ทำไมคุณไม่ไปหาท่านตอนที่ท่านยังอยู่ คุณจะได้ปรับความเข้าใจกัน เพราะ...ที่ฉันรับรู้มาตลอดชีวิตก็คือ คุณเป็คนสำคัญของแม่”
“โกหก!”
เสียงตวาดลั่นของเขาทำให้พรบุหลันผวาลงจากเตียงทันที แต่ร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยผ้าห่มรุ่มร่ามทำให้เธอเดินไม่ถนัด ทว่าก็ดีกว่าอยู่ใกล้รัศมีการเอื้อมมือคว้าของเขา เพราะถ้าช้าไปกว่านั้นเขาคงได้บีบคอเธอแน่
“ฉันไม่ได้โกหกค่ะ แม่พูดถึงคุณให้ฉันฟังตลอด แม่บอกว่าคุณเป็คนสำคัญ”
“ฉันบอกว่าอย่ามาโกหก! อย่ามาปั้นเื่ และอย่ามาทำเป็จริงใจใสซื่อให้ฉันเห็น ถ้าฉันรู้ว่าแม่เธออยู่ไหน เธอคิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะไม่ไปทวงหนี้น่ะ ฉันแทบอยากจะเอาแม่เธอมาแล่เนื้อเป็ชิ้นๆ ด้วยซ้ำ แต่เพราะแม่เธอมันนกรู้ไงล่ะ ทำเป็ซ่อนแอบไม่ให้ฉันรู้ ทั้งๆ ที่แม่เธอรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน หรือไม่จริง อย่าบอกนะว่าที่เธอตามหาฉันพบ เพราะบังเอิญเจอจดหมายรักที่แอบซ่อนอยู่ในตู้เก็บของ เธอจึงติดต่อฉันเพราะอยากให้แม่เธอสมหวังก่อนตายน่ะ น้ำเน่าสิ้นดี พลอตแบบนี้น่ะซีรีส์ยังไม่กล้าเอามาเล่นเลย ดังนั้นอย่าเอามาใช้กับฉัน”
“และถ้าฉันจะบอกว่ามันจริงล่ะคะ ฉันเจอจดหมายของแม่ที่เขียนถึงคุณจริงๆ แม่เก็บมันไว้เป็อย่างดีในตู้ของท่าน และฉันก็อยากให้แม่ได้พบกับคุณก่อนที่ท่านจะจากไปจริงๆ”
“น้ำเน่า!” อารัญะเิเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนวิกลจริต
พรบุหลันถลาไปจนสุดมุมห้อง เขาเดาเื่ที่เกิดขึ้นได้แล้วทำไมถึงไม่เชื่อ เพราะนั่นคือความจริง
“ฉันพูดเื่จริงนะคะ ก่อนที่แม่จะเสีย แม่ยังบอกว่าถ้าวันหนึ่งฉันมีโอกาสได้พบกับคุณ ให้ฉันตอบแทนบุญคุณที่คุณเคยดีกับแม่ แล้วอย่างนี้แม่ฉันทำผิดอะไร คุณถึงได้เกลียดท่าน”
“หึ! พรบุหลัน ฉันยังขำเื่น้ำเน่าของแม่เธอไม่จบ อย่าเอาเื่ใหม่มาให้ฉันขำอีก นี่ฉันก็หัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้วเนี่ย ฮ่าๆๆ ตอบแทนบุญคุณ ฮ่าๆๆ เธอนี่เล่าเื่ตลกได้เก่งจริงๆ ตอบแทนบุญคุณเหรอ บุญคุณที่ฉันปล่อยให้แม่ของเธอมาสนตะพายฉัน บุญคุณที่แม่ของเธอเรียกเงินก้อนโตจากแม่ฉัน ด้วยเงื่อนไขที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับฉันอีกเรอะ นั่นเรียกว่าบุญคุณใช่มั้ย!”
เสียงตวาดก้องของอารัญสลับกับเสียงหัวเราะลั่นเจือด้วยน้ำเสียงเ็ปยามต้องพูดเื่ในอดีตออกมา ทำให้พรบุหลันสั่นสะท้านไปทั้งกายและใจ เธอไม่รู้ว่าแม่กับเขามีอะไรบาดหมางหัวใจกัน แต่ที่เธอรับรู้ก็คือแม่คิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลาจริงๆ
‘แม่ชอบต้นไม้เหรอคะ’
‘จ้ะ แม่ชอบต้นไม้ เพราะอารัญแปลว่า ป่า คุณไม้ก็เลยชื่อคุณไม้ ได้มองแค่นี้แม่ก็มีความสุขแล้ว’
แม่บอกว่าชื่อเขาแปลว่า ป่า เขาเลยมีชื่อเล่นว่า ‘ไม้’ แต่ในเวลานี้เธอกลับคิดว่าอารัญที่เห็นอยู่นี้น่าจะมีชื่อเป็สัตว์ดุร้ายในป่าดงดิบเสียมากกว่า เพราะเขาไม่ได้อ่อนโยนเป็ร่มไม้ใหญ่ให้สิงสาราสัตว์ แต่เขาร้ายกาจจนแทบจะจับสัตว์เล็กสัตว์น้อยในป่ากินได้หมด และหนึ่งในนั้นก็คือเธอ
“ว้าย! คุณอารัญปล่อยฉันนะ คุณอารัญ!” พรบุหลันหวีดร้อง เพราะมัวแต่คิดทำให้ไม่ทันระวังจนเขาคว้าตัวเธอได้ และเมื่อเธอดิ้น ผ้าห่มที่พันร่างไว้ก็ถูกกระชากออกจนติดมือเขาไป หญิงสาวหวีดร้องอีกครั้งก่อนจะย่อกายลงนั่งและกอดตัวเองแน่น พยายามอย่างที่สุดที่จะปกปิดความงดงามไม่ให้ปรากฏแก่สายตาของเขา ทั้งๆ ที่อาจไม่ทันแล้วก็ตาม
“เหอะ! จะปิดทำไม” คำพูดถูกแค่นออกมาพร้อมรอยยิ้มเยาะ แต่ความร้อนรุ่มในร่างกายกลับร้องบอกว่าไม่ใช่เลย เพราะพรบุหลันงดงามไม่ต่างจากพระจันทร์วันเพ็ญจริงๆ ผิวกายขาวนวลอมชมพูนั้น ยิ่งเห็นอย่างใกล้ชิดก็ยิ่งงดงาม เธอช่างมีผิวที่ละเอียดเนียนนุ่มจนเขาอดใจไม่ได้ที่จะลูบไล้ และก็หอมเสียจนเขาอดใจไม่ไหวต้องดอมดม โดยเฉพาะเส้นผมดำยาวสลวยเมื่อละผิวกายละเอียด พรบุหลันก็งดงามไม่ต่างจากนางไพร แต่อารัญต้องรีบสลัดไล่ความคิดทั้งหมดนั่น เพราะสายตาตื่นตระหนกปนกราดเกรี้ยวของพรบุหลันที่มองมา
“คุณทำแบบนี้ทำไม เอาผ้ามานะ!” เธออยากจะกรีดร้องด่าว่าเขา แต่ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรเพราะนึกคำไม่ออก ที่คิดก็มีเพียงเธอ้าสิ่งปิดบังร่างกายเท่านั้น
“จะเอาไปทำไม นุ่งหรือไม่นุ่งก็ไม่ต่างกันหรอก ยังไงฉันก็เห็นหมดแล้ว ทุกซอกทุกมุม หรือถ้าอยากได้ ก็ขึ้นมาเอาสิ”
พรบุหลันเหลือบตามองผ้าห่มที่อารัญเหวี่ยงขึ้นไปบนเตียงแล้วแทบอยากจะกรีดร้องและร้องไห้โฮออกมานัก เพราะระยะทางระหว่างเขากับเธอไปถึงที่เตียงนอนสุดหรูนั้น เธอไม่มีทางถึงผ้าห่มนั่นได้ก่อนที่เขาจะคว้าร่างของเธอเอาไว้ได้เลย เขาทำเหมือนเธอเป็ของเล่นสนุก ทำราวกับเธอไม่ใช่คนเช่นเดียวกับเขา
“ทำไมไม่ขึ้นไปหยิบล่ะ ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ”
#อารัญคนใจร้าย
#ฝากกดติดตาม
และคอมเม้นท์เป็กำลังใจให้ป้าต้องด้วยนะจ๊ะ จุ๊บๆ