ตู้มมมม!!
เสียงะเิดังขึ้นในหัวของชลดา ทั้งรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์ น้ำเสียงที่มีเสน่ห์ ไหนจะใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นเข้ามาจนชิดอีก โดยเฉพาะความหมายของคำพูดนั้น....นี่เขาจะฆ่าเธอใช่ไหม!!!
เฮือกกก !!!
ชลดาตอนนี้ในหัวแทบจะว่างเปล่า เธอรู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังจะรับไม่ไหวอีกครั้งจึงรีบลุกขึ้นเพื่อที่จะไปตั้งสติ
แต่ในขณะที่ลุกขึ้นและจะหันหลังกลับก็ลืมไปว่าเก้าอี้ด้านหลังยังไม่ได้เลื่อนออกไปจนอยู่ในระยะที่พอดี ผลกลายเป็ว่าเธอสะดุดขาเก้าอี้และพุ่งตัวลงพื้นอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เมธัสยังร้องห้ามไม่ทัน
"ระวัง!!!"
ตึงง ปั้ก
"โอ๊ยย ซี๊ด ฮืออ เจ็บอ่าา"
"...หนูดา! เป็ยังไงบ้าง"
เด็กสาวคลานเข่าก่อนที่จะค่อยๆนั่งลงและร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ เธอยกเข่าตัวเองชันขึ้นอย่างพิจารณาเพราะรู้สึกว่าส่วนนี้กระทบพื้นแรงที่สุด และอีกส่วนก็น่าจะเป็ข้อเท้าที่มันพลิกตอนที่ชนโต๊ะและล้มลง
เมธัสรีบเดินไปคุกเข่าลงต่อหน้าภรรยาเด็กของตัวเอง เขาค่อยๆมองสำรวจไปทั่วร่างของเธออย่างพิจารณาด้วยความเป็ห่วง
" เป็อะไร ทำไมรีบร้อนและชอบทำตัวเองเจ็บตัวแบบนี้"
ชลดาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ส่งค้อนวงใหญ่ให้ทันที
" เพราะคุณเมธัสนั่นแหละ พูดอะไรก็ไม่รู้ เพราะคุณทำให้หนูดาเป็แบบนี้"
น้ำเสียงแง่งอนที่อมลมจนแก้มป่องอย่างน่ารัก ทำให้เมธัสถึงกับเผลอหลุดยิ้มออกมา
" อืมมม เป็ความผิดของฉันสินะที่ทำให้เธอเขินอายจนเกินไปจนทำตัวไม่ถูกแบบนี้ เอาไงดี แบบนี้ฉันคงต้องรับผิดชอบเธอแล้วแหละ"
ชลดารู้สึกว่าทำไมน้ำเสียงของผู้เป็สามีถึงได้ฟังดูเ้าเล่ห์แปลกๆ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดความสงสัยของตัวเองออกมา ร่างทั้งร่างก็ลอยขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฟึบ!
" ว้ายยย!! อะไรกันคะ อยู่ดีๆมาอุ้มหนูดาทำไม"
" ก็พาไปรับผิดชอบไงล่ะ"
เมธัสพูดอย่างจริงจังก่อนที่จะอุ้มเธอขึ้นไปบนห้องนอน แต่แทนที่เขาจะพาเธอไปที่ห้องนอนของเธอ เขากลับพาเธอไปหยุดอยู่หน้าห้องตัวเองซะอย่างนั้น
!!!
" เปิดสิ"
" ห๊ะ!!"
" เปิดสิครับ...หนูดา"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความล่อลวง โดยเฉพาะประโยคที่เรียกเธอว่าหนูดาทำให้ชลดาถึงกับเหม่อลอยและยอมทำตามคำสั่งอย่างไม่มีสติ
เมธัสที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ เขาไม่เคยสนใจหรือให้ความสำคัญเกี่ยวกับเสน่ห์ของตัวเองมาก่อน แต่ถ้ามันสามารถใช้ล่อลวงเด็กน้อยคนนี้ได้ ต่อไปเขาคงต้องบริหารเสน่ห์กับเธอบ่อยๆซะแล้ว
จนกระทั่งเมื่อเข้ามาในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีที่ดูอบอุ่นสะอาดและเ้าระเบียบจึงทำให้ชลดาได้สติขึ้นมา
" คะ...คือว่า ให้หนูดาไปห้องของตัวเองดีกว่านะคะ"
ชลดาพูดขึ้นเมื่อเมธัสวางเธอลงบนเตียงของเขาด้วยความนุ่มนวล ก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้าเธอและจับขาของเธอพลิกไปมาเพื่อสำรวจอย่างเบามือ
" ก่อนหน้านี้เธอพยายามเข้าหาฉันแทบจะทุกวิธีทาง แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้พยายามหนีฉันตลอดล่ะ"
ก็เพราะคุณเดินเครื่องแรงเกินไปจนหนูดารับไม่ไหวไง!!
ชลดาได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดออกมา
แต่ถึงอย่างนั้นเมธัสก็ดูเหมือนจะรู้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กสาวที่ก้มลงมามองเขาจาก้า และในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานสายตากัน เมธัสก็ทำสิ่งที่ชลดาคาดไม่ถึง
เขาค่อยๆก้มลงจูบไปที่หัวเข่าของเธออย่างแ่เบาและอ่อนโยน ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องและประสานกับสายตาของเธออยู่ตลอดเวลา
!!!
ชลดาถึงกับเส้นกระตุกด้วยความเสียวซ่าน เธอพยายามดึงขาตัวเองออกมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกมือใหญ่กอบกุมเอาไว้อย่างแ่า
" หึๆ เริ่มมีรอยเขียวช้ำแล้ว เธอเจ็บตรงไหนอีกบอกมาให้ละเอียด แล้วลุกขึ้นยืนได้ไหม"
เมธัสเริ่มเข้าสู่ประเด็นเมื่อเห็นเด็กสาวเริ่มทำตัวไม่ถูกและดูเหมือนไก่กำลังจะตื่นและหาทางนี้อย่างลนลานจนเขาต้องรีบเบี่ยงประเด็น
ชลดาที่ได้ยินแบบนั้นก็หายใจคล่องขึ้น ถึงแม้ความรู้สึกอุ่นร้อนจากเป็ฝีปากของอีกฝ่ายที่ประทับของมาบนหัวเข่าของเธอจะยังไม่จางหายก็ตาม
ช่วยด้วย!!! เธอกำลังจะหัวใจวายตายด้วยน้ำมือของสามี ฮือออ
ชลดาลองพลิกขาไปมาอย่างสำรวจอาการของตัวเอง ตรงเข่าถ้าเอานิ้วไปจิ้มก็จะรู้สึกเจ็บหน่อยๆแต่คิดว่าน่าจะช้ำ แต่ตรงข้อเท้าเธอรู้สึกเจ็บแปล๊บจนไม่กล้าที่จะวางเท้าลงอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเดิน
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากจะลองดู ชลลดาตั้งท่าที่จะยืนขึ้น เมธัสจึงเข้ามาพยุง และทันทีที่ฝ่าเท้าวางน้ำหนักเต็มที่ เด็กสาวก็ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว โชคดีที่มีเมธัสรวบตัวเธอไว้ในอ้อมแขนได้ทัน
" แปลว่าตรงข้อเท้าน่าจะมีปัญหาสุดสินะ อืมม ฉันลองจับไปมาดูแล้วกระดูกไม่เคลื่อน แต่ดูแล้วน่าจะเคล็ด ก็คงต้องพยายามอย่าเดินมากเกินไปซักระยะ"
เมธัสประคองร่างเล็กให้นั่งลงบนเตียงตามเดิม หลังจากที่ตรวจดูอย่างละเอียดเขาก็บอกกับเธอ
" แล้วแบบนี้หนูดาจะไปเรียนได้ยังไง แย่เลยค่ะแบบนี้ ไหนจะงานที่บริษัทอีก"
ถึงแม้ว่างานที่บริษัทจะยังไม่ได้ทำอะไรเพราะยังไม่ได้โปรโมทสินค้า และที่สำคัญก็มีเมธาวีคอยดูแลควบคุมอย่างรอบคอบและมืออาชีพอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังชอบที่จะไปดูความคืบหน้าของงานที่เธอลงมือทำด้วยตนเองอยู่ดี
และโดยเฉพาะที่มหาลัย ่นี้เธอต้องไปศึกษาเื่โครงสร้างและหลักการสำหรับการสร้างภาพยนตร์หรือบทละคร และเทคนิควิธีการสำหรับนักแสดงมืออาชีพ
ยิ่งวันพรุ่งนี้จะมีการเชิญต้นน้ำ ดาาายที่มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อมากๆและมีชื่อเสียงที่โด่งดังสุดๆในตอนนี้มาสาธิตด้วย เธอจะพลาดได้ยังไง!!
" หยุดไม่ได้เลยเหรอ ฝากงานหรือตามงานกับเพื่อนได้ไหม ส่วนที่บริษัทฉันว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร "
เมธัสไม่ได้เชื่อใจเมธาวีจนต้องปล่อยให้ดูแลบริหารบริษัทของภรรยาอย่างเต็มที่ขนาดนั้น ผู้ช่วยคนหนึ่งของเมธาวีก็เป็คนของเขา เธอเป็คนที่เต็มไปด้วยความสามารถและช่วยงานของชลลดาได้ดี ดังนั้นด้วยการร่วมมือกันของเมธาวีและผู้ช่วยคนนั้นทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน
" แต่ว่าพรุ่งนี้ทางคณะจะเชิญพี่ต้นน้ำมาด้วย หนูดาจะพลาดได้ยังไง "
ชลดาอมลมจนแก้มป่อง พร้อมกับทำท่าทางงอแงไปมายอย่างไม่รู้ตัว เธออุตส่าห์จะได้เจอดาราหนุ่มขวัญใจทั้งที โอกาสแบบนี้มันไม่ได้มีมาบ่อยๆนะ
" หืมมม ต้นน้ำ? ใคร!!!"
น้ำเสียงเข้มพูดขึ้นอย่างสงสัย ก่อนที่จะเต็มไปด้วยความกดดันในตอนสุดท้าย ทำให้ชลดาถึงกับชะงัก
เมื่อกี้เธอเผลอพูดเกี่ยวกับต้นน้ำออกมาโดยไม่ได้ตั้งตัว แต่เป็แค่อาการปลื้มดาราเองเขาคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง
" แหะๆ ต้นน้ำเป็ดาราที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้ค่ะ ฉันก็แค่ปลื้มเขาเฉยๆ เพราะเขาจะมาวันพรุ่งนี้ แล้วถ้าหนูดาไม่ได้เจอคงจะเสียดายแย่เลย"
เมธัสทำเพียงแค่มองนิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนที่จะนำกะละมังใส่น้ำและผ้าสะอาดมาเช็ด่ขาให้เธออย่างเอาใจใส่
ชลดาตอนนี้ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้เธอจึงได้แต่นั่งมองด้วยความสงสัย จนกระทั่งฝ่ามือใหญ่ใช้ผ้าขนหนูลูบไปตาม่ขาของเธอก็ทำให้เธอถึงกับขนลุก
โดยเฉพาะกระโปรงทรงเอที่มันเลิกขึ้นสูงจนเธอต้องรีบจับมันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ควรเห็นเปิดเผยออกมา
" อ๊ะ! พอแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูดาเช็ดเอง"
เมธัสไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนกับจะบอกว่าไม่ให้เธอขัดขืน ก่อนที่จะค่อยๆจับขาเธอเช็ดทีละข้างอย่างอ่อนโยน
หลังจากทำความสะอาดเสร็จเขาก็นวดยาและพันผ้า่ข้อเท้าเพื่อไม่ให้ข้อเท้าพลิกไปมาจนเจ็บยิ่งกว่าเดิม
ตอนนี้ชลดายังอยู่ในชุดนักศึกษาที่เตรียมพร้อมจะไปมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไปไหนไม่ได้แล้ว
" โทรไปบอกอาจารย์หรือเพื่อนของเธอว่าวันนี้เธอเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิกจนไม่สามารถไปเรียนได้ แล้วก็แจ้งเมธาวีว่าเธอน่าจะเข้าบริษัทไม่ได้สักระยะ แล้วห้ามดื้อทำอะไรเกินตัวอีก เข้าใจไหม!"
ชลดาได้แต่ทำหน้าเศร้ายอมรับสิ่งที่เมธัสพูดออกมา เพราะต่อให้ตัวเธออยากไปแค่ไหนแต่สภาพร่างกายของเธอที่แม้แต่จะลุกขึ้นยืนและก็เดินสักก้าวก็ยังทำไม่ได้ ยังไงเธอก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี
ชลดาโทรหาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อแจ้งเื่ที่เกิดขึ้น ก่อนจะโทรบอกเมธาวี ซึ่งอีกฝ่ายก็ถามกลับมาด้วยความเป็ห่วง จนเธอต้องบอกว่าไม่เป็อะไรมากแค่ต้องพักผ่อนซักระยะ
อีกด้านเมธัสยืนเท้าเอวและคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
" ธนา...วันนี้ฉันจะไม่เข้าบริษัท จัดการงานทุกอย่างได้เลย ถ้ามีอะไรเร่งด่วนค่อยรายงานให้ฉันทราบ...ไม่มีอะไร...วันนี้ฉันจะอยู่เฝ้าเมีย"
ไม่ใช่แค่ปลายสายเท่านั้นที่ิญญาหลุดลอย ชลดาที่ได้ยินก็ถึงกับอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
ก่อนที่ร่างสูงของเมธัสจะวางสายและค่อยๆเดินมาหาเธอ เขาอุ้มตัวเธอขึ้นไปบนเตียงและให้นั่งพิงหัวเตียงก่อนที่จะยื่นเม็ดยาแก้ปวดให้กับเธอ
" ทานยาแก้ปวดซะ ถ้าง่วงก็นอน ถ้าไม่ง่วงก็หาอะไรทำ แล้วยังไม่ต้องเดินไปที่ไหน ถ้าอยากไปไหนก็บอกฉันเดี๋ยวฉันจะอุ้มไปเอง"
ชลดาไม่อยากจะบอกเลยว่าตอนนี้เธออยากจะเข้าห้องน้ำ
ฮือออ ปวดฉี่อ่าาา
ไรท์: เป็ตอนที่ไม่ได้กระดึ๊บไปไหน แต่ไรท์อิจฉาตาร้อนมากกก/ ดูคนเขียนสิ เพิ่งจะฉีดวัคซีนเสร็จ ปวดหัวตัวร้อนยกแขนไม่ขึ้นก็ต้องหายาหาข้าวหาน้ำกินเอง คนโสดก็ต้องดูแลตัวเอง ฮือออ ( เดี๋ยวจะเขียนให้จับแยกกันซะเลย เริ่มพาล ฮ่าๆๆ)