“ขออภัยๆ เป็ข้าที่กล่าวโดยมิคิดให้ถี่ถ้วนขออภัยจริงๆ”
อาหว่างแค่ส่ายหน้ากับความคิดไปคนละเื่ของพวกเขา ขายาวก้าวไปด้านหลังเพื่อต้มยาในทันที ‘เสียเวลากับเื่ไร้สาระชัดๆ’ ปล่อยให้พวกเขาพูดคุยกันต่อโดยที่ตัวเขาวุ่นอยู่ในโรงครัวร่วมสองเค่อ(15นาที)
“อาเฟิ่งลุกขึ้นมาดื่มยาก่อน”
“อืมมม” อาเฟิ่งงัวเงียลุกขึ้นโดยมีอาหว่างพยุง “โอยย..”
“พรุ่งนี้นอนพักอยู่ในกระท่อมดีหรือไม่”
“อึ่กๆ อึ่กๆ” ใบหน้าหวานดวงตาฉ่ำน้ำทำท่าทางแหยงๆ “ขมมาก” รับน้ำมาดื่มตามลงไปก่อนจะตอบว่า “ถ้าไม่ไหวข้าก็คงต้องหยุดพักก่อน พี่ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะดื้อรั้นหรอกข้ารู้สภาพร่างกายตนเองดี” อาเฟิ่งค่อยๆตะแคงนอน “ข้าขอนอนพักยาวเลยนะ อย่าให้ผู้ใดเข้ามากวนข้า”
“ได้” อาหว่างทำแค่เพียงออกไปบอกทุกคนด้านนอกว่าอาเฟิ่งอยากนอนพักก่อนที่จะกลับเข้าห้องเข้าห้องเพื่อเฝ้าดูคอยเช็ดตัว คอยจับหน้าผากวัดไข้อยู่ตลอดและปลุกให้ตื่นเพื่อดื่มยาแก้ปวดตลอดคืน
----+++-------++++++++
แคว้นเพ่ยในคืนเดียวกัน
ยามจื่อ (23.00) ฮ่องเต้เพ่ยหานหรงเดินออกมาจากห้องของสนมเสียนเฟยจ้านชิงซวี ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย การร่วมรักกับสตรีเพราะ้าคานอำนาจมิใช่เื่ที่ตัวเขาชื่นชอบนักถึงแม้จะเป็การปลดปล่อยตัณหาได้ดีแต่ก็หาได้มีความพิศวาสรักใคร่ชอบพอ บ่อยครั้งที่พวกนางวางยาปลุกกำหนัดแก่พระองค์ในน้ำแกงบำรุงร่างกายหรืออะไรก็แล้วแต่มันมิเคยจะสำเร็จเพราะทุกครั้งจะต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน แม้พระองค์จะรู้ก็ทำเป็เพียงไม่รู้เพราะมันไม่ใช่เื่ใหญ่ทรงทำเพียงเงียบเฉยเสียและเข้าหาพวกนางเพียงอาทิตย์ละหนึ่งวันเท่าเทียมกัน พระวรกายแข็งแกร่งเดินออกมาด้านหน้าพบกับขันทีคนสนิท
“ส่งยาห้ามครรภ์” ทรงกล่าวเพียงเท่านั้นขันทีผู้รู้ใจเดินเข้าไปในห้องของพระสนมพร้อมนางกำนัลผู้ถือถ้วยยาอุ่นๆเตรียมพร้อมแน่นอนว่าขันทีประจำพระองค์จะยืนรอจนพระสนมดื่มยาจนหมดถ้วยแล้วรออีกสองจิบชาเพื่อให้แน่ใจว่าพระสนมจะไม่อาเจียนออกมาแน่แล้วจึงจะเดินกลับออกไปยังตำหนักส่วนพระองค์
ห้องทรงงาน
“พบหรือไม่?” คำถามจากเ้าเหนือหัวนั้นเหล่าองครักษ์ข้างกายล้วนรับรู้ว่าพระองค์หมายถึงสิ่งใด “คำบอกจากแม่หมอมิได้ช่วยคลี่คลายให้ข้าแม้เพียงนิด..อย่างไรถึงจะเรียกว่าสตรีที่มิเหมือนสตรี” คำทำนายถึงดวงชะตาของฮองเฮาคู่ชีวิตของพระองค์ช่างยากจะคาดเดาว่าจะเป็สตรีที่มีร่างกายกำยำหรือว่าสตรีที่รักชอบกับสตรีเช่นเดียวกันก็มิอาจจะรู้ได้ “ตามที่ท่านหมอได้กล่าวไว้ว่าสตรีของข้าอาจจะพบเจอได้ยากเพราะเหตุใดก็มิรู้ได้” เหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง “หรือนางจะมิใช่สตรีในแคว้นเพ่ย?”
“อาจจะเป็เช่นนั้นพะยะค่ะ ในทุกๆวันพวกของกระหม่อมต่างพากันไปลอบมองสตรีเกือบทุกบ้านถึงแม้จะพบสตรีที่เข้าข่ายแต่กระหม่อมก็ยังมิกล้าพาสตรีเ่าั้มาให้พระองค์ทรงคัดเลือกเพราะแต่ละนางนั้นหาได้มีรูปโฉมงดงาม มิมีสง่าราศรีเหมาะสมกับตำแหน่งฮองเฮาแม้เพียงนิด”
“เช่นนั้นรึ”
“พะยะค่ะ”
“หาต่อไป...และหมายตาไว้อีกสามเดือนเมื่อข้าจัดการเื่ในราชสำนักจนเรียบร้อยดีแล้วข้าจะออกจากวังไปดูด้วยตาตนเองลฃและตัดสินใจอีกครั้ง”
“น้อมรับพระบัญชาพะยะค่ะ” องครักษ์หลายสิบนายเดินออกจากห้องทรงงานไปอย่างเงียบเชียบเหลือไว้เพียงองครักษ์เงาที่แอบซ่อนตัวอยู่รอบๆห้องมากกว่ายี่สิบนาย
เพียงแค่ชั่วอึดใจขันทีประจำพระองค์มุ่ยกงกงได้เดินเข้ามาทูล “ยาห้ามครรภ์เรียบร้อยดีพะยะค่ะ
“มิใช่ว่าเ้าเดินออกมานางก็รีบเข้าไปล้วงคออาเจียนหรอกรึ” เพ่ยหานหรงถามย้ำ สาเหตุที่พระองค์มิอยากจะให้สนมคนใดตั้งครรภ์นั้นเป็เพราะว่าถ้าหากวันหน้าพระองค์ทรงมีฮองเฮาคู่บรรลังค์แล้วบุตรที่เกิดจากครรภ์ฮองเฮากลับเป็บุตรีแน่นอนว่าจะเกิดการห่ำหั่นกันขึ้นแน่ถึงแม้จะไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้สนมตั้งครรภ์แล้วจะเป็บุตรชายรึบุตรสาวแต่ก็ต้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่ามาตามแก้ในภายหลัง
“กระหม่อมให้ช่างเอ๋อร์จัดการยกน้ำดื่มผสมยาห้ามครรภ์ไปวางไว้บนหัวเตียงอีกหนึ่งโถพะยะค่ะพระองค์อย่าได้กังวล”
“ดียิ่ง” นวดหัวตาเบาๆ “ข้าจะนอนแล้ว” ลุกขึ้นสาวพระบาทไปยังห้องด้านในที่ใช้นอนเป็บางครั้ง “ดับเทียนเถิดแล้วไปพักผ่อนเสียอย่าลืมว่าท่านแก่มากแล้วนะลุงมุ่ย” ผู้ถูกเรียกด้วยถ้อยคำสนิทสนมหัวเราะน้อยๆ
“หาได้เป็เช่นนั้นพะยะค่ะกระหม่อมยังแน่ใจว่าตนเองยังแข็งแรงพอที่จะวิ่งไล่ตามองค์หญิงองค์ชายน้อยได้ทันอยู่ถึงแม้จะต้องรออีกสี่ปีก็เถอะ” ฟุ่บ...ดับตะเกียงแล้วเดินออกไป
“หึ...ข้าจะรอดู”
-----===++++++====
กระท่อมน้อยในป่าไผ่ อาเฟิ่งนอนบิดตัวไปกับที่นอนอย่างเกียจคร้านความเ็ปจากาแแม้จะไม่เจ็บเหมือนเมื่อวานแต่มันยังคงไม่จางหายไปไหน มือบางคลำแก้มก้นด้านขวาพร้อมกับส่งเสียงร้อง “อูยยย”
ก่อกๆๆ “อาเฟิ่งพี่จะเข้าไปนะ” อาหว่างเคาะก่อนเปิดเข้ามาด้านในพร้อมสำรับอาหารแน่นอนว่ายามเช้าเช่นนี้มิมีผู้ใดมาเยี่ยมอยู่แล้ว “กินข้าวก่อนแล้วค่อยกินยา” นั่งลงข้างๆเตียงและประคองอาเฟิ่งลุกขึ้นนั่ง
“อ่ะ...อ่อยย” ครางออกมาเบาๆ
“เจ็บเช่นนี้ก็นอนพักสักวันเถิด อีกครู่พี่จะเดินออกไปบอกแก่หยางหลงให้ว่าเ้าไม่สบาย” ป้อนข้าวต้มที่ไปขอมาจากโรงครัวเมื่อสองเค่อที่ผ่านมาและจัดการอุ่นอีกครั้งนาง
“เอาเช่นนั้นก็ได้” ยามป่วยมิสู้ใครอยู่แล้ว
“กินข้าวกินยาแล้วนอนพักเถิด”
“พี่ทาผิวและแต่งหน้าให้ข้าก่อนด้วยเล่าเผื่อมีใครมาเยี่ยมหาข้าจะได้เตรียมตัวทันมิต้องลนลาน”
“ถูกของเ้า” อาหว่างป้อนข้าวป้อนยา ทายาจนเสร็จเรียบร้อยจึงรีบจัดการแปลงโฉมให้อาเฟิ่งกลายเป็คนผิวคล้ำในทันทีก่อนจะห่มผ้าให้น้องชายแล้วเดินออกไปบอกกล่าวแก่เหล่าเด็กหนุ่มด้านนอกลู่ชิงเทียนยังคงมาแต่เช้าตรู่เพื่อรอฟังอาการของอาเฟิ่งจากปากของพี่ชายเช่นอาหว่างแม้จะมีความเกรงใจต่อเ้าหยางหลงมากกว่าแปดส่วนแต่เขาก็ต้องมาเพราะเขาอาเฟิ่งจึงไม่สบาย
“อาเฟิ่งขอนอนพักสักหนึ่งวันเชิญพวกท่านไปร่ำเรียนกันเถิดตัวข้าจะอยู่ดูแลน้องชายที่นี่เอง” อาหว่างพูดตัดบท